สวัสดีทุกคนครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับซีรีย์ตะลุยรีวิว Fitfac Muaythai Academy เผยทุกมุมของแต่ละสาขาในกรุงเทพว่าเป็นอย่างไรบ้าง และน่าไปใช้บริการแค่ไหน โดยถ้าเป็นไปได้ผมจะพยายามเขียนรีวิวให้ได้เดือนละ 1 สาขานะครับ ใครที่สนใจสาขาไหนเป็นพิเศษก็รอติดตามอ่านกันได้เลย หรือถ้าใครอยากจะให้ผมไปที่สาขาไหนก่อนก็สามารถกระซิบบอกได้นะ ผมจะได้จัดคิวให้แบบด่วนๆ เลยครับ
เอาล่ะ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมได้พาทุกคนไปรู้จักกับ Fitfac Muaythai Academy สาขาสาทร, สาขาตลิ่งชัน และสาขาเอกมัยมาแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Fitfac Muaythai Academy สาขาเมืองทองธานีกันบ้างครับ และจากที่ผมได้ไปลองใช้บริการมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมว่า Fitfac Muaythai Academy สาขานี้ น่าจะตอบโจทย์คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเมืองทองธานีและกำลังมองหาสถานที่ออกกำลังกายด้วยการชกมวยไทยและ Weight Training เพื่อลดน้ำหนักและปรับเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้เป็นอย่างดีเลยครับ
หมายเหตุ : หลังจากนี้ผมจะขอเรียก Fitfac Muaythai Academy สั้นๆ ว่า Fitfac เท่านั้นนะครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
วันที่ไปใช้บริการ : วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562
เวลาที่ไปใช้บริการ : 14.00 น. – 17.00 น.

 

ที่ตั้งของสาขา

Fitfac สาขาเมืองทองธานีนั้นจะตั้งอยู่ในโครงการ BeeHive (บีไฮฟ) ซึ่งเป็น Lifestyle Mall หรือ Community Mall ที่มีชื่อเสียงแห่งนึงของเมืองทองธานีเลยครับ โดย Lifestyle Mall แห่งนี้จะมีพื้นที่กว้างขวางและมีร้านค้าประเภทต่างๆ ให้บริการเป็นจำนวนมาก และผมเชื่อว่าคนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองทองธานีนั้นน่าจะไปที่สถานที่แห่งนี้ถูกอย่างแน่นอน
แต่สำหรับคนที่ไปไม่ถูกหรือไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในโซนนั้นก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพียงแค่ทุกคนกด google map ตามลิงก์นี้ https://g.page/beehivelifestylemall?share รับรองว่าไปถึงอย่างแน่นอน เพราะ BeeHive Lifestyle Mall แห่งนี้นั้นจะตั้งอยู่หัวมุมถนนบริเวณที่อยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเลย มองเห็นได้เด่นชัดไม่มีหลงแน่ๆ โดยเมื่อทุกคนขับรถไปถึงที่บริเวณนั้นแล้วก็จะเจอกับป้ายชื่อ BeeHive ใหญ่ๆ พร้อมกับเจ้าผึ้งสีเหลืองตัวบิ๊กบึ้มแบบนี้อยู่ครับ
ภาพนี้เป็นภาพที่ผมถ่ายย้อนมาจากทาง BeeHive นะครับ จะเห็นเลยว่าฝั่งตรงข้ามของ BeeHive นั้นก็คือสมาคมสุโขทัยธรรมาธิราชของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนั่นเอง ใครไม่เคยไป BeeHive มาก่อนก็สามารถสังเกตที่จุดนี้แทนได้ครับ
