สวัสดีครับ หลังจากที่บทความก่อนหน้านี้ผมได้พาทุกคนไปรู้จักกับจุดเด่นและเรื่องราวต่างๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับการเที่ยวด้วยเรือสำราญแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับเรือ Majestic Princess (มาเจ็สติค ปริ้นเซส) เรือสำราญลำแรกในชีวิตการล่องเรือสำราญเที่ยวของผมกับต๋ง และยังเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ที่มีทุกอย่างครบครัน แถมราคาต่อคนยังไม่แพงอีกด้วยครับ
อันดับแรกสุดเลยเรามาทำความรู้จักกับภาพรวมพื้นฐานของเรือสำราญที่ชื่อว่า Majestic Princess กันก่อนนะครับ เรือสำราญ Majestic Princess นั้นเป็นหนึ่งในเรือของบริษัท Princess Cruise บริษัทเดินเรือสำราญที่มีชื่อเสียงและมีขนาดใหญ่แห่งนึงของโลก โดยเรือสำราญ Majestic Princess นั้นเป็นเรือสำราญที่สามารถพูดได้ว่าใหม่เอี่ยมลำนึงเลยครับ เนื่องจากเรือลำนี้พึ่งจะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2560 นี้เอง
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
เรือสำราญ Majestic Princess นั้นเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ที่ภายในเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งร้านอาหาร, สปา, คาสิโน, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สนามบาส, คาราโอเกะ, โรงละคร, ร้านค้าปลอดภาษี และอื่นๆ อีกมากมาย โดยโครงสร้างของเรือลำนี้มีมากถึง 18 ชั้น สามารถจุผู้โดยสารได้ประมาณ 3,560 คน และมีน้ำหนักของเรือมากถึง 142,229 ตัน ซึ่งด้วยขนาดของเรือระดับนี้ทำให้เรือสำราญ Majestic Princess นั้นเป็นเรือสำราญที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือไททานิคที่เราเคยเห็นในภาพยนต์ถึง 4 เท่าเลยทีเดียวครับ
หมายเหตุ : จำนวนชั้นของเรือ Majestic Princess นั้นจะมีทั้งหมด 18 ชั้น แต่ด้วยความที่เรือลำนี้จะไม่มีชั้นที่ 13 ดังนั้นเวลาที่เราดูผังเรือเราจึงเห็นว่าเรือลำนี้มีถึงชั้นที่ 19 นะครับ
สำหรับภาพด้านล่างนี้จะเป็นภาพหน้าตาเรือ Majestic Princess แบบเต็มๆ และผมได้มีการใส่ข้อมูลที่เป็นภาพรวมของเรือลำนี้ไว้ให้ทุกคนดูด้วยครับ ใครที่อยากดูข้อมูลแบบเจาะลึกก็สามารถไล่อ่านตามภาพได้เลย
ส่วนใครที่อยากจะดูในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว ก็กดดูวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลยครับ

เอาล่ะครับ หลังจากที่เรารู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเรือสำราญลำนี้แล้ว คราวนี้เรามาก้าวขึ้นเรือ Majestic Princess ไปพร้อมๆ กันดีกว่า โดยกระบวนการง่ายๆ สำหรับการขึ้นเรือสำราญในแต่ละครั้งก็มีดังนี้เลยครับ
1. ทำการจองทริปเรือสำราญที่เราต้องการไปให้เรียบร้อย โดยจะจองผ่านสายเรือโดยตรงหรือผ่านบริษัททัวร์ก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลย ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าการจองแบบไหนมีข้อดีข้อเสียยังไงก็กดไปอ่านที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ https://www.2morrowexplorer.com/blogs/detail/booking-travelagents
2. ทำการ Check in online และปริ้นท์เอกสารต่างๆ ที่ทางเรือแจ้งให้เรียบร้อย โดยเมื่อเราทำการจองทริปเสร็จแล้ว เราจะสามารถเข้าไปเช็คสถานะของเราและปริ้นท์เอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ได้ผ่านทางเวบไซต์ของสายเรือนั้นๆ ซึ่งในส่วนนี้หากใครที่ทำการจองผ่านบริษัททัวร์ก็จะสะดวกหน่อย เพราะบริษัททัวร์ส่วนมากจะทำเรื่องพวกนี้ให้เราหมดเลยครับ
3. นำพาสปอร์ตและเอกสารในข้อ 2 เดินทางไปยังท่าเรือสำราญที่เราต้องขึ้นให้ถูกวัน, ถูกที่ และถูกเวลา ซึ่งโดยส่วนมากแล้วเราจะสามารถขึ้นเรือสำราญได้ก่อนที่เรือจะออกจากท่าประมาณ 5-6 ชั่วโมง โดยเวลาที่ผมแนะนำให้ทุกคนควรไปเช็คอินและขึ้นเรือให้เรียบร้อยก็คืออย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนที่เรือจะออกนะครับ ผมไม่แนะนำให้เผื่อเวลาน้อยกว่านี้เพราะบางทีเราอาจจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือเจอผู้โดยสารมารอต่อคิวจำนวนมากก็ได้
4. เริ่มต้นกระบวนการเช็คอินขึ้นเรือ โดยในกระบวนการนี้หลักๆ จะมีอยู่ 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ
  • นำกระเป๋าสัมภาระไปโหลด โดยกระบวนการนี้จะง่ายๆ เพียงแค่เรานำสติกเกอร์ Tag ติดกระเป๋าที่เราปริ้นท์มาจากในเวบไซต์ไปติดไว้ที่กระเป๋าสัมภาระเรา และเดี๋ยวก็จะมีเจ้าหน้าที่มานำไปดำเนินการต่อให้เองครับ
  • นำพาสปอร์ตไปทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ซึ่งหลังจากที่เราทำการเช็คอินเสร็จเราจะได้บัตรหรืออุปกรณ์ที่จะใช้แทนเงินสดในการขึ้นเรือสำราญครั้งนั้นๆ โดยบัตรหรืออุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกผูกวงเงินกับบัตรเครดิตของเราที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้
  • ทำการแสกนสัมภาระต่างๆ ที่เราถือขึ้นเรือด้วยตัวเอง
  • ผ่านกระบวนการ Immigration กับทางเจ้าหน้าที่ของประเทศนั้นๆ เพราะหลังจากนี้เราจะเดินทางออกจากประเทศเค้าแล้ว โดยเมื่อเราเสร็จกระบวนการ Immigration ก็ให้เราเดินไปตามทางเรื่อยๆ จากนั้นก็ก้าวขึ้นเรือสวยๆ ได้เลยครับ
