Food Review

[SR] Crab Carnival @ Atelier : คาราวานปูมื้อเย็น สด อร่อย ในราคาสบายกระเป๋า

posted by ภรรยาหา สามีใช้ September 3, 2018 0 comments
Crab Carnival
สวัสดีทุกคนครับ วันนี้ผม นาย “ภรรยาหา สามีใช้” จะพาทุกคนไปรู้จักกับไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อเย็นเกรดโรงแรมที่จัดเต็มไปด้วยปูและของหวานคุณภาพดี ในราคาสบายกระเป๋าเพียงคนละ 899 บาท net เท่านั้น (ราคารวมเครื่องดื่มแล้ว) โดยไลน์บุฟเฟ่ต์นี้มีชื่อว่า Crab Carnival ของห้องอาหาร Atelier (อเทลิเย่) ชั้น 2 โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit (พูลแมน กรุงเทพ แกรนด์ สุขุมวิท)
สำหรับจุดเด่นคร่าวๆ ของไลน์นี้ความเห็นของผมกับต๋งก็มีตามนี้เลยครับ
  1. ไลน์อาหารมีคุณภาพดี โดยเฉพาะปูและของหวาน
  2. มีเมนูปูให้เลือกทานเยอะ ทั้งปูอลาสก้า, ปูหิมะ, ปูม้า รวมไปถึงการที่ทางห้องอาหารมีการนำปูเหล่านี้ไปแปรรรูปเป็นอาหารต่างๆ มากมาย เช่น ส้มตำปูม้า, ไข่เจียวเนื้อปู, ห่อหมกปู, ปูนิ่มผัดผงกะหรี่, ลาซานย่าเนื้อปู, เนื้อปูผัดพริกแกง, พาสต้าเนื้อปู, ขนมจีนน้ำยาปูปักษ์ใต้
  3. ของหวานและไอศกรีม เป็นของหวานที่ทางโรงแรมทำเองทั้งหมด และวัตถุดิบหลายๆ ชนิดก็มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ช็อคโกแลตจากประเทศนิวซีแลนด์
  4. พนักงานบริการดี
  5. โรงแรมอยู่ไม่ไกลจาก BTS และ MRT มาก ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีเท่านั้น ทำให้สะดวกในการเดินทาง
  6. สามารถนั่งทานได้นานถึง 4 ชั่วโมงครึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.30 น.
  7. ราคาย่อมเยา โดยปกติราคาของการทานไลน์บุฟเฟ่ต์นี้จะอยู่ที่ 1,399 ++ บาท/คน (ราคารวมเครื่องดื่มแล้ว) แต่หากเราจองผ่านลิงก์นี้ https://bit.ly/2PnjjlG เราจะสามารถทานอาหารไลน์นี้ได้ในราคาพิเศษเพียง 899 บาท/คน net เท่านั้น (ราคารวมเครื่องดื่มแล้ว)
หมายเหตุ : ไลน์บุฟเฟ่ต์ Crab Carnival ของห้องอาหาร Atelier นั้น จะเปิดให้บริการเฉพาะมื้อเย็นวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสเท่านั้น และจะเปิดบริการไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2561 หลังจากนั้นทางห้องอาหารจะมีการปรับเปลี่ยนธีมใหม่ครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
Crab Carnivalสำหรับตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit นั้น จะอยู่ที่ถนนอโศกนะครับ ห่างจากแยกอโศกหรือสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก และสถานีรถ MRT สุขุมวิท ประมาณ 300 เมตรเท่านั้น เรียกว่าใครที่มาด้วยรถไฟฟ้าก็สามารถไปโรงแรมแห่งนี้ได้สะดวกมาก เดินแค่ 4-5 นาทีก็ถึงแล้วครับ
แผนที่ Pullman Bangkok Grande Sukhumvitส่วนใครที่ขับรถส่วนตัวมาเอง ก็อาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางนิดนึงนะครับ เพราะถนนเส้นนี้ก็ติดเอาการเหมือนกัน โดยในการขับรถมาเองนั้นก็ไม่ยาก เนื่องจากตัวอาคารของโรงแรมนั้นสามารถมองเห็นค่อนข้างชัดเจน เราสามารถขับตาม Google Map มาได้เรื่อยๆ หรือไม่ก็ดูพิกัดคร่าวๆ ของโรงแรมได้ตามแผนที่ด้านล่างนี้เลยครับ
หมายเหตุ : สำหรับคนที่มาใช้บริการที่ห้องอาหารจะสามารถประทับตราบัตรจอดรถได้ 4 ชั่วโมง ส่วนในเรื่องที่จอดรถของโรงแรมนั้น ผมว่ามันค่อนข้างมึนงงนิดหน่อยครับ ใครที่ขับรถมาเองตอนที่เลี้ยวเข้าอาคารจอดรถแล้วก็ให้ดูป้ายและลูกศรดีๆ นะครับว่ามันต้องเลี้ยวไปทางไหน
แผนที่ Pullman Bangkok Grande Sukhumvit
หลังจากที่เรามาถึงโรงแรมเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เราขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้เลยครับ จะเลือกขึ้นลิฟท์หรือบันไดเลื่อนก็ได้ เอาที่แต่ละคนสะดวกเลย พอมาถึงชั้น 2 เราก็จะเจอหน้าตาของห้องอาหาร Atelier รวมถึงพนักงานที่ยืนรอต้อนรับเราอยู่แบบนี้ครับ
ห้องอาหาร อเทลิเย่สำหรับรายละเอียดต่างๆ รวมถึงราคาของไลน์ Crab Carnival ห้องอาหาร Atelier โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit ก็มีตามนี้เลยครับ
วันที่เปิดบริการ : วันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี
เวลาที่เปิดบริการ : 18.00 น. – 22.30 น.
