Food Review

[SR] Bingsu by GU : ร้านบิงซูคุณภาพดีย่านสายไหม จุดนัดพบที่ลงตัวของสายกินและสายช็อปปิ้ง!

posted by ภรรยาหา สามีใช้ November 24, 2017 0 comments
อ่านชื่อเปิดหัวเรื่องของผมแล้วงงมั้ยล่ะครับ? ร้านขายบิงซูอะไร ทำไมถึงเป็นจุดนัดพบที่ลงตัวของสายกินกับสายช็อปได้ นั่นก็เพราะว่าร้านบิงซูร้านนี้ไม่ใช่ร้านธรรมดาๆ ครับ เพราะนอกจากร้าน Bingsu by GU จะเป็นร้านขายบิงซูที่เกิดจากความรักในการทานของอร่อยๆ ของเจ้าของร้าน จนนำมาสู่การเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีในการทำอาหาร การคิดค้นเมนูที่ไม่เหมือนใครแล้ว ร้าน Bingsu by GU ก็ยังตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้าน Odaiba Japan (โอไดบะ เจแปน) ซึ่งเป็นร้านขายของมือสองคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นด้วยครับ
เป็นยังไงล่ะครับ ทีนี้ก็หายงงและเกิดอาหารว้าวขึ้นมาในใจแทนแล้วใช่มั้ยครับว่ามีร้านแบบนี้ด้วยเหรอ ซึ่งผมบอกเลยว่าถ้าตามผมไปเรื่อยๆ แล้วอ่านรีวิวนี้จนจบ คุณจะยิ่งร้องว้าวและอยากจะนัดเพื่อนหรือครอบครัวออกไปที่ร้านนี้ซักครั้งเลยครับ
ก่อนอื่นเลยเรามาดูหน้าตาของร้านและการเดินทางไปที่ร้านกันก่อนดีกว่า ร้าน Bingsu by GU นั้น จะตั้งอยู่ในพื้นที่ร้านโอไดบะ เจแปน ซึ่งอยู่บริเวณปากซอยสายไหม 41 ติดถนนสายไหมเลย โดยเราสามารถสังเกตเห็นหน้าร้านได้ไม่ยาก เพราะมีป้ายชื่อร้านติดอยู่บริเวณด้านหน้าและด้านข้างร้านหลายจุดเลย หลังจากที่เราเห็นร้านเรียบร้อยแล้วก็ให้เรามองไปที่ซอยสายไหม 41 ที่อยู่ข้างๆ ร้าน จากนั้นก็เลี้ยวเข้าซอยไปได้เลยเพราะที่บริเวณหลังร้านนั้นจะมีลานจอดรถกว้างๆ ที่สามารถจอดรถได้มากกว่า 10 คันอยู่ครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
ทีนี้เรามาดูภาพรวมของร้านโอไดบะ เจแปน กับร้าน Bingsu by GU กันดีกว่า โดยทั้งสองร้านนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และมีเจ้าของคนเดียวกัน ดังนั้นเราไม่ต้องเกรงใจในการเดินไปเดินมานะครับ เช่น เราอยากจะเลือกซื้อของมือสองก็เดินเลือกซื้อไปเรื่อยๆ เมื่อเดินเลือกจนเหนื่อยหรือรู้สึกร้อน อยากหาของอร่อยๆ เย็นๆ กินก็เดินเข้าร้าน Bingsu by GU ได้เลย จะเข้าๆ ออกๆ กี่ครั้งก็ได้ เจ้าของร้านเค้าใจดีมาก ><
ลักษณะคร่าวๆ ของร้านโอไดบะนั้นจะเป็นร้านเปิดโล่ง Open Air ที่มีสินค้าให้เราเลือกซื้อมากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา, ของเล่น, อุปกรณ์แม่และเด็ก, จักรยาน, โมเดล, ตุ๊กตา, กีตาร์, เสื้อผ้า, จานชาม, แก้วน้ำ, อุปกรณ์กีฬา, กระเป๋าเดินทาง, แว่นตา,รองเท้า, เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ อีกมากมายสารพัดที่จะพิมพ์ออกมาได้หมดจริงๆ ครับ แนะนำเลยว่าควรต้องไปดูเองจะดีที่สุด