สำหรับภาพด้านล่างนี้จะเป็นภาพรายละเอียดการเดินทางของผมในทริปนี้ครับ โดยผมจะเริ่มเดินทางจากเมืองจี้หลง ประเทศไต้หวัน จากนั้นก็เดินทางไปเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ) ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 วันนิดๆ และเดินทางต่อไปยังเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ในวันถัดมา จากนั้นก็กลับมาที่เมืองจี้หลง ประเทศไต้หวันอีกครั้ง โดยใช้เวลาเดินทางจากเกาหลีใต้อีก 1 วันนิดๆ รวมทั้งหมด 6 วัน 5 คืน ได้เที่ยวทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนเวลาที่เราจะได้อยู่บนเรือแบบเต็มๆ หรือที่เรียกว่า At Sea นั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 2 วันครับ

ผมให้ดูภาพประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเช็คอินขึ้นเรือดังนี้นะครับ ภาพแรกคือภาพของเอกสารที่เราจะต้องใช้ในการขึ้นเรือ โดยผมกับต๋งได้ทำการจองทริปนี้ผ่านบริษัท 2morrow Explorer ซึ่งทาง 2morrow Explorer ก็ได้ทำการปริ้นท์เอกสารต่างๆ เหล่านี้ให้ผมเรียบร้อยเลย แถมส่งไปรษณีย์มาให้ถึงบ้านด้วย
ในเอกสารต่างๆ ที่เค้าปริ้นท์มาให้นั้น มันจะมีแทกสำหรับติดกระเป๋าเดินทางของเราอยู่ เราก็แค่ทำการแกะออกมาติดกระเป๋าของเราให้เรียบร้อย จากนั้นเมื่อเราเดินผ่านโซนโหลดกระเป๋าขึ้นเรือ เราก็เข็นกระเป๋าเดินทางให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เลย รับรองว่ากระเป๋าไม่หายแน่นอน เพราะมันมีชื่อของเรากับชื่อห้องระบุไว้หมดแล้ว
ภาพด้านล่างนี้เป็นภาพของคนที่มารอต่อคิวเช็คอินครับ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโดยปกติแล้วคนมันเยอะขนาดนี้มั้ย แต่วันที่ผมไปนั้นคิวยาวมาก ยาวจนเราใช้เวลาต่อแถวไปเกือบ 2 ชั่วโมงได้ครับ ยืนต่อแถวจนเพลีย @_@
เมื่อเราทำการเช็คอินกับเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์เสร็จเรียบร้อย เราก็จะได้รับบัตรแทนเงินสดที่จะใช้บนเรือ Majestic Princess แบบนี้มาครับ โดยบัตรนี้เราต้องเก็บให้ดีๆ เพราะมันเป็นทั้งคีย์การ์ดเข้าห้อง และเป็นบัตรที่สามารถใช้ซื้อของต่างๆ บนเรือได้ทั้งหมด โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้ผ่านบัตรนี้จะถูกนำมาชาร์จในบัตรเครดิตของเราเมื่อเราลงเรือจากครับ และหากว่าบัตรของใครเกิดหล่นหายก็ต้องรีบติดต่อกับทางเคาน์เตอร์ Guest Service บนเรือเพื่อทำการยกเลิกบัตรใบเดิม และออกบัตรใบใหม่แทนทันที
Majestic Princess Cruiseส่วนนี่เป็นภาพของกระบวนการ Immigration ก่อนขึ้นเรือครับ ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรมาก ขอแค่ทุกคนมีพาสปอร์ตกับบัตรขึ้นเรือก็ผ่าน 100% แล้ว ^^
และเมื่อเราผ่านกระบวนการ Immigration เรียบร้อย คราวนี้ก็ได้เวลาที่เราจะไปโลดแล่นลัลล้าบนเรือกันแล้วครับ โดยสิ่งแรกที่ผมอยากจะบอกทุกคนว่าควรต้องทำเป็นอันดับแรกเมื่อเราขึ้นเรือได้นั่นก็คือการขึ้นลิฟท์เพื่อไปที่ห้องของเราครับ และสำหรับใครที่มีอาการสับสนงงๆ ไม่รู้ว่าห้องเราต้องไปทางไหน หรือไปยังไงต่อ ผมขอแนะนำง่ายๆ ว่าให้เราดูในเอกสารที่เราปริ้นท์มาว่าห้องเราอยู่ชั้นไหน จากนั้นก็หาลิฟท์ที่ใกล้ที่สุดแล้วกดไปที่ชั้นนั้น และเดี๋ยวเราก็จะเจอป้ายบอกทางไปต่อ หรือมีพนักงานคอยบอกทางให้เองครับ และเมื่อเรามาถึงที่หน้าห้องพักของเราแล้วเราก็จะเจอกับชื่อของเราที่หน้าห้อง รวมทั้งบางครั้งก็จะเจอกระเป๋าเดินทางของเรามารออยู่เรียบร้อยแล้ว ส่วนถ้าใครไปถึงห้องเร็วแล้วกระเป๋ายังไม่มาก็รอหน่อยนะครับ ให้เวลาเค้าทำงานนิดนึง
หมายเหตุ : หมายเลขห้องทุกห้องจะมีตัวอักษรเบลกำกับไว้ด้วยนะครับ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผมชอบมาก เพราะมันทำให้ผู้ที่มีความพิการด้านต่างๆ ก็สามารถมาใช้บริการได้
และไหนๆ เราก็มาถึงหน้าห้องพักของผมกันแล้ว ผมก็ขอแนะนำห้องพักผมให้ทุกคนรู้จักกันก่อนเลยนะครับ และเดี๋ยวหลังจากนี้ผมค่อยพาทุกคนไปสำรวจส่วนต่างๆ ของเรือ Majestic Princess กันต่อ โดยห้องพักที่ผมกับต๋งพักบนเรือ Majestic Princess ในทริปนี้นั้นเป็นห้องพักแบบมีระเบียงหรือที่เรียกว่า Balcony นะครับ ขนาดของห้องพักนั้นใหญ่กว่าที่เราคิดมาก เรียกว่าเข้าไปอยู่แล้วไม่รู้สึกอึดอัดเลย พื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพียงพอต่อการใช้ชีวิตของสองคน สามารถเดินหรือเคลื่อนที่ทำอะไรต่างๆ ได้สะดวก ไม่เกิดอาการชนหรือขวางกันแต่อย่างใด
ห้องพักในเรือ Majestic Princess Cruiseโดยในส่วนที่ผมชอบมากๆ ภายในห้องนี้ก็คือพื้นที่บริเวณหน้าห้องน้ำครับ มันเป็นโซนแต่งตัวที่กว้างมาก สามารถวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ สองใบได้อย่างสบาย แถมมีไม้แขวนเสื้อให้เยอะ และมีตู้เซฟให้ใช้บริการฟรีด้วย
ในส่วนของเตียงนอนนั้นผมว่าเตียงเค้าใหญ่ดีครับ สามารถนอนสองคนได้อย่างสบาย เตียงและหมอนนุ่มดี โดยผมกับต๋งนั้นนอนหลับสบายทุกคืนเลยครับ ^^
อันนี้เป็นภาพของโต๊ะทำงานข้างเตียงครับ ขนาดมาตรฐาน มีปลั๊กต่างๆ ให้ครบดี รวมทั้งมีช่องเสียบไฟแบบ USB ด้วย ดีงามมาก
