Food Review

[SR] Copper Buffet : International Buffet เกรดโรงแรม ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปทานในโรงแรม

posted by ภรรยาหา สามีใช้ April 10, 2018 0 comments
สวัสดีทุกคนครับ วันนี้ผม นาย “ภรรยาหา สามีใช้” จะพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งร้านอาหารบุฟเฟ่ต์คุณภาพดี และยังเป็นร้านที่ผมอยากจะไปทานมากๆ ในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะทุกครั้งที่ผมได้เห็นภาพอาหารจากเพจของทางร้าน หรือภาพจากที่คนรอบตัวผมไปกิน มันก็ทำให้ผมน้ำลายไหล ทุรนทุราย อยากจะไปลองชิมด้วยตัวเองซักครั้งว่ามันจะดีงามเหมือนที่หลายๆ คนบอกไว้หรือเปล่า และในที่สุดวันนี้ฝันของผมก็เป็นจริงแล้วครับ!!
ร้าน Copper Buffet (คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์) เป็นร้านอาหารที่ให้บริการอาหารบุฟเฟ่ต์แบบนานาชาติ (International Buffet) โดยจะมีอาหารให้เราเลือกทานหลายอย่างมาก ตั้งแต่ไทย, ญี่ปุ่น แล้วก็ยุโรป โดยปัจจุบันนี้ทางร้าน Copper Buffet มีอยู่เพียงสาขาเดียวเท่านั้นก็คือที่ The Sense ปิ่นเกล้า
ใครที่ยังไม่เคยมาที่ The Sense ปิ่นเกล้า ก็สามารถดูแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ มาไม่ยาก ตำแหน่งที่ตั้งของเค้าจะอยู่ใกล้ๆ กับเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าเลยครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
เมื่อเรามาถึงที่ The Sense ปิ่นเกล้า ก็ให้เราสังเกตที่ชั้น 3 หรือที่มุมซ้ายบนของภาพนะครับ เราจะเห็นชื่อร้าน Copper Buffet อยู่ โดยใครที่ขับรถมาก็สามารถจอดรถในอาคารจอดรถของเค้าและนำบัตรไปขอประทับตราที่ร้านได้เลยครับ
หมายเหตุ : ถ้าดูตามลักษณะของอาคาร The Sense ปิ่นเกล้า จากภายนอก เราจะเห็นว่าร้าน Copper Buffet นั้น อยู่ที่ชั้น 3 ของอาคาร แต่ด้วยความที่อาคารนี้จะมีการเรียกชั้นล่างสุดเป็นชั้น G ชั้นถัดมาคือชั้น 1 และชั้นบนสุดคือ ชั้น 2 ดังนั้นตามสื่อต่างๆ ก็เลยจะบอกว่าร้าน Copper Buffet นั้นอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคาร ซึ่งคนที่จะไปทานอาหารที่นี่ก็อย่างงนะครับ ให้เราเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นบนสุดก็พอรับรองเจอร้านอย่างแน่นอน
สำหรับราคาการทานอาหารบุฟเฟ่ต์ของที่นี่นั้น จะมีราคาตามนี้เลยครับ
  • ผู้ใหญ่ ราคา 987 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่มแล้ว)
  • เด็กต่ำกว่า 90 cm ทานฟรี
  • เด็กสูงระหว่าง 90-120 cm ราคา 300 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่มแล้ว)
  • เด็กสูงกว่า 120 cm คิดราคาผู้ใหญ่
โดยใครที่มีบัตรสมาชิกของทางร้านนั้นจะสามารถใช้ลดค่าอาหารได้ 10% เหลือ 888 บาท/คน net ในกรณีที่จ่ายเงินสด และลดได้ 5% เหลือ 938 บาท/คน net ในกรณีที่จ่ายด้วยบัตรเครดิต ซึ่งเราสามารถใช้บัตรสมาชิกเพียงใบเดียวลดค่าอาหารได้ทั้งโต๊ะเลยครับ ส่วนค่าสมัครบัตรสมาชิกนั้นจะอยู่ที่ 699 บาท/ปี เมื่อสมัครแล้วสามารถใช้งานได้ทันทีครับ
นอกจากนี้บัตรสมาชิกของร้าน Copper Buffet ยังสามารถใช้เป็นส่วนลด 15% ในเดือนเกิดของผู้ที่สมัครบัตรสมาชิกด้วยครับ(ลด 15% ในกรณีที่จ่ายด้วยเงินสด ส่วนกรณีจ่ายด้วยบัตรเครดิตจะลด 5% เท่าเดิม) โดยทางร้านจะมีการตรวจสอบบัตรประชาชนด้วยว่าข้อมูลตรงกับผู้สมัครบัตรสมาชิกตัวจริงหรือไม่ แต่ในกรณีที่เราใช้ทานอาหารในวันอื่นๆ ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ส่วนลดเดือนเกิด 15% นั้น เราสามารถยืมบัตรสมาชิกของเพื่อนๆ ไปใช้ได้เลยครับ เพราะทางร้านจะให้สิทธิ์ทุกคนที่ถือบัตรมาเลย ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สมัครบัตรโดยตรงก็ได้
