Food Review

[CR] ปทุมมาศ @The Sukosol : อร่อยและคุ้ม จนต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อโรงแรมนี้ใหม่หมด!!

posted by ภรรยาหา สามีใช้ August 15, 2016 0 comments
สวัสดีทุกๆ ท่านครับ วันนี้ผมมีรีวิวห้องอาหารมาฝากกันอีกแล้วครับ โดยคราวนี้เป็นห้องอาหารปทุมมาศของโรงแรมสุโกศล ถ.ศรีอยุธยาครับ สำหรับรายละเอียดของวันที่ผมไปทานก็ตามนี้เลยครับ
วันที่รับประทาน : เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559
ช่วงเวลา : 18.00-20.20 น.
จำนวน : 2 คน
สำหรับการที่ได้ไปทานในครั้งนี้ ก็สืบเนื่องจากที่ผมได้เคยไปช่วยงานน้องคนนึงมา เค้าก็เลยให้ Voucher ทานอาหารฟรีที่ห้องอาหารแห่งนี้มาครับ ซึ่งจริงๆ แล้วตัว Voucher สามารถเลือกรับได้ 2 อย่างระว่างการทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารปทุมมาศฟรี 1 คน/ใบ หรือว่าจะเลือกรับเป็นเป็ดปักกิ่งที่ห้องอาหารจีนฟรี 1 ที่/ใบก็ได้ครับ และแน่นอนว่าเมื่อผมได้ลองเข้าเนตสืบราคาคำนวนและความคุ้มค่าแล้ว ผมก็ตัดสินใจเลือกใช้บริการที่ห้องอาหารปทุมมาศด้วยความรวดเร็ว ไม่ต้องคิดมาก เพราะดูแล้วคุ้มกว่ามากๆ ครับ แถมยังอิ่มแน่ๆ ไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกด้วยครับ
Disclosure : บทความนี้เป็นบทความที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการใดๆ ทั้งสิ้น
Patummat (1)
และด้วยความที่เจ้า Voucher นี้สามารถใช้วันไหนก็ได้ ขอแค่ก่อนวันที่ 31 ก.ค. เท่านั้น ผมก็เลยลองค้นข้อมูลต่อและพบว่า วันที่น่าใช้ที่สุดก็คือเย็นวันศุกร์หรือไม่ก็เย็นวันเสาร์ครับ เพราะสองวันนี้ดูจะมีอาหารพิเศษ อลังการกว่าวันอื่นๆ ครับ
โดยเย็นวันศุกร์จะเป็น Seafood Night และเย็นวันเสาร์จะเป็น Barbecue Night ครับ ซึ่งทั้งสองวันนี้หากคนทั่วไปเข้าไปรับประทานจะอยู่ที่ราคา 1,400 บาท/คน Net ครับ
อ้อ…….สำหรับมื้อเย็นห้องอาหารแห่งนี้จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. จนถึง 22.30 น. นะครับ
Patummat (2)
สำหรับการเดินทางมาห้องอาหารแห่งนี้ก็ไม่ยากครับ เพียงแค่ขับรถมาถนนศรีอยุธยาบริเวณระหว่างแยกพญาไทกับโรงแรม Pullman เราก็จะเห็นโรงแรมสุโกศลอยู่ด้านซ้สยมือครับ หรือใครที่ใช้บริการ BTS ก็สามารถมาลงที่สถานีพญาไทได้เลยครับ จากนั้นก็เดินต่อมาที่โรงแรม ระยะทางไม่ไกลครับ เดินแป๊บเดียวก็ถึง
ตัวห้องอาหารปทุมมาศจะอยู่ที่ชั้น Lobby นะครับ หาไม่ยาก โดยเมื่อเราไปถึงหน้าห้องอาหารแล้วก็ทำการแจ้งชื่อที่ทำการจองไว้จากนั้นพนักงานจะพาเราไปที่โต๊ะ และเราก็เริ่มภารกิจการตักอาหารทานกันได้เลยครับ!!
