Travel Review

[SR] Aizu-Wakamatsu Washington Hotel : ใหญ่ ครบครัน ไม่ผิดหวังที่เลือกที่นี่

posted by ภรรยาหา สามีใช้ September 21, 2017 0 comments
เมืองไอซึวากามัตซึ (Aizu-Wakamatsu) ถือว่าเป็นเมืองนึงที่มีความสำคัญมากๆ ของจังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) เพราะเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีที่เที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติหรือที่เที่ยวทางประวัติศาตร์ ดังนั้นหลายๆ คนที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดฟุกุชิมะจึงมักที่จะไม่พลาดในการไปเยือนเมืองแห่งนี้ หรือไม่บางคนก็ยึดเมืองนี้เป็นฐานบัญชาการในการท่องเที่ยวเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้ผมก็เลยจะมาแนะนำหนึ่งในโรงแรมดีๆ ของเมืองไอซึวากามัตซึ เพื่อเป็นตัวเลือกให้สำหรับผู้ที่ต้องการไปพักผ่อนที่เมืองนี้ไว้พิจารณาครับ โดยโรงแรมแห่งนี้ชื่อว่า Aizu-Wakamatsu Washington Hotel
สำหรับการเดินทางจากสถานี Aizu-Wakamatsu ไปยัง Aizu-Wakamatsu Washington Hotel นั้นเรียกว่าง่ายมากๆ ครับ เพราะหลังจากที่เราเดินออกจากสถานีแล้วเราก็แค่เดินตรงดิ่งข้ามถนนไป 2-3 แยกก็ถึงโรงแรมแล้ว โดยมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 400 เมตร หรือเดินราวๆ 5 นาทีเท่านั้น โดยจุดสังเกตง่ายๆ ของการเดินไปยังโรงแรมแห่งนี้ก็ตามนี้เลยครับ
  1. เดินข้ามถนนโดยการลงทางลอดที่หน้าสถานีตามภาพที่ 1
  2. เดินตามถนนไปเรื่อยๆ จนเห็นตึกตามภาพที่ 2 อยู่ทางซ้ายมือ จากนั้นก็ให้เดินข้ามสี่แยกไป
  3. เดินต่อไปอีกซักพักก็จะเห็นโรงแรม Aizu-Wakamatsu Washington Hotel อยู่ทางซ้ายมือตามภาพที่ 3 และ 4 ครับ ขนาดของโรงแรมนั้นใหญ่มาก และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเลย โดยที่โรงแรมแห่งนี้มีจอดรถให้ด้วยนะครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดฟุกุชิมะ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
เมื่อถึงโรงแรมแล้วเราก็ทำการ Check in ที่เคาน์เตอร์บริเวณชั้น 1 ซึ่งเคาน์เตอร์ Check in ของที่นี่จะอยู่ในซอกทางขวามือของโรงแรมนะครับ อาจจะมองหายากนิดนึง แต่เดี๋ยวพอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็จะเห็นเองครับ
ในส่วน Key Card ของที่นี่นั้นดูเก๋และสวยงามดี สวยจนต้องถ่ายรูปกลับมาอวดเลย ><
Check in เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาขึ้นไปสำรวจห้องกันแล้ว โดยที่ Aizu-Wakamatsu Washington Hotel แห่งนี้จะมีลิฟท์อยู่ 2 ตัว ขนาดใหญ่ใช้ได้ ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเวลาที่มีหลายๆ คนถือกระเป๋าเดินทางเข้าไปพร้อมๆ กัน