และเท่านั้นยังไม่พอ ใครที่มีบัตรสมาชิกของร้าน Copper Buffet ก็ยังจะได้รับสิทธิ์พิเศษที่ต้องทำให้โต๊ะอื่นตาร้อนผ่าวๆ ไปตามกัน โดยสิทธิ์นี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สำหรับในช่วงเดือนเมษายน 2561 จะเป็นการรับล็อบสเตอร์ย่างหรือล็อบสเตอร์อบชีส มูลค่า 990 บาทฟรีๆ โดยบัตรสมาชิก 1 ใบ จะสามารถรับได้สูงสุด 2 จาน/ครั้ง (1 จาน ต่อ 2 คน) ซึ่งถ้าจะอธิบายให้ง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราไป 1-2 คน ก็จะได้รับ 1 จาน, ถ้าเราไป 3-4 คน ก็จะได้รับ 2 จาน แต่ถ้าเราไปมากกว่า 4 คนขึ้นไป ก็จะได้รับแค่ 2 จานเท่านั้น โดยคนที่รับสิทธิ์ทานเมนูล็อบสเตอร์ไปแล้วจะไม่สามารถรับสิทธิ์ส่วนลดค่าอาหาร 5-10% ในมื้อนั้นๆ ได้ แต่คนที่เกินจาก 4 ท่านขึ้นไป และไม่ได้รับสิทธิ์ในการทานล็อบสเตอร์ก็จะสามารถรับสิทธิ์ส่วนลดค่าอาหาร 5-10% ในมื้อนั้นได้ครับ
บอกเลยว่าใครที่ตั้งใจจะไปทานอาหารที่ร้านนี้และยังไม่มีบัตรสมาชิก ผมแนะนำให้สมัครเลยครับ คุ้มมาก โดยเฉพาะถ้ารอบแรกไปกัน 4 คนขึ้นไปนี่เป็นอะไรที่คุ้มสุดๆ เพราะล็อบสเตอร์ที่เป็นเมนูพิเศษของร้านตอนนี้มันอร่อยและดีงามมากกกกกกก
เอาล่ะ คราวนี้เรามาพูดถึงเรื่องเวลาในการทานอาหารของที่นี่กันดีกว่า ร้าน Copper Buffet นั้น จะมีเวลาให้เราทานอาหารทั้งหมด 2 ชั่วโมง (120 นาที) โดยในแต่ละวันทางร้านจะมีรายละเอียดของการเปิดบริการและรอบเวลาที่ให้บริการแตกต่างกันออกไปตามนี้ครับ
วันจันทร์ – วันพฤหัส : เปิดตั้งแต่ 16.30 – 22.30 น. (ไม่มีการกำหนดรอบ สามารถเริ่มกินตอนไหนก็ได้)
วันศุกร์ : เปิด 2 ช่วงเวลา โดยช่วงกลางวันเปิดตั้งแต่ 11.30-15.00 น. ส่วนช่วงเย็นเปิดตั้งแต่ 16.30 – 22.30 น. (ไม่มีการกำหนดรอบ สามารถเริ่มกินตอนไหนก็ได้)
วันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ : เปิดบริการเป็นรอบเวลา รอบละ 2 ชั่วโมง โดยจะเปิดทั้งหมด 4 รอบ ดังนี้
  • รอบที่ 1 : 11.00 – 13.00 น.
  • รอบที่ 2 : 13.30 – 15.30 น.
  • รอบที่ 3 : 17.00 – 19.00 น.
  • รอบที่ 4 : 19.30 – 21.30 น.
ใครจะไปทานวันไหนก็ดูเวลาการให้บริการของเค้าให้ดีๆ นะครับ เดี๋ยวไปถึงแล้วจะเก้อ อดกิน แล้วก็ผมแนะนำว่าหากเราต้องการจะไปวันไหนก็ควรจะโทรไปจองที่นั่งก่อนที่เบอร์ 092-2811818 นะครับ เพราะที่ร้านนี้เค้ามีคนไปทานเต็มแทบทุกรอบเลยครับ @_@
เล่าข้อมูลเกี่ยวกับราคาและเวลาการให้บริการไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาดูบรรยากาศที่หน้าร้านและภายในร้านกันดีกว่าครับ
บริเวณหน้าร้าน Copper Buffet นั้นจะมีการจัดเก้าอี้ไว้ให้นั่งรอเป็นจำนวนมาก ดังนั้นใครที่มาถึงก่อนเวลาที่เค้าจะเปิดให้บริการก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เดินไปบอกพนักงานที่บริเวณประตูทางเข้าร้าน แจ้งชื่อและจำนวนที่เราสำรองโต๊ะไว้ รวมทั้งบอกเรื่องการใช้สิทธิ์บัตรสมาชิกกับพนักงาน จากนั้นทางพนักงานก็จะให้หมายเลขโต๊ะเรามา เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินหาที่นั่งเหมาะๆ รอที่หน้าร้านเพื่อรอเวลาประตูเปิดได้เลยครับ ^^
ส่วนนี่เป็นบรรยากาศภายในร้านครับ ผมว่าเค้าตกแต่งออกมาได้สวยดีนะครับ ดูโปร่ง โล่ง สบายตา น่านั่งมากๆ ซึ่งจากที่ผมลองคำนวนด้วยสายตาคร่าวๆ ก็คิดว่าในแต่ละรอบเค้าน่าจะสามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 180 คนครับ
