Food Review

[SR] Dimsum @Dusit Princess Chiagmai : เชิญกินให้อิ่ม อัดให้แน่น กับ 3 ชั่วโมงเต็มๆ

posted by ภรรยาหา สามีใช้ July 18, 2016 0 comments
สวัสดีทุกๆ ท่านครับ จากรีวิวครั้งที่แล้วที่ผมได้พาทุกท่านไปรู้จักกับโรงแรม Dusit Princess Chiangmai เรียบร้อยตามลิงก์นี้  รีวิวต่อไปผมจะพาทุกท่านไปพบกับ “Dimsum all you can eat” ในเชียงใหม่ที่ให้คุณกินได้ยาวนานถึง 3 ชั่วโมงเต็มๆ ในราคาที่เร้าใจเพียง 399 บาท/คน Net ครับ เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยพร้อมๆ กันเลยครับ
วันที่รับประทาน : วันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. 59
เวลา : 11.30-14.30 น.
จำนวน : 2 คน
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับติ่มซำมื้อนี้นั้นเป็นหนึ่งในการให้บริการของโรงแรม Dusit Princess Chiagmai ครับ โดยจะเปิดให้บริการเพียงวันศุกร์และเสาร์เท่านั้น เริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 11.30 น. จนถึง 14.30 น. ครับ สำหรับคนที่ไม่เคยไป Dusit Princess Chiangmai มาก่อน สามารถเลือกเดินทางได้ง่ายๆ โดยการบอกรถแดงในเชียงใหม่ รับรองว่ามาถูกที่ไม่มีหลงแน่นอนครับ เพราะโรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงอยู่คู่เชียงใหม่มายาวนาน และที่สำคัญยังมีทำเลที่ตั้งที่ดีคืออยู่ที่ Night Bazaar อีกด้วยครับ
เมื่อเรามาถึงที่โรงแรมแล้วก็ให้เราขึ้นไปที่ชั้น 2 ครับ เราก็จะเจอห้องอาหาร Jasmine หน้าตาแบบนี้ครับ ลักษณะมีความเป็นจีนปนอยู่เล็กน้อย ผสมกับความสดใสจากการใช้สีส้มมาตกแต่งครับ โดยจากที่ผมลองกะด้วยสายตาแล้วห้องอาหารแห่งนี้น่าจะสามารถรองรับคนได้ประมาณ 120 คนครับ
1
เมื่อเรามาถึงห้องอาหาร และทำการแจ้งชื่อที่จองไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานก็จะนำเราไปที่โต๊ะครับ (ผมแนะนำให้คนที่สนใจอยากจะไปทานโทรจองไว้ก่อนนะครับ เพราะไม่แน่วันที่ท่านไปอาจจะเจอกรุ๊ปใหญ่ 50 คนแบบผมก็ได้ครับ หากไม่จองไว้นี่อาจจะอดทานได้ครับ)
หลังจากนั้นพนักงานก็จะเข้ามาอธิบายว่าห้องอาหารแห่งนี้มีวิธีการสั่งอาหารอย่างไร ซึ่งก็ง่ายๆ ครับ คือบนโต๊ะเราจะมีรายการอาหารหน้าตาแบบนี้อยู่บนโต๊ะอยู่แล้วครับ หากท่านต้องการรายการไหนก็เขียนจำนวนต่อท้ายลงไปเท่านั้นครับ จากนั้นพนักงานก็จะนำรายการอาหารดังกล่าวมาเสิร์ฟถึงโต๊ะเลยครับ ยกเว้นก็แต่รายการแรก 4-5 อย่างที่เป็นของทอดที่เราจะต้องเดินไปตักเองที่ Station นะครับ
2
จากที่ผมลองนับในเมนูก็พบว่ามีทั้งหมด 26 รายการนะครับ โดยในนี้จะมีของทอดอยู่ 5 รายการครับ ซึ่ง Station ของทอดที่เราจะต้องไปตักก็จะมีหน้าตาแบบนี้ครับ
3
4
โดยรวมๆ รสชาติของทอดอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ครับ แต่มีอยู่รายการนึงที่ผมประทับใจมากเป็นพิเศษก็คือเผือกทอดครับ ซึ่งผมรู้สึกว่าเผือกทอดของที่นี่จะไม่ได้เป็นเผือกล้วนนะครับ เหมือนจะมีผักอื่นๆ ปนอยู่ด้วยครับ