ส่วนนี่จะเป็นรูปแบบปลั๊กไฟภายในห้องนะครับ ใครที่จะเอาอะไรไปชาร์จเยอะๆ ก็ดูเรื่องของหัวปลั๊กไฟให้ดีๆ หรือถ้าจะให้ปลอดภัยก็พก Universal Adapter ไปด้วยทุกครั้งครับ
อ้อ ภายในลิ้นชักโต๊ะ เค้าจะมีไดร์เป่าผมให้ด้วยนะครับ สาวๆ น่าจะถูกใจกันอย่างแน่นอน
ส่วนตู้นี้จะเป็นตู้ที่ใส่ตู้เย็นไว้ภายในครับ ภายในตู้เย็นไม่มีเครื่องดื่มอะไรให้ ด้านบนตู้จะมีน้ำดื่มให้สองขวด หากหมดแล้วคือหมดเลยไม่มีเติม ถ้าใครต้องการทานน้ำเปล่าเพิ่มก็ต้องสั่งเองแต่จะมีค่าใช้จ่ายนะครับ หรือไม่ก็มีอีกวิธีหนึ่งคือการไปทานน้ำเปล่าที่ห้องอาหารต่างๆ ไม่ก็เอากระติกน้ำไปกรอกที่ห้องอาหาร World Fresh Marketplace ครับ ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีหลังนี่แหละ ดังนั้นใครที่จะไปขึ้นเรือลำนี้ก็หาอุปกรณ์สำหรับการกรอกน้ำไปด้วยนะครับ
นี่เป็นโทรทัศน์ภายในห้องครับ เป็นโทรทัศน์ที่ผมว่าดีนะ เพราะมันมีอะไรให้เราดูเยอะมากทั้งรายการข่าว, หนัง, ซีรีย์, เพลง รวมไปถึงอื่นๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ครั้งแรกสุดที่เราทำการเปิดโทรทัศน์ภายในห้องนั้นเค้าจะบังคับให้เราดู VTR เรื่องความปลอดภัยบนเรือลำนี้ก่อนนะครับ โดยเราจะไม่สามารถกดข้ามได้ แต่หลังจากที่ดูครั้งแรกจบแล้วครั้งต่อไปเราจะสามารถใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของโทรทัศน์ได้ทันทีครับ
หมายเหตุ : เนื่องจากว่าการเดินทางด้วยเรือสำราญนั้นมักจะต้องเดินทางผ่านหลายประเทศ ผ่านหลาย Time Zone ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถเช็คเวลาที่ถูกต้อง ณ ตอนนั้นได้ ก็คือการเปิดโทรทัศน์เพื่อดูเวลาครับ เพราะเวลาที่แสดงในโทรทัศน์จะเป็นเวลามาตรฐานที่เรือของเรากำลังใช้อยู่ในตอนนั้น
เรามาดูในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ขนาดของห้องน้ำใหญ่กว่าที่ผมคิดนะครับ แยกโซนเปียกแห้งชัดเจน มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ครบครันทั้งครีมอาบน้ำ, ยาสระผม, โลชั่นทาผิว,และผ้าเช็ดตัว ส่วนพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำนั้นก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถอาบน้ำและยืดแขนไปมาได้พอควร
หมายเหตุ : ในส่วนของชักโครกจะไม่มีสายฉีดชำระนะครับ ส่วนน้ำภายในห้องน้ำนั้นจะมีให้บริการทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นเลย
และนี่คือส่วนที่เป็นไฮไลท์ของห้องนี้ครับ ระเบียงห้อง!! เนื่องจากว่าต๋งนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอยู่ในที่แคบๆ หรือสถานที่ปิดทึบ รวมทั้งเป็นคนที่เมาเรือค่อนข้างง่าย ดังนั้นพวกเราก็เลยเลือกจองห้องแบบมีระเบียงครับ ขนาดของระเบียงกว้างดีนะ สามารถนั่งหรือยืมชมวิวได้ชิลๆ เลย แถมเป็นส่วนตัวไม่มีใครมายุ่งด้วย
ใครที่เป็นคนชอบดูวิวทะเลกว้างๆ และอยากจะนั่งชมวิวเป็นส่วนตัวไม่มีใครมาวุ่นวาย ก็เลือกจองเป็นห้องประเภทนี้ก็ได้ครับ แต่ถ้าใครยังงง ไม่รู้ว่าห้องพักบนเรือนั้นมีประเภทไหนบ้างก็ลองกดไปอ่านที่ลิงก์นี้ได้ เค้าเขียนไว้ชัดเจนดี https://www.2morrowexplorer.com/blogs/detail/choosing-rooms
ห้องพักบนเรือ Majestic Princess Cruiseสำหรับภาพด้านล่างนี้ผมถ่ายจากระเบียงห้องผมของผมทั้งหมดเลยนะครับ ตื่นมาตอนเช้าหรือก่อนนอนวันไหนเจอท้องฟ้าสวยๆ วิวดีๆ ก็หยิบกล้องออกมาถ่ายภาพได้เลยทันที ดีงามมาก
ฟุกุโอกะปูซานฟุกุโอกะทั้งนี้จำนวนห้องพักบนเรือ Majestic Princess นั้น จะมีทั้งหมด 1,780 ห้อง และมีขนาดห้องตั้งแต่ 15.1 ตร.ม. จนถึง 118.8 ตร.ม. ครับ โดยห้องแบบมีระเบียง (Balcony) ที่ผมกับต๋งพักนั้นจะมีผังห้องพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามภาพด้านล่างนี้เลย ส่วนใครที่อยากจะดูผังของห้องอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูที่ www.princess.com ได้เลยครับ
ส่วนนี่เป็นของและเอกสารอื่นๆ ที่เราจะเจออยู่ภายในห้องครับ อันดับแรกก็คือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลเรือ Majestic Princess และชื่อของคนที่ดูแลห้องเรา โดยห้องพักแต่ละโซนจะมีพนักงานคอยดูแลความเรียบร้อยแตกต่างกันออกไป พนักงานเหล่านี้เค้าจะมาช่วยเราทำความสะอาดห้อง รวมถึงดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ให้เราตลอดทั้งทริป หากเราต้องการอะไรก็สามารถแจ้งเค้าได้เลย โดยพนักงานที่ดูแลห้องพักเรานี้โดยปกติแล้วเค้าจะมาแนะนำตัวให้เรารู้จักด้วยตัวเองในวันแรกที่เราขึ้นเรือครับ
กิจกรรมบนเรือ Majestic Princess
ส่วนนี่เป็นโปรแกรมกิจกรรมต่างๆ บนเรือครับ โปรแกรมนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องดูทุกวันเลย โดยทางพนักงานเค้าจะนำมาให้เราที่ห้องทุกวัน ภายในเอกสารจะมีการบอกรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ของเรือในวันดังกล่าว, อุณหภูมิ, เวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก, กิจกรรมเด่น, เวลาเปิดปิดของห้องอาหาร รวมถึงโปรโมชั่นสินค้าลดราคาพิเศษ ยังไงก็อย่าลืมอ่านให้ละเอียดทุกวันนะครับ ไม่อย่างงั้นคุณอาจจะพลาดของดีบนเรือไปโดยไม่รู้ตัว ^^