สำหรับใครที่ไปทานในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ และต้องไปทานตามรอบเวลานั้น ผมแนะนำให้ไปถึงก่อนเวลาประมาณ 15 นาทีนะครับ เพราะเมื่อถึงเวลาเราก็จะได้เข้าไปทานได้เลย โดยที่บริเวณหน้าร้านนั้นจะมีพนักงานที่ถือไมโครโฟนคอยประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ ให้เราทราบอยู่เป็นระยะ เช่น เรื่องบัตรสมาชิก, เมนูแนะนำ, อีกกี่นาทีประตูเปิด โดยในช่วงแรกที่ประตูเปิด ทางร้านจะขออนุญาตให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพเข้าไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผมประทับใจกับทางร้านมากครับ
และเมื่อเราเข้าไปในร้านแล้วเราก็จะเจอกับไลน์อาหารมากมาย จนทำให้พื้นที่โต๊ะของเราไม่สามารถวางอาหารได้ทุกชนิดพอ โดยอาหารที่ทุกคนเห็นในภาพด้านล่างนี้ยังไม่ถึงครึ่งของอาหารทั้งหมดที่เค้ามีให้บริการเลยครับ
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพง่ายขึ้น ผมก็เลยจะขอแบ่งกลุ่มไลน์อาหารของ Copper Buffet ออกเป็นทั้งหมด 7 หมวดดังนี้ครับ
หมวดที่ 1 : Seafood on ice
หมวดที่ 2 : ซูชิ และ ซาชิมิ
หมวดที่ 3 : อาหารไทย
หมวดที่ 4 : ขนมปัง, สลัด, Cold Cut และผลไม้
หมวดที่ 5 : อาหารพิเศษประเภทอื่นๆ
หมวดที่ 6 : ของหวาน
หมวดที่ 7 : เครื่องดื่ม
โดยผมจะพาทุกคนไปรู้จักแต่ละหมวดไล่ตามลำดับกันไปเลย เริ่มจากหมวดแรก Seafood on ice อาหารในหมวดนี้จะมีอยู่ 3 อย่าง คือ กุ้ง, หอยแมลงภู่ แล้วก็หอยนางรม โดยไลน์นี้เมื่อเราเดินผ่านประตูเข้าไปก็จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนทางด้านซ้ายมือของเราครับ
ในเรื่องของการจัดอาหารในไลน์นี้ผมว่าดูสวยงามในระดับปานกลาง เพราะทางร้าน Copper Buffet ไม่ได้วางกุ้งและหอยจนล้นภาชนะเหมือนกับที่เราเห็นในไลน์บุฟเฟ่ต์หลายๆ ที่ แต่เราไม่ต้องตกใจไปนะครับว่าของจะมีน้อย ทานได้ไม่กี่ตัวก็หมด เพราะทางร้านจะมีการเติมอยู่ตลอดเวลา เรียกว่ากินไปเถอะครับ กินได้ไม่อั้น กินได้เต็มที่เลย อย่างวันที่ผมไปใช้บริการนั้นผมก็เห็นทุกโต๊ะกินกันอย่างต่อเนื่องและไม่พบปัญหาเรื่องของไม่พอ หรือของหมดเลยครับ
ส่วนเรื่องของคุณภาพและรสชาติของอาหารในหมวดนี้ผมให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ ความสดของกุ้ง, หอยแมลงภู่และหอยนางรมนั้นดีมาก ส่วนในเรื่องของขนาดนั้นผมว่าขนาดของกุ้งอยู่ในระดับกลางๆ ส่วนหอยแมลงภู่และหอยนางรมนั้นตัวใหญ่ใช้ได้เลยครับ อวบอิ่มดูน่ากินมาก โดยเฉพาะหอยนางรมที่แค่เห็นก็น้ำลายไหลแล้ว
เอาเป็นว่าใครที่ชอบทานกุ้ง, หอยแมลงภู่ และหอยนางรมน่าจะถูกใจกับคุณภาพอาหารของที่นี่ครับ ส่วนเรื่องของน้ำจิ้มซีฟู้ดนั้น ทาง Copper Buffet ก็ปรุงมาได้รสจัดจ้านโดนใจเลย แถมเค้ายังตักใส่ถ้วยเล็กๆ ไว้ให้เราเรียบร้อยแล้วโดยที่เราไม่ต้องตักเองอีกด้วย ซึ่งด้วยความลงตัวหลายๆ อย่างของอาหารในหมวดนี้ ทำให้ผมคิดว่าน่าจะมีหลายๆ คนที่เดินวนไปมาโดยเน้นกินแค่หมวดนี้หมวดเดียวครับ ><
ต่อกันที่หมวดที่ 2 หมวดที่จะเรียกว่าอาหารญี่ปุ่นก็ไม่เต็มปาก เพราะที่หมวดนี้จะมีอาหารอย่างซูชิและซาชิมิให้เราทานเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพของปลาดิบ รวมทั้งการฟิวชั่นของส่วนผสมต่างๆ ก็ทำให้หมวดนี้เป็นอีกหนึ่งหมวดที่ผมกับต๋งประทับใจในวันนั้นเลยครับ
คุณภาพของแซลมอนนั้นดีมากเลยครับ ลายสวย ชิ้นหนา และมีส่วนท้องให้ด้วย ส่วนซูชิประเภทต่างๆ ที่ทาง Copper Buffet มีให้บริการนั้นก็มีรสชาติอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ข้าวคำไม่ใหญ่เกินไป ทำให้เราสามารถกินอาหารอื่นๆ ต่อได้อีกเยอะ โดยเมนูซูชิที่ผมคิดว่าสายเนื้อไม่ควรจะพลาดก็คือซูชิหน้าวากิวครับ ส่วนสิ่งที่ผมอยากจะให้ทาง Copper Buffet เพิ่มเติมในส่วนนี้อีกนิดก็คือการเพิ่มชนิดปลาดิบอย่างทูน่า, ซาบะ หรือปลาหมึกยักษ์ลงไป เพราะตอนนี้เหมือนจะมีแซลมอนเป็นตัวเอกแค่อย่างเดียวครับ
