Travel Review

[SR] Le Charme Sukhothai : อีกหนึ่งที่พักดีๆ ในสุโขทัย

posted by ภรรยาหา สามีใช้ July 27, 2017 0 comments
สวัสดีทุกคนครับ หลังจากครั้งที่แล้วผมได้พาทุกคนไปรู้จักที่พักสวยๆ ในจังหวัดสุโขทัยอย่าง Legendha Sukhothai Resort กันไปแล้ว วันนี้ผมก็เลยจะพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งที่พักในสุโขทัยที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยที่พักแห่งนี้มีชื่อว่า Le Charme Sukhothai Resort (เลอ ชาร์ม สุโขทัย รีสอร์ท) ครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับทำเลที่ตั้งของ Le Charme นั้นเรียกว่าอยู่ไม่ไกลจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเลยครับ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่แป้บเดียวก็ถึง ดังนั้นก็เลยทำให้คนที่มาพักที่นี่สามารถเลือกใช้เวลาช่วงใดของวันก็ได้ในการไปเที่ยวชมเมืองเก่าของเรา ส่วนในเรื่องบรรยากาศรวมๆ ของรีสอร์ทแห่งนี้ผมว่าเค้าเน้นไปที่ความโปร่ง สดชื่น และสบายตาเป็นหลัก เพราะด้วยบึงบัวขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้า รวมทั้งสระว่ายน้ำที่อยู่บริเวณกลางรีสอร์ทมันทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
ลักษณะห้องพักของที่นี่นั้นจะเป็นรูปแบบอาคารชั้นเดียวทั้งหมด ทำให้เราไม่ต้องเดินขึ้นลงให้เมื่อยขาแต่อย่างใด โดยทาง Le Charme จะมีห้องพักทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
  • Superior
  • Deluxe
  • Premier Deluxe
  • Family Suite
สำหรับห้องที่ผมพักนั้นก็คือห้อง Deluxe ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบในขนาดของห้องที่กว้างขวาง ขนาดเตียง ความนุ่มของหมอน การออกแบบภายใน และทำเลของห้องที่มีพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้าห้อง รวมทั้งระเบียงด้านหลังที่ให้เราสามารถนั่งชมวิวและสูดบรรยากาศบริสุทธิ์ของบึงบัวขนาดใหญ่ได้ ส่วนจุดที่ผมไม่ค่อยประทับใจในห้องนี้เท่าไหร่ก็คือเรื่องของการเปิดปิดแอร์ที่ต้องใช้การเปิดปิดด้วยตัวเองนี่แหละครับ ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสะดวกสบายเลย และหลายๆ ครั้งผมก็ลืมเปิดทำให้ต้องนั่งอยู่ในห้องร้อนๆ เป็นระยะเวลาหนึ่งเลย T___T
ในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในห้องนั้นถือว่ามีให้ครบตามมาตรฐานโรงแรมทั่วไป โดยจะมี TV, ตู้เย็น, ไดร์เป่าผม, ร่ม, ชา กาแฟ พร้อมกาน้ำร้อน แล้วก็ตู้เซฟ ส่วนอุปกรณ์อาบน้ำก็จะมีพวกสบู่, แชมพู, Cotton Bud แล้วก็หมวกอาบน้ำมาให้
ห้องน้ำของที่นี่จะเป็นฝักบัวธรรมดาพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นนะครับ น้ำแรงดี พื้นที่อาบน้ำกว้าง อาบสบายไม่รู้สึกอึดอัด และมีการแยกพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งด้วยผ้าม่าน ไม่มีอ่างอาบน้ำ ส่วนที่ชักโครกก็มีสายฉีดชำระติดตั้งมาให้เรียบร้อยครับ
เอาล่ะ ทีนี้เราไปดูห้องพักประเภทอื่นๆ เพิ่มเติมดีกว่า เผื่อใครที่สนใจจะเข้ามาพักที่นี่จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เริ่มจากห้อง Superior ซึ่งเป็นห้องพักเริ่มต้นและเป็นห้องที่ผมคิดว่าอยู่ไกลจากล็อบบี้มากที่สุด โดยบริเวณหน้าห้องพักประเภทนี้จะมีบึงขนาดเล็กพร้อมทางเดินรอบๆ ที่ดูแล้วสดชื่นดีครับ