กิจกรรมบนเรือ Majestic Princessและนี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงในห้องพักของผมครับ เสื้อชูชีพ!! ทุกๆ ห้องพักจะมีเสื้อชูชีพอยู่ภายในห้องพักทั้งหมด และการโดยสารด้วยเรือสำราญนั้นทางบริษัทเรือจะให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก โดยในวันแรกของการเดินทางนั้นเค้าจะมีการเรียกรวมพลผู้โดยสารทุกคนให้ไปรับฟังมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยบนเรือในสถานที่และเวลาที่เค้ากำหนด ยังไงเราต้องจำเวลากับสถานที่ที่เค้าแจ้งไว้ให้ดีๆ นะครับ เพราะเค้าซีเรียสมาก มีการเช็คชื่อด้วย หากใครไม่ไปรับรองว่าเค้ามีการตามหาตัวแน่ๆ
และตอนนี้ผมก็พูดถึงเรื่องห้องพักของผมกับต๋งไปครบหมดแล้ว ลำดับต่อไปผมจะขอพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือการบริการทั้งหมดที่มีอยู่ในเรือ Princess Majestic นะครับ และเพื่อให้ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจง่าย ผมจะขอแยกสิ่งเหล่านี้ออกเป็นหมวดๆ ต่างตามนี้นะครับ
  1. หมวดร้านอาหาร (Restaurants)
  2. หมวดบาร์ (Bars)
  3. หมวดบันเทิง (Entertainment)
  4. หมวดช็อปปิ้ง (Shopping)
  5. หมวดบริการ (Services)
  6. หมวดสันทนาการ (Recreation)
โดยหมวดทั้ง 6 นี้ จะเป็นการแบ่งตามที่เรือ Majestic Princess เค้าแบ่งไว้เลย เวลาที่ทุกคนขึ้นเรือลำนี้จะได้ไม่งงครับ ซึ่งที่บริเวณหน้าลิฟท์ทุกตัว ทุกชั้นของเรือ Majestic Princess จะมีผังเรือหน้าตาแบบนี้อยู่ เพื่อบอกว่าชั้นนั้นๆ มีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ส่วนด้านล่างก็จะมีรายชื่อของสิ่งอำนวยความสะดวก, ห้องอาหาร และการบริการที่มีอยู่บนเรือลำนี้ทั้งหมดให้เราดูด้วย ใครอยากจะไปไหน หรือหลงทางไปไหนไม่ถูกก็เดินไปดูที่หน้าลิฟท์ได้เลยครับ รับรองไปถูกแน่นอน
แผนผังเรือ Majestic Princess

1. หมวดร้านอาหาร (Restaurants)

World Fresh Marketplace (Deck 16 Lido / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องอาหารแห่งนี้คือห้องอาหารที่ทุกคนบนเรือลำนี้ต้องแวะมาใช้บริการ เพราะเป็นห้องอาหารที่เปิดแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง บริการอาหารตั้งแต่เช้ามืดจนถึงเกือบเที่ยงคืน โดยเริ่มเปิดบริการตั้งแต่เวลา 5.30 น. จนถึงเวลา 23.00 น. ภายในห้องอาหารจะมีการวางอาหารคล้ายๆ กับไลน์บุฟเฟ่ต์ในโรงแรม คือจะมีประเภทอาหารต่างๆ ให้เราเลือกตักมากมาย เช่น สลัด, ไส้กรอก, เบคอน, กับข้าว, อาหารทานเล่น, ซุป, เบเกอรี่, เนื้อ, ผลไม้, โยเกิร์ต เป็นต้น ใครที่อยากจะทานอะไรก็เดินไปตักด้วยตัวเองแล้วนำไปนั่งทานที่โต๊ะที่ว่างได้เลย (Self Service) และเมื่อทานเสร็จแล้วเราก็ไม่ต้องทำอะไรครับ วางอุปกรณ์ต่างๆ ไว้บนโต๊ะไว้ เดี๋ยวพนักงานของห้องอาหารจะเข้ามาเก็บและจัดการทำความสะอาดให้เอง
และด้วยความที่ห้องอาหาร World Fresh Marketplace นี้เป็นห้องอาหารที่เปิดแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง และมีประเภทอาหารให้เลือกทานหลากหลาย สะดวก สบาย สามารถมากินตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องเคร่งครัดเรื่องของเวลามากนัก ก็เลยทำให้ห้องอาหารแห่งนี้เป็นห้องอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเรือ Majestic Princess และมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เรียกว่าช่วงพีคๆ อย่างช่วง 8.00 น. หรือ 12.00 น. คนจะมาใช้บริการเต็มจนแทบจะไม่มีที่นั่งเลยครับ ใครที่ไม่หิวมาก ผมว่าเลี่ยงไปทานช่วงเวลาอื่นจะดีกว่า จะได้นั่งดูวิวสบายๆ หน่อย
หมายเหตุ : ห้องอาหารแห่งนี้จะมีที่กดน้ำเปล่าด้วย ใครที่ต้องการน้ำเปล่าไปทานที่ห้องก็สามารถนำอุปกรณ์มากรอกได้ครับ และประเภทอาหารในห้องอาหารนี้จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช้า กลางวัน เย็น ก็จะมีอาหารแตกต่างกันออกไป ดังนั้นต่อให้เรามากินทั้งวันก็ไม่มีเบื่อครับ
Allegro Dining Room (Deck 6 Flesta / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) หนึ่งในสามของห้องอาหารบนเรือ Majestic Princess ที่ให้บริการอาหารแบบเสิร์ฟเป็นคอร์ส และเป็นห้องอาหารที่เราสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีกี่ครั้งก็ได้ตลอดทริป แต่ทั้งนี้สำหรับการทานเครื่องดื่มพิเศษและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในห้องอาหารเหล่านี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะครับ
รูปแบบของห้องอาหาร Allegro Dining Room นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับห้องอาหาร Concerto Dining Room ที่อยู่ชั้นเดียวกัน รวมถึงห้องอาหาร Symphony Dining Room ที่อยู่ชั้น 5 โดยทั้ง 3 ห้องอาหารนี้จะให้บริการอาหารแบบเป็นคอร์สทั้งหมด มีเมนูให้เราเลือกทานทั้ง Salad, Appetizer, Soup, Main Course และ Dessert เมนูในแต่ละวันจะเหมือนกันทั้ง 3 ห้องอาหาร โดยคนที่เลือกการทานอาหารแบบเป็น Anytime Dining ไว้ก็จะสามารถไปทานอาหารที่ห้องอาหารใดก็ได้ภายในช่วงเวลา 17.00 น. – 22.00 น. แต่สำหรับใครที่เลือกการทานอาหารแบบเป็น Traditional Dining ไว้ก็ต้องไปทานที่ห้องอาหารที่ตัวเองได้เลือกไว้ ในรอบเวลาที่กำหนด โดยในหนึ่งวันเค้าจะมีอยู่ 2 รอบ คือรอบเวลา 17.30 น. และรอบเวลา 19.45 น.