สำหรับห้องที่ผมพักนั้นเป็นห้องประเภท Double Room with Small Double Bed (Non-Smoking) มีขนาดห้อง 14 ตร.ม. และมีราคาประมาณ 10,200 เยน/คืน (สามารถพักได้ 2 คน) ส่วนความรู้สึกโดยรวมหลังจากที่เปิดเข้าไปเจอห้องพักนั้นก็ถือว่าดี สอบผ่านครับ เพราะดูสะอาดสะอ้าน ทุกอย่างเป็นระเบียบน่านอนดี
อ้อ ที่ปลายเตียงจะมีหน้าต่างด้วยนะครับ สามารถเปิดรับแสงและมองออกไปเห็นวิวภายนอกได้ ส่วนถ้าใครไม่ชอบก็สามารถปิดได้แต่ห้องก็จะดูแคบลงไปนิดนึง
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในห้องก็มีมาครบครัน ตามมาตรฐานโรงแรมดีๆ ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นชุดนอน, TV, กาน้ำร้อน, ตู้เย็น, Heater, โทรศัพท์, ชั้นวางของขนาดเล็กที่พับเก็บได้ จนไปถึงรองเท้าแตะ และแปรงขัดกับไม้ใส่รองเท้า เรียกว่ามีมาให้ครบถ้วนจริงๆ
ส่วนที่หัวเตียงนั้นก็เป็นระบบควบคุมไฟ, แอร์, วิทยุ พร้อมกับนาฬิกาเหมือนกับหลายๆ ที่ แต่ที่นี่แปลกว่าที่อื่นก็ตรงที่เราต้องเอา Key Card มาเสียบที่นี่แหละครับ
มาดูกันที่ห้องน้ำกันต่อดีกว่า ห้องน้ำของที่นี่ถือว่ากว้างขวางและอาบน้ำสบายกว่าหลายๆ ที่เลยครับ เราสามารถอาบน้ำแบบชูแขนชูขาได้ไม่ติดอะไร ความแรงและความอุ่นของน้ำก็ถือว่าดี ส่วนชักโครกนั้นก็เป็นระบบอัตโนมัติใช้งานง่ายสบายก้น
ของที่ทางโรงแรมมีให้เราในห้องน้ำนั้นก็ถือว่าครบครันเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัว, ครีมอาบน้ำ, ยาสระผม, ครีมนวด, โฟมล้างหน้า, ไดร์เป่าผม, ชุดแปรงฟัน, มีดโกนหนวด, หมวกอาบน้ำ และ Cotton Bud เรียกว่ามาแต่ตัวกับเสื้อผ้าชุดใหม่ก็สามารถนอนที่นี่แล้วตื่นไปเที่ยวได้เลยครับ
ดูโรงแรมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีนี้เราไปดูส่วนประกอบอื่นๆ ที่ทำให้ผมประทับใจในโรงแรมแห่งนี้กันดีกว่า เริ่มจากอันแรกคือ “มีเครื่องทำน้ำแข็ง” ใช่ครับ…ที่โรงแรมแห่งนี้มีเครื่องทำน้ำแข็งให้เราไปกดมากินได้ฟรีๆ เลย โดยเครื่องนี้จะวางไว้ที่ทางเดินของแต่ละชั้นครับ และผมโชคดีมากๆ ที่มันตั้งอยู่ที่หน้าห้องของผมเลย
เรื่องถัดมาก็คือเรื่อง “การรับฝากกระเป๋าเดินทาง” ที่โรงแรมแห่งนี้สามารถให้เราฝากกระเป๋าเดินทางได้ทั้งก่อนที่จะทำการ Check In รวมไปถึงหลังจากที่เรา Check Out แล้วได้ด้วยครับ ซึ่งก็เลยทำให้เราสามารถไปเที่ยวได้แบบตัวปลิว เดินสบายๆ เลย
ส่วนเรื่องถัดไปที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ก็คือ “ใกล้ร้านอาหาร” เพราะเพียงแค่เราข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามของโรงแรมเท่านั้น เราก็จะเจอร้านอาหารเล็กๆ ขนาด 1 ห้อง ที่ขายราเมนและข้าวหน้าหมูทอดอร่อยๆ อยู่ ที่สำคัญร้านนี้ยังปิดดึกถึง 4-5 ทุ่มด้วยนะครับ ดังนั้นเราสามารถฝากท้องตอนดึกๆ ได้สบายๆ ส่วนข้อเสียของร้านนี้ก็คือไม่มีรูป, ไม่มีภาษาอังกฤษ และเจ้าของร้านพูดอังกฤษไม่ได้ ซึ่งถ้าใครคิดว่าไม่อยากเข้าไปเมื่อยมืออธิบายที่ร้านนี้ก็สามารถเลือกที่จะเดินอ้อมไปทางด้านหลังโรงแรมเพื่อไปหาอะไรกินที่ 7-11 ก็ได้ครับ สบายไปอีกแบบ (เส้นทางไป 7-11 นั้นก็ง่ายๆ เพียงแค่เราออกจากโรงแรมแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นก็เลี้ยวขวาที่ซอยเล็กๆ ซอยแรกที่เห็น เดินเข้าไปในซอยราวๆ 40 เมตร ก็จะเจอ 7-11 ขนาดใหญ่อยู่ด้านซ้ายมือของเราครับ)