สำหรับเรื่องการวางสินค้ามือสองของที่นี่นั้นถือว่าดีเลยครับ เมื่อเปรียบเทียบกับร้านขายของมือสองจากญี่ปุ่นร้านอื่นๆ ที่ผมเคยไปมา โดยร้านโอไดบะนั้นมีการจัดวางสินค้าเป็นหมวดหมู่ สามารถหาสินค้าได้ง่าย อย่างนาฬิกาก็มีการแยกโซนระหว่างนาฬิกาธรรมดาที่ราคาเรือนละ 100 – 300 บาท กับนาฬิกาที่มียี่ห้อพร้อมการรับประกัน 7 วันหลังจากที่เราซื้อไป ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แตกต่างจากร้านญี่ปุ่นมือสองร้านอื่นมากๆ เพราะร้านอื่นที่ผมเคยไปมาจะไม่มีการรับประกันสินค้าแบบนี้เลยครับส่วนจานชามก็มีการจัดวางรวมกันได้เป็นระเบียบมาก ลวดลายก็น่าสนใจ โดยราคาของจานชามพวกนี้ทางร้านเค้าจะจำหน่ายเป็นขีดนะครับ ขีดละ 20 บาท 30 บาท ก็แล้วแต่รูปแบบ
และนี่เลยกับสวรรค์ที่คนรักรองเท้าน่าจะชอบ รองเท้ามากมายหลายร้อยคู่ที่คุณสามารถเลือกลอง เลือกใส่ เลือกหาได้นานเป็นชั่วโมง ที่สำคัญรองเท้าบางคู่ไม่ใช่รองเท้ามือสองนะครับ แต่เป็นรองเท้าโชว์จากญี่ปุ่นที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนเลย และอีกเรื่องนึงที่หลายๆ คนน่าจะถูกใจก็คือราคาเริ่มต้นของรองเท้าเหล่านี้ไม่ถึง 100 บาท/คู่!! ก็ลองลองไปเลือกดูนะครับ ใครมีเวลาเยอะ สายตาดี ขนาดของเท้าพอเหมาะ ก็น่าจะได้รองเท้าดีๆ กลับบ้านหลายคู่เลย ^^
เอาล่ะ ก่อนที่เราจะไปพูดถึงบิงซูอร่อยๆ ของร้าน Bingsu by GU ผมขอทิ้งท้ายกับร้านโอไดบะไว้นิดนึงนะครับว่า สำหรับใครที่สนใจจะเลือกซื้อหาสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นแบบนี้ ผมแนะนำให้สอบถามทางร้านดีๆ ว่าของจะเข้าวันไหน เพราะโดยปกติแล้วของจะมาจากญี่ปุ่นเดือนละครั้ง โดยช่วงวันที่ของพึ่งเข้าวันแรกๆ นั้น สินค้าจะมีให้เลือกเยอะมากกกกกกกกก ซึ่งภาพที่ทุกคนเห็นผมถ่ายมาในวันนี้ว่ามีสินค้ามากมายนั้น ผมจะบอกว่านี่เป็นช่วงที่เป็นปลายตู้ของทางร้านแล้ว และปริมาณสินค้าน่าจะเหลืออยู่ประมาณ 10% ของช่วงที่สินค้าพึ่งเข้าครับ!!
.
.
.
โอ้ววว คิดไม่ออกเลยว่าช่วงวันที่ของพึ่งเข้านี่จะมีของให้เราเลือกเยอะแยะขนาดไหนครับ!!
ครับ ตอนนี้ผมก็พาทุกคนไปทัวร์ร้านขายของมือสองจนแทบจะลืมไปแล้วว่าวันนี้จุดประสงค์ในการเขียนรีวิวของผมคือร้านบิงซู >< แต่ไม่เป็นไรเนอะ ถือว่าเป็นการวอร์มเครื่องพาทุกคนเดินเผาผลาญพลังงานก่อน ซึ่งผมเดาว่าตอนนี้ทุกคนก็น่าจะเริ่มหิวอยากกินอะไรหวานๆ อยากกินอะไรเย็นๆ กันแล้วเนอะ
อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นว่าร้าน Bingsu by GU นั้นจะตั้งอยู่ภายในร้านโอไดบะเลย หรือถ้าจะเรียกให้ถูกต้องนั่นก็คือตั้งอยู่ที่กลางร้านเลย ดังนั้นรับรองว่าเราจะสามารถมองเห็นร้าน Bingsu by GU ได้เด่นชัดแน่นอน โดยร้าน Bingsu by GU แห่งนี้ เกิดขึ้นมาจากความรักในการทานของอร่อยๆ ของเจ้าของร้าน ที่ชอบตระเวนไปชิมนั่นชิมนี่อยู่บ่อยๆ จนในที่สุดก็มีความรู้สึกว่าเราเองก็มีความรู้เรื่องขนมเยอะ รู้จักแหล่งวัตถุดิบดีๆ หลายอย่าง รวมทั้งมีเมนูที่เราชอบ แต่ไม่สามารถหากินแถวบ้านได้  ดังนั้นเรามาเปิดร้านเองดีกว่า
.