อาหารบนเรือ Majestic Princessภาพรวมของคุณภาพอาหารและการบริการของพนักงานทั้ง 3 ห้องอาหารนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ พนักงานบริการดีมาก หน้าตาอาหารดูดี ส่วนรสชาตินั้นมีทั้งปานกลาง, ดี และดีมาก ปนๆ กันไป แต่ที่ผมรู้สึกประทับเป็นพิเศษก็คือในแต่ละวันเค้าจะมีเมนูให้เลือกเยอะมาก มีประเภทของเนื้อให้เลือกทานหลากหลาย เช่น หมู, ไก่, เนื้อ, ปลา, แกะ ทำให้ไม่มีปัญหาว่าใครทานอะไรได้ไม่ได้ นอกจากนี้เรายังสามารถสั่งอาหารกี่อย่างก็ได้ตามที่เราต้องการ ไม่จำเป็นต้องสั่งแค่ประเภทละหนึ่งอย่าง เช่น ผมอยากจะสั่ง Main Course มากินในมื้อนั้น 3 จานเลยก็ได้ ทางห้องอาหารสามารถบริการให้ได้ไม่มีปัญหา เพียงแต่เราจะต้องทานให้หมดเท่านั้นเองครับ ^^
อาหารบนเรือ Majestic Princessอาหารบนเรือ Majestic Princessทั้งนี้สำหรับห้องอาหาร Allegro Dining Room นั้น จะมีความพิเศษกว่าห้องอาหาร Concerto และ Symphony Dining อยู่เล็กน้อย ตรงที่ห้องอาหาร Allegro จะมีการเปิดให้บริการอาหารเช้าและอาหารกลางวันด้วย โดยรูปแบบการให้บริการก็จะเป็นการนั่งที่โต๊ะ สั่งอาหารจากในเมนู และเดี๋ยวพนักงานจะนำมาเสิร์ฟให้เราที่โต๊ะครับ โดยเมนูอาหารเช้านั้นก็จะเป็นอาหารเบาๆ อย่างพวกข้าวต้ม, โจ๊ก, ติ่มซำ, ไส้กรอก, เบคอน, ไข่ต่างๆ, โยเกิร์ต, ผลไม้ เป็นต้น ใครสนใจก็มาทานได้นะครับ ส่วนในมื้อกลางวันนั้นเค้าจะเปิดให้บริการเฉพาะวันที่เรือแล่นอยู่กลางทะเลเต็มวัน ไม่มีการจอดเทียบท่าที่ไหน ซึ่งเราสามารถตรวจสอบเวลาการให้บริการในแต่ละวันที่เอกสารภายในห้องเราได้เลยครับ
Concerto Dining Room (Deck 6 Flesta / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ภาพรวมของห้องอาหารนี้จะเหมือนกับห้อง Allegro Dining Room ครับ เพราะอยู่ชั้นเดียวกัน แถมเป็นห้องอาหารที่ให้บริการอาหารคอนเซ็ปเดียวกันด้วย
อาหารบนเรือ Majestic PrincessSymphony Dining Room (Deck 5 Plaza / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) เช่นเดียวกับห้องอาหาร Allegro Dining Room ที่ผมได้พูดไปแล้วครับ เพียงแต่ว่าห้องอาหารแห่งนี้จะตั้งอยู่ที่ Deck 5 เท่านั้นเอง
ทั้งนี้อาหารที่ให้บริการทั้ง 3 ห้องอาหาร Allegro, Concerto และ Symphony Dining Room นั้นเค้าจะมีการเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ วันนะครับ โดยจะมีเมนูส่วนนึงที่จะเหมือนกันทุกวันตลอดทั้งทริป กับเมนูอีกส่วนนึงที่เค้าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และในแต่ละวันจะมีเมนูพิเศษที่ทางเชฟเค้าแนะนำด้วย ดังนั้นรับรองว่าเราไม่มีเบื่อแน่นอน สามารถไปกินทุกวันได้เลยครับ ^^
Alfredo’s Pizzeria (Deck 6 Flesta / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องอาหารนี้จะบริการเฉพาะพิซซ่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยเราสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายและทางห้องอาหารจะมีการน้ำเปล่าบริการให้ด้วย แต่สำหรับเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ นั้นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะครับ
พิซซ่าของห้องอาหารนี้จะเป็นพิซซ่าสไตล์อิตาลี รสชาติดี ชีสเน้นๆ และให้มาเยอะมาก ขนาดของพิซซ่าถือว่าค่อนข้างใหญ่สำหรับคนไทย 1 ถาด ทาน 2 คนน่าจะอิ่มพอดีๆ และในพิซซ่า 1 ถาดนั้นเราจะไม่สามารถแบ่งหน้าได้นะครับ ดังนั้นใครที่มีพื้นที่ท้องจำกัดก็ต้องเลือกหน้าให้ดีๆ ว่าอยากจะทานอะไรมากที่สุด
Chopsticks Noodle Bar (Deck 16 Lido / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องอาหารแบบ Outdoor ที่ให้บริการเฉพาะเมนูประเภทก๋วยเตี๋ยวเพียงอย่างเดียว ตำแหน่งของห้องอาหารจะอยู่ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางเรือ เมนูมีให้เลือกทานประมาณ 4 อย่าง ส่วนในเรื่องรสชาตินั้นมันเป็นก๋วยเตี๋ยวแบบแปลกๆ ที่ผมไม่รู้สึกคุ้นชินครับ ทานแล้วไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แต่เข้าใจว่าน่าจะถูกปากถูกใจชาวจีนและไต้หวันพอควร เพราะเห็นมีคนไปต่อแถวยาวเหมือนกัน
Swirls Ice Cream (Deck 16 Lido / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) อันนี้จะเรียกว่าร้านอาหารก็ไม่เชิง เพราะเค้าเป็นร้านที่ให้บริการเฉพาะไอศกรีมแบบ Soft Serve เท่านั้น โดยในแต่ละวันจะมีให้บริการ 2 รสชาติ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่าไอศกรีมเค้าอร่อยดีนะ ผมเดินไปทานฟรีบ่อยมาก บางวัน 2-3 รอบก็มี ><
International Café (Deck 5 Plaza / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องอาหารห้องสุดท้ายที่เราจะสามารถใช้บริการได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ห้องอาหารแห่งนี้จะตั้งอยู่ที่ Deck 5 ใกล้ๆ กับโถงบริเวณกลางเรือ ประเภทอาหารของเค้าจะเน้นไปที่ขนมปัง, คุกกี้, เบเกอรี่ และสลัดเป็นหลัก โดยพวกเบเกอรี่นั้นจะมีให้เลือกทานพอควรเลย ใครที่ชอบทานน่าจะถูกใจมาก เพราะห้องอาหารแห่งนี้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงเลย ใครอยากทานตอนไหนก็แวะมาได้ตลอดเวลา โดยเราจะนั่งหยิบมาทานในบริเวณร้านเค้าก็ได้ หรือจะหยิบไปทานในห้องเราก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลยครับ
Lobster & Dim Sum Bar (Deck 16 Lido / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ร้านนี้จะอยู่บริเวณสระว่ายน้ำตรงกลางเรือ เช่นเดียวกับร้าน Swirls Ice Cream และ Chopsticks Noodle Bar โดยเมนูหลักๆ ของร้านนี้ก็จะเป็นล็อปสเตอร์เหมือนกับชื่อร้านนั่นแหละครับ แต่ว่าจะเป็นล็อปสเตอร์ที่ทานง่ายๆ หน่อย เช่น ติ่มซำ หรืออาหารจานที่ไม่ใหญ่มากนัก ใครที่สนใจก็ลองแวะเวียนไปดูเมนูของเค้าได้ครับ
Lamer (Deck 7 Promenade / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ร้านนี้จะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสนะครับ โดยถ้าเราดูในแผนผังเรือจะเห็นเค้าเขียนชื่อร้านว่า A French Restaurant by Emmanuel Renaut ซึ่งก็คือร้านเดียวกันครับ ดังนั้นดูแผนผังแล้วไม่ต้องงงนะ
ลักษณะอาหารของร้าน Lamer นั้นจะเป็นอาหารฝรั่งเศสที่มีการใช้วัตถุดิบอย่างดีเยี่ยมในการปรุงอาหาร นอกจากนี้เมนูทั้งหลายยังถูกรังสรรค์ด้วยความคิดของ Emmanuel Renaut หนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส และได้รับการการันตีฝีมือด้วยรางวัลมิชลินสามดาวจากร้านอาหาร Flocons de Sel ด้วยครับ
Harmony (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) อีกหนึ่งห้องอาหารที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยห้องอาหารแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเชฟริชาร์ด เฉิน ซึ่งเป็นเชฟมิชลินสตาร์เหมือนกัน ภายในห้องอาหารหรูหรา ตกแต่งด้วยโทนสีทองเป็นหลัก ส่วนประเภทของอาหารนั้นจะเน้นไปที่สไตล์จีนกวางตุ้งเป็นหลัก โดยมีพระเอกเด่น คือ เป็ดปักกิ่ง, ปลากะพง, ซี่โครงหมู, กุ้งผัดซอส, หอยเป๋าฮื้อ ใครที่ชอบทานอาหารแนวนี้ก็ลองแวะไปใช้บริการได้นะครับ

2.หมวดบาร์ (Bars)

ต้องบอกว่าอาหารในหมวดนี้ทั้งหมดล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งนั้น ดังนั้นผมกับต๋งจึงไม่ได้ลองใช้บริการเลยครับ แต่อย่างไรก็ตามเราจะขอเล่าภาพรวมคร่าวๆ ของแต่ละที่ให้ทุกคนได้รู้จักกันก่อน ทุกคนจะได้มีข้อมูลเบื้องต้นว่ามันมีอะไรเด่น หรือน่าไปลองบ้างครับ
Wake View Bar (Deck 16 Lido / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่นี่จะเป็นบาร์ที่อยู่ติดกับห้องอาหาร Word Fresh Marketplace ลักษณะบาร์จะเป็นบาร์แบบ Outdoor มีที่นั่งจำนวนมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากจะนั่งชมวิวบริเวณท้ายเรือ พร้อมสัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์ไปพร้อมๆ กันครับ
Seaview Bar (Deck 16 Lido / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) บาร์แห่งนี้จะตั้งอยู่ข้างๆ สระว่ายน้ำบริเวณกลางเรือเลยครับ เรียกว่าถ้าใครมาเล่นน้ำบริเวณนี้แล้วอยากจะหาเครื่องดื่มเย็นๆ สร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกายก็สามารถสั่งที่ร้านนี้ได้เลย
Fountain Pool Bar (Deck 16 Lido / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) บาร์อีกแห่งที่อยู่ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำบริเวณกลางเรือเช่นเดียวกัน ใครที่ไปดูเมนูที่ร้าน Seaview Bar แล้วไม่ถูกใจ ก็ลองเดินมาดูเมนูที่บาร์แห่งนี้ดูได้ เพราะเค้ามีเครื่องดื่มบางอย่างที่บริการไม่เหมือนกันครับ
Crown Grill & Bar (Deck 7 Promenade / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่นี่จะเป็นทั้งร้านอาหารและบาร์ในที่เดียวกัน บรรยากาศโดยรวมดูสวยงามน่านั่ง ผนังทุกด้านเปิดโล่งเห็นคนเดินผ่านไปมาได้ชัดเจน นอกจากนี้ภายในร้านยังมีนักดนตรีและนักร้องคอยขับกล่องเสียงเพลงเพราะๆ ให้เราฟังแทบจะตลอดเวลา ส่วนประเภทอาหารนั้นเค้าจะเน้นไปที่อาหารประเภทสเต็กเป็นหลัก เรียกว่าใครอยากกินสเต็กอร่อยๆ ให้ตรงมาที่นี่ได้เลยครับ
Gong Cha (Deck 7 Promenade / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ร้านชานมไข่มุกชื่อดังที่เป็นที่นิยมมากในประเทศเกาหลีใต้, จีน, สิงคโปร์, ฮ่องกง และอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่ขึ้นเรือมาแล้วอยากจะกินชานมไข่มุกมากก็สบายใจได้เลยครับ เค้ามีจำหน่ายให้เราทานทุกวัน โดยตำแหน่งร้าน Gong Cha นั้นจะอยู่ที่ Deck 7 ใกล้ๆ กับห้อง Princess Live ครับ
Ocean Terrace Juice Bar (Deck 7 Promenade / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) บาร์แห่งนี้ค่อนข้างจะเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพครับ เพราะที่นี่เค้าจะเน้นจำหน่ายน้ำผลไม้ต่างๆ เป็นหลัก ใครอยากทานน้ำผลไม้ประเภทไหนก็เดินมาสั่งที่นี่ได้เลย
Bellini’s (Deck 6 Flesta / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) อีกหนึ่งบาร์ภายในเรือสำราญแห่งนี้ โดยตำแหน่งของร้าน Bellini’s นั้นจะอยู่บริเวณเดียวกับ Ocean Terrace Juice Bar เลย เพียงแต่จะอยู่คนละชั้นกัน โดยร้าน Bellini’s จะอยู่ Deck 5 ข้างๆ กับร้าน Alfredo’s Pizzeria ใครที่ไม่ใช่สายสุขภาพก็เดินลงบันไดจาก Ocean Terrace Juice Bar มา 1 ชั้น แล้วก็นั่งที่ร้านนี้ได้เลยครับ โดยวิวจากทั้งร้าน Ocean Terrace Juice Bar และ Bellini’s นั้นจะเป็นวิวที่ดีมาก เพราะเราจะสามารถมองเห็นโถงบริเวณกลางเรือ รวมถึงลานกิจกรรม The Plaza ที่ Deck 5 ได้ชัดเจนมาก ใครอยากจะดูกิจกรรมแบบชัดๆ ไม่ต้องเบียดกับใครก็มาสั่งเครื่องดื่มที่สองร้านนี้แล้วนั่งดูชิลๆ ได้เลย
