สวัสดีทุกคนครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับร้าน “หอมปลาเผา” ร้านอาหารที่มีเมนูเด็ดอย่างปลาเผาตัวโตๆ แล้วก็อาหารไทยกับอีสานอร่อยๆ ให้เลือกทานเพียบเลยครับ ใครที่ชอบทานอาหารสไตล์นี้และอยู่ไม่ไกลจากโซนลาดพร้าวหรือเลียบทางด่วนรามอินทรามากนัก ลองแวะไปทานได้ครับ อร่อยเด็ดหลายเมนูเลยแหละ

Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ

เรามาเริ่มกันที่ตำแหน่งที่ตั้งของร้านก่อนนะครับ ร้านหอมปลาเผานั้นจะตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 87 บริเวณแยก 14 โดยตรงข้ามร้านนั้นจะมี 7-11 ขนาดใหญ่อยู่ บอกเลยว่าสังเกตเห็นได้ง่ายมาก หรือถ้าใครกลัวไปไม่ถูกก็กด Google Map ไปได้เลยครับ ไปถูกที่ไม่ผิดเพี้ยนแน่

Google Map : https://g.page/hormplaphao?share

ทั้งนี้นอกจากเราจะไปร้านหอมปลาเผานี้ผ่านทางซอยลาดพร้าว 87 ได้แล้ว เรายังสามารถทะลุมาจากถนนเลียบด่วนรามอินทราได้ด้วยนะครับ ใครถนัดหรือสะดวกแบบไหนก็เลือกเส้นทางเองได้เลย ส่วนที่บริเวณหน้าร้านเค้านั้นจะมีที่จอดรถประมาณ 6-7 คันครับ

สำหรับในเรื่องของบรรยากาศและที่นั่งร้านนั้น ร้านหอมปลาเผาจะมีการแบ่งที่นั่งออกเป็น 2 โซน คือโซน Indoor ติดแอร์ และโซน Open Air แบบมีหลังคาคลุมครับ โดยวันนี้ผมเลือกนั่งโซน Open Air เพราะมันถ่ายรูปง่ายดีครับ

อันนี้เป็นบรรยากาศโซน Indoor ติดแอร์นะครับ โซนนี้จะมีโต๊ะประมาณ 15 ตัว รองรับคนประมาณ 50-60 คนได้สบายๆ แล้วก็ผมว่าโซนนี้เค้าตกแต่งได้ดีนะ มีการเอาความเป็นพื้นบ้านสไตล์อีสานเข้ามาตกแต่งหลายจุด และที่ผมชอบมากๆ ก็คือทางร้านเค้าจะมีการทำหมอนเป็นรูปเมนูต่างๆ ของร้านด้วย เช่น ไก่ย่าง, ส้มตำ, ยำต่างๆ ดูแล้วน่ารักและเก๋ดีครับ

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศโซน Open Air ที่ผมนั่งนะครับ ตรงนี้จะเป็นลักษณะเรียบๆ ง่ายๆ ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมากนัก แต่ก็มีรูปปั้นปลากับครกส้มตำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ ทำให้เราไปถ่ายรูปเล่นได้ครับ ส่วนปริมาณโต๊ะและเก้าอี้ในโซนนี้น่าจะสามารถรองรับคนได้ประมาณ 40-50 คนครับ

อ้อ ตรงโซนนี้จะมีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ แล้วก็เวทีเล็กๆ แบบนี้ด้วยนะครับ เข้าใจว่าในบางช่วงเวลาร้านเค้าน่าจะมีดนตรีสดเล่นเพลงเพราะๆ ให้ฟัง หรือไม่ก็อาจจะมีการเปิดรายการอะไรให้คนที่นั่งในโซนนี้ได้ดูใกล้ๆ ครับ

มาดูในส่วนของเมนูอาหารกันบ้าง เมนูของร้านหอมปลาเผานั้นมีให้เลือกทานเยอะมากๆ ครับ เยอะจนตกใจ และไม่ได้มีแค่อาหารสไตล์อีสานเท่านั้น แต่พวกเมนูอาหารไทยประเภทต่างๆ ที่เหมาะสำหรับการกินกับข้าวสวยก็มีให้เลือกเพียบ ที่สำคัญผมว่าร้านเค้าถ่ายรูปอาหารและจัดทำเมนูได้สวยเลยล่ะครับ