สำหรับการวางไลน์อาหารของห้องอาหารแห่งนี้จะวางไว้ในลักษณะเป็นตัว O ครับ โดยเราจะสามารถเดินได้รอบและมีไลน์อาหารขนาบอยู่ทั้งซ้ายและขวามือ ซึ่งแว้บแรกที่ผมเห็นนั้นผมแอบคิดในใจว่าทำไมไลน์อาหารมันดูน้อยจัง แต่พอเมื่อผมได้เดินดูครบๆ อย่างจริงจังแล้ว ต้องบอกว่ารายการอาหารมันเยอะมากกกกกกก แถมดูแล้วหลายๆ อย่างน่ากินสุดๆ ด้วยครับ
Patummat (3)
อ้อ…..ลืมบอกไปครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยได้มีโอกาสมาใช้บริการที่โรงแรมแห่งนี้หลายครั้งมาก ทั้งมาทานข้าว มางานสัมมนา มางานแต่งงาน ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้มีโอกาสชิมอาหารหลากหลายประเภทมาก แต่ต้องขอพูดตรงๆ นะครับว่ามีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ผมประทับใจในรสชาติอาหารของที่นี่ นั่นคือการมาทานติ่มซำที่ห้องอาหารจีน ส่วนอีก 5-6 ครั้งที่เหลือไม่มีครั้งไหนที่ผมประทับใจในรสชาติอาหารเลย และบางครั้งถึงขั้นต้องบอกว่าผมเข้าขั้นไม่ชอบเลยทีเดียวครับ ดังนั้นตอนแรกที่ผมได้ Voucher มาทานอาหารที่โรงแรมแห่งนี้ผมจึงไม่ได้คาดหวังในเรื่องของรสชาติมากนัก แต่มาดูกันครับว่าอาหารมื้อนี้จะสามารถลบล้างความรู้สึกเก่าๆ ประสบการณ์เก่าๆ ที่ผมเคยได้รับจากโรงแรมแห่งนี้ได้หรือไม่ครับ!! ตามไปดูเลยครับ!!
เริ่มจากพระเอกของเราในคืนนี้เลยครับ กับ BBQ Station ซึ่งเป็น Station ที่ใหญ่มาก เห็นชัดที่สุดครับ โดยที่ Station นี้จะมีเชฟคอยทำอาหารให้เราครับโดยจะมีประเภทของเนื้อให้เราเลือกทั้งหมด 7 อย่างตามนี้ครับ
  • เนื้อวัว
  • แกะ
  • ฟัวกราส์
  • แซลมอน
  • หมู
  • ปลากะพงขาว (Seabass)
  • ปลาหมึก
สำหรับวิธีการสั่งก็ง่ายๆ ครับ เพียงแค่คีบเนื้อที่เราต้องการใส่จานและวางไว้ จากนั้นก็เดินกลับมาเอาครับ โดยทางเชฟจะวางจานอาหารที่ปรุงสุกไว้แล้วที่หน้า Station ครับ ซึ่งหากเราไม่แน่ใจก็สามารถสอบถามกับเชฟอีกทีก็ได้ครับ หรือหากจังหวะนั้นคนมาใช้น้อย เราก็สามารถที่จะบอกเชฟได้เลยว่าต้องการทานอะไรเดี๋ยวทางเชฟจะจัดการหยิบ ปรุงและใส่จานให้เสร็จสรรพครับ ซึ่งตอนที่ผมไปทานนั้นด้วยความที่ผมไปถึงเร็วมาก ตั้งแต่ตอนประมาณ 18.05 น. ทำให้แทบไม่มีคนมาใช้บริการเลย และผลที่ได้คือนอกจากผมจะได้อาหารเร็วแล้ว ผมยังมีเวลาเดินถ่ายภาพอาหารประเภทต่างๆ ตอนที่หน้าตายังสวยๆ ไม่ถูกตักแหว่งไปได้ราวๆ 10-15 นาทีก่อนที่แขกท่านอื่นๆ จะทยอยมาใช้บริการครับ ^^
Patummat (4)
Patummat (5)
Patummat (6)ที่ BBQ Station นี้จะมีน้ำจิ้มให้เราเลือกตักได้ 6 อย่างด้วยกันครับ ใครชอบรสชาติไหน แนวไหนก็ตักไปเลยครับ
Patummat (7)
ทีนี้เรามาดูรสชาติรวมๆ ของเจ้า BBQ ที่ผมกับภรรยาได้ลองทานกันดูดีกว่าครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มจากจานแรก เนื้อ, แซลมอน และฟัวกราส์ครับ