ราคาผู้ใหญ่ : ราคาปกติ 1,399 ++ บาท/คน (รวมเครื่องดื่มแล้ว) แต่หากจองผ่านลิงก์  https://bit.ly/2PnjjlG จะได้รับสิทธิ์ทานในราคาพิเศษเพียง 899 บาท/คน net เท่านั้น (รวมเครื่องดื่มแล้ว)
ราคาเด็ก : เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ทานฟรี, เด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี ราคา 600 บาท net
วันที่สิ้นสุดธีม : วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561 (หลังจากนี้ทางห้องอาหารจะมีการเปลี่ยนธีมอาหารใหม่)
และก่อนที่จะไปดูไลน์อาหารกัน ผมขออนุญาตพาทุกคนไปชมบรรยากาศรอบๆ ห้องอาหารก่อนนะครับ โดยลักษณะของห้องอาหาร Atelier นั้น จะเป็นห้องอาหารขนาดเล็กที่สามาถรองรับคนได้ประมาณ 150 คนเท่านั้น แต่ภาพรวมของห้องอาหารก็มีการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ และการตกแต่งที่ดี มีโต๊ะเก้าอี้หลายแบบให้เลือกนั่ง รวมถึงมีโต๊ะที่แยกไพรเวทออกมาสำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบเล็กๆ ด้วยครับ
ห้องอาหาร อเทลิเย่AtelierAtelierAtelierAtelierAtelierสำรวจเรื่องห้องและโต๊ะเก้าอี้ไปแล้ว คราวนี้เราไปดูไลน์อาหารกันดีกว่า โดยไลน์นี้ผมขออนุญาตแบ่งหมวดอาหารของเค้าออกมาเป็นดังนี้นะครับ
หมวดที่ 1 : Seafood on ice
หมวดที่ 2 : Grilled Station
หมวดที่ 3 : อาหารญี่ปุ่น, อินเดีย และอิตาลี
หมวดที่ 4 : ขนมปัง
หมวดที่ 5 : สลัด, ยำ, ชีส และ Cold Cuts
หมวดที่ 6 : อาหารไทยและอาหารอื่นๆ
หมวดที่ 7 : ของหวาน, ไอศกรีม และผลไม้
โดยจุดเด่นมากๆ ของไลน์นี้ในความเห็นของผมก็คือ เค้าจะมีการติดป้ายปริมาณแคลอรี่ของอาหารไว้ให้เราดูด้วยครับ!!!
.
.
.