และหลังจากที่เราเลี้ยวรถเข้าไปใน BeeHive แล้ว เราก็จะพบว่า Lifestyle Mall แห่งนี้จะประกอบไปด้วยอาคารยาวๆ สีขาวที่มีรูปร่างหกเหลี่ยมคล้ายๆ กับส่วนประกอบของรังผึ้งอยู่ 2 อาคาร โดยอาคารด้านหน้าที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนั้นจะเป็นอาคารที่มีป้ายคำว่า Tops market ตัวใหญ่ๆ อยู่ ส่วนอาคารด้านหลังนั้นจะเป็นอาคารที่อยู่ติดกับอาคารจอดรถครับ ซึ่ง Fitfac สาขาเมืองทองธานีที่เราจะมาใช้บริการวันนี้นั้นก็จะอยู่ในส่วนของอาคารด้านหลังที่อยู่ติดกับอาคารจอดรถนั่นเอง
ทั้งนี้ในส่วนของที่จอดรถใน BeeHive Lifestyle Mall นั้น จะมีให้บริการทั้งแบบ Outdoor และ Indoor นะครับ ส่วนที่เป็น Outdoor จะเป็นการจอดรอบๆ อาคารทั้ง 2 หลัง และเราสามารถจอดได้ยาวๆ เลย ไม่มีค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนการจอดแบบ Indoor นั้น จะเป็นการจอดในอาคารจอดรถและจะสามารถจอดรถได้ฟรี 2 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้นจะมีค่าบริการ แต่สำหรับคนที่เป็นลูกค้าของ Fitfac เมืองทองธานีนั้นจะสามารถประทับตราเพื่อจอดรถฟรีได้ถึง 5 ชั่วโมงครับ ก็เรียกว่าจอดได้ยาวๆ กันไป เล่นเสร็จแล้วอาบน้ำกินข้าวแบบชิลๆ เวลาจอดรถยังเหลือเลยครับ แถมอาคารจอดรถแห่งนี้ยังอยู่ติดกับอาคารที่ Fitfac ตั้งอยู่ด้วย จอดรถเสร็จเดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว
สำหรับจุดสังเกตง่ายๆ อีกอย่างนึงว่า Fitfac เมืองทองธานีนั้นตั้งอยู่ที่อาคารไหน ก็ให้เราลองสังเกตที่ร้านอาหาร Zen ก็ได้ครับ Fitfac เมืองทองธานีจะตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารที่มีร้านอาหาร Zen อยู่ โดยเมื่อเราเจอร้านอาหาร Zen แล้วก็ให้เราเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปได้เลย และเดี๋ยวเราก็จะเจอ Fitfac เมืองทองธานีอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณทางเชื่อมระหว่าง 2 อาคารครับ
ใครไปครั้งแรกไม่ต้องกังวลไปนะ หาไม่ยาก ^^

 

บรรยากาศภายใน

หลังจากที่เราเปิดประตูของ Fitfac เมืองทองธานีเข้าไปแล้ว เราก็จะเจอกับเคาน์เตอร์ต้อนรับลูกค้าพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เค้ามีจำหน่ายมากมายครับ ใครที่เป็นลูกค้าประจำที่สาขาอื่นอยู่แล้วก็สามารถยื่นบัตรสมาชิกแล้วทำการ Mobile Check in ได้เลย ส่วนถ้าใครเป็นลูกค้าใหม่ยังไม่เคยใช้บริการก็ลองสอบถามข้อมูลต่างๆ ของเค้าได้ครับ เค้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายรูปแบบการออกกำลังกายของ Fitfac รวมทั้งค่าคอร์สในรูปแบบต่างๆ โดยตอนนี้เค้าจะมีคอร์สเริ่มต้นที่ราคา 1,490 บาทด้วยนะครับ ใครสนใจก็ลองสอบถามรายละเอียดดูได้เลย
นี่เป็นหน้าตาของ Application Mobile Check in ของทาง Fitfac ครับ โดยเค้าพึ่งจะเริ่มใช้กันในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้เอง ดูดี ไฮเทค และสะดวกสบายกว่าเดิมพอควรครับ คนที่เป็นสมาชิกแบบที่สามารถไปเล่นสาขาไหนก็ได้ก็สามารถเอาไปเช็คอินตามสาขาต่างๆ ได้เลย