เนื้อ : รสชาติกลางๆ ครับ ไม่เหนียว แต่ด้วยความว่าขนาดของเนื้อที่ค่อนข้างบางก็เลยอาจจะทำให้ดูมันแห้งไปหน่อยครับ
แซลมอน : รสชาติกลางๆ เช่นเดียวกันครับ
ฟัวกราส์ : ชิ้นหนา มันละลาย อร่อย ถูกปากดีครับ ถือว่าเป็นฟัวกราส์ไม่กี่ที่ที่ผมทานแล้วประทับใจครับ เพราะปกติที่ผ่านมาผมจะเจอแบบแห้งไป ไม่ก็แบบว่ามันจนเลี่ยนจนผมทานไม่ได้ครับ
Patummat (8)
Patummat (9)
Patummat (10)
ต่อกันด้วยจานที่สองนะครับ กับแกะและหมู (ฟัวกราส์กับเนื้อในจานนั้น ผมลองสั่งมาอีกรอบเพื่อเปรียบเทียบรสชาติกับจานแรกครับ)
แกะ : เนื้อแห้ง ค่อนข้างเหนียวและมีกลิ่นจนรู้สึกได้ครับ รายการนี้ผมคิดว่าสอบตกโดยสิ้นเชิงครับ
หมู : ถึงจะแห้งไปนิด แต่ถือว่าอร่อยเลยครับ
Patummat (11)
Patummat (12)
สำหรับจานที่สามจะเป็นปลากะพงขาวแล้วก็ปลาหมึกครับ
ปลากะพงขาว : โอเค อร่อย สอบผ่านครับ
ปลาหมึก : สด อร่อย ดีเยี่ยมครับ
Patummat (13)
Patummat (14)
ตอนนี้ก็จบ BBQ Station ไปเรียบร้อยแล้วครับ โดยรวมๆ สำหรับ Station นี้ ผมให้อยู่ในระดับกลางๆ นะครับ มีเนื้อให้เลือกเยอะดี แต่รสชาติก็มีทั้งดีกับไม่ดีปนกันไป ก็เลยยังไม่ได้ว้าว ประทับจับจิตอะไรมากครับ
ทีนี้มาดู Station ถัดไปดีกว่าครับ เป็น Station ที่ผมกับภรรยาประทับใจมาก และไม่คิดว่ามันจะมี นั่นก็คือ Seafood Station ครับ โดยขนาดของ Station นี้ผมว่าใหญ่พอควรนะครับ ประเภทของเนื้อก็มีให้เลือกตักเยอะมาก ทั้ง กุ้ง, หอยนางรม, กั้ง, หอยแมลงภู่, ปลาหมึก และหอยเชลล์ครับ และด้วยความที่วันนี้มันมีให้เลือกตักเยอะขนาดนี้ มันก็เลยทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าแล้วคืนวันศุกร์ที่เป็น Seafood Night นั้น มันจะมีเนื้ออะไรมาเพิ่มอีก และจะอลังการขนาดไหนกันนะ
Patummat (15)
Patummat (16)
มาดูเรื่องรสชาติไล่กันไปทีละรายการกันดีกว่าครับ
กุ้ง : รายการนี้อยากจะตัดคะแนนเหลือเกินตรงที่ไม่ยอมแกะเปลือกมาให้ แต่ด้วยความที่เนื้อสด เด้ง แน่นมาก ก็เลยต้องยอมให้สอบผ่านครับ ><
หอยนางรม : ตัวใหญ่ สด หวาน อร่อยมากครับ ภรรยาผมกินไปเยอะมากกกก แต่เหมือนพอหมดแล้วจะเติมช้ามากครับ (อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นะครับว่าเค้าเติมช้า หรือพอคนมาเยอะแล้วมันหมดเร็วจนเกินไป)
กั้ง : เนื้อยุ่ยไปหน่อยครับ รายการนี้ถือว่า fail T_T
หอยแมลงภู่ : ตัวใหญ่ เนื้อแน่น สด หวาน สอบผ่านเกรด A อีก 1 รายการ
ปลาหมึก : สด เด้ง เหมือนกับที่ BBQ Station
หอยเชลล์ : สด เนื้อแน่น
รวมๆ แล้วต้องบอกเลยว่าที่ Station นี้ดีงามมาก สด อร่อย แทบทุกรายการ ยกเว้นกั้งครับ ดังนั้น Station นี้ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดนะครับ!!