.
.
และไม่ใช่แค่เปิดร้านเองเท่านั้น แต่มันต้องคิดค้นเมนูเอง ตั้งชื่อเอง เลือกสรรหาวัตถุดิบเอง และขายเอง…….ตามสไตล์ “GU” นี่แหละ ซึ่งมันน่าจะถูกใจหลายๆ คน เพราะเราเลือกแต่สิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ถูกปากที่สุดมาแล้ว
สำหรับรูปแบบของร้าน Bingsu by GU นั้นจะเป็นร้านติดแอร์ขนาดกะทัดรัด มีโต๊ะเล็กๆ 12 โต๊ะ ที่น่าจะสามารถรองรับคนได้ประมาณ 20-30 คน ภายในร้านมีการตกแต่งอย่างสวยงาม โดยเน้นที่ผนังไม้และของเล่นต่างๆ หลายร้อยตัวที่เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นการส่วนตัวและสะสมไว้ ซึ่งบอกเลยว่าใครที่ชอบตัวละครจากเรื่อง One Piece หรือ Mask Rider นี่น่าจะร้องกรี๊ดแตกแน่ๆ เพราะโมเดลจากเรื่องพวกนี้เยอะจริงๆ
ส่วนตัวละครจากเรื่องอื่นๆ ก็มีมาแซมอยู่เป็นโซนๆ ไม่ว่าจะเป็นโดราเอมอน, โปเกมอน, นารุโตะ, ดราก้อนบอล, ป็อบอาย, คิตตี้, อันปังแมน, มาริโอ้, Disney ซึ่งคนชอบของเล่นแบบผมนี่น่าจะถูกอกถูกใจมาก เพราะขนาดผมไปเห็นมาแล้ว แต่พอกลับมานั่งพิมพ์รีวิว และดูรูปอีกรอบ ผมยังฟินเลยครับ
อ้อ แต่ผมบอกไว้ก่อนนะครับว่า ของเล่นที่อยู่ตามชั้นและในตู้โชว์นั้น เป็นของสะสมส่วนตัวของเจ้าของร้าน ไม่ได้มีไว้จำหน่ายและเราไม่สามารถที่จะหยิบลงมาเล่นได้ครับ แต่จะมีของอยู่บางส่วนที่เราสามารถหยิบมาเล่นหรือถ่ายรูปสนุกๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ยักษ์ หรือว่าโมเดลจิ๋วๆ ที่อยู่ตามป้ายชื่อโต๊ะทั้ง 12 โต๊ะ ที่มีความกิ๊บเก๋ตรงที่แต่ละโต๊ะจะเป็นตัวละครที่ไม่ซ้ำกันเลยครับ
ดูบรรยากาศร้านไปแล้ว ทีนี้เรามาดูเรื่องของเมนูกันบ้างดีกว่า สำหรับเมนูของร้าน Bingsu by GU นั้น จะมีการแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ บิงซู, ของหวาน แล้วก็เครื่องดื่ม โดยเมนูแต่ละอย่างนั้นเกิดจากการคิดค้นและความชื่นชอบของเจ้าของร้าน อย่างเช่น เค้าชอบกินมะม่วง กับเมล่อน ก็ออกมาเป็น บิงซูมะม่วง บิงซูเมล่อน เป็นต้น ส่วนเมนูหรืออาหารประเภทที่เจ้าของร้านไม่ชอบหรือไม่ค่อยถนัดอย่างเช่น ทุเรียน ก็จะไม่มีในร้านนะครับ เพราะถึงแม้จะมีลูกค้าเรียกร้องเข้ามาเยอะ แต่ด้วยความที่ปกติพี่เค้าไม่ค่อยชอบทานผลไม้ประเภทนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะไม่เพิ่มเมนูนี้ลงไป เพราะหากคิดค้นเมนูออกมาแล้ว แต่ตัวคนทำไม่ได้เป็นลองชิมเอง มันก็คงไม่กล้าการันตีเนอะว่าเมนูนี้เค้ามั่นใจ ภูมิใจนำเสนอ ว่าดีและถูกปากแน่
สำหรับวันนี้ผมกับเพื่อนๆ เอง ก็ได้มีโอกาสลองทานทั้งหมด 8 เมนู ตามนี้นะครับ
  1. GU Double Pack – GU Zaa
  2. GU Double Pack – GU Drink
  3. GU Fancy Frappe – Strawberry Milk Fancy
  4. Gu Mango
  5. GU Melon
  6. GU Yogurtberry
  7. GU Cheese Toast
