Food Review

[CR] Nabezo in Japan : ศิษย์พี่ของ Momo Paradise ฝีมือเหนือขึ้นไปอีกระดับ

posted by ภรรยาหา สามีใช้ February 26, 2018 0 comments
ด้วยความที่ต๋งเป็นคนชอบกินชาบูที่ร้าน Momo Paradise เป็นอย่างมาก ดังนั้นพอรู้ว่าพวกเรามีแผนจะเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงต้นเดือน ก.พ. ต๋งจึงได้ทำการค้นข้อมูลและพบว่าที่ญี่ปุ่นมีร้านชาบูที่ชื่อว่า Nabezo (นาเบโซะ) อยู่ โดยร้านนี้เป็นร้านชาบูที่ว่ากันว่าเป็นแฝดผู้พี่ของร้าน Momo Paradise ที่เปิดอยู่ในไทยครับ
ร้าน Nabezo เป็นร้านชาบูพรีเมี่ยมในประเทศญี่ปุ่น มีสาขาอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในโตเกียว โดยทางร้านจะมีการจำหน่ายอาหารทั้งแบบ Buffet และ A la carte ส่วนในประเทศไทยนั้นก็มีมาเปิดบริการแล้วเช่นกัน แต่จะมีบริการเฉพาะ A la Carte เพียงอย่างเดียวครับ
สำหรับวันนี้ผมกับต๋งเลือกไปใช้บริการที่สาขา Ikebukuro (อิเคะบุคุโระ) ซึ่งอยู่ที่ชั้น 5 ของตึก Humax Pavilion โดยเราสามารถเดินตาม Google Map จากสถานี Ikebukuro ได้เลย ระยะทางประมาณ 500 เมตร และพอมาถึงที่หน้าตึกก็ให้เรากดลิฟท์ไปที่ชั้น 5 ครับ
Disclosure : บทความนี้เป็นบทความที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่ออกจากลิฟท์ก็ให้เราเดินตามทางไปเรื่อยๆ จนเจอร้านที่หน้าตาแบบนี้ครับ
จากนั้นก็ให้เราเข้าไปพูดคุย แจ้งจำนวนคนที่ต้องการจะทานกับพนักงานที่อยู่บริเวณทางเข้าร้าน ซึ่งถ้าไปเจอพนักงานที่พูดหรือฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ เดี๋ยวเค้าจะพยายามหาพนักงานคนใหม่มาช่วยคุยกับเราเองครับ ซึ่งวันที่ผมไปนั้นผมเจอกับพนักงานคนนึงที่พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ฟังง่าย และอัธยาศัยดี ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเลย
หลังจากที่พนักงานพาเรามาที่โต๊ะ ทางพนักงานก็จะเล่าให้เราฟังว่าเค้าเป็นร้านชาบูที่มีการจำหน่ายอาหารทั้งแบบ A la carte และ Buffet ใครอยากทานแบบไหนก็บอกเค้าไป ส่วนผมกับต๋งเลือกทานเป็น Buffet ซึ่งเค้าจะนำเมนูมาอธิบายต่อว่าการทาน Buffet นั้นจะมีทั้งหมด 4 ราคาดังนี้
  • Set หมูล้วน (Pork Shabu-Shabu Course) : ราคา 2,400 เยน/คน
  • Set หมูและเนื้อ (Nabezo Course) : ราคา 2,600 เยน/คน
  • Set หมู, เนื้อและลิ้ววัว (Beef Tongue Course) : ราคา 3,600 เยน/คน
  • Set เนื้อพรีเมี่ยม (Japanese Beef & Pork Course) : ราคา 4,600 เยน/คน
โดยราคาทั้งหมดนี้เป็นราคาที่ยังไม่รวมเครื่องดื่มและ Vat 8% สามารถนั่งทานได้ 100 นาที และเลือกน้ำซุปได้ 1 ชนิด หากใครต้องการทาน 2 น้ำซุปก็ต้องจ่ายเพิ่มคนละ 200 เยนครับ
หมายเหตุ : ทางร้านมีราคาพิเศษสำหรับเด็กและผู้สูงอายุด้วยนะครับ โดยเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ขวบ ทานฟรี, เด็กอายุ 4-6 ปี ราคา 500 เยน/คน, เด็กอายุ 7-12 ปี ราคา 1,200 เยน/คน และผู้ที่อายุเกินกว่า 65 ปี ราคา 500 เยน/คน ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แรงและเป็นการส่งเสริมให้คนในครอบครัวออกมาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันดีครับ
ส่วนราคาเครื่องดื่มแบบ All you can eat นั้น จะมีให้เราเลือกทั้งหมด 2 ราคา ได้แก่
  • แบบ All Drink (สามารถสั่งเครื่องดื่มได้ทุกชนิด และเติมได้ไม่อั้น) : ราคา 1,500 เยน/คน