Patummat (17)
Patummat (18)
Patummat (19)
Patummat (20)
ต่อกันด้วย Sushi&Sashimi Station ครับ ที่ Station นี้จะมี Sashimi แค่ 2 อย่างเท่านั้นคือแซลมอนและทูน่า ส่วน Sushi จะมีให้บริการหลายหน้าหน่อยทั้งปลาไหล, แซลมอน, ทูน่า, ไข่หวาน, ปลาหมึก และก็โรลต่างๆ ครับ
รสชาติโดยรวมๆ ตัว Sashimi ทั้งแซลมอนและทูน่า รวมไปถึงปูอัด ถือว่าดี สอบผ่านครับ เนื้อสด ชิ้นหนาดี แต่ในส่วนของ Sushi ผมไม่ค่อยประทับใจเลยครับ เนื้อแห้งและข้าวค่อนข้างแข็ง ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นการปั้นทิ้งไว้นานด้วยครับ
Patummat (21)
Patummat (22)
Patummat (23)
Patummat (24)
Patummat (25)
Patummat (26)
ต่อกันที่แซลมอนรมควันครับ รายการนี้แยกออกมาวางสวยงามโดดเด่นมากครับ ด้วยถาดวางรูปปลา และเนื้อแซลมอนที่วางเรียงไว้เหมือนเกล็ดปลา ตอนผมไปถึงยังไม่มีใครมาตักก็เลยได้ภาพเต็มๆ แบบนี้ครับ ><
รสชาติเมนูนี้ดีครับ คนที่ชอบทานแซลมอนรมควันไม่ควรพลาดครับ
Patummat (27)
Patummat (28)
ต่อกันด้วยอาหารไสตล์ญี่ปุ่นอีกอย่างละกันครับ กับเทมปุระครับ โดยตัวที่เป็นเนื้อกุ้งนั้นเราต้องสั่งเชฟครับ 1 จานจะได้ 2 ตัว แต่ถ้าเป็นพวกผักทอดต่างๆ จะมีวางไว้อยู่แล้ว เราสามารถตักใส่จานไปทานได้เลยครับ
รสชาติจานที่ผมทานนั้นไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ครับ เพราะค่อนข้างอมน้ำมันครับ
Patummat (29)
Patummat (30)
ทีนี้เรามาเปลี่ยนแนวอาหารกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากอาหารอิตาลีอย่าง Pasta Station ครับ ผมลองสั่งสปาเกตตี้ซอสเนื้อกับมะเขือเทศมาลองดูครับ รสชาติที่ได้กลางๆ ครับ
ส่วนพิซซ่ามีอยู่ 1 หน้าครับ เป็นแป้งบางกรอบ เค็มนิดๆ อร่อยดีครับ
Patummat (31)
Patummat (32)
Patummat (33)
ต่อกันด้วยพวกของทานเล่น คานาเป้ต่างๆ ครับ หน้าตาสวยงาม รสชาติรวมๆ แล้วกลางๆ ค่อนไปทางดีครับ
Patummat (34)
Patummat (35)
Patummat (36)
Patummat (37)
Patummat (38)
Patummat (39)
Patummat (40)
Patummat (41)
Patummat (42)
ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายการอาหารคาวที่ผมกับภรรยาได้มีโอกาสลองชิมครับ ซึ่งจริงๆ แล้วมีอีก 1 อย่าง แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมานั่นก็คือซุปแซลมอนครับ และเป็นอีก 1 เมนูเลยที่ผมคิดว่าอร่อย ประทับใจ รสชาติเป็นครีมๆ เปรี้ยวนิดๆ เหมือนซุปมะเขือเทศผสมกับซุปครีม สามารทานแก้เลี่ยนได้ดี ข้อเสียมีนิดเดียวก็คือแทบไม่รู้รสชาติความเป็นแซลมอนเลยครับ T_T
ทีนี้เรามาดูรายการอาหารคาวอื่นๆ ที่ห้องอาหารนี้มีบริการดีกว่าครับ จะได้รู้ว่ามีอะไรให้ทานอีกบ้าง ทั้งนี้ผมไม่ได้ถ่ายมาทุกรายการนะครับ เพราะพอคนเริ่มทยอยเข้าห้องอาหารมาเยอะหน่อยผมก็ทำการเก็บกล้องแล้วครับ
เริ่มจากอาหารไทยและประเภทกับข้าวแล้วกันครับ ข้าวที่นี่เป็นข้าวอินทรีย์อย่างดีครับ มีกับข้าวให้ตัก 8-9 อย่าง และยังมีอีกโซนที่เป็นพวกอาหารไทยรสจัดอย่างพวกยำ พล่า อีก 4-5 อย่างได้ครับ
