และแล้วตอนนี้ผมก็พาทุกคนเดินทางมาถึงสาขาที่ 9 กันแล้วนะครับ กับซีรีย์ตะลุยรีวิว Fitfac Muaythai Academy เผยทุกมุมของแต่ละสาขาในกรุงเทพว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยวันนี้ผมจะพาทุกคนกลับเข้าไปในตัวเมืองอีกครั้ง และจะพาไปรู้จักกับ Fitfac Muaythai Academy อีกหนึ่งสาขาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับแนวรถ BTS หรือ MRT กันครับ โดย Fitfac Muaythai Academy สาขานี้ก็คือสาขาพระราม 9 นั่นเอง ใครที่ได้มีโอกาสใช้บริการรถ MRT เป็นประจำ หรือได้ผ่านไปแถวๆ เซ็นทรัลพระราม 9 กับห้างฟอร์จูนบ่อยๆ ลองพิจารณาสาขานี้ดูนะครับ เพราะมันจะอยู่ในละแวกนั้นเลย แล้วก็ที่นี่ยังเป็นอีกหนึ่งสาขาในตัวเมืองที่มีความเพียบพร้อมของอุปกรณ์ต่างๆ พอควร รวมถึงมีเวทีมวยให้บริการด้วยครับ

.

.

.

ว่าแล้ว จะรอช้าอยู่ทำไม ตามไปดูหน้าตาและสิ่งต่างๆ ภายในสาขานี้เลยครับ!!
หมายเหตุ : หลังจากนี้ผมจะขอเรียก Fitfac Muaythai Academy สั้นๆ ว่า Fitfac เท่านั้นนะครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ

 

วันที่ไปใช้บริการ : วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563
เวลาที่ไปใช้บริการ : 14.30 น. – 16.30 น.

 

ที่ตั้งของสาขา

สำหรับ Fitfac สาขาพระราม 9 นั้น จะตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ The Shoppes at Belle Grand Rama 9 ครับ โดยเจ้า The Shoppes เนี่ยจะเป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าหรือ Community Mall ขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กับคอนโด Belles Grand Rama 9 กับเซ็นทรัล พระราม 9 ครับ โดยการเดินทางไปยัง The Shoppes นี้ก็ถือว่าค่อนข้างง่ายเลย เพราะเราสามารถนั่งรถไฟฟ้า MRT ไปลงที่สถานีพระราม 9 ได้ เมื่อถึงบริเวณสถานีแล้วก็ให้เรามองทางออกที่เขียนว่าเซ็นทรัล พระราม 9 จากนั้นเมื่อขึ้นมาจากใต้ดินและเห็นเซ็นทรัล พระราม 9 ปั๊บ ก็ให้เราเดินทะลุห้างออกไปทางด้านหลังได้เลย หรือหากใครจะเดินอ้อมไปทางด้านซ้ายของตัวห้างไปตามทางเรื่อยๆ ก็ได้ครับ เดินไปได้ประมาณ 4-5 นาที เราก็จะเห็นตึก The Shoppes at Belle Grand Rama 9 หน้าตาแบบนี้อยู่ตรงหน้าเราครับ
จากนั้นก็ให้เราเดินเข้าไปในตึก The Shoppes นี้พร้อมกับขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2 ได้เลย และเดี๋ยวเราก็จะเห็น Fitfac สาขาพระราม 9 หน้าตาแบบนี้เองครับ สีเหลืองๆ ของเค้ามันสะดุดตา สามารถสังเกตเห็นได้แต่ไกลอยู่