Vines Bar (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) บาร์แห่งนี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการทานไวน์ครับ บรรยากาศโดยรวมของร้านดูสวยงามและหรูหรามาก ผนังด้านหนึ่งของร้านจะมีการเรียงขวดไวน์ไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนผนังอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นหน้าต่างที่เปิดรับแสงจากภายนอกและสามารถมองเห็นทะเลได้ ใครที่ชอบทานไวน์เป็นพิเศษก็ตรงมาที่นี่ได้เลย เค้ามีไวน์ดีๆ จากทั่วโลกไว้คอยบริการคุณอยู่ นอกจากนี้เค้ายังมีอาหารทานเล่นอย่างเช่น Tapas และ Sushi ไว้คอยบริการด้วยนะครับ

3.หมวดบันเทิง (Entertainment)

Vista Gaming Lounge (Deck 7 Promenade / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่นี่คือห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยโซฟาและเก้าอี้มากมาย โดยจุดประสงค์หลักของห้องนี้นั้นทางเรือสำราญ Majestic Princess เค้าต้องการให้เราใช้เป็นสถานที่ในการเล่นเกมส์ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะบอร์ดเกมส์และการ์ดเกมส์ ซึ่งเกมส์ต่างๆ เหล่านี้เราสามารถไปขอยืมจากห้องสมุดที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อมานั่งเล่นกับเพื่อนๆ ได้ฟรีเลยครับ นอกจากนี้ในบางช่วงเวลาทางเรือ Majestic Princess ยังมีกิจกรรมพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้ร่วมสนุกและชิงเงินรางวัลด้วย เช่น การเล่นบิงโก เป็นต้น แต่ทั้งนี้กิจกรรมพวกนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการร่วมสนุกเล็กน้อยนะครับ
หมายเหตุ : ในบางครั้งห้อง Vista Gaming Lounge จะใช้เป็นสถานที่นัดหมายต่างๆ ด้วย เช่น อบรมเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากว่าห้องนี้มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่เยอะครับ
Princess Live (Deck 7 Promenade / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องนี้ถ้าจะให้เรียกกันตรงๆ อาจจะเรียกว่าห้องจับฉ่ายก็ได้ เพราะห้อง Princess Live นี้เป็นหนึ่งในห้องที่ทาง Majestic Princess ใช้จัดกิจกรรมหรือนัดหมายอะไรเยอะมาก ตั้งแต่กิจกรรมอย่างพวก Quiz Show, Talk Show, ประมูลภาพงานศิลปะ, นัดหมายผู้โดยสารลงเรือเวลาเรือจอดเทียบท่า จนไปถึงการถ่ายทอดสดการแสดงจากในโรงละคร (Theater) ซึ่งอย่างหลังสุดนี้เป็นอะไรที่ผมว่าดีมากๆ ครับ เพราะหลายๆ ครั้งการแสดงในโรงละครจะมีคนเข้าไปดูเป็นจำนวนมากจนเก้าอี้เต็มทุกที่นั่ง และทำให้หลายคนต้องพลาดโอกาสในการชมไป ดังนั้นการที่ทางห้อง Princess Live มีการถ่ายทอดสดการแสดงจากภายในโรงละครออกมาให้คนกลุ่มนึงได้ดูเพิ่ม มันจึงเป็นอะไรที่ดีมาก และถึงแม้ว่ามันจะเป็นการดูผ่านจอโทรทัศน์ที่เราไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศรวมถึงแสงสีเสียงเหมือนในโรงละครจริง แต่มันก็ดีกว่าการที่เราไม่ได้ดูเยอะเลยครับ เพราะบางการแสดงนั้นตลอดทริปการล่องเรือของเรามันอาจจะมีโชว์เพียงแค่วันเดียวเลยก็ได้
สำหรับลักษณะโดยรวมของห้อง Princess Live นั้นจะเป็นห้องที่มีการจัดเก้าอี้เป็นรูปตัว U เก้าอี้แต่ละตัวนั่งสบายและมีการจัดระดับสูงต่ำคล้ายๆ กับในโรงภาพยนตร์ รวมทั้งยังเป็นห้องที่สามารถปรับเปลี่ยนแสงสีได้หลายแบบ ดังนั้นห้องนี้ก็เลยเหมาะกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ครับ
Princess Theater (Deck 7 Promenade / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องนี้คือโรงละครขนาดใหญ่บนเรือ Majestic Princess ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้เกือบ 1,000 คน แต่ด้วยความที่การแสดงบนเรือสำราญนั้นเป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ที่ทุกคนไม่อยากจะพลาด ดังนั้นแทบทุกครั้งที่มีการแสดงเก้าอี้ทุกตัวภายในโรงละครแห่งนี้จึงถูกจับจองเต็มทุกที่นั่ง และมีหลายๆ คนต้องอกหักพลาดโอกาสในการชมไป ซึ่งสำหรับใครที่เดินทางไปที่หน้าโรงละครแล้วพบว่าเก้าอี้เต็มทุกที่นั่ง ผมแนะนำให้ทุกคนเดินไปที่ห้อง Princess Live ที่อยู่ที่ Deck 7 เหมือนกันนะครับ เพราะที่นั่นคุณจะสามารถดูการถ่ายทอดสดจากภายในโรงละครได้
ทั้งนี้จากการที่ผมได้มีโอกาสชมการแสดง 2 เรื่องบนเรือ Majestic Princess (1 ครั้งในโรงละคร และอีก 1 ครั้งในห้อง Princess Live) ผมบอกเลยว่าการแสดงของเค้านั้นดีมากๆ มันเป็นอะไรที่เราไม่ควรพลาดเลยครับ โดยหากใครที่ต้องการจะดูการแสดงของเค้านั้นผมแนะนำให้ดูตารางกิจกรรมแต่ละวันให้ดีและไปจองที่นั่งก่อนที่จะถึงเวลาแสดงจริงอย่างน้อย 1 ชั่วโมงนะครับ เพราะหากคุณไปช้ากว่านี้มีโอกาสสูงที่เก้าอี้จะถูกจองเต็มหมดแล้ว ซึ่งโดยส่วนมากแล้วการแสดงในโรงละครบนเรือสำราญ Majestic Princess นั้นจะมีเฉพาะวันที่เรือแล่นอยู่กลางทะเลเต็มวัน และจะมีการแสดงวันละ 2 รอบ คือ รอบเวลา 19.45 น. และรอบเวลา 21.45 น. โดยที่ในหนึ่งรอบการแสดงนั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 50-60 นาทีครับ