ต่อกันที่หมวดที่ 3 อาหารไทย บอกตามตรงครับ หมวดนี้ผมกับต๋งไม่ได้ลองทานกันเลย เพราะอิ่มมากๆ จากอาหารหมวดอื่น โดยวันที่ผมไปนั้นเมนูอาหารที่เค้ามีบริการก็ได้แก่ ปลาดอลลี่นึ่งมะนาว, ไส้กรอกหมู, ไก่ย่างซอสบาร์บีคิว, ขาหมูพะโล้ แล้วก็ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่
หน้าตาอาหารโดยรวมๆ ผมว่าดูสวยงามน่ากินนะครับ และรสชาติน่าจะอร่อยใช้ได้เลย แต่เหมือนหมวดนี้จะเป็นลูกเมียน้อยยังไงก็ไม่รู้เพราะเป็นหมวดที่ผมเห็นคนเดินมาตักน้อยที่สุดเลยครับ เอาเป็นว่าใครที่ชอบอาหารไทยก็ลองชิมดูแล้วกัน ไม่แน่มันอาจจะอร่อยมากจนคุณลืมปลาดิบและ Seafood on ice ไปเลยก็ได้ ><
หมวดที่ 4 อาหารพิเศษประเภทอื่นๆ หมวดนี้ผมไม่รู้ว่าจะเรียกยังไงดี เพราะมันมีอาหารหลากหลายประเภทมากตั้งแต่สเต็ก, กุ้งแม่น้ำเผา, ซุป, พิซซ่า, ของทอด, ก๋วยเตี๋ยว, สปาเกตตี้ จนไปถึงส้มตำ เรียกว่าเป็นหมวดที่มีแต่อาหารน่ากินทั้งนั้น ใครสนใจอยากจะกินอาหารที่หมวดนี้ก็เดินไปตรงกลางร้านแล้วเลือกสั่งได้เลยครับ หลายๆ เมนูจะเป็นเมนูที่ทางเชฟปรุงให้ใหม่เดี๋ยวนั้นเลย เราอยากกินอะไรก็สั่งและบอกเบอร์โต๊ะเราไป เดี๋ยวอีกซักพักเค้าจะนำอาหารไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะเราครับ
สำหรับเมนูที่ผมไม่อยากให้ทุกคนพลาดในหมวดนี้เลยก็คือ สเต็กเนื้อวากิว, ซี่โครงหมูบาร์บีคิว, ซุปเห็ดทรัฟเฟิล, กุ้งแม่น้ำเผา แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิวครับ
ในส่วนของสเต็กเนื้อวากิวนั้นเราสามารถสั่งระดับความสุกได้หลากหลายเลย ซึ่งวันนี้ผมกับต๋งสั่งมาเป็น Rare และทางเชฟปรุงออกมาได้ดูน่ากินมาก ขนาดชิ้นเนื้อกำลังดี ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป การจัดจานก็ดูสวยงาม ส่วนรสชาตินั้นดีมากครับ เนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย เด้งสู้ฟันนิดๆ เมนูนี้ผมแนะนำเลยว่าใครชอบเนื้อต้องจัด!!
ส่วนอาหารประเภทสเต็กอีกสองอย่างที่ผมได้ลองทานก็คือซี่โครงหมูบาร์บีคิว แล้วก็สเต็กปลาแซลมอนซอสเทอริยากิ ในเรื่องของรสชาตินั้นทำได้ดีทั้งคู่ ซี่โครงหมูบาร์บีคิวนุ่มและมีกลิ่นหอมของบาร์บีคิว ใครที่ชอบทานซี่โครงหมูอ่อนน่าจะถูกใจ ส่วนสเต็กปลาแซลมอนซอสเทอริยากินั้นก็ย่างมาได้ดี ผิวหนังกรอบ เคี้ยวกำลังสนุก โดยที่เนื้อตรงกลางก็ยังไม่แห้งจนเกินไป
อ้อ จุดที่ผมค่อนข้างชอบมากของอาหารประเภทสเต็กนี้ก็คือความเร็วในการปรุงอาหาร, ความสวยงามในการจัดจาน แล้วก็ขนาดของชิ้นเนื้อที่กำลังเหมาะสมครับ คือไม่ได้ให้เล็กจนน่าเกลียด และก็ไม่ได้จัดชิ้นใหญ่มากจนทำให้เราอิ่มแล้วทานเมนูอื่นไม่ไหว
ต่อกันด้วยอีก 2 เมนูที่ห้ามพลาดในหมวดนี้ นั่นก็คือ กุ้งแม่น้ำเผาและก็ซุปเห็ดทรัฟเฟิล โดยกุ้งแม่น้ำเผานั้นทางเชฟจะทำการย่างใส่จานไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว ในหนึ่งจานจะมีกุ้งทั้งหมด 3 ตัว ขนาดของกุ้งอยู่ในระดับกลางๆ ใครต้องการทานก็ให้หยิบไปทีละจาน เมื่อทานหมดแล้วก็ค่อยเดินมาหยิบใหม่
สำหรับในเรื่องรสชาติของกุ้งนั้นผมให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ สดและมีมันกุ้งด้วย เมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้านที่รสชาติจัดจ้าน มันเป็นอะไรที่อร่อยลงตัวมาก