บรรยากาศภายใน

สำหรับบรรยากาศภายใน Fitfac สาขาพระราม 9 นั้น ก็จะคล้ายๆ กับสาขาอื่นครับ คือมีการปูพื้นยางตลอดพื้นที่และมีการตกแต่งสถานที่ด้วยกระจกกับโทนสีดำเหลืองซึ่งเป็นโทนสีหลักของเค้า ส่วนบริเวณพื้นที่ด้านหน้าที่เราเดินเข้าไปนั้นก็จะมีเคาน์เตอร์ต้อนรับ, โต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อน, ชั้นวางรองเท้า, ตู้ขายน้ำดื่ม แล้วก็ตู้โชว์สินค้าต่างๆ ที่ทางสาขานี้มีจำหน่ายครับ
สำหรับตู้โชว์สินค้าของสาขานี้ โดยส่วนตัวผมคิดว่ามันสวยงามและโดดเด่นกว่าหลายๆ สาขานะ มีชั้นวางแยกออกมาต่างหาก แล้วก็มีตู้กระจกใสไว้ใส่สินค้าบางอย่างด้วย ใครที่สนใจอยากซื้ออะไรเพิ่มก็ลองแวะไปดูได้นะครับ
ส่วนนี่เป็นพวกข้อมูลต่างๆ ของเค้าไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ให้บริการ, อัตราการให้บริการ, โปรแกรมการ Weight Training ในแต่ละอาทิตย์ ใครที่ติดขัดหรือสงสัยยังไงก็สามารถไปดูหรือสอบถามได้ เอกสารพวกนี้จะอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับด้านหน้าเลย และเค้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยประจำอยู่เกือบตลอดเวลาครับ
ราคาแพคเกจ Fitfacราคาแพคเกจ Fitfac
และนี่เป็นเวทีมวยของสาขานี้ครับ จะเป็นเวทีมวยขนาดมาตรฐานที่ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของสาขาตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ต้อนรับ โดยเราสามารถมองเห็นเวทีมวยนี้ได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกใสที่อยู่ด้านหน้าของสาขาเลยครับ
เอาล่ะ คราวนี้เราไปดูเรื่องพื้นที่การออกกำลังกายของสาขานี้กันบ้าง โดยผมจะขอออกตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยนะว่ารีวิวของสาขานี้รูปจะน้อยกว่าสาขาอื่นๆ พอควรนะ เพราะวันที่ผมไปใช้บริการนั้นเป็นช่วงกลางวันวันธรรมดาซึ่งเป็นช่วงที่สาขานี้จะไม่ค่อยมีคนครับ (ลูกค้าของสาขานี้ส่วนมากมักจะมาใช้บริการในช่วงเย็นๆ ซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงานแล้ว) นอกจากนี้ในช่วงที่ผมไปนั้นยังเป็นช่วงที่แต่ละคนมีการระมัดระวังเรื่องไวรัสโคโรนากันเป็นอย่างมากด้วย ซึ่งทาง Fitfac เองเค้าก็ตระหนักดีว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดูแลและป้องกันเป็นอย่างดี ดังนั้นทาง Fitfac เองจึงได้มีการออกมาตรการหลายอย่างออกมาเพิ่มเติมในช่วงนี้ เช่น มีการวัดไข้ลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการ, การงดให้บริการลูกค้าที่มีท่าทางป่วย มีไข้ หรือมีอาการจาม รวมไปถึงการเพิ่มรอบการทำความสะอาดในแต่ละวันให้มากขึ้น ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าเค้ามีความใส่ใจและออกมาตรการมาได้รวดเร็วดีครับ โดยเฉพาะเรื่องการวัดไข้นั้น เค้าเลือกใช้เครื่องวัดไข้แบบที่มีลักษณะคล้ายๆ กับปืน แล้วทำการวัดจากระยะไกลๆ โดยที่ไม่ต้องเอาอุปกรณ์มาสัมผัสกับตัวของเราเลยครับ ^^