พีคมาก……..เรียกว่าใครที่กินอาหารแบบควบคุมแคลอรี่อยู่น่าจะชอบ ส่วนสายกินไม่ยั้งพอเจอป้ายนี้ไปก็น่าจะมีชะงักลงไปเหมือนกันครับ ><
เอาล่ะ เรามาเริ่มกันที่หมวดที่หนึ่ง Seafood on ice กันเลยนะครับ หมวดนี้จะเป็นหมวดที่วางเด่นเป็นสง่าที่ด้านหน้าของห้องอาหารเลย โดยวันที่ผมไปนั้นจะมีปูอลาสก้า, ปูหิมะ, กุ้ง, หอยแมลงภู่ แล้วก็ปลาหมึกครับ โดยทางโรงแรมแจ้งว่าสำหรับเมนูปูหิมะแบบที่เป็น on ice นั้นจะมีให้บริการเป็นบางวัน โดยเค้าจะมีการสลับกับปูม้า หากวันไหนมีปูหิมะ on ice วันนั้นก็จะมีเมนูปูม้านึ่ง แต่หากวันไหนมีเมนูปูม้า on ice วันนั้นก็จะมีเมนูปูหิมะนึ่งแทนครับ
ก็เรียกว่าในเทศกาล Crab Carnival นี้เราจะได้กินเมนูปูครบทั้ง 3 แบบแหละ ทั้งปูอลาสก้า, ปูหิมะ และปูม้า เพียงแต่ว่าแต่ละวันอาจจะมีเมนูที่ไม่เหมือนกันครับ
Crab CarnivalCrab Carnivalซึ่งจากจำนวนเมนู Seafood on ice ที่ทางห้องอาหารจัดไว้ โดยส่วนตัวแล้วผมถือว่ามีปริมาณและความหลากหลายอยู่ในระดับกลางๆ ครับ ไม่ได้เยอะอลังการเหมือนบางแห่ง ยังมีอาหารอีกหลายประเภทเหมือนกันที่ขาดหายไป เช่น หอยนางรม, กั้ง แต่อันนี้ก็พอเข้าใจได้ครับ เพราะช่วงนี้เค้าจัดเป็น Crab Carnival อยู่ ดังนั้นมันก็ต้องเน้นปูเป็นพิเศษ ซึ่งในส่วนของเมนูปูนั้นทางห้องอาหาร Atelier ก็ทำออกมาได้ดีมากครับ ทั้งปูหิมะและปูอลาสก้า สด หวาน ใหญ่ ทานได้ง่ายมาก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นขาปูนั้นผมชอบมากกกกกครับ กินไปหลายจานเลย ><
ส่วนคนที่ต้องการทานหอยนางรม ทางโรงแรมจะมีบริการในบุฟเฟ่ต์เย็นวันศุกร์และเสาร์นะครับ โดยจะมีราคาปกติอยู่ที่ 2,000 บาท/คน net หากจองผ่านเวบโรงแรมเพื่อรับสิทธิ์โปรโมชั่น 50% จะเหลือที่ 1,091 บาท/คน net และสมาชิก Accor Plus จะได้รับสิทธิ์พิเศษเหลือเพียง 1,000 บาท/คน net ครับ ใครที่สนใจไลน์เย็นวันศุกร์และเสาร์นี้ก็ตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงก์นี้ได้เลยนะครับ https://bit.ly/2N998TC
ในส่วนของน้ำจิ้มซีฟู้ดนั้น ทางห้องอาหารก็ทำมาได้ดีเช่นเดียวกัน เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดสำหรับคนไทยที่มีความเผ็ดและเปรี้ยว ถือว่าเป็นน้ำจิ้มที่แซ่บเลยครับ หยิบขาปูหวานๆ มาจิ้มน้ำจิ้มแซ่บๆ แล้วเอาเข้าปาก โอ้ยยยย ฟินมากกกกกก ><
ส่วนอาหารประเภทอื่นๆ ในหมวดนี้ทั้งกุ้ง, ปลาหมึก และหอยแมลงภู่ ผมว่าก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นเดียวกันครับ สดและมีขนาดตัวกลางๆ ค่อนไปทางใหญ่ ดังนั้นภาพรวมของหมวด Seafood on ice ในความเห็นของผมก็คืออาหารไม่หลากหลายมาก แต่คุณภาพดี ปูเด็ด น้ำจิ้มแซ่บ ใครที่ชอบทานปูควรต้องหาโอกาสมาลองครับ!!
เอาล่ะ จบหมวดแรกไปแล้ว คราวนี้มาต่อกันที่หมวดที่สอง Grilled Station กันดีกว่า โดยหมวดนี้จะมีเนื้อ, ไก่, หมู, แซลมอน, ปู และกุ้งแม่น้ำให้เราเลือกสั่ง ใครอยากทานอะไรก็เอาหมายเลขโต๊ะให้กับทางเชฟไป และเดี๋ยวพอเค้าปรุงเสร็จก็จะมีพนักงานนำไปเสิร์ฟให้เราที่โต๊ะครับ
Grilled Stationกุ้งแม่น้ำสำหรับอาหารในหมวดนี้ผมได้ลองมา 5 อย่าง ตามนี้ครับ
หมู : นุ่มและอร่อยดี เมนูนี้แนะนำเลยครับ
เนื้อ : อร่อยถูกปากเป็นบางชิ้นครับ บางชิ้นผมว่ามันแข็งและแห้งไปหน่อย หากทางเชฟปรุงให้สุกน้อยกว่านี้อีกนิดน่าจะทำให้รสชาติดีขึ้นครับ