Patummat (43)
Patummat (44)
Patummat (45)
Patummat (46)
Patummat (47)
อาหารประเภทสลัด แฮม ไส้กรอก
Patummat (48)
Patummat (49)
Patummat (50)
เนื้อแกะอบที่ Carving Station แล้วก็ปอเปี๊ยะครับ
Patummat (51)
Patummat (57)
เคสดีย่า (Quesadilla) อันนี้เป็นอาหารเม็กซิกันครับ มีทั้งหมด 3 รสได้แก่ ไก่, ผัก และ Seafood ครับ วางไว้ติดกัน 3 หม้อเลย ใครที่โอกาสได้ไป รบกวนลองชิมแล้วมาเล่าสู่กันฟังหน่อยครับว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้างครับ
Patummat (53)
ขนมปังต่างๆ แล้วก็ชีสครับ ต้องบอกว่าชีสที่นี่เค้าจัดเต็มมากๆ ครับ วางเป็นก้อนใหญ่ๆ ให้เราตัดและมีให้เลือกเยอะมากทั้ง Manchego Cheese, Gouda Cheese, Edam Cheese, Emmental Cheese และ Danish Blue Cheese ครับ ซึ่งถ้าใครที่เป็นสายชีส คอชีสนี่น่าจะฟินน่าดูครับ
Patummat (54)
Patummat (55)
Patummat (56)
Patummat (57)
เอาล่ะครับ ดูของคาวไปครบแล้ว ทีนี้เรามาต่อกันที่ของหวานดีกว่าครับ ไลน์ของหวานที่นี่ก็ถือว่ามีให้เลือกเยอะมากมายหลายเมนูมาก แต่ก็เป็นไลน์อาหารที่ถ่ายรูปยากมากๆ ด้วยการจัดวางไฟที่ผมคิดว่าไม่โอเคเท่าไหร่ครับ T_T
มาเริ่มกันที่เจ้าน้ำพุช็อคโกแลตกันก่อนครับ สูงสวยงาม มีให้เลือกจิ้มเยอะดีครับ
Patummat (58)
Patummat (59)
Patummat (60)
ส่วนของหวานอื่นๆ มีอีกหลายรายการมาก แต่เท่าที่ผมได้ลองชิมก็มีตามนี้ครับ
ทิรามิสุ : หอมกลิ่นกาแฟดีครับ แต่รสชาติหวานไปนิด
พานาคอตต้า : มีทั้งแยมบลูเบอรี่และชิ้นสตรอเบอรี่ ทำให้รสชาติอมเปรี้ยว แก้เลี่ยนได้ดีมากครับ
มูสมะม่วง : มีราสเบอรี่เป็นทอปปิ้ง หวานไปนิดครับ
มูสสตรอเบอรี่ : รายการนี้เปรี้ยวมากครับ @_@
Patummat (61)
Patummat (62)
Patummat (63)
Patummat (64)
Patummat (65)
Patummat (66)
Patummat (67)
Patummat (68)
ต่อกันด้วยเครปส้มครับ รายการนี้จะเป็น Station แยกออกมาต่างหาก มีเชฟคอยบริการครับ มีทอปปิ้งให้เลือกเยอะแยะมากมายทั้งแอปปริคอท, ลูกพรุน, ลูกเกด, อัลมอนด์ และก็ช็อคโกแลต
รสชาติโดยรวม เปรี้ยวนิ้วๆ ด้วยซอสส้ม อร่อยดีครับ ในจานจะมีไอศรีมวานิลลามาให้ด้วย 1 ลูกนะครับ
Patummat (69)
Patummat (70)
มาต่อกันที่ไอศรีมครับ มี 3 รสให้ตักเอง พร้อมทอปปิ้งหลากหลาย ถ้าจำไม่ผิดไอศรีมน่าจะมีรสเรนโบว์, เผือก แล้วก็วานิลลาครับ ตัวไอศรีมเหลวไปหน่อยครับ อาจจะเป็นเพราะว่าตู้แช่ไม่ค่อยเย็นเท่าที่ควร แต่ไอศรีมรสชาติดี สอบผ่านครับ
Patummat (71)
Patummat (72)
ปิดท้ายกันด้วยผลไม้ครับ มีทั้งหมด 4 อย่าง ได้แก่ แตงโม, สัปปะรด, แคนตาลูป และฝรั่ง รสชาติสอบผ่านครับ ถึงแม้ว่าฝรั่งจะมีเม็ดทุกชิ้นเลยก็ตาม T____T
Patummat (73)
Patummat (74)
Patummat (75)
เอาล่ะครับ ตอนนี้ผมก็พาทุกคนดูและชิมอาหารแทบจะทุกอย่างในห้องอาหารปทุมมาศแล้ว ทีนี้เรามาสรุปแยกเป็นเรื่องๆ กันดีกว่าว่าผมคิดเห็นอย่างไรกับอาหารในค่ำคืนนี้ครับ