นี่เป็นภาพของพื้นที่การออกกำลังกายในช่วงที่ 1 Warm up and Shadow Boxing หรือการยืดหยุ่นร่างกายและการซ้อมชกลมครับ โดยในวันที่ผมไปนั้นไม่มีใครมาใช้บริการในส่วนนี้เลย ดังนั้นผมก็เลยไม่ได้มีรูปตอนที่มีคนกำลังมาใช้บริการมาให้ดูนะ แต่จากการประเมินด้วยสายตาแล้วผมว่าพื้นที่บริเวณนี้ถือว่ากว้างอยู่ครับ น่าจะสามารถรองรับคนมาใช้บริการประมาณ 10 คนพร้อมกันได้ โดยที่ยังไม่ได้รู้สึกว่าเบียดกันมาก
ส่วนนี่จะเป็นพื้นที่การออกกำลังกายในช่วงที่ 2 หรือช่วงของการลงนวมล่อเป้า (Sparring) ครับ พื้นที่ตรงนี้จะมีการเอาพื้นที่ที่เราเห็นในช่วงการออกกำลังกายในช่วงที่ 1 เมื่อกี้ มารวมกับพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ กันครับ ดังนั้นเวลาที่เราออกกำลังกายในช่วงนี้พื้นที่มันก็จะเยอะๆ หน่อย ซึ่งจากการสังเกตและลองใช้บริการด้วยตัวผมเอง ผมว่าพื้นที่ที่เค้าเตรียมไว้นั้นมันสามารถรองรับการลงนวมล่อเป้าประมาณ 7 คู่ได้สบายๆ ครับ และถ้าหากใครรู้สึกว่าแน่นไปก็อาจจะหนีขึ้นไปต่อยบนเวทีแทนก็ได้ จะได้มีพื้นที่เพิ่มมาอีกหน่อยครับ ^^
สำหรับในวันและช่วงเวลาที่ผมไปใช้บริการนั้นมีคนลงนวมล่อเป้าพร้อมกันแค่ 3-4 คู่เอง ดังนั้นจะเห็นได้ชัดเลยว่ามันยังเหลือพื้นที่ให้เคลื่อนไหวอีกเยอะเลย รวมๆ แล้วในด้านขนาดของพื้นที่การออกกำลังกายในช่วงที่ 1 และ 2 นั้นผมไม่ติดอะไรเลย คิดว่ามันพอดีและเพียงพอกับจำนวนครูฝึกที่เค้ามีแล้วครับ แต่ผมติดนิดเดียวตรงที่รูปร่างของพื้นที่สาขานี้มันจะแปลกๆ หน่อย มันจะไม่ตรงยาวๆ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือมีทุกด้านเท่ากันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบที่เราคุ้นเคยหรือรู้สึกชินกัน แต่พื้นที่ของสาขามันจะขยักๆ คล้ายกับตัวต่อในเกมส์เตอติสครับ ดังนั้นพอเราไปใช้บริการทีแรกๆ มันอาจจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกไม่ค่อยชินซักเท่าไหร่ครับ
มาดูพื้นที่การออกกำลังกายในช่วงที่ 3 หรือ Weight Training กันบ้าง พื้นที่ในช่วงนี้ผมเดาเอาเองนะครับว่าเค้าจะมี 2 โซน คือโซนด้านในที่เราใช้ชกมวยเมื่อกี้ กับโซนด้านหน้าตรงทางเข้าใกล้ๆ กับเวทีมวย เพราะผมเห็นเค้าวางอุปกรณ์ออกกำลังไว้ที่ 2 จุดนี้ครับ แต่หลักๆ ผมคิดว่าเค้าน่าจะเน้นใช้พื้นที่บริเวณด้านในมากกว่า เพราะมันกว้างกว่า สามารถเคลื่อนที่ได้เยอะกว่าครับ ส่วนโซนด้านหน้าตรงใกล้ๆ กับเวทีมวยนั้นน่าจะเอาไว้ใช้วันที่มีคนน้อยๆ หรือต้องการใช้อุปกรณ์นั้นๆ มากกว่า โดยวันที่ผมไปใช้บริการนั้นผมก็ได้ออกกำลังกายในโซนด้านในพร้อมๆ กับลูกค้าท่านอื่นอีก 3-4 คนครับ
พื้นที่ด้านในนี้ถือว่ากว้างพอควร น่าจะสามารถรองรับคนมาใช้บริการพร้อมกัน 8-10 คนได้ โดยที่แต่ละคนยังสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้แบบสะดวกอยู่ และถ้าหากมีคนมาใช้บริการมากกว่านั้นจริงๆ เค้าก็น่าจะมีการขยับพื้นที่ไปด้านข้าง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ในช่วงการออกกำลังกายในช่วงที่ 1 ได้อีกหน่อยครับ
ภาพด้านล่างนี้จะเป็นอุปกรณ์การออกกำลังกายบางส่วนที่ Fitfac สาขาพระราม 9 มีครับ หน้าตาโดยรวมถือว่าดี อุปกรณ์มีความใหม่ สมบูรณ์ และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานครับ นอกจากนี้ก็ยังมีการทำชั้นเหล็กด้านบนไว้วางของเหมือนกับสาขาศรีนครินทร์ด้วย ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการเก็บของด้านล่าง แล้วก็ทำให้ดูแล้วไม่รกด้วยครับ