และมาถึง 2 เรื่องสุดท้าย นั่นก็คือ “ใกล้ป้ายรถ Aizu loop bus” และ “ใกล้สถานี Aizu-Wakamatsu”
บริเวณใกล้ๆ โรงแรมนั้นจะมีป้ายรถสำหรับการขึ้น Aizu loop bus ซึ่งเป็นรถสายหลักที่ใช้นั่งท่องเที่ยวในเมืองไอซึวากามัตซึอยู่ ทำให้เราประหยัดเวลาและแรงไปได้เยอะเลย ส่วนเรื่องใกล้สถานีนั้น ก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นครับว่า ระยะทางจากสถานี Aizu-Wakamatsu จนถึงโรงแรม Aizu-Wakamatsu Washington Hotel นั้น แค่ 400 เมตรเอง ดังนั้นก็เลยทำให้เราสามารถเดินไปกลับได้อย่างสบายๆ และถ้าถามว่าทำไมต้องเดินไปที่สถานีด้วย นั่นก็เพราะนอกจากที่นี่จะเป็นที่ตั้งต้นของเราในการนั่งรถไฟไปไหนมาไหนแล้ว ที่สถานี Aizu-Wakamatsu ยังมีทั้งร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร และ Supermarket ขนาดใหญ่ที่มีของกิน ของใช้ รวมไปถึงอาหารกล่องอร่อยๆ ราคาไม่แรงให้เราเลือกซื้อเต็มไปหมดเลยครับ เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอแล้วเนอะว่าทำไมเราต้องอยากไปที่สถานีแห่งนี้ ^^
เป็นอย่างไรล่ะครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเห็นข้อดีของโรงแรมแห่งนี้เหมือนผมแล้วใช่มั้ยล่ะครับ ก็เอาเป็นว่าใครที่สนใจจะไปเที่ยวและค้างคืนที่เมืองนี้ก็ลองดูโรงแรมแห่งนี้เป็นทางเลือกนะครับ เพราะแม้โรงแรมแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ใกล้สถานี Aizu-Wakamatsu มากที่สุด แต่เมื่อดูจากระยะทางการเดิน, ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ผมว่าที่นี่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนเลย โดยสำหรับผู้ที่สนใจจองที่พักราคาพิเศษของที่นี่ก็สามารถกดลิงก์ที่ด้านล่างได้เลยครับ
จองที่พักราคาพิเศษกับ Agoda คลิก
และสำหรับใครที่อยากจะติดตามเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมและต๋งอย่างใกล้ชิด ก็สามารถติดตามได้ที่ Facebook Fanpage “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ หรือถ้าใครอยากจะอ่านเรื่องราวของสถานที่เที่ยวภายในเมือง Aizu-Wakamatsu ว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ทำไมใครต่อใครก็มักจะไปเที่ยวที่เมืองแห่งนี้ ก็สามารถอ่านได้ตามลิงก์ข้างล่างเลยครับ
 ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านจนจบ  แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like