มาดูในส่วนพื้นที่ภายในกันแบบละเอียดกันบ้าง Fitfac เมืองทองธานีนั้นจะเป็น Fitfac ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น แต่พื้นที่ชั้นบนและล่างจะไม่เท่ากันนะครับ โดยจากการที่ผมคาดคะเนด้วยสายตานั้น ผมว่าพื้นที่บริเวณชั้นบนน่าจะเล็กกว่าชั้นล่างซัก 60% ได้ครับ
นี่เป็นหน้าตาของ Fitfac เมืองทองธานีบริเวณชั้นล่างครับ โดยหลักๆ แล้วเค้าจะใช้พื้นที่ในส่วนชั้นล่างนี้ไว้ออกกำลังกายในช่วงของการ Warm up and Shadow Boxing และ Sparring (การล่อเป้า) ซึ่งเป็นช่วงที่ 1 และ 2 ของการออกกำลังกายที่ Fitfac และจากที่ผมได้ไปลองใช้บริการมาผมว่าขนาดพื้นที่ที่เค้าใช้ในส่วนนี้ถือว่าไม่กว้างมากครับ เรียกว่าพอประมาณสำหรับการลงนวมล่อเป้าประมาณ 6-7 คู่พร้อมกันเท่านั้น หากมากกว่านี้ก็จะรู้สึกแน่นจนเกินไป
ภาพนี้เป็นภาพขณะที่เค้ากำลังออกกำลังกายในช่วงของ Warm up and Shadow Boxing ครับ โดยถ้าเป็นการออกกำลังกายในช่วงนี้พื้นที่ของเค้าจะสามารถรับคนได้ประมาณ 10 คนได้สบายๆ และไม่รู้สึกอึดอัดครับ
แต่พอมาถึงช่วงของการล่อเป้าเราจะเห็นเลยว่าถ้าลงนวมพร้อมกัน 2-3 คู่ เราจะสามารถออกหมัดออกอาวุธต่างๆ ได้อย่างสบายมาก แต่พอเพิ่มเป็น 5-6 คู่ พื้นที่ตรงนี้ก็จะเริ่มๆ แน่นขึ้นมา ซึ่งทาง Fitfac เมืองทองธานีเองก็น่าจะรู้ข้อจำกัดในด้านพื้นที่ของตัวเองดี ดังนั้นในแต่ละยกเค้าก็เลยจะให้ลงนวมพร้อมกันไม่เกิน 6 คู่ ซึ่งจำนวนประมาณนี้ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ครับ โดยผมได้ลองเล่นในช่วงที่เค้าลงนวมพร้อมกัน 6 คู่แล้วก็ยังสามารถออกอาวุธต่างๆ ได้สุดตัวอยู่ แต่ถ้ามีเพิ่มมากว่านี้อีกก็คงจะรู้สึกแน่นๆ ไปเหมือนกันครับ
และจากที่ผมได้ลองลงนวมล่อเป้าที่ Fitfac สาขาเมืองทองธานีไปก็ทำให้ผมได้พบเรื่องที่ประทับใจมากๆ เรื่องหนึ่งครับ นั่นก็คือพอจบแต่ละยกแล้วทางครูมวยจะมีการกระตุ้นให้ทุกคนทำการซิทอัพระหว่างยกด้วย และเมื่อชกครบทั้ง 4 ยกก็จะมีการช่วยยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อให้ทุกคนรอบนึงก่อนที่จะไปเข้าสู่ช่วงของการ Weight Training ครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอะไรที่ทำให้ผมประทับใจมากนะ เพราะไปใช้บริการมา 4 สาขาแล้ว พึ่งจะเจอแบบนี้ครั้งแรกที่สาขานี้แหละ
ดูพื้นที่ออกกำลังกายในช่วงที่ 1 และ 2 กันไปแล้ว คราวนี้เราไปดูพื้นที่การออกกำลังกายในช่วงที่ 3 Weight Training กันบ้างดีกว่า โดยพื้นที่ที่ทาง Fitfac เมืองทองธานีใช้ออกกำลังกายในช่วงนี้เป็นหลักจะเป็นพื้นที่บริเวณชั้น 2 ครับ ซึ่งโดยรวมๆ แล้วผมต้องบอกว่าพื้นที่ในส่วนนี้มันเล็กกว่าชั้นล่างซัก 60% ได้ รวมทั้งยังมีอากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าชั้นล่างหน่อยๆ ด้วย และนี่คือภาพพื้นที่โดยรวมของบริเวณชั้น 2 ของ Fitfac เมืองทองธานี รวมทั้งอุปกรณ์การออกกำลังกายต่างๆ ที่เค้ามีครับ