และตอนนี้เราก็ดูภาพพื้นที่การออกกำลังกายทั้ง 3 ช่วงไปครบหมดแล้ว คราวนี้เราไปดูเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เค้ามีในสาขากันบ้าง เริ่มจากตู้ล็อคเกอร์นะครับ โดยตู้ล็อคเกอร์ของสาขานี้จะวางไว้ที่บริเวณหน้าห้องน้ำเลย มีทั้งหมด 54 ตู้ ขนาดแต่ละตู้ถือว่าใหญ่ สามารถใส่กระเป๋าใบโตๆ ได้อย่างสบาย แล้วก็ที่สำคัญการเปิดปิดตู้ล็อคเกอร์ของสาขานี้จะใช้ระบบ Key Card หรือ RFID คล้ายๆ กับสาขาเอกมัยนะครับ ถือว่าไฮเทคดีเหมือนกัน เพียงแต่ที่สาขาเอกมัยนั้นตัว Key Card จะเล็กกว่านี้มากๆ ครับ
ส่วนนี่จะเป็นห้องน้ำครับ มีการแยกชายหญิงชัดเจน โดยห้องน้ำภายใน Fitfac สาขาพระราม 9 นั้นจะเป็นห้องอาบน้ำกับห้องแต่งตัวเท่านั้นนะครับ ในส่วนของห้องน้ำชายนั้นจะมีห้องอาบน้ำ 3 ห้อง และห้องแต่งตัวอีก 1 ห้อง แต่ละห้องจะเป็นประตูแบบผ้าม่านรูดปิด ขนาดโดยรวมถือว่าใหญ่ กว้าง ใช้งานสะดวก แล้วก็อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น, ยาสระผม, ครีมอาบน้ำ, ที่แขวนเสื้อ, กระจก และไดร์เป่าผมมีครบครับ แต่ในส่วนของห้องสุขานั้นหากใครต้องการจะใช้บริการก็ต้องเดินไปใช้ในส่วนของห้าง The Shoppes แทน ซึ่งวันที่ผมไปใช้บริการที่นี่นั้นผมไม่ได้มีโอกาสเดินไปดูเลย ก็เลยไม่ได้มีภาพหรือข้อมูลมาฝากกันครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าในส่วนห้องสุขาที่อยู่ในห้างนั้นคงไม่ได้มีประเด็นอะไรมากอยู่แล้ว เพราะเป็นห้องน้ำตามห้างที่น่าจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและทำความสะอาดตลอดครับ
อ้อ ผมไม่แน่ใจนะว่าในส่วนของห้องน้ำหญิงภายใน Fitfac พระราม 9 นั้นเป็นยังไง แต่ในส่วนของห้องน้ำชายนั้นเค้าจะมีผนังส่วนนึงเป็นกระจกใสบานใหญ่ๆ ที่สามารถเห็นวิวด้านนอกได้ชัดๆ ด้วย ซึ่งมันก็มีข้อดีตรงมันทำให้ห้องน้ำนั้นดูสว่าง, กว้าง และสบายตาครับ เปิดเข้าไปเห็นครั้งแรกมีตกใจเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าจะเจอวิวแบบนี้ ยืนล้างมือไปหันไปมองวิวไปก็สบายตาสบายใจดี แต่สำหรับคนที่ไม่ชินกับการใช้ห้องน้ำที่สามารถมองเห็นวิวได้แบบนี้ก็อาจจะมีแปลกๆ เหมือนกันครับ
ส่วนนี่จะเป็นตู้กดน้ำดื่มครับ สามารถมากดได้ฟรีเลย ใครที่ไปออกกำลังกายที่นี่บ่อยๆ ผมแนะนำให้หาขวดหรือกระติกน้ำส่วนตัวมาด้วยนะครับ เราจะได้ประหยัดเงินค่าน้ำดื่มครับ ><
และปิดท้ายด้วยนวมชกมวยครับ โดยในทุกสาขาของ Fitfac นั้นเค้าจะมีนวมชกมวยกับผ้าพันมือให้ทุกคนยืมใช้บริการฟรี แต่ในเรื่องของความใหม่ความสมบูรณ์ของแต่ละสาขานั้นก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งในวันที่ผมไปใช้บริการที่สาขาพระราม 9 นี้ ผมว่าสภาพนวมของเค้าดูดีนะครับ ยังใหม่ๆ อยู่ แต่ในส่วนของผ้าพันมือนั้นหลายอันสภาพเริ่มเห็นแล้วว่าผ่านการใช้งานมาพอควร อย่างไรก็ตามเท่าที่ผมได้ไปใช้บริการที่ Fitfac สาขาต่างๆ มาประมาณ 1 ปี ทาง Fitfac เค้าก็จะมีรอบการเปลี่ยนหรือมีการดูแลอุปกรณ์เหล่านี้อยู่เสมอๆ ครับ ถ้าเค้าเห็นว่าสภาพเริ่มไม่ดีก็จะมีการเบิกของใหม่มาเปลี่ยนหรือทดแทนครับ
และทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมของ Fitfac สาขาพระราม 9 ในมุมมองผมครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพต่างๆ ชัดเจนมากขึ้น ผมก็จะขอสรุปทิ้งท้ายพร้อมกับให้คะแนนในแต่ละหัวข้อว่าจากที่ผมได้ไปใช้บริการที่สาขานี้มาในวันที่ทำรีวิวนี้ ผมรู้สึกอย่างไรบ้างครับ ยังไงก็ลองอ่านกันดูนะ ^^
ทำเลที่ตั้งและความสะดวกในการเดินทาง : สำหรับข้อนี้ผมขอให้ที่ 9 คะแนนนะครับ เพราะในเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทางนั้นสาขานี้ยังไม่สู้สาขาเอกมัยที่ออกจากสถานี BTS แล้วสามารถเดินผ่านทางเชื่อมเข้าไปในตัวตึกได้เลย แต่สำหรับสาขาพระราม 9 นั้น หลังจากที่เราเดินออกจากสถานี MRT พระราม 9 แล้วเราต้องเดินต่ออีกประมาณ 700 เมตร รวมถึงต้องเดินข้ามถนนเล็กๆ อีกด้วย มันก็เลยทำให้ความสะดวกสบายลดลงไปหน่อยครับ แต่อย่างไรก็ตามโดยรวมๆ แล้วสาขานี้ก็ถือว่าเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวพอควรครับ แล้วก็ด้วยทำเลที่ตั้งของเค้าที่อยู่ในห้าง The Shoppes แถมยังอยู่ไม่ห่างจากเซ็นทรัล พระราม 9 กับฟอร์จูนด้วย มันก็เลยทำให้คนที่มาใช้บริการที่สาขานี้น่าจะได้รับความสะดวกในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการหาของอร่อยๆ กิน, ทำธุระ, ไปธนาคาร หรือซื้อของต่างๆ สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ครบจบหมดในละแวกนี้เลยครับ
บรรยากาศโดยรวม : จากที่ผมได้มีโอกาสไปใช้บริการที่ Fitfac สาขาต่างๆ ในกรุงเทพมาจนเกือบครบแล้ว โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศและเลย์เอาท์ของบางสาขามากกว่าที่นี่ครับ ดังนั้นผมเลยขอให้คะแนนที่สาขานี้ที่ 8.5 คะแนนแล้วกัน คืออยู่ในระดับมาตรฐาน ความสะอาดต่างๆ ผ่านเกณฑ์ มีการจัดพื้นที่ด้านหน้าโดยเฉพาะบริเวณขายสินค้าได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่เลย์เอาท์ของสาขาที่มีรูปทรงค่อนข้างประหลาด ไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมแนวตรงแบบที่เราส่วนใหญ่คุ้นเคย แล้วก็ขนาดพื้นที่ไม่ได้กว้างมากแบบสาขาสาทรหรือเอกมัย คะแนนเลยน่าจะอยู่ประมาณนี้ครับ
ปริมาณและความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ออกกำลังกาย : ข้อนี้ผมขอให้ที่ 9 คะแนนนะครับ อุปกรณ์ออกกำลังกายที่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานถือว่ามีเยอะและครบแทบจะสมบูรณ์ แล้วก็ยังมีอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องออกกำลังกายพิเศษด้วยอีกนิดหน่อย รวมถึงยังเวทีมวยให้บริการด้วย ดังนั้นสาขานี้น่าจะตอบโจทย์หลายๆ คนเลยที่ชอบออกกำลังกายแบบ Weight Training และชกมวยไทยครับ