  • แบบ Free Soft Drink (สามารถทานได้เฉพาะเครื่องดื่มที่อยู่ใน Soft Drink Bar และเติมได้ไม่อั้น) : ราคา 400 เยน/คน
ใครจะทานแบบไหนก็เลือกเอานะครับ หรือหากใครอยากจะสั่งทานเป็น A la carte ก็ได้ แล้วแต่ความชอบเลย
สำหรับวันนี้ผมกับต๋งเลือกทานเป็น Nabezo Course ที่มีทั้งหมูและเนื้อ แล้วก็ All you can eat เฉพาะ Soft Drink ครับ และนี่เป็นหน้าตาของประเภทเนื้อที่เราจะสามารถสั่งได้ จะมีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่
  1. Beef Chuck Roll จากแคนาดา
  2. Beef Frank จากอเมริกา
  3. Pork Boston Butt (สันคอหมู) จากสเปน
  4. Pork Spare Rib (เนื้อหมูติดซี่โครง) จากสเปน
ส่วนน้ำซุปผมเลือกจ่ายเพิ่ม 200 เยน/คน เพื่อทาน 2 แบบ คือ น้ำดำสุกี้ยากี้ (Sukiyaki) และชาบูชาบู โดยทางร้าน Nabezo จะมีน้ำซุปให้เราเลือกทั้งหมด 5 ชนิด ดังนี้
  1. Shabu-Shabu
  2. Sukiyaki
  3. Shio-Tonkotsu (ซุปกระดูกหมู)
  4. Kimchi (กิมจิ)
  5. Tounyu-Collagen (ซุปหางวัวและนมถั่วเหลือง)
อ้อ สำหรับใครที่คิดว่าราคาของอาหารทั้ง 4 แบบนั้นสูงเกินไปหน่อย แต่ก็อยากจะลองชิม ผมแนะนำให้ไปทานช่วงเที่ยงนะครับ เพราะเค้าจะมีราคาพิเศษอยู่ โดยราคาโปรโมชั่นระหว่างเวลา 11.00 – 14.00 น. จะเป็นดังนี้
  • Set หมูล้วน (Pork Shabu-Shabu Course) : ราคา 1,600 เยน/คน
  • Set หมูและเนื้อ (Nabezo Course) : ราคา 1,800 เยน/คน
  • Set เนื้อพรีเมี่ยม (Japanese Beef & Pork Course) : ราคา 2,800 เยน/คน
จะเห็นว่าราคาถูกกว่าช่วงเวลาปกติเยอะมากครับ ชุดหมูถูกลงไป 800 เยน/คน, ชุดหมูและเนื้อถูกลงไป 800 เยน/คน และชุดเนื้อพรีเมี่ยมถูกลงไป 1,800 เยน/คน แถมราคานี้ยังรวมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้วด้วย บอกเลยว่าถูกและคุ้มค่ามากกกกก
หลังจากที่เราแจ้งพนักงานไปเรียบร้อยแล้วว่าเราจะทานอาหารแบบไหน ทางพนักงานก็จะอธิบายเรื่องวิธีการกินชาบูที่ถูกต้องให้เราทราบ จากนั้นก็นำอุปกรณ์ต่างๆ มาวางไว้บนโต๊ะเรา ซึ่งหากใครฟังพนักงานอธิบายแล้วไม่เข้าใจก็สามารถอ่านแผ่นพับที่วางอยู่บนโต๊ะเราได้ ส่วนในเรื่องของน้ำซุปนั้นหากใครกินชาบูบ่อยๆ ก็พอจะเข้าใจว่าทางร้านนำอะไรมาให้เราบนโต๊ะบ้างครับ
เอาล่ะ คราวนี้เราไปดูรสชาติและหน้าตาอาหารกันดีกว่าครับ โดยจากที่ผมกับต๋งได้ลองทานนั้น เราคิดว่ารสชาติของเนื้อ Beef Chuck Roll, Beef Frank, Pork Boston Butt และ Pork Spare Rib นั้น รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งหมดเลยครับ ชิ้นเนื้อใหญ่ บาง และมีมันแทรกกำลังสวย ส่วนน้ำซุปทั้งชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ก็อร่อยดี โดยถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายๆ ทั้งต๋งและผมเห็นตรงกันว่าคุณภาพของเนื้อและหมูนั้นดีกว่า Momo Paradise ในประเทศไทยระดับนึง ส่วนน้ำซุปนั้นรสชาติไม่ได้แตกต่างกันจนถึงขั้นรู้สึกได้ครับ
ส่วนผักที่จะนำมาใส่ในหม้อนั้นเค้าจะมี Counter Bar ให้เราไปตักเอง ประเภทของผัก, ความสด, ความสวยงาม และรสชาติอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะสมกับที่ทางร้านใช้คำว่า Premium
โดยบริเวณ Counter Bar นอกจากจะมีผักให้เราตักได้ไม่อั้นแล้ว ก็ยังมีน้ำจิ้ม, ข้าวสวยและไอศกรีมให้เราตักด้วย ใครชอบทานแบบไหนก็เลือกเอาตามใจชอบได้เลย โดยไอศกรีมในวันที่ผมไปนั้นมีทั้งหมด 4 รส ได้แก่ Chocolate, Yuzu, Strawberry & Milk และ Hazelnut รสชาติอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ไม่ได้ถึงขั้นอร่อยจนห้ามพลาดครับ