ส่วนนี่คือซุปเห็ดทรัฟเฟิล เมนูที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของ Copper Buffet หลายๆ คนติดใจเมนูนี้มากจนต้องวนกลับมากินซ้ำหลายรอบ และแน่นอนว่ารวมทั้งต๋งด้วยเหมือนกัน ซุปเห็ดทรัฟเฟิลของเค้านั้นมีความเข้มข้น หอมมัน และอร่อยลงตัวมากๆ ครับ โดยที่จุดนี้จะมีพนักงานคอยตักซุปใส่ถ้วยเล็กๆ ให้เรา ขนาดของถ้วยแอบเล็กไปนิดนึง แต่ก็นะของมันเติมได้ตลอดเวลาอยู่แล้วแถมรอคิวไม่นานด้วย เดินไปเติมหลายๆ รอบก็ได้ จะได้กินซุปที่ร้อนๆ ตลอดเวลาด้วย
สำหรับใครที่ไม่ถูกปากกับซุปเห็ดทรัฟเฟิล ที่จุดนี้จะมีซุปมิโสะแล้วก็พิซซ่ากับขนมปังกระเทียมไว้บริการเราด้วยนะครับ ใครสนใจอันไหนก็ลองชิมดู แต่วันนั้นผมกับต๋งไม่ได้ลองชิมเลย
ต่อกันด้วยเมนูสุดท้ายที่ผมอยากจะแนะนำในหมวดนี้ นั่นก็คือก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิว โดยที่จุดนี้เค้าจะมีบริการก๋วยเตี๋ยวหมูด้วยนะครับ ใครที่ไม่ทานเนื้อก็สามารถกินได้ หรือหากใครต้องการกินเป็นก๋วยเตี๋ยวธรรมดา หรือเกาเหลาก็สามารถสั่งได้เช่นเดียวกัน
ในเรื่องของรสชาติก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิวนั้นเป็นอะไรที่ถูกปากผมมาก เค้าปรุงมาได้ดีเลย ความเผ็ดและความจัดจ้านอยู่ในเกณฑ์ที่อาจจะทำให้หลายๆ คนต้องร้องซี้ดซ้าดเบาๆ ส่วนใครที่ไม่ทานเผ็ดผมแนะนำว่าให้บอกพนักงานเค้าก่อนนะครับ เดี๋ยวเค้ามาเสิร์ฟแล้วจะทานไม่ได้
ในชามก๋วยเตี๋ยวนั้นจะมีทั้งเนื้อสดและเนื้อเปื่อย ปริมาณเนื้อที่ให้มาเยอะใช้ได้ ส่วนความนุ่มและรสชาติของเนื้อนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ ถือว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อร่อยถูกปากผมชามนึงเลย
จบจากเมนูที่ผมกับต๋งอยากจะแนะนำเป็นพิเศษในหมวดนี้แล้ว คราวนี้เราไปดูเมนูอื่นๆ ที่อยู่ในหมวดนี้กันต่อดีกว่าว่ามีอะไรให้เราทานกันอีกบ้าง ซึ่งผมต้องขอชี้แจงไว้ก่อนนะครับว่าเมนูอื่นๆ ที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้นั้นไม่ใช่ไม่อร่อย หรือไม่ถูกปากผมนะครับ เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับเมนูที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้แล้ว เมนูเหล่านั้นถูกปากผมกว่ามากครับ แต่ทั้งนี้ลิ้นและความชอบของแต่ละคนต่างก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าใครที่ได้มีโอกาสไปที่ร้านนี้ ผมแนะนำว่าให้ลองชิมทุกอย่าง อย่างละนิดอย่างละหน่อยก่อน อันไหนที่ถูกใจที่สุดค่อยสั่งเบิ้ล เผื่อบางทีเราอาจจะชอบไม่เหมือนกัน เราจะได้ไม่พลาดโอกาสกินของอร่อยๆ ไปครับ
สำหรับเมนูอื่นๆ ในหมวดนี้ที่ผมได้ทานในวันนั้นก็ได้แก่ ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ, ส้มตำ, ของทอด แล้วก็สปาเกตตี้คาโบนาร่า
ในส่วนของผัดไทยกุ้งแม่น้ำนั้นผมว่าเส้นแฉะไปนิดนึง แต่กุ้งแม่น้ำที่ใส่มาในจานนั้นดี ตัวใหญ่ใช้ได้ ใครอยากจะลองทานเมนูนี้ก็ลองสั่งดูได้นะครับ ทางร้านเค้าทำมาในขนาดจานที่ไม่ใหญ่ เส้นไม่เยอะมาก ตักกิน 6-7 คำก็หมดแล้ว
ต่อกันที่ของทอด ผมเลือกหยิบเทมปุระ, ไก่ทอด แล้วก็เฟรนช์ฟรายส์มาลอง เทมปุระนั้นกุ้งตัวใหญ่ใช้ได้ รวมทั้งความกรอบของแป้งก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีการอมน้ำมัน ส่วนไก่ทอดนั้นก็อร่อยเช่นเดียวกัน รสชาติคล้ายๆ กับไก่ไม่มีกระดูกของ KFC และเมนูนี้ถือเป็นเมนูของทอดที่รสชาติถูกปากผมที่สุดครับ ส่วนรสชาติของเฟรนช์ฟรายส์นั้นอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