  8. GU Custard Toast
สองเมนูแรกที่เราได้รับก็คือ GU Double Pack – GU Zaa และ GU Double Pack – GU Drink ซึ่งต้องบอกตามตรงว่าตอนที่ผมเห็นแก้วครั้งแรกผมถึงกับตกใจ เพราะนอกจากแก้วจะใหญ่มากแล้ว ดีไซน์แก้วยังเก๋มากอีกด้วย โดยแต่ละแก้วจะมีการแยกช่องออกเป็น 2 ช่องเพื่อใส่น้ำแต่ละประเภท ส่วนหลอดก็มีการใช้หลอดที่มีสีสันสวยงามมาพันเป็นเกลียวขึ้นไป จนดูแล้วชวนให้เกิดความรู้สึกลิ้มลอง น่าค้นหา เมนูนี้ผมแนะนำเลยว่าใครที่ไปกับแฟนควรสั่งมาลอง เพราะมีโอกาสที่ริมฝีปากเราจะได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากๆ ครับ ><
สำหรับเมนู GU Double Pack – GU Zaa นั้นจะเป็นน้ำอิตาเลี่ยนโซดา โดยเราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากได้รสอะไรบ้าง ซึ่งผมกับภรรยาเลือกเป็นสตรอเบอร์รี่และกีวี โดยก่อนกินเราจะต้องทำการคนเพื่อให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันเสียก่อน ส่วนในเรื่องของรสชาติของน้ำทั้งสองนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี ซ่า อร่อย และช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดีเลย เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ร้อนแล้วต้องการหาอะไรซ่าๆ ทาน
ส่วน GU Double Pack – GU Drink นั้น ผมเลือกเป็นน้ำชาไทยกับชาเขียว ซึ่งน้ำทั้งสองชนิดนั้นมีความเข้มข้นมาก กินแล้วประทับใจเลย โดยเฉพาะชาเขียวมัทฉะที่ทางร้านนำมาผ่านกระบวนการส่วนตัวที่ทำให้ชาเขียวมีความเข้มข้นแต่ไม่ค่อยมีผงและไม่รู้สึกเฝื่อนเหมือนกับหลายๆ ร้านครับ
สรุปสำหรับสองแก้วนี้ คุ้มราคา 95 บาท/แก้ว มาก ใครมาควรต้องสั่ง แต่จะสั่งแก้วไหนก็แล้วแต่สไตล์ความชอบของแต่ละคนเลยครับ หรือถ้าใครไม่อยากกินน้ำ 2 ชนิด ในมื้อเดียว ก็สามารถสั่งเป็น Gu Zaa หรือ Gu Drink แบบธรรมดาที่ไม่ใช่ Double Pack ก็ได้ครับ ราคาแก้วละ 55 บาท และมีน้ำให้เลือกหลายประเภทเลย เช่น โกโก้, กาแฟ, นมเย็น, ชาซีลอน, ชาดำเย็น
ต่อกันที่อีกหนึ่งเครื่องดื่ม GU Fancy Frappe – Strawberry Milk Fancy อีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มที่ผมต้องตะลึงตอนที่ทางร้านนำมาเสิร์ฟอีกเหมือนกัน เพราะทางร้านดีไซน์กับจัดวางมาได้สวยมาก ขนาดของแก้วแม้จะเล็กกว่า GU Double Pack และราคาสูงกว่า แต่เมื่อดูจาก Topping ที่ใส่มาแบบจัดเต็มก็ต้องยอมเค้าครับ
รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนี้จะเป็นนมสตรอเบอร์รี่ปั่น มีความหวานกำลังดี ส่วนท็อปปิ้งด้านบนจะเป็นเมอแรงและมาการอง เมนูนี้ผมแนะนำเป็นพิเศษสำหรับเด็ก หรือสายถ่ายรูป สายคาเฟ่ เพราะมันถ่ายรูปออกมาแล้วชวนให้ดูว้าวมากๆ โดยถ้าใครไม่ชอบทานสตรอเบอร์รี่ก็สามารถสั่งเป็นคาราเมลหรือช็อคโกแลตคิด (ช็อคโกแลต + คิทแคท) แทนก็ได้ ราคาเดียวกันคือ 145 บาท/แก้ว