5
อ้อ…..ผมลืมไปครับ นอกจากอาหารที่เราจะสามารถสั่งได้ทั้งหมด 26 รายการตามใบรายการแล้ว ยังมีอีก 3 อย่างที่เราสามารถทานได้นะครับ นั่นคือ Main course, ซุป แล้วก็ของหวานครับ โดยของทั้ง 3 รายการนี้จะทำการเปลี่ยนเมนูไปทุกสัปดาห์ครับ สำหรับวันที่ผมไปนั้นเมนูทั้ง 3 เป็นดังนี้ครับ
Main course : ผัดหมี่ฮกเกี้ยน
ซุป : ซุปเสฉวน
ของหวาน : สาคูแคนตาลูป
ตัวซุปเสฉวนนั้นรสชาติเปรี้ยวเผ็ดกำลังดีเหมาะแก่การตัดเลี่ยน พักเบรกดีมากครับ ในซุปก็มีเนื้อให้ทั้งเนื้อไก่ เต้าหู้ และเห็ดหอม ส่วนผัดหมี่ฮกเกี้ยนรสชาติกลางๆ ครับ
6
7
ในส่วนของเครื่องดื่มนั้นเราสามารถสั่งได้ทั้งหมด 3 อย่างนะครับคือ ชาจีน, เก๊กฮวยเย็น และเก๊กฮวยร้อน โดยมื้อนี้ผมกับภรรยาเลือกทานเป็นเก๊กฮวยเย็นครับ รสชาติกำลังดี ไม่หวานจนเกินไปครับ
8
เอาล่ะครับ ตอนนี้เมนูติ่มซำที่ผมสั่งไปนั้นก็เริ่มทยอยมากันแล้ว ทีนี้เรามาไล่กันดูทีละอย่างกันดีกว่าว่าหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง และรสชาติจะดีถูกปากแค่ไหนครับ
เริ่มจากรายการแรกที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยครับ กับ ซาลาเปาไข่เค็ม……….ซาลาเปาไข่เค็มที่หน้าตาและรสชาติไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ หน้าตาไม่ธรรมดาจนผมถึงกับต้องเรียกพนักงานมาถามว่านี่คืออะไรเลยครับ เพราะว่ามันมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแบบนี้ครับ @_@
10
ในส่วนของรสชาตินั้น ผมต้องบอกเลยครับว่าเยี่ยม สมกับเป็น Signature ของเค้าจริงๆ รสชาติหวาน อร่อยกำลังดี และไส้ที่ทำมานั้นมีการผสมที่ลงตัวมากระหว่างถั่วเหลืองและไข่เค็มครับ แต่มีอยู่อย่างนึงที่ผมต้องเตือนทุกคนทราบก่อนที่จะทานเมนูนี้นั่นก็คือ
.
.
.
.
.
.
.
กระดาษครับ เพราะมันมีกระดาษรองก้นมาด้วย แต่มันบางมากจนตอนแรกผมไม่ทันสังเกตและเผลอกินมันเข้าไปพร้อมซาลาเปาครับ @_@ ดังนั้นก่อนที่จะทานทุกครั้งให้ลองเช็คที่ก้นของมันก่อนนะครับว่ามีกระดาษติดอยู่หรือเปล่าครับ
11
ต่อกันที่ซาลาเปาอีกอันดีกว่าครับ ทีนี้มาในรูปแบบก้อนกลมๆ เหมือนปกติแล้วกับซาลาเปาหมูแดงครับ รายการนี้รสชาติดีครับ แป้งนุ่ม หมูแดงหอมอร่อย
เข่งนึงมาทั้งหมด 3 ลูกนะครับ ซึ่งผมว่าแอบเยอะไปหน่อยสำหรับการทานแบบ All you can eat แบบนี้ มันน่าจะมาซักเข่งละ 2 ลูกกำลังดี มาเยอะไปมันตัดกำลังครับ ><
12
13
ต่อกันที่ขนมจีบกุ้งและขนมจีบหมูครับ โดยส่วนตัวคิดว่าขนมจีบหมูรสชาติกลางๆ แต่ขนมจีบกุ้งนี่โดนเลยครับ อร่อย เนื้อกุ้งสดเด้งดีครับ (ขนมจีบที่มีลูกเขียวๆ ด้านบนคือขนมจีบกุ้งนะครับ ส่วนอีกอันที่มีเหลืองๆ ด้านบนอันนั้นคือขนมจีบหมูครับ)
14
15
16
ต่อกันด้วยอีก 1 เมนูที่หลายคนชอบทานนั่นก็คือฮะเก๋าครับ รายการนี้ไส้อร่อยแต่แป้งแอบหนาไปนิดครับ ถ้าแป้งบางได้กว่านี้อีกนิดจะดีมากครับ