ภาพพวกนี้เป็นแค่ตัวอย่างเมนูบางส่วนของเค้าเท่านั้นนะครับ ผมไม่ได้ถ่ายมาทั้งเล่ม เพราะมันเยอะมาก @[email protected]

และหลังจากที่ผมอ่านเมนูอาหารของเค้าจบ ผมก็คิดว่านอกจากปลาเผาซึ่งเป็นเมนูเด่นตามชื่อร้านแล้ว เมนูประเภทพวกส้มตำก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดของเค้าเหมือนกัน เพราะทางร้านเค้าชูจุดขายเรื่องของส้มตำปลายประเด็นมาก ยกตัวอย่างเด่นๆ ก็ตามด้านล่างนี้เลยครับ

  • มะละกอ : เลือกใช้มะละกอพันธุ์ดำเนินเป็นหลัก และใช้วิธีการสับมะละกอ ไม่ใช่ขูดเป็นฝอย ทำให้เส้นมะละกอมีขนาดใหญ่ สวย ดูน่ารับประทาน และหลังจากที่ได้เส้นมะละกอเรียบร้อยแล้ว ทางร้านจะมีการนำไปล้างและแช่ตู้เย็นต่อ เพื่อให้เส้นมะละกอมีความสดและกรอบครับ
  • น้ำตาลปี๊บ : ใช้น้ำตาลมะพร้าวแท้จากอัมพวา หวาน กลมกล่อม หอมมะพร้าว และไม่มีการแต่งสีแต่งกลิ่นเพิ่มเติม
  • มะนาว : ใช้มะนาวแป้นผลโต เปลือกบาง เมล็ดน้อย กลิ่นหอม และมีน้ำมะนาวเยอะ
  • พริก : ใช้พริกซุปเปอร์ฮอตซึ่งเป็นพริกที่มีความเผ็ดกว่าทั่วๆ ไป โดยในพริกนั้นจะมีสารแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งสามารถทำลายอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ, หลอดเลือด และมะเร็งบางชนิดได้
  • กุ้งแห้ง : ใช้กุ้งแห้งที่คัดสรรอย่างดี ขนาดใหญ่ ไม่มีกลิ่นเหม็น
  • ปูนา : เน้นทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การล้างให้สะอาด แล้วก็ดองด้วยน้ำปลากับกระเทียมไทยทุบ
  • ถั่วลิสง : เลือกใช้ถั่วลิสงดิบและนำมาคั่วเอง ไม่ได้ใช้แบบสำเร็จรูป
  • กระเทียม : ใช้กระเทียมไทยกลีบเล็ก เพราะจะหอมกว่ากระเทียมโทน
  • น้ำปลา : เลือกใช้น้ำปลาทิพรสเพราะให้ความเค็มและหอมสูง

เป็นยังไงล่ะครับ แค่อ่านแค่นี้ก็รู้สึกอยากลิ้มลองรสชาติส้มตำเค้าแล้วใช่มั้ยครับ บอกเลยว่าตอนผมอ่านนี่ก็มีน้ำลายไหลเหมือนกัน และหลังจากที่ได้ลองชิมส้มตำเค้าไป 2 รายการ ก็ต้องยอมรับว่าอร่อยสมคำที่เค้าโปรโมทจริงๆ ใครที่ชอบทานส้มตำก็ลองหาโอกาสแวะไปทานนะครับ ส่วนนี่เป็นรายการอาหารที่ผมกับต๋งได้ลองชิมในวันนั้นครับ

  1. เมี่ยงปลาทับทิม 350 บาท
  2. ตำปูม้า 180 บาท
  3. ตำข้าวโพด 90 บาท
  4. ลาบหมูทอด 150 บาท
  5. ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน 180 บาท
  6. เนื้อปูผัดผงกะหรี่ 250 บาท