ส่วนใครที่ไม่อยากทานน้ำหวานเลยก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะว่าทางร้านมีน้ำเปล่าไว้บริการฟรี
ทีนี้มาดูกันที่บิงซูกันบ้างดีกว่า เมนูบิงซูของร้าน Bingsu by GU นั้น มีให้เลือกเยอะมากกว่า 10 รายการ และเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามแต่ไอเดียของเจ้าของร้าน โดยวันนี้ผมได้ลองทาน 3 อย่างได้แก่ GU Mango, Gu Melon และ GU Yogertberry
ในเรื่องของรสชาตินั้นผมกับภรรยาให้สอบผ่านทั้ง 3 รายการเลยครับ เพราะแต่ละอย่างต่างก็มีดีในแบบของมัน อย่าง GU Mango จะเด่นตรงที่ตัวน้ำแข็งจะมีการปรุงรสเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ส่วนมะม่วงที่เป็นท็อปปิ้งด้านบนนั้นนอกจากจะมีปริมาณเยอะแล้วก็ยังมีความหวานอร่อยมากอีกด้วย แต่ทั้งนี้รสชาติโดยรวมของเมนูนี้จะออกหวานกว่าอีก 2 เมนูที่เหลือ ดังนั้นใครที่ไม่ชอบทานอะไรหวานๆ ก็อาจจะไม่ค่อยโดนใจเมนูนี้ซักเท่าไหร่ครับ
GU Yogertberry จะโดดเด่นตรงที่ท็อปปิ้งด้านบนจัดเต็มทั้งบลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, แบล็คเบอร์รี่ และยังโรยด้วยผงโยเกิร์ตนำเข้า แต่ด้วยความที่มีผงโยเกิร์ตเป็นส่วนผสมหลัก รสชาติโดยรวมจึงออกไปในทางเปรี้ยวจนถึงเปรี้ยวมากสำหรับบางคน ดังนั้นเมนูนี้แนะนำสำหรับคนที่ชอบทานโยเกิร์ต ชอบทานของหวานที่มีรสเปรี้ยวนำ และคนที่อยากหาอะไรที่ทานแล้วตาจะสว่างขึ้นมาครับ ^^
และสำหรับ GU Melon ผมว่าเมนูนี้เปรียบเสมือนทางสายกลางสำหรับคนที่ชอบอะไรพอดีๆ ไม่หวาน ไม่เปรี้ยวเกินไป เอาเป็นว่าใครชอบเมล่อนนี่ควรสั่งครับ เพราะจุดเด่นที่สุดของ GU Melon นั่นก็คือ นอกจากเราจะได้กินเมล่อนที่ทางร้านคว้านออกมาเป็นลูกกลมๆ ที่ด้านบนแล้ว ยังมีเนื้อเมล่อนส่วนอื่นๆ ที่ทางร้านใส่เข้าไปในก้อนน้ำแข็ง ทำให้เนื้อเมล่อนที่อยู่ด้านในนั้นมีรสชาติเหมือนฟรีซด้วยนมมา บอกเลยว่าใครชอบเมล่อน ชอบกินนม มันจะฟินมาก ><
เอาล่ะ หลังจากที่กินบิงซูไปครบ 3 เมนูแล้ว ผมขอสรุปภาพรวมสั้นๆ ของบิงซูกันก่อน โดยส่วนตัวแล้วผมว่าคุณภาพของวัตถุดิบและความอร่อยของทั้ง 3 เมนูที่ผมได้ชิมนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีเลย ไอศกรีมที่อยู่ในบิงซูก็อร่อยถูกปากทุกรสครับ และผมคิดว่าในโซนสายไหม ดอนเมือง รามอินทรา ลำลูกกา ร้านนี้น่าจะเป็นร้านบิงซูต้นๆ ที่ทุกคนควรหาโอกาสไปลองเลยครับ
ส่วนในเรื่องของขนาดถ้วยและราคา ผมก็คิดว่าเหมาะสมดีนะครับ โดยเฉพาะเมื่อเทียบราคากับวัตถุดิบต่างๆ ที่ทางร้านจัดมา โดยบิงซูหนึ่งถ้วยใหญ่นั้นเราสามารถกินกันได้ 2-3 คนเลย และหลายๆ เมนูทางร้านก็ได้มีการทำเป็นถ้วยเล็กที่ราคาถูกกว่าประมาณ 40-50% ไว้บริการด้วย โดยขนาดของถ้วยเล็กนั้นจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการทานคนเดียว อย่าง GU Mango ถ้วยใหญ่จะราคา 250 บาท ถ้วยเล็กจะราคา 125 บาท ส่วน Gu Yogertberry ถ้วยใหญ่จะราคา 250 บาท ถ้วยเล็กราคา 145 บาท