กลุ่มเมนูถัดมาคือพวกสปาเกตตี้ เมนูเหล่านี้ทาง Copper Buffet ก็มีให้เราเลือกสั่งหลายอย่างเลยครับ ใครชอบเนื้อวากิว, เบคอน หรือซีฟู้ดก็จัดไป ส่วนวันนี้ผมกับต๋งขอเลือกทานเป็นสปาเกตตี้คาโบนาร่า ซึ่งรสชาติที่ได้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ ส่วนขนาดของจานนั้นทาง Copper Buffet ก็ทำมาได้ในปริมาณที่พอเหมาะกับการกินบุฟเฟ่ต์แบบนี้อีกแล้ว ปริมาณไม่เยอะจนเกินไป ทำให้เราสามารถกินเมนูอื่นต่อได้อย่างสบายๆ
ปิดท้ายหมวดนี้ด้วยเมนูที่หลายๆ คนคาดไม่ถึงว่าจะมี นั่นก็คือส้มตำ!! โดยทาง Copper Buffet นั้นมีส้มตำให้เราเลือกสั่งทั้งส้มตำปู, ส้มตำปูปลาร้า, ส้มตำไทย, ส้มตำไทยไข่เค็ม และส้มตำไทยปู ผมเองได้ลองสั่งส้มตำไทยไข่เค็มมาทาน และก็พบว่ารสชาตินั้นดีกว่าที่คาดมากครับ ใครที่อยากจะทานอะไรแก้เลี่ยน หรืออยากจะทานส้มตำอร่อยๆ ที่ไว้ใจได้ในเรื่องของความสะอาด ก็สามารถสั่งมาทานได้เลย
จบหมวดที่ 4 อาหารพิเศษประเภทต่างๆ กันไปแล้ว ไม่รู้ว่าแต่ละคนจะอิ่มกันหรือยัง ถ้าใครยังไม่อิ่มก็ตามผมไปต่อกับหมวดที่ 5 ซึ่งเป็นหมวดสุดท้ายของอาหารคาวกันได้เลยครับ
หมวดที่ 5 นี้จะเป็นหมวดของขนมปัง, สลัด, Cold Cut แล้วก็ผลไม้ ที่หมวดนี้ผมได้ลองชิมเพียงเล็กน้อย โดยการนำเอาส่วนผสมต่างๆ มาจัดรวมกันเป็นสลัดหนึ่งจาน ซึ่งในเรื่องของคุณภาพ, ความสวยงาม และความหลากหลายของอาหารนั้น ผมให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ มีอะไรให้เลือกทานเยอะดีทั้งผักและธัญพืช นอกจากนี้อาหารต่างๆ ก็หน้าตาสวยงามดูน่ากิน ส่วนในเรื่องของรสชาตินั้นผมให้อยู่ในเกณฑ์กลางๆ ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก เพราะมีทั้งเมนูที่ถูกปากมากและไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ เช่น พาร์ม่าแฮมที่ผมรู้สึกว่าเค็มเกินไป หรือน้ำสลัดซีซาร์ที่ค่อนข้างเค็มจนทำให้รสชาติไม่เหมือนกับน้ำสลัดซีซาร์ที่ผมเคยกิน ส่วนเมนูที่ถูกปากมากหน่อยก็คืออกเป็ดรมควัน อร่อยและเป็นอะไรที่หาทานในไลน์บุฟเฟ่ต์อื่นได้ยาก
สำหรับคนที่ไม่มีบัตรสมาชิกก็จะเป็นการปิดไลน์อาหารคาวกันที่หมวดนี้ แต่สำหรับคนที่มีบัตรสมาชิก Copper Buffet ก็จะมีสิทธิ์ได้ทานเมนูพิเศษสุดอร่อยฟรีๆ โดยในช่วงเดือนเมษายน 2561 นั้น จะเป็นเมนูล็อบสเตอร์อบชีสกับล็อบสเตอร์ย่าง ใครชอบทานแบบไหนก็จัดไปได้เลย โดยบัตรสมาชิก 1 ใบ จะสามารถรับสิทธิ์ได้สูงสุด 2 จาน (1 จาน ต่อ 2 คน)
ผมกับต๋งได้ลองทานล็อบสเตอร์อบชีส และบอกเลยว่านี่เป็นเมนูอาหารคาวที่ดีที่สุดของพวกเราในวันนั้นเลย ล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ เนื้อแน่น เด้งกรุบนิดๆ แถมยังหอมชีสที่อบมาอีกด้วย เรียกว่ากลมกล่มลงตัวมากๆ นอกจากนี้ทาง Copper Buffet ยังได้ทำการเอาเนื้อมาไว้ที่ด้านบนของเปลือกล็อบสเตอร์ให้เราเรียบร้อยแล้วด้วย ดังนั้นมันจึงทานได้ง่ายมาก เผลอแป๊บเดียวก็หมดแล้วครับ ><
แนะนำเป็นพิเศษสำหรับใครที่มีบัตรสมาชิกควรจะเลือกสั่งเมนูนี้มาทานยั่วน้ำลายโต๊ะอื่นๆ มากกว่าที่จะใช้สิทธิ์รับส่วนลดค่าอาหาร 5-10% ครับ ส่วนใครที่ยังไม่มีบัตรสมาชิกก็ลองตัดสินใจดูนะครับว่า ค่าสมัครบัตร 699 บาท/ปี กับสิทธิพิเศษต่างๆ มันคุ้มมั้ย
ต่อกันที่หมวดที่ 6 ของหวาน ที่หมวดนี้จะอยู่ทางขวามือของประตูทางเข้า มีการจัดโซนไว้อย่างสวยงามและมีพนักงานหน้าตาน่ารักคอยบริการเราอยู่ โดยของหวานนั้นจะมีให้เราเลือกสั่งถึง 5 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ฮันนี่โทสต์, โมจิลาวา, ช็อคโกแลตลาวา, ค็อฟฟี่คาราเมล และวาฟเฟิล ซึ่งเราไม่ต้องกังวลนะครับว่าเราจะสั่งไม่ถูกเพราะทาง Copper Buffet นั้นมีการทำตัวอย่างไว้ให้เราดูอย่างชัดเจนแล้ว