ลักษณะของห้อง Superior นี้จะมีพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้าห้องไว้ให้เราเม้าท์มอยส์กับเพื่อนหรือนั่งชมวิวสวยๆ ส่วนภายในห้องนั้นก็มีการออกแบบได้สวยงามดี ดูแล้วมีกลิ่นไอของความเป็นไทยชัดเจนกว่าห้อง Deluxe ที่ผมพักอยู่เล็กน้อย
ห้องประเภทถัดมาก็คือห้อง Premier Deluxe ห้องประเภทนี้ค่อนข้างจะเหมาะกับคู่รักหวานแหวว หรือคนที่ต้องการความสบ ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะห้องประเภทนี้จะห้องเดี่ยวที่แยกตัวออกมาไม่สุงสิงกับใคร มีพื้นที่ห้องและระเบียงด้านหลังห้องที่กว้างขวางกว่า Deluxe เล็กน้อย รวมทั้งมีอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำด้วย โดยห้อง Premier Deluxe ที่เป็นเตียง King size นั้น ลักษณะของเตียงนอนจะมีเสาที่มุมเตียงและมุ้งคลุมด้วยนะครับ ซึ่งก็ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติคขึ้นอีกพอควรเลย
ส่วนห้องพักประเภทสุดท้าย ห้อง Family Suite นั้น เป็นห้องพักที่ผมคิดว่าเหมาะสำหรับครอบครัวพ่อแม่ลูกที่อยากจะนอนพักรวมกัน ไม่อยากแยกห้องให้เสียเวลาในการเดินไปมาหาสู่ โดยห้องพักประเภทนี้มีขนาดกว้างขวางมาก มีเตียง 2 เตียง (เตียงใหญ่ 1 เตียง และเตียงเล็ก 1 เตียง) รวมทั้งมีโชฟาในห้องที่สามารถนั่งได้ 5-6 คน ส่วนในห้องน้ำนั้นจะมีอ่างล้างหน้า 2 อ่าง แล้วก็มีอ่างอาบน้ำให้ด้วยครับ
ตอนนี้เราก็ดูห้องพักประเภทต่างๆ กันไปครบแล้ว หลายๆ คนก็คงจะมีความคิดอยู่ในใจเรียบร้อยแล้วว่าถ้าไปพักที่นี่จะเลือกพักห้องแบบไหนถึงจะโดนใจตัวเองที่สุด แต่ทีนี้สำหรับบางคนการจะเลือกไปพักที่ไหนซักที่นอกจากหน้าตาห้องพักแล้วสิ่งที่ยังจะต้องคำนึงถึงก็คงต้องเป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางแล้วก็สถานที่เที่ยวใกล้เคียงใช่มั้ยล่ะครับ งั้นเราไปดูกันในแต่ละเรื่องเลยว่ามันจะเป็นยังไงกันบ้าง!!
เริ่มจากพื้นที่ส่วนกลางกันก่อนดีกว่า โดยจุดเด่นของที่นี่นอกจากจะมีบึงบัวขนาดใหญ่ที่เราสามารถไปนั่งชิวๆ พร้อมกับให้อาหารปลาได้แล้ว ผมว่าอีก 2 อย่างที่น่าสนใจก็คงเป็นสระว่ายน้ำแล้วก็เรือนนวดแผนไทยนี่แหละครับ
สำหรับสระว่ายน้ำของที่นี่จะอยู่บริเวณกลางๆ ของรีสอร์ทเลย ขนาดของสระไม่ใหญ่มากแต่ก็มีการออกแบบและการตกแต่งที่ดีทำให้ดูแล้วดึงดูดใจให้ลงไปเล่น ส่วนเรือนนวดแผนไทยนั้นเป็นอะไรที่ผมชอบมาก ทั้งลักษณะการออกแบบ การใช้สีสัน และประเภทของเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ ดูแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนอยากจะเอาตัวเองไปนอนนวดซัก 1-2 ชั่วโมงเลย
ก็เอาเป็นว่าใครชอบแบบไหนก็จัดไปนะครับ แต่ถ้าใครไม่ชอบทั้งคู่ก็ลองเดินไปดูที่ล็อบบี้ก็ได้ครับ เค้าจะมีการจัดหนังสือดีๆ รวมทั้งมุมนั่งเล่นเล็กๆ ไว้เป็นห้องสมุดขนาดย่อมให้เรานั่งอ่านกัน
ดูที่พักกันไปจนปรุโปร่งหมดแล้ว ทีนี้ตามไปดูที่เที่ยวกันดีกว่า และแน่นอนว่ามาสุโขทัยทั้งทีถ้าไม่ไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยก็คงแปลกๆ ใช่มั้ยครับ