และสำหรับคนที่จ่ายเงินเพิ่ม 400 เยน เพื่อทาน All you can eat Soft Drink ก็จะสามารถทานน้ำที่อยู่บริเวณบาร์เครื่องดื่มได้ไม่อั้น โดยเค้ามีประเภทน้ำให้เราเลือกทานทั้งน้ำหวานอย่าง Barbados Cherry Soda, Cherry Soda, Melon Soda, Pepsi, Apple, Plum Sparkling, White Grape Soda และ White Grape จนไปถึงเครื่องดื่มอย่างน้ำส้ม, ชาอูหลง, ชาเย็น, ชาและกาแฟแบบต่าง ซึ่งผมว่าประเภทเครื่องดื่มที่เค้ามีเราเลือกนั้นเยอะดีครับ โดยเฉพาะพวกชากับกาแฟนั้นมีให้เลือกทานเยอะมาก ถือว่าคุ้มกับราคา 400 เยน/คน ส่วนในเรื่องรสชาตินั้นก็มีทั้งถูกปากบ้าง ไม่ถูกปาก จนไปถึงแปลกๆ แบบไม่เคยทานมาก่อน
เอาเป็นว่าใครได้มีโอกาสไปที่นี่ก็ลองทานให้เยอะที่สุดนะครับ จะได้เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
และทั้งหมดนี้ก็เป็นภาพรวมของร้านชาบู Nabezo ในประเทศญี่ปุ่นในความคิดเห็นของผมกับต๋ง โดยในช่วงสุดท้ายนี้ผมขอสรุปภาพความเห็นทั้งหมดให้ทุกคนอ่านง่ายๆ ดังนี้นะครับ
ร้าน Nabezo (นาเบโซะ) ถือเป็นร้านชาบูคุณภาพดีร้านนึง เนื้อคุณภาพดี ลายสวย ความบางกำลังดี ทำให้เมื่อนำลงไปต้มในหม้อแป๊บเดียวก็สุกแล้ว โดยรวมๆ ในเรื่องของเนื้อนั้นคุณภาพเหนือกว่าการกิน Momo Paradise ที่ประเทศไทยซัก 20-30%  ส่วนรสชาติของน้ำซุปผมไม่รู้ถึงความแตกต่างจากร้าน Momo Paraside ที่ไทย แต่ในเรื่องของผักนั้นเห็นความแตกต่างชัดเจนเพราะผักโดยส่วนใหญ่จะเป็นผักของประเทศญี่ปุ่น ความสดและรสชาตินั้นดีเลยครับ
สุดท้ายในเรื่องของความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนั้น ประเด็นนี้อาจจะต้องมองเป็น 2 แบบ แบบที่ 1 หากเทียบราคากับ Momo Paradise ในประเทศไทยตอนนี้ที่อยู่ที่ 560 บาทต่อคน การไปกิน Nabezo ที่ญี่ปุ่น ที่ต้องจ่ายคนละประมาณ 3,240 เยน/คน หรือประมาณ 1,080 บาท/คน (รวมเครื่องดื่มและ Vat 8%) ส่วนต่างราคาที่แตกต่างกันถึง 2 เท่านั้นจะทำให้เรารู้สึกว่าไม่คุ้มค่าทันทีเพราะรสชาติที่ได้ไม่ได้แตกต่างกันมากถึงขนาดนั้นครับ แต่หากเรามองในแบบที่ 2 ว่า นี่คือการกินอาหารในประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีค่าครองชีพสูงกว่าไทยหลายเท่าตัว การกินอาหารจานเดียวในมื้อปกติก็ตกอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,200 เยน หรือประมาณ 300-400 บาทแล้ว ก็จะเห็นว่าเพิ่มเงินอีกไม่มากนัก เราก็จะสามารถกินชาบูอร่อยๆ แบบนี้ได้ไม่อั้นแล้ว ซึ่งมันจะทำให้เราคิดอีกแบบนึงทันทีว่ามันคุ้มค่ามาก เพราะเอาจริงๆ บางมื้อผมกินอาหารจานเดียวที่ญี่ปุ่น ผมซัดไป 2,000 เยนก็มีครับ @_@
ก็เอาเป็นว่าสำหรับใครที่มีโอกาสได้ไปที่ญี่ปุ่นและอยากลองทานชาบูต้นตำรับดูซักครั้ง ร้าน Nabezo ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี เพราะอาหารคุณภาพดี, มีหลายสาขา, นั่งทานได้นาน รวมทั้งพนักงานก็พอจะพูดภาษาอังกฤษได้ ยิ่งใครได้ไปทานในช่วงกลางวันที่ทางร้านมีโปรโมชั่นลดราคาสะบั้นหั่นแหลก เหลือเพียง 600 บาท/คน และเป็นราคาที่รวมเครื่องดื่มแล้ว มันจะเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากครับ คุ้มกว่าการกิน Momo Paradise ที่เมืองไทยมากๆ ด้วย
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ หากใครต้องการพูดคุยเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถไปติดตามได้ที่แฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like