หมายเหตุ : ที่ผมบอกว่าพื้นที่บริเวณชั้น 2 นั้นเล็กกว่าชั้นล่างประมาณ 60% อันนี้ผมเทียบกับชั้นล่างทั้งชั้นนะครับ ไม่ใช่เฉพาะบริเวณที่ลงนวมล่อเป้า เพราะจริงๆ แล้วชั้นล่างยังมีพื้นที่ส่วนอื่นๆ อีกมากทั้งเคาน์เตอร์พนักงาน, จุดจำหน่ายสินค้า, ล็อคเกอร์, ห้องน้ำ, อุปกรณ์ยกน้ำหนัก เป็นต้น
ส่วนนี่เป็นภาพขณะที่มีคนกำลังออกกำลังกายในช่วง Weight Training ครับ จะเห็นว่าถ้าเป็นจำนวน 2-3 คนก็จะออกกำลังกายได้อย่างสบายๆ เหมือนกับการลงนวมล่อเป้า แต่พอคนเริ่มมีจำนวน 6-7 คนขึ้นไปก็จะเริ่มรู้สึกแน่นๆ หน่อยครับ
แต่ๆๆๆๆๆๆ เห็นพื้นที่ Weight Training ของเค้าแค่นี้ก็อย่าพึ่งตกใจไปนะครับ เพราะด้วยความที่พื้นที่ชั้นล่างของเค้านั้นมีขนาดที่กว้างกว่าชั้น 2 พอควร ดังนั้นทางสาขาก็เลยมีการนำเอาอุปกรณ์ในการยกน้ำหนักและอุปกรณ์ในการออกกำลังกายบางส่วนไปไว้ที่ชั้นล่างด้วย รวมทั้งเค้ายังจะมีการบริหารจัดการด้วยว่าหากช่วงนั้นมีคนมาเวทพร้อมกันเป็นจำนวนมากๆ จะแบ่งพื้นที่หรือปรับเปลี่ยนอย่างไรให้เหมาะสมครับ
นี่เป็นภาพของอุปกรณ์ยกน้ำหนักและอุปกรณ์อื่นๆ ในชั้นล่างของสาขาครับ จะเห็นว่าเค้ามีกระสอบทรายแบบสาขาเอกมัยด้วยนะ
ส่วนนี่เป็นภาพของนวมและผ้าพันมือที่เค้ามีให้ใช้บริการฟรีครับ รวมๆ ถือว่าสภาพดีเลยนะครับ
ส่วนนี่เป็นภาพของตู้ล็อคเกอร์และตู้กดน้ำดื่มร้อน-เย็น โดยทั้งสองอย่างนี้จะตั้งอยู่ข้างๆ กันคือที่บริเวณหน้าห้องน้ำและทางเดินขึ้นไปชั้น 2 ครับ สภาพของอุปกรณ์ใหม่และดูดีทั้งคู่ โดยเฉพาะในส่วนของล็อคเกอร์นั้นขนาดแต่ละช่องใหญ่สะใจมาก วันนั้นผมยัดกระเป๋าเข้าไป 2 ใบยังเหลือพื้นที่ให้ใส่ของอย่างอื่นได้อีกพอควรเลย
มาดูในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำของ Fitfac เมืองทองธานีจะแปลกๆ หน่อยนะครับ เพราะขนาดและรูปร่างของห้องน้ำชายและหญิงนั้นจะแตกต่างกันพอควร โดยในส่วนของห้องน้ำชายนั้นจะมีเพียงห้องเดียวและเป็นแบบประตูปิดมิดชิด เปิดประตูเข้าไปก็เจอกับพื้นที่ล้างหน้าและอาบน้ำเลย ไม่ได้มีโซนแต่งตัวหรือพื้นที่ให้ทำอะไรมากนัก แต่รวมๆ ก็ถือว่าโอเคอยู่นะครับ ขนาดแม้จะเล็กไปนิดนึง แต่ก็ยังอาบได้ และไม่ต้องคอยกังวลเรื่องน้ำกระเด็นหรือผ้าใบเปิดปิดไปมาด้วย นอกจากนี้เค้าก็ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น, ยาสระผม, สบู่ และราวแขวนเสื้อให้ครบถ้วนครับ ขาดไปก็แต่ไดร์เป่าผมเท่านั้นที่ไม่มีให้เหมือนกับสาขาอื่นๆ ที่ผ่านมา
ส่วนนี่เป็นห้องน้ำหญิงครับ ผมขออนุญาตเค้าถ่ายจากแค่ภายนอกเข้าไปเท่านั้นนะ ไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน โดยในส่วนของห้องน้ำหญิงนั้นจะกว้างกว่าห้องน้ำชายมาก มีพื้นที่แต่งหน้าแต่งตัวเยอะกว่าพอควร รวมทั้งมีห้องอาบน้ำถึง 2 ห้องและมีห้องแต่งตัวอีก 1 ห้องด้วย เพียงแต่ประตูของห้องอาบน้ำนั้นจะเป็นแบบม่านผ้าใบนะครับ