ก็ลองประเมินดูนะครับว่าเราไปกันกี่คน อยากกินเมนูมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเราไปน้อยคนแต่อยากกินหลายเมนูก็คงต้องสั่งเป็นถ้วยเล็กเนอะ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายๆ คนคงคิดว่าการรีวิวของผมคงจะจบลงแล้วใช่มั้ยล่ะครับ แต่ยังครับ….เรายังเหลืออีก 2 เมนูที่ยังไม่ได้ชิม และผมบอกเลยว่า 2 เมนูนี้เด็ดมากนั่นก็คือ GU Cheese Toast และ GU Custard Toast
GU Cheese Toast ก็คือโทสต์ที่มีชีสอย่าง Pamesarn และ Mosallela เป็นตัวเด่น บอกเลยว่าสายชีสนี่น่าจะถูกใจมากแน่ๆ เพราะนอกจากขนมปังที่อบจากเนยสูตรพิเศษของทางร้านจะมีความหอมแบบที่อมหวานนิดๆ แล้ว ชีสด้านบนยังอร่อย เยอะและเข้ากันอีกด้วย โดยเมนูนี้ผมแนะนำว่าถ้าทางร้านเสิร์ฟแล้วให้เรารีบทานเลยนะครับ อย่าเสียเวลานานเพราะเดี๋ยวชีสจะเริ่มแข็งตัวแล้วรสชาติดร็อปลงครับ
สำหรับ GU Custard Toast เมนูนี้จะเป็นโทสต์สังขยาครับ โดยขนมปังยังคงอร่อยเหมือนกับเมนูก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือเมนูนี้จะเปลี่ยนท็อปปิ้งเป็นสังขยา ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทานชีสแบบผมจะถูกอกถูกใจกับเมนูนี้มากกว่าครับ
สรุปสั้นๆ สำหรับเมนู Toast ใครชอบกินขนมประเภทนี้ ควรสั่งมาลองครับ ผมว่าเค้าทำขนมปังได้อร่อยมากเลย แถมขนาดของขนมปังก็ใหญ่สามารถทาน 2 คนได้สบายๆ ครับ
ครับ หลังจากที่ผมกับเพื่อนๆ ซัดขนมหวานไป 5 เมนู เครื่องดื่มอีก 3 แก้ว ผมว่าตอนนี้คงถึงเวลาที่เราต้องสรุปการรีวิวในครั้งนี้กันแล้ว โดยผมขอแยกสรุปเป็นหัวข้อตามเดิมนะครับ
วันที่รับประทาน : วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560
ช่วงเวลา : 13.30 – 17.00 น.
จำนวน : 4 คน
รสชาติอาหาร : ผมว่าดีเลยนะครับ เป็นร้านขายบิงซู, โทสต์และเครื่องดื่มที่มีรสชาติดีน่าลิ้มลองแห่งนึงเลย แม้อาจจะไม่ถึงขั้นร้านเฟรนไชส์ดังๆ ตามห้างหรูๆ แต่ผมว่าในพิกัดดอนเมือง สายไหม หรือละแวกใกล้เคียง ร้านนี้สู้ได้ครับ โดยเฉพาะโทสต์นี่โดนใจผมมากครับ
ความหลากหลายของอาหาร : เห็นเป็นร้านเล็กๆ จุได้ไม่กี่คนแบบนี้ อย่าประมาทจำนวนเมนูเค้าไปนะครับ เพราะแม้จะมีแค่ 3 ประเภทหลักอย่างบิงซู, โทสต์ และเครื่องดื่ม แต่พี่เจ้าของร้านก็ผสมผสานและรังสรรค์เมนูที่น่าสนใจออกมาให้เราเลือกทานได้เยอะแยะเลย และดูแล้วพี่เค้าน่าจะไม่หยุดคิดง่ายๆ เมนูน่าจะเพิ่มออกมาอีกเรื่อยๆ ดังนั้นผมว่าถ้าผมกับภรรยาไปร้านนี้ 3 ครั้ง ผมสามารถสั่งเมนูไม่ซ้ำกันได้เลย!!