สำหรับผมกับต๋งในวันนั้น เราได้ลองของหวานไปทั้งหมด 4 อย่าง คือกินแทบทุกอย่างยกเว้นวาฟเฟิลอย่างเดียว โดยในความเห็นเรานั้น เราคิดว่าของหวานทั้ง 4 อย่างที่เราได้ชิมไปรสชาติดีหมดเลย แต่ถ้าหากจะให้อธิบายรสชาติแต่ละอย่างก็ตามนี้เลยครับ
ฮันนี่โทสต์ : ขนมปังอบมาได้ดี หอมและนุ่ม แต่ในเรื่องของรสชาตินั้นผมต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่ามันจะค่อนข้างหวานไปหน่อย เพราะพนักงานที่ร้านใส่น้ำผึ้งมาเยอะมาก ใครที่ไม่ทานหวานก็บอกพนักงานไว้ก่อนก็ดี สำหรับเมนูนี้เราสามารถเลือกไอศกรีมมาทานคู่กันได้นะครับ ใครอยากทานรสไหนก็จัดไป
 
โมจิลาวา : เป็นเมนูที่ผมว่าไม่ควรจะชื่อนี้เลย เพราะผมว่าแป้งไม่เหมือนโมจิเลย @_@ ภาพรวมทั้งหน้าตาและรสชาติดูเหมือนซาลาเปาลาวาไข่เค็มมากกว่าครับ ใครที่ชอบทานซาลาเปาไข่เค็มน่าจะถูกใจ เพราะขนาดของลูกไม่ใหญ่ แถมแป้งไม่หนาเกินไปด้วย
ช็อคโกแลตลาวา : เมนูนี้ใครที่ชอบทานช็อคโกแลตเข้มๆ น่าจะถูกใจครับ รสชาติเข้มดี ต๋งชอบเมนูนี้ และแน่นอนว่าสำหรับคนที่ไม่ชอบทานช็อคโกแลตเข้มๆ แบบผมก็ต้องบอกว่ามันขมไป T_T
 
ค็อฟฟี่คาราเมล : รสชาติจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างกาแฟแล้วก็คาราเมล ซึ่งผมว่าเค้าผสมออกมาได้ลงตัวดีนะครับ รสชาติโดยรวมจะคล้ายๆ กับการกินลูกอมโกปีโก้ ใครที่ชอบทานลูกอมชนิดนี้น่าจะถูกใจครับ
ส่วนใครที่ไม่ชอบทานของหวาน ที่ Copper Buffet นี้ก็มีไอศกรีมให้เราเลือกทานหลายรสเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นวานิลลา, ช็อคโกแลต, ชาไทย, ชาเขียว, กาแฟ, เสาวรส, มะพร้าว และราสเบอร์รี่ โดยผมได้ลองชิมทั้งหมด 4 รส ได้แก่ ชาไทย, ชาเขียว, เสาวรส และมะพร้าว รสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถือว่าเป็นไอศกรีมที่อร่อยและเข้มใช้ได้ จะมีก็แต่รสมะพร้าวที่ผมรู้สึกว่าอ่อนไปนิด ถ้าปรับให้เข้มกว่านี้ได้จะดีมากเลยครับ
พูดถึงของคาวไปแล้ว ของหวานก็เล่าไปแล้ว คราวนี้ก็คงต้องมาปิดท้ายกันที่เครื่องดื่มใช่มั้ยครับ สำหรับการทานอาหารที่ Copper Buffet นั้น เค้าจะมีการรวมเครื่องดื่มไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว โดยเครื่องดื่มที่เค้ามีบริการเราก็ได้แก่ โค้ก, แฟนต้า, สไปรท์, น้ำเปล่า, กาแฟ และน้ำหวานอย่างชาเขียวมะลิ, ลิ้นจี่ และฟรุ้ตพันซ์ ซึ่งจากที่ผมได้ลองชิมน้ำหวานทั้ง 3 อย่างหลังนั้น ก็พบว่ารสชาติอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่หวานจนเกินไป แต่อันไหนจะถูกปากใครมากที่สุดก็คงต้องไปลองชิมเองนะครับ
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวที่ผมได้ไปพบเจอมาจากการไปทานอาหาร International Buffet ที่ร้าน Copper Buffet ชั้น 2 The Sense ปิ่นเกล้า และเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2561
ช่วงเวลา : 17.00 – 19.00 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : รสชาติอาหารส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีจนถึงดีมาก นอกจากนี้ในเรื่องความสวยงามของอาหาร และการจัดวางต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีด้วย โดยจากที่ผมกับต๋งได้ลองชิมอาหารหลายๆ ประเภทในวันนั้น เราพบว่ามีเมนูที่รู้สึกว่าไม่ค่อยถูกใจเลยก็แค่พาร์มาแฮมกับน้ำซีซาร์สลัดเท่านั้นเอง ส่วนเมนูอื่นๆ ถือว่าโอเคหมดเลยครับ และสำหรับเมนูที่ผมอยากจะแนะนำเป็นพิเศษก็ได้แก่ ล็อบสเตอร์อบชีส (สำหรับคนที่มีบัตรสมาชิก), Seafood on ice, กุ้งแม่น้ำเผา, สเต็กเนื้อวากิว, ซี่โครงหมูบาร์บีคิว, ซุปเห็ดทรัฟเฟิล แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อวากิวครับ