กุ้งแม่น้ำ : อีกหนึ่งเมนูที่ผมขอแนะนำเลยครับ กุ้งสด ตัวใหญ่ มีมัน อร่อยถูกปากมาก ยิ่งจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดยิ่งลงตัว
แซลมอน : อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ ใครชอบทานสามารถสั่งมาทานได้เลย
ปู : สด อร่อยดีครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบกินแบบ on ice มากกว่าครับ
ต่อกันที่หมวดที่สาม อาหารญี่ปุ่น, อินเดีย และอิตาลี โดยอาหารทั้ง 3 ประเทศนี้ จะไม่ได้วางอยู่ใกล้ๆ กันนะครับ ทางห้องอาหารจะจัดวางไว้ห่างกันพอควร แต่เนื่องจากอาหารในแต่ละหมวดนั้นไม่ได้มีเมนูให้เลือกทานเยอะเท่าไหร่ผมก็เลยจับเอามาเขียนรวมกันในหมวดเดียวเลย
เริ่มจากอาหารญี่ปุ่น จะมีให้เราเลือกทานเป็นซูชิและซาชิมิ โดยซาชิมินั้นจะมีแซลมอน, ทูน่า, ปลากระพง, ไข่หวาน และปูอัด ส่วนซูชินั้นจะมีให้เลือกทานประมาณ 6-7 แบบ คุณภาพและรสชาติให้หมวดนี้ผมให้อยู่ในระดับกลางๆ ครับ ถ้าใครไม่ได้อยากจะทานอาหารกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ผมว่าน่าจะเอาพื้นที่ในกระเพาะไปจัดอาหารประเภทอื่นแทนจะดีกว่าครับ
ต่อกันที่อาหารอินเดียครับ อาหารกลุ่มนี้ไม่ได้มีอะไรให้เลือกทานเยอะ จะมีแค่นาน แล้วก็แกง 2 แบบเท่านั้นเอง คือ แกงไก่ไม่มีกระดูกในซอสมะเขือเทศ และแกงผัดใบเมกิกับถั่วลันเตา ส่วนเรื่องรสชาตินั้นผมไม่ขอออกความเห็นนะครับ เพราะวันนั้นผมไม่ได้ชิมเลย
ปิดท้ายอาหารในหมวดนี้กันด้วยอาหารอิตาลี โดยอาหารประเภทนี้จะมีแค่พาสต้าอย่างเดียว ใครอยากทานอะไรก็ลองสั่งดูนะครับ เค้ามีเส้นให้เลือก 3-4 แบบ ส่วนการปรุงนั้นก็ทำได้หลายอย่างเหมือนกัน โดยวันนี้ผมลองสั่งเป็นสปาเกตตี้ผัดพริกแห้ง รสชาติที่ได้โอเคเลยครับ เผ็ดจัดจ้านดี แต่แอบมันไปนิดนึง หากลดเรื่องน้ำมันลงได้อีกหน่อยจะเป็นอีกจานที่แจ่มเลยครับ
เข้าสู่หมวดที่สี่ ขนมปัง หมวดนี้ไม่มีอะไรมากครับ จะมีขนมปังแล้วก็เนยเทียม, เนยจืด และเนยเค็มให้เราเลือกทาน หมวดนี้ผมไม่ขอออกความเห็นเรื่องรสชาตินะครับ เพราะไม่ได้ลองทานเลย
มาถึงหมวดที่ห้าแล้วนะครับ หมวดนี้จะเป็นอาหารประเภทสลัด, ยำ, ชีส และ Cold Cuts โดยทางห้องอาหารจะมีการวางกระจายไว้หลายจุดเหมือนกัน ในส่วนของสลัดที่เค้าเปิดโอกาสให้เราลองทำเองนั้น ต๋งได้ลองทำซีซาร์สลัดมาทาน รสชาติโอเคเลยครับ ผัดสด สะอาด มีให้เลือกเยอะ ส่วนน้ำสลัดก็อร่อยถูกปากดี
ส่วนนี่เป็นอาหารประเภทยำและสลัดต่างๆ ที่ทางห้องอาหารเค้าทำสำเร็จไว้แล้ว ใครอยากทานอะไรก็เดินไปตักได้เลยครับ ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง โดยในวันที่ผมไปนั้นก็มีเมนูอย่างยำส้มโอใส่กุ้ง, ลาบไก่, หมูย่างน้ำพริกจิ้มแจ่ว, สลัดพริกหยวก, สลัดซีฟู้ด, สลัดแตงกวา, เห็ดย่าง แล้วก็มะเขือม่วงย่าง รสชาติจากที่ผมได้ลองชิมมา 4-5 อย่าง ผมว่าดีเลยนะครับ โดยเฉพาะยำส้มโอใส่กุ้ง และหมูย่างน้ำพริกจิ้มแจ่ว
ส่วนนี่เป็นชีส, Cold Cuts, ท็อปปิ้ง แล้วก็ผลไม้แห้งต่างๆ ครับ โดยในส่วนของชีสและ Cold Cuts นั้นจะไม่ได้มีอะไรให้เราเลือกทานมากนัก มีแค่อย่างละ 3 ชนิดเท่านั้น ส่วนในเรื่องรสชาติผมมีลองชิม Cold Cuts ไปเล็กน้อย ก็ถือว่ารสชาติอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานครับ แต่ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรมากเป็นพิเศษ