และนี่เป็นรสชาติของแต่ละเมนูในความรู้สึกผมครับ

เมี่ยงปลาทับทิม เปิดตัวด้วยเมนูเด่นของร้านเลยนะครับ และต้องบอกว่าสมกับที่เป็นเมนูเด่นจริงๆ ขนาดปลาและรสชาติต่างๆ ดีมาก ตัวปลาทับทิม Size เบิ้มๆ เนื้อสดเด้งมาก ส่วนน้ำจิ้มก็เสิร์ฟมา 2 แบบ คือแบบเผ็ดและแบบหวาน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมกับต๋งชอบแบบเผ็ดทั้งคู่ครับ กินแล้วแซ่บกำลังดีเลย

เมนูนี้แนะนำให้สั่งเลยนะครับ โดยเฉพาะใครพึ่งมาครั้งแรกไม่ควรพลาด!!

ตำปูม้า สำหรับจานนี้ผมไม่ได้บอกอะไรทางร้านเป็นพิเศษเลยนะครับ เพราะอยากรู้ว่ารสชาติโดยพื้นฐานของเค้าจะเผ็ดแซ่บแค่ไหน ซึ่งหลังจากที่ได้ลองชิมแล้วก็ต้องบอกว่ารสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ เป็นส้มตำที่รสเผ็ดและจัดจ้านใช้ได้ กินแล้วมีซี้ดซ้าดปากเบาๆ แต่สำหรับสายแข็งชอบแบบเผ็ดจี๊ดจ๊าดสุดๆ นั้น ควรระบุเพิ่มว่าขอเผ็ดๆ ครับ

สำหรับปริมาณของปูม้าในจานนั้นถือว่าให้มาเยอะเลย พูนๆ จานเลยครับ ความสดของปูดีมาก ขนาดก็ถือว่าใหญ่ นอกจากนี้บางชิ้นก็เห็นว่ามีไข่ปูด้วยนะครับ ใครชอบทานปูม้าจัดมาได้เลย ไม่น่าจะผิดหวังครับ

ตำข้าวโพด อีกหนึ่งเมนูของอาหารประเภทส้มตำ สำหรับจานนี้ผมก็ไม่ได้มีการระบุอะไรไปเพิ่มเช่นเดียวกัน รสชาติโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ อร่อยตามมาตรฐานและมีความเผ็ดใช้ได้ แต่ความเผ็ดนั้นจะน้อยกว่าตำปูม้าจานเมื่อกี้อยู่นิดนึงครับ

ลาบหมูทอด อีกหนึ่งเมนูที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษในมื้อนี้ครับ อร่อยและหอมสมุนไพรกับข้าวคั่วดี นอกจากนี้ยังมีความเผ็ดเล็กๆ ติดปลายลิ้นด้วย โดยรวมถือว่าเป็นเมนูที่น่าลองสั่งมาทาน และสามารถทานเข้าได้ทั้งกับข้าวสวยและข้าวเหนียวเลยครับ

ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน สำหรับเมนูนี้โดยส่วนตัวพวกผมประทับใจน้อยที่สุดเลยครับ เพราะรู้สึกว่ากระดูกหมูอ่อนในชามที่ผมทานนั้นยังไม่ค่อยเปื่อยซักเท่าไหร่ ส่วนน้ำซุปก็ยังไม่จัดจ้านเท่าที่ควร ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทุกอย่างมันลงตัวกว่านี้ครับ เพราะโดยปกติแล้วเมนูนี้เป็นเมนูที่ต๋งชอบทานมากๆ เวลาทานอาหารประเภทส้มตำแบบนี้ครับ

เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ก็ต้องบอกว่าในบรรดาอาหารทั้งหมดในมื้อนี้ เมนูนี้ดูจะผิดแปลกแหวกแนว สไตล์แตกต่างจากจานอื่นๆ มากที่สุดแล้วครับ แต่ก็ไม่น่าเชื่อนะว่าร้านเค้าจะทำรสชาติออกมาได้ดีเลย ที่สำคัญเนื้อปูเยอะและสดมากๆ ใครที่ชอบเมนูนี้สั่งได้เลย เหมาะกับการกินกับข้าวสวยสุดๆ  จานนึงสามารถแบ่งกันทาน 2-3 คนได้สบายๆ ครับ เค้าให้ปริมาณมาเยอะเลยแหละ