ทั้งนี้ห้องน้ำที่อยู่ในพื้นที่ของ Fitfac เมืองทองธานีนั้นจะเป็นแค่ห้องอาบน้ำเท่านั้นนะครับ จะไม่มีห้องสุขาให้ใช้บริการ หากใครที่ต้องการจะใช้บริการห้องสุขาก็ต้องไปใช้ห้องน้ำของทาง BeeHive ซึ่งจาก Fitfac ก็เดินไปไม่ไกลครับ เดินออกจากประตูไปเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายก็ถึงแล้ว
และนี่เป็นหน้าตาของห้องน้ำชายของ BeeHive ครับ สะอาดดูดีตามมาตรฐานของห้องน้ำตามห้างทั่วไป และยังมีความเก๋ตรงที่มีการออกแบบบางส่วนให้มีรูปร่างหกเหลี่ยมคล้ายรังผึ้งล้อกับธีมเค้าด้วยครับ
และทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมของ Fitfac สาขาเมืองทองธานีในมุมมองของผมครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพต่างๆ ชัดขึ้น ผมก็เลยจะขอสรุปทิ้งท้ายพร้อมทั้งให้คะแนนในแต่ละหัวข้อว่าจากที่ผมได้ไปใช้บริการที่สาขานี้มาในวันที่ทำรีวิวนี้ผมรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ตามไปดูกันเลย ^^
ทำเลที่ตั้งและความสะดวกในการเดินทาง : ข้อนี้ผมให้ 9/10 คะแนนนะครับ เพราะถึงแม้ Fitfac สาขานี้จะตั้งอยู่ใน BeeHive Lifestyle Mall ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนละแวกเมืองทองธานีรู้จักกันดี อยู่ติดถนนหลักและมีที่จอดรถเยอะ แต่หากมองถึงภาพรวมของคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่แถวนั้นและต้องการจะไปใช้บริการแล้ว ความสะดวกในการเดินทางไปที่นี่ยังถือว่าไม่ดีเท่าที่ควรครับ เพราะบริเวณนี้ยังไม่ได้มีรถสาธารณะหรือรถเมล์ให้บริการมากนัก หลักๆ ใครที่จะมาก็คงต้องมีรถส่วนตัวหรือต้องใช้บริการรถ Taxi เป็นหลัก ส่วนถ้าใครสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่ให้ 8 คะแนนเท่ากับสาขาตลิ่งชัน ทั้งๆ ที่ในเรื่องความสะดวกของการเดินทางน่าจะคล้ายๆ กัน นั่นเป็นเพราะผมมองว่าที่สาขาเมืองทองธานีนี้อยู่ใกล้กับชุมชนและมีร้านค้าต่างๆ มากกว่าครับ ดังนั้นคะแนนในส่วนนี้ก็เลยได้มากกว่านั่นเอง
บรรยากาศโดยรวม : ข้อนี้ผมให้ 9/10 ครับ บรรยากาศโดยรวมดี สีสันต่างๆ ยังสดใส รวมทั้งมีการติดกระจกและวางเลย์เอาท์ที่ดี ทำให้พื้นที่ดูโปร่งโล่งสบายตา เพียงแต่ 1 คะแนนที่ผมหักไปนั้นมาจากการที่ผมคิดว่าพื้นที่บริเวณชั้น 2 ของสาขานั้นเล็กไปหน่อย รวมทั้งมีบรรยากาศที่อบอ้าวกว่าชั้นล่างครับ หากทางสาขาสามารถปรับปรุงให้บริเวณชั้น 2 มีอากาศที่เย็นสบายขึ้น น่าจะทำให้หลายๆ คนที่ไปใช้บริการรู้สึกประทับใจมากขึ้นครับ
ปริมาณและความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ออกกำลังกาย : ข้อนี้ผมขอให้ที่ 8 คะแนนนะครับ ในเรื่องของความสมบูรณ์และความใหม่ของอุปกรณ์นั้นถือว่าทำได้ดีเลย อุปกรณ์แต่ละชิ้นดูดี แข็งแรง และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เพียงแต่ในเรื่องของความหวือหวาและความแปลกใหม่ของอุปกรณ์ที่ใช้นั้นมันยังไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นมาก ดังนั้นผมคิดว่า 8 คะแนนน่าจะเหมาะสมแล้วครับ