มาถึงตรงนี้แล้วยังไหวมั้ยครับ ถ้าใครยังไหวอยู่ก็ลุยต่อไปในหมวดที่หก อาหารไทยและอาหารอื่นๆ กันเลยครับ โดยหมวดนี้ผมจะทำการกรุ๊ปรวมเอาอาหารคาวอื่นๆ ที่ผมไม่รู้ว่าจะจัดไว้ในหมวดไหนดีมารวมกันตรงนี้นะครับ โดยสองเมนูแรกที่ผมอยากจะนำเสนอก็คือ ปลากระพงอบสมุนไพร และส้มตำปูม้า ซี่งทั้งสองเมนูนี้ในวันที่ผมไปนั้นจะจัดวางอยู่ที่เดียวกันเลยคือ ข้างๆ ซุ้มอาหารญี่ปุ่นครับ
ในเรื่องของรสชาตินั้น ทั้งสองเมนูนี้ทำได้ดีทั้งคู่เลยครับ ปลากะพงตัวโต เนื้อเนียน เนื้อเยอะ และอร่อยดี ส่วนส้มตำปูม้านั้นจะเป็นการตำแบบ Made to order ใครอยากได้รสจัดแค่ไหนก็บอกไป แต่วันนั้นผมไม่ได้มีการระบุอะไรพิเศษ ให้พนักงานตำมาตามปกติเลย ซึ่งรสชาติที่ได้ก็ออกมาดีเลยครับ เป็นส้มตำปูม้าที่ดูดี มีรสเผ็ดเล็กๆ แล้วก็ได้เนื้อปูม้าเยอะดี
ส่วนเมนูอาหารอื่นๆ ที่มีในวันนั้นก็มีอีกนับสิบรายการได้ โดยเมนูส่วนหนึ่งจะเป็นเมนูที่มีส่วนผสมของปูครับ เช่น ไข่เจียวเนื้อปู, ห่อหมกปู, ปูนิ่มผัดผงกะหรี่, ลาซานย่าเนื้อปู, เนื้อปูผัดพริกแกง, พาสต้าเนื้อปู, ขนมจีนน้ำยาปูปักษ์ใต้ แต่ก็มีอีกหลายเมนูเหมือนกันที่เป็นอาหารประเภทอื่น เช่น แกงเขียวหวานไก่, กุ้งราดซอสมะขาม, ปลากระพงราดซอสบาร์บีคิว, ไก่ย่างราดซอสเห็ด, ผัดผักรวม, ซุปมะเขือเทศ, หมูผัดซอสเปรี้ยวหวาน, ปลานึ่งมะนาว และซุปไก่ตุ๋นยาจีน ดังนั้นคนที่ไม่ทานปูก็ไม่ต้องตกใจไปนะครับ ยังมีอาหารอีกหลายประเภทเลยที่เราสามารถทานได้ ^^
ผมให้ดูภาพของอาหารที่มีปูเป็นส่วนประกอบก่อนนะครับ ตัวผมกับต๋งเองได้ชิมมา 5-6 เมนู ซึ่งต้องบอกว่ารสชาติส่วนใหญ่นั้นดีเลย แต่จะมีอยู่ 3 เมนูที่ผมอยากจะขอพูดถึงพิเศษดังนี้ครับ
ไข่เจียวเนื้อปู : ถึงแม้รสชาติจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่การที่ทางโรงแรมเลือกใช้การเจียวไข่แบบบาง ทำให้เนื้อปูดูน้อยและมองแล้วไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ หากทางโรงแรมเลือกใช้การเจียวไข่แบบหนาๆ ฟูๆ แทน น่าจะทำให้เมนูนี้ดูว้าว และน่าสนใจขึ้นอีกเยอะเลยครับ
ขนมจีนน้ำยาปูปักษ์ใต้ : รสชาติโดยรวมดีเลยครับ เนื้อปูในน้ำยาให้มาเยอะดี แต่สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบกินเค็มเท่าไหร่ อาจจะรู้สึกว่าน้ำยาออกเค็มไปซักเล็กน้อยครับ
เนื้อปูผัดพริกแกง : อร่อย ทานง่าย รสชาติไม่ได้จัดมากครับ ใครที่อยากทานปูแบบไม่ต้องแกะเชิญมาที่เมนูนี้เลย
หมายเหตุ : สำหรับเมนูไข่เจียวนั้น เราสามารถสั่งเป็นไข่เจียวหมูสับได้นะครับ
ส่วนนี่เป็นภาพอาหารอื่นๆ ที่ไม่ได้มีส่วนผสมของเนื้อปูครับ ผมเองได้ลองชิมมา 5-6 อย่าง และก็ถูกปากหมดเลย โดยเมนูที่ผมประทับใจที่สุดก็คือ กุ้งราดซอสมะขาม, ปลากะพงราดซอสบาร์บีคิว และปลานึ่งมะนาว
และนอกจากรายการอาหารที่ผมได้พูดถึงไปแล้ว ในหมวดนี้ก็ยังอีกอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายๆ คนต้องชอบมากแน่ๆ นั่นก็คืออาหารทะเลนึ่งครับ!! โดยวันที่ผมไปนั้นจะมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ กุ้งแม่น้ำ, ปูม้า แล้วก็หอยแมลงภู่ คุณภาพโดยรวมของทั้ง 3 รายการนี้ดีเลย โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำ และปูม้า ตัวโต เนื้อเยอะ และสดดีครับ