ความหลากหลายของอาหาร : เป็นไลน์บุฟเฟ่ต์นอกโรงแรมที่มีความหลากหลายของอาหารเยอะมาก มีทั้งไทย, ญี่ปุ่น และยุโรป นอกจากนี้ก็ยังมีพวกซีฟู้ด, สลัดและของทานเล่นให้ทานด้วย ดังนั้นในเรื่องความหลากหลายนี้จึงสอบผ่านสบายๆ สามารถชวนเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ หรือพาครอบครัวไปทานได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องไปถึงแล้วจะหาเมนูถูกใจทานไม่ได้ครับ
ความสะอาดของร้าน : ข้อนี้ผมประทับใจมากนะครับ ผมว่าทางร้าน Copper Buffet มีการจัดร้านออกมาได้ดี ดูสวยงาม น่านั่ง ไม่รู้สึกอึดอัดแม้คนจะเข้าไปใช้บริการเต็มทุกโต๊ะ ส่วนในเรื่องความสะอาดนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ เพราะก่อนที่จะเริ่มเปิดให้บริการในแต่ละรอบ ทางพนักงานของร้านเค้าไล่ทำความสะอาดทุกพื้นที่เลยครับ @_@
การบริการของพนักงาน : เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมประทับใจเลยครับ พนักงานบริการดี รวดเร็ว พูดเพราะ เก็บจานชามบนโต๊ะเราเร็วมาก และนอกจากนี้เวลาที่เราต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ได้รับการตอบสนองที่ดีมากๆ
ความสะดวกของการเดินทาง : The Sense ปิ่นเกล้า ถือว่าเป็น Community Mall ที่เดินทางสะดวกในระดับนึงนะครับ เพราะแม้จะไม่มีรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ผ่าน แต่บริเวณนั้นก็มีรถเมล์ให้บริการหลายสายมาก ส่วนใครที่ขับรถไปเองก็ยังไม่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องรถติดมาก การจราจรโดยรวมของถนนแถวนี้อยู่ในระดับที่เคลื่อนไหวได้เรื่อยๆ จนถึงถนนโล่งขับสบายในหลายๆ เวลาเลย
ความคุ้มค่า : กับราคาอาหาร 987 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่ม) เทียบกับการได้ทานอาหารหลากหลายประเภทแบบนี้ คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงดีมากแบบนี้ รวมทั้งยังสามารถนั่งทานได้ถึง 2 ชั่วโมง ผมว่าเป็นราคาที่เหมาะสมเลยนะครับ เพราะคุณภาพของอาหารรวมไปถึงการบริการต่างๆ ของร้าน Copper Buffet นั้นสามารถเทียบชั้นกับห้องอาหารในโรงแรมหลายๆ ที่ได้อย่างสบายเลย และสำหรับใครที่เป็นสมาชิกของร้านยังสามารถเลือกรับส่วนลด 5-10% หรือเมนูพิเศษของทางร้านได้ และนั่นจะยิ่งทำให้เรากินอาหารมื้อนั้นคุ้มค่ามากขึ้นกับเงินที่จ่ายออกไปครับ
สรุป : สำหรับใครที่กำลังมองหาไลน์อาหาร International Buffet คุณภาพดี มีอาหารประเภทเนื้อ, ซีฟู้ด, แซลมอนและของหวานที่โดดเด่น และเริ่มรู้สึกเบื่อหรือไม่สะดวกกับการไปทานอาหารที่โรงแรม ร้าน Copper Buffet ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณเลยครับ อาหารและการบริการของที่นี่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ถึงแม้เราอาจจะต้องคอยเช็คว่าวันไหนร้านเปิดบริการตอนไหนบ้าง หรือต้องคอยกังวลเรื่องรอบบริการที่เราอาจจะไปไม่ทัน แต่โดยรวมๆ แล้ว Copper Buffet ก็ยังเป็นร้านที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกคนหาโอกาสไปทานซักครั้ง และสำหรับใครที่ไปทานแล้วประทับใจในรสชาติ ผมแนะนำให้คุณสมัครบัตรสมาชิกไว้เลยครับ!!
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ สำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้าน Copper Buffet รวมทั้งสำรองโต๊ะก็สามารถเข้าไปที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage : Copper Buffet
Tel : 092-2811818
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้
Facebook Comments

You may also like