สำหรับการเดินทางจาก Le Charme ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้นสามารถทำได้หลายวิธีทั้งการขับรถส่วนตัว, การใช้บริการรถตู้ของโรงแรม (ราคา 300 บาท/เที่ยว), การนั่งรถสองแถว หรือไม่ก็เดินไปเอง ซึ่งเมื่อเราไปถึงทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์แล้วเราก็ต้องเลือกว่าจะเที่ยวในอุทยานประวัติศาสตร์อย่างไรระหว่างการเช่าจักรยานปั่นในราคาคันละ 30 บาท/วัน หรือจะนั่งรถรางเก๋ๆ ในราคา 30 บาท/คน (ราคาคนไทย) ซึ่งในความคิดผมนั้นหากว่าเรายังวัยรุ่น สู้แดดไหว และอยากถ่ายรูปเยอะๆ ผมอยากให้เช่าจักรยานปั่นมากกว่าครับ เพราะจะสนุกและเป็นอิสระกว่ากันเยอะ โดยวัดเด่นๆ ที่ผมคิดว่าไม่ควรพลาดในการไปชมก็คือ วัดมหาธาตุ, วัดศรีสวาย และวัดสระศรีครับ
ส่วนใครที่เที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแล้วยังรู้สึกไม่จุใจ ไม่อิ่มใจพอ ผมแนะนำให้ไปเที่ยวที่นี่ต่อเลยกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่าสถานที่นี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่มีรถส่วนตัวเพราะต้องใช้เวลาในการขับรถจากสุโขทัยไปประมาณ 1 ชั่วโมงได้ โดยอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยนั้นมีโบราณสถานและโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง (สำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง) และเมื่อปี พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกจาก UNESCO ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรอีกด้วยครับ
สำหรับการเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยนั้นอันดับแรกก็คือเราต้องซื้อตั๋วเข้าชมก่อนในราคา 20 บาท/คน (ราคาคนไทย) จากนั้นก็เลือกว่าจะเที่ยวภายในอุทยานประวัติศาสตร์อย่างไรระหว่างการเช่าจักรยานปั่นในราคาคันละ 20 บาท/วัน หรือการนั่งรถรางในราคา 20 บาท/คน (ราคาคนไทย) ซึ่งผมก็ยังแนะนำเหมือนเดิมว่าหากยังมีแรง และสู้แดดไหว ให้เลือกปั่นจักรยานเถอะครับ โดยวัดที่ผมคิดว่าไม่ควรพลาดในการเข้าชมก็ได้แก่ วัดช้างล้อม, วัดเจดีย์เจ็ดแถว, วัดเขาสุวรรณคีรี และวัดนางพญา
มาถึงตอนนี้ผมว่าหลายๆ คนก็คงจะเริ่มหมดแรงกันแล้วใช่มั้ยล่ะครับ เพราะปั่นจักรยานตากแดดกันมาทั้งวัน ดังนั้นเพื่อเป็นการเติมพลังก่อนที่จะเข้านอน ผมก็เลยขอแนะนำร้านอาหารนึงที่ชื่อว่า “ครัวสุโขทัย” ซึ่งเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ อาหารรสชาติดี แถมยังตั้งอยู่เยื้องๆ กับ Le Charme ที่เราพักให้ทุกคนรู้จักครับ บอกเลยว่าร้านนี้อาหารอร่อย และอยู่ใกล้สุดๆ ชนิดที่สามารถเดินไปได้เลยครับ
อ้อ….สำหรับคนที่อยากจะดูภาพอาหารมื้อนี้ผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะว่าวันนั้นผมหิวมากก็เลยรีบซัดจนลืมถ่ายภาพอาหารไปเลย T_____T
เอาล่ะครับ ทีนี้เรามาพูดถึงไลน์อาหารเช้าของ Le Charme กันดีกว่าครับ ไลน์อาหารของที่นี่จะอยู่ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ และเป็นไลน์อาหารที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่ในเรื่องของรสชาตินั้นถือว่าเด็ดและสอบผ่านเลยครับ
สำหรับวันที่ผมไปนั้นไลน์อาหารประกอบไปด้วยข้าวสวย, ผัดกระเพราหมู, ไส้กรอก, เบคอน, แฮม, Egg Station, Cornflake, นม, น้ำผลไม้, เต้าฮวยฟรุ๊ตสลัด และผลไม้อย่างแตงโม เงาะ และสับปะรด ซึ่งรายการอาหารที่ผมประทับใจมากๆ ก็คือผัดกระเพราหมู และไข่กระทะครับ ทั้ง 2 รายการนี้โดดเด่นจนทำให้ผมแทบไม่สนใจเมนูอื่นเลย โดยไข่กระทะนั้นเราสามารถแจ้งได้เลยนะครับว่าอยากให้ใส่อะไรลงไปบ้าง
และทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์จากที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปพักที่ Le Charme Sukhothai Resort (เลอ ชาร์ม สุโขทัย รีสอร์ท) ในระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2560 สุดท้ายนี้เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นเรื่องๆ ตามนี้นะครับ
การออกแบบ : อยู่ในระดับบกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นและทำให้ผมประทับใจอะไรมากนัก จะออกในแนวโปร่ง โล่งสบายตามากกว่า แต่สำหรับคนที่ชอบห้องในสไตล์ที่เรียบง่าย มีกลิ่นไอของความเป็นไทยเล็กๆ อาจจะชอบห้องพักในรูปแบบนี้ครับ
ความสะอาด : ข้อนี้สอบผ่านสบายๆ ครับ สะอาดสะอ้านดีทั้งในห้องและนอกห้อง
สิ่งอำนวยความสะดวก : มีสิ่งของจำเป็นพื้นฐานภายในห้องมาให้ครบ สัญญาณ wifi ก็เสถียรและเร็วดี ส่วนพื้นที่ส่วนกลางนั้นอยู่ในระดับกลางๆ เพราะมีเพียงนวดแผนไทยและสระว่ายน้ำเท่านั้น หากทางรีสอร์ทมีการเพิ่มจักรยานน้ำหรือเรือคายัคลงไปในบึงบัวน่าจะทำให้คนที่มาพักประทับใจมากขึ้นครับ
การเดินทาง : เป็นหนึ่งในที่พักของจังหวัดสุโขทัยที่ผมว่าน่าจะเดินทางได้สะดวกดีนะครับ เพราะรีสอร์ทอยู่ติดกับถนนอีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากอุทยานประวัติศาสต์สุโขทัยอีกด้วย
การนอนหลับพักผ่อน : แม้การเปิดปิดแอร์จะไม่ใช่ระบบอัตโนมัติก็ตามแต่เมื่อเปิดแล้วก็ทำงานได้ราบรื่นไม่มีสะดุด และเมื่อรวมเข้ากับขนาดของเตียงที่กว้าง หมอนที่นุ่มกำลังดีก็ทำให้การพักผ่อนที่นี่เป็นอีกหนึ่งคืนที่ผมนอนหลับสบายครับ อ้อ…แต่ในช่วงค่ำๆ นี่บริเวณนอกห้องจะมียุงเยอะใช้ได้เลย ดังนั้นผมไม่แนะนำให้ใครออกมานั่งชิวๆ ที่นอกห้องนะครับ เดี๋ยวจะตัวลายและไม่สบายโดยไม่รู้ตัวนะ
การบริการของพนักงาน : อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ประทับใจครับ
อาหารเช้า : แม้ปริมาณอาหารในไลน์จะไม่ได้มากนัก แต่คุณภาพนั้นดีเลย โดยเฉพาะการที่มีอาหารอย่างไข่กระทะอยู่ใน Egg Station ด้วย ผมว่าเด็กๆ รวมไปถึงผู้ใหญ่หลายๆ คนน่าจะประทับใจครับ
สรุป : Le Charme Sukhothai Resort (เลอ ชาร์ม สุโขทัย รีสอร์ท) คืออีกหนึ่งที่พักในจังหวัดสุโขทัยที่ผมว่าน่าสนใจดี ถึงแม้การออกแบบโดยรวมจะไม่ได้โดดเด่นและสะท้อนความเป็นไทยจ๋าอย่างเลเจนด้า แต่ว่าการที่รีสอร์ทแห่งนี้มีบึงบัวขนาดใหญ่ มีการออกแบบห้องที่เน้นความสบายตา แฝงด้วยกลิ่นไอความเป็นไทยเล็กๆ และอยู่ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยชนิดที่สามารถเดินไปได้ ก็น่าจะทำให้หลายๆ คนชื่นชอบในการเข้ามาพักที่รีสอร์ทแห่งนี้ครับ และแน่นอนว่าที่พักสไตล์นี้ก็คงจะไม่เหมาะกับวัยรุ่นที่ต้องการที่พัคชิคๆ เก๋ๆ หรือคนที่ต้องการหาที่พักขนาดห้องไม่ใหญ่ ราคาไม่เกิน 1,500 บาท/ห้อง อย่างแน่นอนครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจ สามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ และสำหรับท่านที่อยากจะได้ข้อมูลของโรงแรมแห่งนี้เพิ่มเติม หรืออยากจะจองที่พักราคาพิเศษสามารถเข้าไปดูข้อมูลตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
Facebook : Le Charme Sukhothai Resort (เลอ ชาร์ม สุโขทัย รีสอร์ท)
เช็คราคาและจองที่พักผ่าน agoda.com
เช็คราคาและจองที่พักผ่าน booking.com
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like