หมายเหตุ : ในบางวันทางห้องอาหารอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเมนูจากปูม้านึ่งเป็นปูหิมะนึ่งนะครับ
เอาล่ะ จัดของคาวกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราไปตะลุยหมวดที่เจ็ด ของหวาน ไอศกรีม และผลไม้กันดีกว่าครับ โดยของหวานของห้องอาหาร Atelier นั้น เค้าบอกว่าเป็นของหวาน Homemade เองทั้งหมด รวมถึงมีการนำเข้าวัตถุบางอย่างมาจากต่างประเทศด้วย ซึ่งจากที่ผมเดินๆ ดูต้องบอกว่าเมนูแต่ละอย่างมันน่ากินมากครับ โดยเฉพาะช็อคโกแลตบาร์ ขนมที่เค้าบอกว่าเป็นไฮไลท์ที่สุดของเค้า ใครมาที่นี่ต้องมาลองทานซักครั้ง
ลักษณะของช็อคโกแลตบาร์นั้นจะเป็นแผ่นช็อคโกแลตขนาดใหญ่มาก มีทั้งหมด 2 สี คือสีดำที่เป็น Dark Chocolate และสีขาวที่เป็น White Chocolate โดยในแผ่นช็อคโกแลตแต่ละแผ่นนั้นจะมีการใส่พวกท็อปปิ้งต่างๆ ลงไปอย่างเต็มพิกัด เวลาที่เราต้องการจะทานก็ให้เราเอาค้อนที่อยู่แถวๆ นั้น มาทุบให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหยิบใส่จานครับ รสชาติโดยรวมของทั้งสองสีนั้นดีมาก สมแล้วที่เป็นไฮไลท์ของเค้า โดยแผ่นที่เป็น Dark Chocolate จะออกขมๆ หน่อย ส่วนแผ่นที่เป็น White Chocolate จะออกหวานๆ หน่อยครับ
Chocolate BarChocolate BarChocolate BarChocolate Barส่วนของหวานเมนูถัดมาที่ผมภูมิใจนำเสนอและรู้สึกประทับใจไม่แพ้กันก็คือไอศกรีมครับ โดยวันที่ผมไปนั้นจะมีทั้งหมด 3 รส ได้แก่ ช็อคโกแลต, มะม่วง และบลูเบอร์รี่ ซึ่งทั้ง 3 รสนั้นมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไปคนละทาง แต่ก็อร่อยถูกปากผมหมดเลยครับ คืออร่อยจนต้องมีตักซ้ำอีกรอบ ><
ไอศกรีมอ้อ ในการทานไอศกรีมนั้น เค้าจะมีท็อปปิ้งให้เราเลือกใส่หลายอย่างเลยนะครับ แล้วก็ยังมีโคนให้เราทานด้วย ใครอยากทานแบบใส่ถ้วย ใส่โคน หรือใส่ทั้งโคนและถ้วยแบบผมก็จัดได้เลย ตัวโคนไอศกรีมเค้ากรอบอร่อยดีแถมตกแต่งสวยงามด้วย
มาดูของหวานประเภทอื่นๆ กันต่อดีกว่าครับ โดยในไลน์วันที่ผมไปนั้นจะมีของหวานให้เราทานอีกเยอะมาก เช่น ช็อคโกแลตฟองดู, น้ำแข็งไส, ทับทิมกรอบ, มาการอง จนไปถึงเค้กต่างๆ ซึ่งจากที่ผมไล่ชิมมาผมอยากจะบอกว่าพวกเค้กนี่เค้าทำมาได้อร่อยมากเลยนะครับ เป็นของหวานที่รสชาติหวานกำลังดี สามารถหยิบทานได้เรื่อยๆ ส่วนเมนูที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนลองชิมเป็นพิเศษนั่นก็คือ พายพีช และชีสเค้กครับ
มาการองนอกจากนี้ในหมวดนี้เค้าก็ยังมีขวดโหลขนาดใหญ่ที่ใส่เยลลี่หลากหลายรูปแบบให้เราหยิบทานกันด้วยครับ และไม่อยากจะบอกว่าโดยส่วนตัวแล้วผมแอบชอบเยลลี่นี้มาก มันให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กตัวเล็กๆ เลย
อ้อ….แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าเยลลี่โดยส่วนใหญ่นั้นจะค่อนข้างเหนียวและหนืดนิดนึงนะครับ ใครที่ฟันไม่ดีอย่าหยิบมาเยอะน้า ^^
และผมขอปิดท้ายกลุ่มของหวานกันด้วยเมนูนี้แล้วกันครับ เมนูเครปเมนูที่ผมแอบตั้งความหวังไว้สูงตอนที่ได้เห็นครั้งแรก แต่พอได้ชิมก็แอบเฟลไปพอควร ไม่รู้ว่าตอนที่ผมไปสั่งนั้นเกิดอะไรขึ้น เช่น เตาอาจจะยังไม่ร้อนดี หรือแป้งยังผสมไม่เข้าที่ เพราะเครปที่ผมได้มานั้นมีระดับความสุกในแผ่นที่ไม่เท่ากัน ตรงกลางนิ่มแต่บริเวณขอบกรอบจนแตกหักง่ายมาก ดังนั้นผมก็เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ครับ แต่เพื่อนผมที่ไปสั่งรอบอื่นก็ได้คุณภาพแป้งที่ดีและสม่ำเสมอกว่าที่ผมได้มานะครับ