17
ต่อกันที่ “ปลาดอลลี่ไส้หมู” ครับ รายการนี้อร่อยถูกปากผมกับภรรยาครับ และถือว่าเป็นเมนูที่แปลก ไม่ค่อยมีใครทำซักเท่าไหร่ครับ
18
สำหรับรายการอื่นๆ ผมได้มีโอกาสชิมอีกแค่ 6-7 อัน ซึ่งเมื่อรวมๆ แล้วก็ยังชิมไม่ครบทุกเมนูเลยครับ แต่ก็น่าจะได้ราวๆ 80-90% ของเมนูทั้งหมดแล้วครับ โดยรายการที่ผมได้ชิมนั้นก็มีดังนี้ครับ
  • ซี่โครงหมูพริกไทดำ
  • ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป็ดย่าง
  • หมูนึ่งหน้าไข่เค็ม
  • สาหร่ายห่อหมู
  • ลูกชิ้นผักโสภณ
  • ปลาหมึกไส้หมู
  • เห็ดหอมยัดไส้หมู
โดยรวมๆ รสชาติแต่ละรายการถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสอบผ่านครับ แต่จะมีอยู่ 2 อย่างที่ผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่คือ ลูกชิ้นผักโสภณ และก็ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป็ดย่างครับ ตัวแป้งของก๋วยเตี๋ยวหลอดนั้นหนาไปนิดและรสชาติของเป็ดที่สอดไส้อยู่ไม่ค่อยกลมกลืนกับแป้งเท่าไหร่ครับ
19
20
21
22
23
24
เอาล่ะครับ หลังจากที่ผมกับภรรยาซัดติ่มซำกันไปหลายสิบเข่ง ตอนนี้เราทั้งคู่ก็เริ่มที่จะอิ่มกันแล้ว และก็ได้เวลาในการชิมสาคูแคนตาลูปกันแล้ว ไม่รอช้าหลังจากที่เราบอกพนักงานไปไม่นาน เจ้าสาคูแคนตาลูปหน้าตาแบบนี้ก็มาอยู่บนโต๊ะของเราทั้งคู่ครับ
โดยรวมๆ หน้าตาถือว่าดูดีมากครับ น้ำแข็งเป็นแบบบดละเอียดทำให้ทานได้ง่าย ที่สำคัญตัวน้ำแข็งนี่เป็นน้ำแข็งกะทิด้วยครับ ทานแล้วหอมมากครับ ถือว่าเป็นการปิดมื้อล้างปากได้อย่างดีเลยครับ สำหรับใครที่ชอบและอยากจะทานเพิ่มอีกถ้วยก็สามารถที่จะสั่งเพิ่มได้นะครับ
25
เอาล่ะครับ หลังจากที่เราของหวานเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาสรุปข้อมูลในแต่ละหัวข้อกันแล้วว่าอาหารมื้อนี้ผมคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ
รสชาติอาหาร : โดยรวมๆ รสชาติอาหารถือว่าดีครับ คือจะอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ค่อนไปทางบวกเล็กน้อย มีที่ไม่ถูกปากผมจริงๆ ก็แค่ 2-3 รายการเท่านั้นครับ ส่วนเมนูที่ประทับใจเลยและคิดว่าคนที่มาควรจะต้องไม่พลาดที่จะสั่งก็ได้แก่ ซาลาเปาไข่เค็ม. ซาลาเปาหมูแดง, ขนมจีบกุ้งแล้วก็ปลาดอลลี่ไส้หมูครับ
ความหลากหลายของอาหาร : เพราะมื้อนี้เรากิน All you can eat ติ่มซำ ดังนั้นรายการอาหารของเราก็จะมีแต่ติ่มซำ และติ่มซำครับ หากจะหาอย่างอื่นทานหรือแบบว่าอยากจะมากันหลายคนแต่เพื่อนไม่ชอบทานติ่มซำนี่ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากเลยครับ ซึ่งหากเป็นแบบนั้นผมแนะนำว่าควรจะมองร้านใหม่น่าจะเหมาะกว่าครับ แต่สำหรับคนที่ตั้งใจมาทานตื่มซำอยู่แล้วประเด็นนี้ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใดครับ โดยจำนวนรายการอาหารที่สามารถสั่งได้ประมาณ 30 รายการ (รวม Main course, ซุป, ของหวาน) ดูเผินๆ เหมือนจะไม่เยอะ แต่เอาเข้าจริงๆ ในตอนทานจริงก็ถือว่าเยอะเลยนะครับ เพราะผมยังกินไม่หมดทุกเมนูเลย และก็ประเภทเนื้อที่นำมาทำอาหารนั้นก็มีหลากหลายดีครับทั้งหมู, กุ้ง, ปลา, เป็ด ครับ