และจากที่ทางร้านหอมปลาเผาเค้าทำเมนูเนื้อปูผัดผงกะหรี่ออกมาได้รสชาติดีแบบนี้ มันก็เลยทำให้ผมแอบคิดว่าจริงๆ แล้วในบรรดาอาหารอื่นๆ ของร้านที่เป็นสไตล์ไทยๆ ไม่ใช่แนวอีสานนั้น ทางร้านเค้าก็น่าจะทำรสชาติต่างๆ ออกมาได้ดีไม่แพ้กันเลยครับ ใครที่เห็นแต่ชื่อร้านและคิดว่าร้านนี้จะเน้นขายแต่ส้มตำกับอาหารอีสานเป็นหลัก ก็ลองเปลี่ยนความคิดใหม่นะ เพราะเมนูอาหารไทยของร้านนี้ก็มีให้สั่งเพียบ และหลายๆ เมนูที่ผมเห็นชื่อกับรูปมันก็น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ ^^

และทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์ของผมกับต๋งในการไปลองทานอาหารที่ร้านหอมปลาเผา ลาดพร้าว 87 แยก 14 ครับ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรีวิวของร้านนี้ชัดขึ้น ผมก็จะขอสรุปการรีวิวนี้ออกเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ

วันที่รับประทาน : วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563

ช่วงเวลา : 16.00 น. – 18.30 น.

จำนวน : 2 คน

รสชาติอาหาร : เรื่องนี้ถือว่าสอบผ่านเลยครับ ใน 6 เมนูที่ผมทานนั้นมีเพียงเมนูเดียวคือต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อนที่ผมกับต๋งไม่ค่อยประทับใจซักเท่าไหร่ และคิดว่าเค้าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ส่วนอีก 5 เมนูที่เหลือนั้นสอบผ่านทั้งเรื่องรสชาติอาหารและคุณภาพสบายๆ เลย โดยเฉพาะเมนูอย่างเมี่ยงปลาทับทิมเผา, ตำปูม้า และลาบหมูทอด ผมชอบมากเลยล่ะครับ และจากที่ผมได้ลองชิมอาหารของเค้ามาทั้งสไตล์ไทยๆ และอีสาน ผมว่าฝีมือการทำอาหารของเค้าสอบผ่านทั้งสองสไตล์เลย ใครชอบทานแบบไหนก็ลองเลือกสั่งดูนะครับ

ความหลากหลายของอาหาร : เป็นอีกเรื่องที่ผมว่าร้านเค้าสอบผ่านสบายๆ เช่นเดียวกัน เพราะเค้ามีเมนูให้เลือกสั่งเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ, ทอด, ต้ม, แกง, ผัด, ยำ, ลาบ, ย่าง, อบ, เผา, ข้าว, เส้น และของหวาน เค้าก็มีให้เลือกสั่งหมด แถมในแต่ละประเภทนั้นก็ยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายมาก ที่สำคัญในเล่มเมนูนั้นเค้ามีการทำและแยกประเภทอาหารต่างๆ ได้ดีเลยครับ โดยรวมๆ ผมว่าร้านนี้เราสามารถนัดพาเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ หรือครอบครัวไปทานได้สบายๆ ครับ ไปถึงแล้วมีเมนูอาหารให้เลือกสั่งถูกใจทุกคนอย่างแน่นอน

ความสะอาดของสถานที่และบรรยากาศโดยรวม : เป็นอีกเรื่องนึงที่ผมไม่ติดปัญหาอะไรครับ และคิดว่าเค้าทำได้ตามมาตรฐานของร้านอาหารที่ดีเลย โต๊ะ จาน และพื้นที่ต่างๆ ดูสะอาดสะอ้าน ส่วนในเรื่องของบรรยากาศและการตกแต่งก็ทำได้ดีในลักษณะร้านแบบนี้ครับ โดยเฉพาะพื้นที่ในส่วน Indoor เค้าเอาความเป็นอีสานและลักษณะอาหารที่ร้านขายมาช่วยตกแต่งได้ดีเลยล่ะครับ