ก็เอาเป็นว่าใครที่อยากลองทานเมนูนี้ก็ลองไปสั่งดูครับ เค้ามีไส้ให้เลือก 3-4 ไส้ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นผมคนเดียวก็ได้ที่ได้แป้งแบบนั้นมา T_T
ส่วนใครที่ไม่ใช่สายของหวาน แต่ต้องการหาอะไรล้างปากเล็กน้อยหลังจากที่ทานอาหารคาวเสร็จ ที่นี่เค้าก็มีผลไม้ให้เลือกทานหลายอย่างครับ หน้าตา, รสชาติและคุณภาพก็อยู่ในมาตรฐานของโรงแรมครับ
เอาล่ะ ตอนนี้เราก็ไล่เมนูอาหารคาวและของหวานกันจนครบทุกหมวดแล้ว ก่อนที่เราจะเข้าไปสู่ส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นบทสรุปของการรีวิวครั้งนี้ ผมขออนุญาตพาทุกคนไปดูเรื่องเครื่องดื่มก่อนนะครับ โดยในการทานบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นของห้องอาหาร Atelier โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit นั้น ทางห้องอาหารจะมีการรวมเครื่องดื่มอย่างน้ำเปล่า, Soft Drink และชากาแฟให้เราเรียบร้อยแล้ว โดยน้ำเปล่านั้นทางพนักงานจะมาเติมให้เราเรื่อยๆ ที่โต๊ะ ส่วนชา, กาแฟ และ Soft Drink นั้น เราต้องบริการตัวเอง โดย Soft Drink ที่เราทานได้จะประกอบไปด้วยเป๊บซี่, เป๊บซี่แม็กซ์, 7 up, น้ำส้ม และชาลิปตันครับ
และทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ของผมกับต๋งในการไปทานบุฟเฟ่ต์ Crab Carnival ของห้องอาหาร Atelier (อเทลิเย่) ชั้น 2 โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit (พูลแมน กรุงเทพ แกรนด์ สุขุมวิท) ครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2561
ช่วงเวลา : 18.00 – 21.30 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : รสชาติอาหารส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ โดยเฉพาะขาปูหิมะ, ขาปูอลาสก้า และของหวานโดยส่วนใหญ่นั้นรสชาติถูกปากผมกับต๋งมากครับ ส่วนอาหารอื่นๆ ที่เหลืออยู่ในไลน์นั้นก็แทบไม่มีอะไรที่ต้องติเลย อาจจะมีบ้างบางเมนูที่พวกเรารู้สึกไม่ถูกปาก แต่ก็เป็นแค่ส่วนน้อยเมื่อเทียบสัดส่วนกับอาหารอื่นๆ ที่เราได้กินในวันนั้นครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ถือว่ามีความหลากหลายที่ดีครับ แม้บางหมวดจะมีอาหารน้อยไปหน่อย แต่บางหมวดก็ถือว่าจัดเต็มให้พอควรเลย โดยหมวดที่ผมว่าทางห้องอาหารจัดมาให้ค่อนข้างเยอะนั่นก็คือ อาหารไทย, ยำ, สลัด, Grilled Station และของหวาน ส่วนหมวดอย่าง Seafood on ice, อาหารญี่ปุ่น, อาหารอิตาลี และอาหารอินเดียนั้น แม้จะไม่ได้มีประเภทอาหารให้เราเลือกทานอย่างมากมาย แต่เมื่อมองภาพรวมทั้งห้องอาหารแล้ว ก็ถือว่าไลน์นี้สอบผ่านในเรื่องของความหลากหลายและน่าจะสามารถชวนเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ มาทานได้สบายๆ ครับ
ความสะอาดของร้านและบรรยากาศโดยรวม : แม้ห้องอาหาร Atelier จะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่ทางห้องอาหารก็มีการจัดที่นั่งและโซนอาหารได้ดี ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดในการเดินไปตักอาหารหรือขณะนั่งทาน การตกแต่งต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนในเรื่องของความสะอาดนั้นก็ตามมาตรฐานโรงแรมระดับนี้ครับ ไม่ได้มีประเด็นอะไรให้ต้องตำหนิกัน