ห้องอาบน้ำและห้องสุขา : ข้อนี้ผมให้คะแนนเฉพาะห้องอาบน้ำที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Fitfac เพียงอย่างเดียวนะครับ เพราะในส่วนของห้องสุขานั้นมันจะอยู่ภายใต้การดูแลของห้าง The Shoppes แถมผมยังไม่ได้มีโอกาสเดินไปดูด้วย โดยคะแนนในหัวข้อนี้ผมขอให้ที่ 9.5 คะแนนครับ นี่เป็นอีกหนึ่งสาขาที่ผมว่าเค้าทำห้องอาบน้ำมาได้ดีเลยนะ ขนาดห้องน้ำกว้าง มีการติดตั้งกระจกใสบางจุดเพื่อให้ห้องน้ำดูโปร่ง ไม่อึดอัด มีห้องอาบน้ำถึง 3 ห้อง แล้วก็ยังมีห้องแต่งตัวแยกออกมาอีก 1 ห้องด้วย ถือว่าทำได้ดีกว่าหลายสาขามากๆ  ส่วนเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ไดร์เป่าผม, ครีมอาบน้ำ, ยาสระผม, ที่แขวนเสื้อ เค้าก็มีให้ครบและอยู่ในสภาพดีครับ รวมๆ แล้วถือเป็น Fitfac สาขาที่มีห้องอาบน้ำดีเป็นอันดับต้นๆ เลย ส่วน 0.5 คะแนนที่ผมหักไปนั้นก็มาจากเรื่องเดิมๆ ก็คือเรื่องประตูของห้องอาบน้ำที่เป็นแบบผ้าม่านรูดนั่นเอง ซึ่งอันนี้ก็เป็นความชอบส่วนบุคคลเนอะ หลายๆ คนอาจจะไม่ได้ติดอะไร เพราะตามสถานที่ออกกำลังกายส่วนใหญ่ก็น่าจะใช้รูปแบบประตูแบบนี้เหมือนกันครับ
หมายเหตุ : สำหรับความเห็นและคะแนนในแต่ละหัวข้อนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นในวันและเวลาที่ผมไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละคนอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างจากนี้ออกไปได้ครับ
ก็จบลงแล้วนะครับสำหรับการรีวิว Fitfac สาขาพระราม 9 ใครที่ใช้ชีวิตอยู่แถวนี้หรือมีที่ทำงานใกล้ๆ นี้ สาขานี้น่าจะตอบโจทย์เรื่องการเดินทางได้ระดับนึงเลย ยิ่งใครที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT เป็นหลักด้วยแล้วน่าจะยิ่งชอบครับ เพราะจากที่ผมได้มีโอกาสไปใช้บริการ Fitfac สาขาที่อยู่ใกล้ๆ แนวรถไฟฟ้าอย่างสาขาเอกมัย, สาขาสาทร และสาขาเพลินจิตมาก่อน จะพบว่าทั้ง 3 สาขาก่อนหน้านี้จะอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หากใครที่ใช้รถ MRT เป็นหลัก Fitfac สาขาพระราม 9 น่าจะเป็นสาขาเดียวในตอนนี้ที่เดินทางไปใช้บริการได้สะดวกที่สุดแล้วครับ
ใครที่สนใจจะไปออกกำลังกายที่ Fitfac สาขานี้ก็ลองหาโอกาสไปพูดคุยหรือสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมนะครับ จะเข้าไปถามที่สาขาหรือติดต่อผ่านช่องทางด้านล่างนี้ก็ได้ครับ โดยผมแนะนำให้โทรหรือ Line ไป จะได้คำตอบที่รวดเร็วกว่านะครับ

 

Facebook : Fitfac Muaythai – พระราม 9

Tel : 095-9946194

Line : @Fitfac

ส่วนถ้าใครดูแล้วคิดว่าสาขาพระราม 9 นี้ น่าจะเดินทางไปใช้บริการไม่สะดวกเท่าไหร่ หรืออยากจะลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการไปลองใช้บริการที่สาขาอื่นบ้าง ก็ลองเลื่อนอ่านรีวิวสาขาเก่าๆ ที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ทั้ง 8 สาขาก็ได้ครับ เผื่อจะปิ๊งหรือรู้สึกสปาร์คอันไหนบ้าง
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบครับ และเดี๋ยวคราวหน้าเราจะไปรีวิว Fitfac สาขาสุดท้ายในกรุงเทพกัน โดยหากท่านใดที่ต้องการติดตามการรีวิวต่างๆ ของผมอย่างใกล้ชิด ก็สามารถกดติดตามได้ที่แฟนเพจ ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือความรู้สึกที่แตกต่างจากนี้ได้
Facebook Comments