รสชาติอาหาร : มีทั้งที่ประทับใจและไม่ประทับใจครับ แต่เมื่อรวมๆ แล้วต้องบอกว่าสอบผ่าน และดีกว่าที่คิดในตอนแรกไว้มากๆ เลยครับ และก็ยังสามารถลบภาพลักษณ์ที่ผมเคยรู้สึกกับอาหารที่โรงแรมนี้ว่าไม่อร่อยมากไปได้เกือบหมดครับ สิ่งที่ประทับใจมากๆ ก็คือ Seafood Station ครับ คุณภาพดีและคุ้มค่าแก่การไปทานมากครับ
ความหลากหลายของอาหาร : แว้บแรกที่เห็นไลน์อาหารผมแอบคิดในใจว่าทำไมมันดูน้อยจัง แต่พอได้สังเกตละเอียดๆ และไล่ทานไปทีละอย่างต้องบอกว่ามีประเภทอาหารให้เลือกทานเยอะมากครับ ทั้ง BBQ ที่มีเนื้อให้เลือกถึง 7 ชนิด, Seafood, Sashimi, Sushi, เทมปุระ, พิซซ่า, พาสต้า, สปาเกตตี้, อาหารเม็กซิกัน, อาหารไทย, สลัด, ขนมปัง รวมไปถึงไลน์ของหวานที่มีให้เลือกอีกเกิน 10 รายการครับ ดังนั้นใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อน หรือครอบครัว ผมว่าน่าจะชอบและไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการหาอะไรถูกใจทานไม่ได้แน่ๆ ครับ
ความสะอาดของร้าน : ไม่มีปัญหาอะไรในข้อนี้ครับ เพราะด้วยความที่ตั้งอยู่ในโรงแรมเกรดขนาดนี้ดังนั้นเรื่องนี้จึงสอบผ่านสบายมากครับ
การบริการของพนักงาน :  ยิ้มแย้มใจใส่ เอาใจใส่ดี บริการรวดเร็วมากครับ ข้อนี้ผมประทับใจมากเลยครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : โรงแรมสุโกศลเป็นโรงแรมที่มีทำเลที่ตั้งค่อนข้างดีครับ เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานี BTS พญาไทมาก สามารถเดินมาได้ รวมทั้งสำหรับคนที่ขับรถมาก็สามารถมาได้หลายเส้นทางครับ แต่หากเป็นช่วง rush hour ก็อาจจะต้องประสบปัญหาเรื่องรถติดนิดนึงนะครับ เพราะว่าถนนเส้นนี้จังหวะรถติดนี่ก็แอบสาหัสอยู่ครับ
ความคุ้มค่า : ด้วยราคา 1,400 บาท/คน Net และสามารถนั่งทานได้ถึง 4 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 18.00 น. จนถึง 22.30 น. ผมว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากนะครับ ยิ่งเมื่อเทียบกับรสชาติ และความหลากหลายของอาหารแล้ว ถือว่าเป็นอีกห้องอาหารนึงที่สามารถพาคนมาทานได้แบบไม่อายแต่เราจ่ายแบบไม่ทำร้ายกระเป๋าเงินครับ ^^
สรุป : หากคุณต้องการหาห้องอาหารดีๆ ราคาไม่แพงไว้ทานสำหรับแฟน แก๊งเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนทางธุรกิจโดยที่ไม่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากนัก มีอาหารให้เลือกหลากหลาย รสชาติโดยรวมดี และมีพนักงานที่ดูแลเอาใจใส่ดี รวดเร็ว ฉับไว ผมแนะนำว่าให้จดชื่อห้องอาหารแห่งนี้ไว้ใน list ได้เลยครับ ยิ่งถ้าเป็นเย็นวันศุกร์หรือเสาร์ที่มีอาหารพิเศษกว่าปกติแล้วยิ่งไม่ควรพลาดครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจ สามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ และสำหรับท่านที่อยากจะได้ข้อมูลของห้องอาหารแห่งนี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูข้อมูลตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
Facebook : The Sukosol Hotel
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไปครับ
Facebook Comments

You may also like