การบริการของพนักงาน : อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ พูดจาสุภาพ บริการรวดเร็ว และในเรื่องของการเติมน้ำเปล่า, การเก็บจานก็ทำได้ดีครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : แม้โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit จะไม่ได้อยู่ติดกับรถไฟฟ้าเลยแบบที่มีทางเดินเชื่อมถึง แต่ด้วยระยะทางที่ห่างจาก BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท ประมาณ 250-300 เมตรนั้น ก็ถือว่าเป็นระยะทางที่ไม่ไกลและสะดวกต่อการเดินทางของคนที่ไม่มีรถส่วนตัวครับ ส่วนคนที่มีรถส่วนตัวนั้น แม้ตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมจะเดินทางไปไม่ยาก มองเห็นได้ชัดเจนก็ตาม แต่ด้วยความที่อยู่บนถนนอโศกที่การจราจรคับคั่งแทบจะตลอดเวลา ประกอบกับการที่ที่จอดรถของโรงแรมมีการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ก็เลยอาจจะทำให้หลายคนมึนหรือต้องใช้เวลาในการเดินทางนานพอควร
ความคุ้มค่า : ถ้ามองที่ราคาเต็มไม่มีโปรโมชั่น ที่ 1,399 ++ บาท/คน (รวมเครื่องดื่มแล้ว) ก็เป็นราคาที่ค่อนข้างสูงนิดนึงครับ เพราะหลังจากที่เราคำนวณ Vat และ Service Charge เข้าไป ราคาต่อคนจะไปอยู่ที่ประมาณ 1,650 บาท ซึ่งราคานี้ควรจะต้องมีอาหารที่หลากหลายกว่านี้หน่อยครับ แต่หากเรามองว่าทางห้องอาหารมีราคาพิเศษเพียง 899 บาท/คน net (ราคารวมเครื่องดื่ม) เมื่อจองผ่านลิงก์  https://bit.ly/2PnjjlG ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากนะครับ เพราะในระดับราคานี้หาไลน์ที่มีบุฟเฟ่ต์ปูหิมะ, ปูอลาสก้า, ปูม้า และของหวานคุณภาพแบบนี้ เยอะแบบนี้ได้ยากครับ
สรุป : ใครที่กำลังมองหาไลน์ International Buffet ตอนเย็นวันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสที่มีราคาไม่เกิน 900 บาทต่อคน, ทำเลเดินทางสะดวก ใกล้ BTS และ MRT, อาหารคุณภาพดี, มีเมนูปูหลากหลาย, มีอาหารประเภทกับข้าวให้เลือกทานเยอะ, ของหวานอร่อยและหลากหลาย, ไม่ต้องการทานหอยนางรม กั้ง หรือล็อบสเตอร์ รวมไปถึงไม่เน้นการทานอาหารนานาชาติซักเท่าไหร่ ไลน์บุฟเฟ่ต์ Crab Carnival ของห้องอาหาร Atelier ถือเป็นไลน์ที่ตอบโจทย์คุณได้ดีเลยครับ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบทานปู หรือกำลังมองหาไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มีซีฟู้ดส์แบบจัดเต็มอลังการสุดๆ รวมทั้งเน้นอาหาร International อย่างจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น และอิตาลี ไลน์นี้น่าจะไม่ใช่สิ่งที่คุณกำลังมองหาครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจของผมกับต๋งก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนผู้ที่สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ ของห้องอาหารแห่งนี้เพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Facebook : Pullman Bangkok Grande Sukhumvit
Tel : 02-2044071
Crab Carnival
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราในวันที่ลองใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ได้ครับ
Facebook Comments

You may also like