ความสะอาดของร้าน : สอบผ่านเลยครับ สะอาดสะอ้าน ดูน่าทาน และมีการใช้กระจกเข้ามาเป็นผนังร้าน ทำให้ร้านดูโล่งขึ้น ส่วนการตกแต่งร้านก็ทำได้ดี ด้วยการใช้ของเล่นมาเป็นตัวชูโรง และยังมีการเปิดเพลงคลอเบาๆ รวมทั้งมีบริการ Free Wifi ด้วยครับ
การบริการของพนักงาน : ดีครับ ขออะไรได้รวดเร็ว สั่งอาหารไปแต่ละครั้งก็รอไม่นานครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : ข้อนี้ต้องบอกว่าคนที่ไม่มีรถอาจจะต้องทำใจหน่อยนะครับ เพราะจากที่ผมสังเกต ผมว่าร้านนี้น่าจะไม่ค่อยมีรถประจำทางผ่าน และตำแหน่งที่ตั้งของร้านน่าจะเหมาะสำหรับคนที่มีรถมากกว่า แต่ทั้งนี้ผมเองก็ไม่ใช่คนที่ถนัดเส้นทางแถวนั้นซักเท่าไหร่นะครับ หากเป็นคนในพื้นที่ก็อาจจะรู้จักเส้นทางของรถต่างๆ มากกว่าผมก็ได้
ความคุ้มค่า : โดยส่วนตัวแล้วผมกับภรรยารับได้กับราคาอาหารของร้าน Bingsu by GU นะครับ เพราะผมว่าทางร้านมีการเลือกวัตถุดิบที่ดีในการทำแต่ละเมนู รสชาติถูกปาก และขนาดของแต่ละรายการก็เหมาะสมกับเงินที่จ่ายไป
สรุป : Bingsu by GU คืออีกหนึ่งร้านขายของหวานและเครื่องดื่มที่ผมอยากจะแนะนำให้คนที่ชอบทานเมนูอย่างบิงซู, โทสต์ และเครื่องดื่มแปลกๆใหม่ๆ ไปลองซักครั้งครับ โดยเฉพาะคนที่อยู่ย่านสายไหม ดอนเมือง รามอินทรา ลำลูกา หรือบ้านและที่ทำงานอยู่ห่างจากร้านไม่เกิน 15 กิโลเมตร เพราะมันน่าจะดีกว่าการที่ต้องฝ่ารถติดเข้าไปในเมืองครับ นอกจากนี้ร้าน Bingsu by GU ยังมีจุดเด่นอีกอย่างที่ร้านอื่นๆ หรือร้านตามห้างไม่สามารถสู้ได้นั่นก็คือการที่ร้านอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านโอไดบะ เจแปน ซึ่งเป็นร้านขายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น นั่นก็เลยทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบที่ลงตัวของคนที่ชื่นชอบทั้งการกินและการช็อปปิ้ง โดยเฉพาะครอบครัวไหนที่คุณพ่อคุณแม่ชอบหาซื้อของสภาพดี ราคาไม่แพง ส่วนคุณลูกชอบของหวานเย็นๆ สีสดใส ที่นี่คือคำตอบของคุณครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ สำหรับใครที่อยากจะดูบรรยากาศของการรีวิวในรูปแบบของภาพเคลื่อนไหวก็สามารถกดดูที่คลิปด้านล่างได้เลยครับ หรือถ้าใครอยากจะหาข้อมูลของร้าน Bingsu by GU เพิ่มเติมก็เข้าไปที่แฟนเพจของร้านหรือโทรไปสอบถามได้เลยตามรายละเอียดด้านล่าง ทางร้านเค้ามีบริการ Delivery ด้วยนะ และสุดท้ายหากใครที่อยากติดตามเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมแบบใกล้ชิด ก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ
Fanpage : ฺBingsu by GU
Tel : 081-3991742
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like