ห้องอาบน้ำและห้องสุขา : ข้อนี้ผมขอให้คะแนนรวมๆ ทั้งในส่วนของห้องอาบน้ำที่อยู่ในพื้นที่ของ Fitfac เมืองทองธานี แล้วก็ห้องสุขาที่อยู่ภายใต้การดูแลของ BeeHive เลยนะครับ โดยคะแนนที่ผมให้ก็คือ 8.5/10 คะแนน และ 1.5 คะแนนที่หักไปนั้นก็มาจากการที่เค้ามีสัดส่วนของห้องอาบน้ำชายและหญิงที่ไม่เท่ากัน รวมทั้งพื้นที่ห้องอาบน้ำชายนั้นก็แอบคับแคบไปหน่อย แต่งตัวหรือทำอะไรค่อนข้างลำบาก แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ผมได้ลองเดินสำรวจพื้นที่ของสาขาเค้า ผมก็คิดว่าภายใต้พื้นที่จำกัดแบบนี้การที่เค้าออกแบบมาได้อย่างที่เห็นนั้นมันก็น่าจะดีที่สุดแล้วครับ และการที่ห้องอาบน้ำผู้หญิงมีขนาดที่ใหญ่กว่า มีจำนวนที่มากกว่าก็ถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้ว ดังนั้นโดยรวมๆ ก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรมาก ยกเว้นหากมีกรณีที่มีผู้ชายอยากจะอาบน้ำพร้อมๆ กัน อันนี้ก็ต้องเสียเวลารอต่อคิวนิดนึงนะครับ T_T
หมายเหตุ : สำหรับความเห็นและคะแนนในแต่ละหัวข้อนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นในวันและเวลาที่ผมไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละคนอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างจากนี้ออกไปได้ครับ
ใครที่กำลังสนใจอยากจะไปลองใช้บริการที่ Fitfac สาขานี้ก็ลองเอาข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาดูนะครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่า Fitfac สาขาเมืองทองธานีนี้น่าจะสามารถตอบโจทย์คนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในบริเวณเมืองทองธานีได้เป็นอย่างดีเลย เพราะทำเลที่ตั้งหาง่าย ไปมาสะดวก ที่จอดรถเยอะ และอยู่ใน Lifestyle Mall ที่มีร้านค้าต่างๆ ให้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน, คลินิคเสริมความงาม, สถาบันสอนภาษา เป็นต้น เรียกว่าไปที่นี่ที่เดียวก็ได้ครบเลย หรือถ้าใครไปกันหลายคนแล้วอยากจะแยกไปทำอะไรที่ตัวเองชอบและนัดหมายเวลามาเจอกัน ก็ถือว่าสะดวกสบายดีเหมือนกันครับ
และสำหรับใครที่ดูรีวิวนี้แล้วอยากก็จะสอบถามข้อมูลต่างๆ จากทาง Fitfac เมืองทองธานีเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยครับ โดย ณ ตอนนี้ (กันยายน 2562) ทาง Fitfac Muaythai Academy เองก็มีแพคเกจใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากหลายอันเลย โดยเฉพาะแพคเกจ 2,290 บาท/เดือน ที่เราสามารถเล่นได้ทุกวัน เพียงแต่ต้องไปใช้บริการที่สาขาที่เค้าระบุไว้เท่านั้น และสาขาที่ว่านั้นก็มีสาขาเมืองทองธานีด้วยนะครับ ^^
Facebook : Fitfac Muaythai – เมืองทองธานี
Tel : 096-7786394
Line : @FITFAC
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และหากท่านใดที่ต้องการติดตามเรื่องราวรีวิวต่างๆ ของผมอย่างใกล้ชิด ก็สามารถกดติดตามได้ที่แฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ

ราคาแพคเกจ Fitfac

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้
Facebook Comments