ความสะอาดของร้าน : สะอาด ดูดี สมกับอยู่ในโรงแรมเกรดนี้ครับ ห้องน้ำก็สะอาด เรียบร้อยไม่มีปัญหา เรียกได้ว่าข้อนี้สอบผ่านสบาย ไร้กังวลครับ
การบริการของพนักงาน : กลางๆ ค่อนข้างไปทางดีครับ ทั้งๆ ที่วันที่ผมไปทานนั้นมีกรุ๊ปใหญ่ราวๆ 50 คนมาด้วย ทางพนักงานก็ยังสามารถมารับ-ส่ง order ได้รวดเร็วดีครับ จะมีติเล็กๆ ก็ตรงที่อาจะต้องเรียกมาเติมน้ำเก๊กฮวยบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้นครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : สำหรับคนที่ไม่ใช่คนเชียงใหม่อย่างผม ถือว่าทำเลของ Dusit Princess Chiangmai นั้นดีเลยครับ เพราะอยู่ที่ Night Bazaar ทำให้เวลาที่บอก Taxi หรือรถแดงให้ไปส่งสามารถทำได้ง่ายๆ และไม่มีหลงครับ
ความคุ้มค่า : โดยปกติเท่าที่ผมเคยทาน All you can eat ของอาหารประเภทติ่มซำในโรงแรมเขตกรุงเทพนี่ต้องบอกว่าแต่ละที่ แต่ละร้านราคาสูงมากครับ เฉลี่ยกันที่ 800++ จนถึง 1,000++ ต่อคนได้เลยครับ ดังนั้นเมื่อผมได้มีโอกาสเจอ All you can eat ของติ่มซำที่ราคา 399 บาท/คน Net แบบนี้ ผมจึงแอบประทับใจตั้งแต่แรกที่ทราบราคาเลยครับ ถึงแม้รสชาติและคุณภาพอาหารจะแตกต่างกัน แต่ในราคาที่จ่ายไปเทียบกับสิ่งที่ได้มาในมื้อนี้นั้น ผมถือว่าโอเค คุ้มค่าดีครับ
สรุป : Dimsum All you can eat ของโรงแรม Dusit Princess Chiangmai ถือเป็นอีก 1 ทางเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาว่างในการทานอาหารด้วยกันยาวๆ ในช่วงเที่ยงวันเสาร์ หรือนักธุรกิจที่ต้องการสานสัมพันธ์ พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นความลับมากนักในช่วงกลางวันวันศุกร์ เพราะด้วยคุณภาพอาหารที่ถือว่าค่อนข้างดี ราคาที่ไม่แพง มีพนักงานที่คอยดูแลดี มีทำเลของร้านที่เดินทางไปมาสะดวก และยังสามารถนั่งทานได้ถึง 3 ชั่วโมงเต็ม ทำให้ที่นี่มีความลงตัวหลายอย่างเลยครับ แต่สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่มีความชอบแตกต่างกัน ชอบกินอาหารที่หลากหลายประเภท ร้านนี้อาจจะไม่ใช่ร้านที่เหมาะกับกลุ่มคุณครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจ สามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ และสำหรับท่านที่อยากจะได้ข้อมูลของห้องอาหารแห่งนี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูข้อมูลตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
Facebook : Dusit Princess Chiangmai

26

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไปครับ
Facebook Comments

You may also like