การบริการของพนักงาน : ข้อนี้ผมพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่นะ เพราะตอนที่ผมไปทานนั้นทั้งร้านมีแค่ 4-5 โต๊ะเอง ดังนั้นการบริการต่างๆ ก็เลยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ เสิร์ฟอาหารไว เสิร์ฟถูกต้อง เติมน้ำรวดเร็ว รวมถึงเวลาที่เราสั่งอาหารเพิ่มก็แป้บเดียวได้ครับ

ความสะดวกของการเดินทาง : สำหรับเรื่องนี้อาจจะเป็นจุดด้อยของร้านนี้ครับ เพราะตัวร้านนั้นตั้งอยู่ในซอยที่ห่างจากถนนและแนวรถไฟฟ้าพอควร ดังนั้นวิธีที่จะเดินทางมาทานที่ร้านนี้แบบสะดวกที่สุดก็คงจะต้องเป็นรถส่วนตัวหรือ Taxi เท่านั้น ใครที่ปกติเดินทางด้วยรถเมล์หรือรถไฟฟ้าเป็นประจำก็อาจจะลำบากหน่อยครับ T_T

ความคุ้มค่า : หากเทียบราคาแบบจานต่อจานแล้ว ต้องบอกว่าราคาอาหารของร้านหอมปลาเผานั้นก็สูงกว่าร้านส้มตำทั่วๆ ไปที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของร้านอาหารพอควรครับ แต่สิ่งที่เราจะได้เพิ่มเติมจากราคาที่สูงขึ้นนั้นก็คือเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบ, ปริมาณ แล้วก็การบริการของพนักงานนั่นเอง และหากเรานำราคาอาหารไปเทียบกับร้านอาหารจริงๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันก็จะพบว่าราคาของร้านหอมปลาเผานั้นไม่แพงเลยครับ สมเหตุสมผลกับคุณภาพวัตถุดิบ, รสชาติ และปริมาณที่ได้ ดังนั้นเรื่องนี้ผมเลยขอให้คะแนนว่าคุ้มค่าสอบผ่านนะครับ ^^

สรุป : สำหรับใครที่อยากจะทานอาหารไทยและอีสานอร่อยๆ ในโซนลาดพร้าวหรือเลียบทางด่วนรามอินทรา และเน้นไปที่ความสะอาด ความน่าทานของอาหารเป็นหลัก ร้านหอมปลาเผานี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ เมนูอาหารหลากหลาย, อาหารรสชาติดี, หน้าตาอาหารดูสะอาดสะอ้าน และพื้นที่ร้านกว้างมาก สามารถรองรับคนได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เมนูอย่างส้มตำกับเมี่ยงปลาเผาของเค้านั้นก็ถือเป็นเมนูเด็ดที่หลายๆ คนกินแล้วจะต้องประทับใจเลยครับ ใครที่ชอบทานอาหารสไตล์นี้และอยู่ไม่ไกลจากพิกัดร้านมาก ลองหาโอกาสไปทานกันนะครับ

หอมปลาเผา

ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ หวังว่าทุกคนจะถูกใจกันนะครับ และสำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวการกินของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามที่แฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่ต้องการติดต่อร้านหอมปลาเผา ก็สามารถติดต่อได้ตามช่องทางด้านล่างนี้นะครับ ร้านเค้ามีอาหาร Delivery บริการตามแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วย โปรโมชั่นต่างๆ ก็เพียบ น่าสนใจทั้งนั้น โดยตอนที่ผมนั่งทานอยู่ที่ร้านก็เห็นมีคนหมุนเวียนเข้ามารับส่งออเดอร์กันอย่างไม่ขาดสายเลยล่ะครับ

ช่องทางติดต่อร้าน

Facebook : หอมปลาเผา

[email protected] : @Homplaphao

โทร : 089-893-2735

Website : www.homplapao.com

เวลาเปิดปิดร้าน : 10.30 น. – 23.00 น. (เปิดบริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด)

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้า สวัสดีครับ

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือความรู้สึกที่แตกต่างจากนี้ได้
Facebook Comments