หมายเหตุ : ระหว่างการชมการแสดงภายในโรงละคร ห้ามเราบันทึกภาพทุกชนิดนะครับ
กิจกรรมบนเรือ Majestic PrincessGrand Casino (Deck 6 Flesta / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) อันนี้ก็ตามชื่อตรงๆ ล่ะครับ คาสิโนบนเรือสำราญ โดยขนาดของคาสิโนบนเรือ Majestic Princess นั้นผมว่ามีขนาดที่ใหญ่มากเลยครับ เครื่องเล่นที่มีให้บริการก็มีมากมาย เรียกว่าใครที่ชอบเสี่ยงโชคก็น่าจะถูกใจกันสุดๆ ใครที่สนใจก็แวะมาลองใช้บริการได้นะครับ ห้องนี้เค้าปิดบริการดึกมาก ^^
Vip Casino (Deck 6 Flesta / จำกัดการใช้บริการ) อันนี้ก็เป็นคาสิโนเหมือนกันครับ แต่เป็นคาสิโนที่พิเศษหน่อย มีการจำกัดผู้โดยสารที่จะเข้าไปใช้งาน ส่วนพื้นที่ตั้งของเค้าก็อยู่ข้าง Grand Casino นั่นแหละครับ
The Plaza (Deck 5 Plaza / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) บริเวณแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่สำคัญของเรือ Majestic Princess เลย เพราะที่นี่จะคล้ายๆ กับลานกิจกรรมหลักของเรือ มีกิจกรรมบันเทิงแทบจะตลอดทั้งวัน โดยลักษณะของพื้นที่ The Plaza นั้นจะเป็นโถงโล่งเหมือนในห้างสรรพสินค้าที่นอกจากคนที่อยู่ Deck 5 จะสามารถมองเห็นกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างชัดเจนแล้ว คนที่ยืนดูอยู่บริเวณ Deck 6 และ Deck 7 ก็จะสามารถมองเห็นได้ด้วย เพียงแต่ว่าจะเป็นภาพมุมสูงเท่านั้นเอง
กิจกรรมบนเรือ Majestic Princessกิจกรรมบนเรือ Majestic Princessใครที่อยู่บนเรือแล้วไม่รู้จะทำอะไรดีสามารถมาเลือกนั่งบริเวณนี้แล้วชมกิจกรรมต่างๆ ของเค้าได้แทบจะตลอดทั้งวันเลยครับ เค้ามีทั้งร้องเพลง, โชว์ต่างๆ, กิจกรรมสันทนาการ, สอนเต้นรำ, สอนเต้นรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้พื้นที่แห่งนี้ยังอยู่ใกล้ๆ กับ International Café ที่เปิดบริการขนมและสลัดให้เราทานฟรีตลอด 24 ชั่วโมงด้วย
อ้อ พื้นที่บริเวณ The Plaza นี้ยังเป็นพื้นที่ที่ทางเรือ Majestic Princess เค้าใช้จัดกิจกรรมการพบปะกับกัปตันเรือในคืนแรกๆ ของการเดินทาง (Captain’s Welcome Reception) และกิจกรรมปาร์ตี้ส่งท้ายในคืนสุดท้ายของการเดินทาง (Farewell Party) ด้วยนะครับ ซึ่งผมบอกเลยว่าสองกิจกรรมนี้มันดีและสนุกมาก ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!!
กิจกรรมบนเรือ Majestic Princessกิจกรรมบนเรือ Majestic Princessกิจกรรมบนเรือ Majestic Princessกิจกรรมบนเรือ Majestic PrincessSing on the Sea Karaoke (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่นี่คือห้องคาราโอเกะครับ ใครที่ชอบร้องเพลงและไปกับเพื่อนๆ จำนวนมาก นี่ถือเป็นอีกกิจกรรมนึงที่น่าสนใจเลย แต่ว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการนะครับ ผมได้มีโอกาสเดินไปดูมาแว้บนึงเหมือนกัน เค้ามีหลายห้องดี ห้องนึงน่าจะสามารถจุได้ประมาณ 6-7 คน แต่ทั้งนี้ผมไม่ได้ถ่ายรูปภายในห้องมาให้ดูนะครับ ^^

4.หมวดช็อปปิ้ง (Shopping)

The Shops of Princess (Deck 5 Plaza & Deck 7 Promenade / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) สถานที่ที่ขาช็อปทั้งหลายต้องถูกอกถูกใจเป็นที่สุด เพราะที่นี่คือร้านค้าปลอดภาษีที่มีสินค้าจำหน่ายหลายแบรนด์หลายประเภทมาก ไม่ว่าคุณจะอยากได้เครื่องสำอาง, เสื้อผ้า, กระเป๋า, นาฬิกา, เครื่องเพชร อุปกรณ์แต่งกาย หรืออื่นๆ ที่นี่มีให้คุณเลือกซื้อเลือกหาเต็มไปหมด ที่สำคัญราคายังถูกกว่าการที่เราไปซื้อจากร้านค้าทั่วไปด้านนอกมาก โดยเฉพาะวันแรกๆ ของการขึ้นเรือกับวันสุดท้ายของการเดินทาง ร้านค้าต่างๆ ใน The Shops of Princess มักจะจัดโปรโมชั่นยั่วเงินในกระเป๋าเราออกมาเยอะมาก ใครสนใจอยากจะซื้อของดีราคาย่อมเยาก็แวะเวียนไปที่โซนนี้ได้เลย รับรองไม่ผิดหวัง!!
หมายเหตุ : พื้นที่ร้านค้าของ The Shops of Princess นั้นจะมี 2 โซน คือที่ Deck 5 บริเวณกลางลำเรือ แล้วก็บริเวณ Deck 7 ที่จะอยู่แถวๆ โรงละคร (Theater) ยังไงก็ลองเดินดูให้ครบๆ นะ เพราะของสองโซนนี้จะไม่เหมือนกันครับ
Fine Art Gallery (Deck 6 Flesta / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่นี่จะเป็นที่รวมภาพงานศิลปะต่างๆ ที่มีความสวยงาม ใครที่ชื่นชอบงานเหล่านี้ก็สามารถแวะไปดูได้ครับ โดยในการเดินดูนั้นเราจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร แต่หากเรารู้สึกถูกใจอยากจะเป็นเจ้าของงานชิ้นไหนขึ้นเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายนะครับ ซึ่งภาพเหล่านี้โดยส่วนมากแล้วเค้าจะมีการเปิดประมูลกัน โดยหากใครสนใจอยากจะเข้าร่วมประมูลหรือรับชมบรรยากาศของการประมูลก็สามารถดูเวลาในตารางกิจกรรมที่เค้าแจกเราในห้องได้เลยครับ
Photo & Video Galley (Deck 6 Flesta / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) โดยปกติแล้วในระหว่างการที่เราล่องเรือสำราญนั้น ภายในเรือจะมีจุดถ่ายรูปหรือกิจกรรมที่ทางเจ้าหน้าที่ของเรือสำราญจะมาถ่ายรูปเราอยู่มากมายเต็มไปหมด ซึ่งเราสามารถที่จะมาดูรูปของเราได้ที่บริเวณนี้ โดยเค้าจะมีการอธิบายไว้ว่าเราจะต้องใส่รหัสหรือสิ่งที่ยืนยันตัวเราอย่างไร และเมื่อเราเจอรูปที่เราถูกใจแล้วเราก็สามารถที่จะสั่งซื้อรูปภาพหรือนำรูปภาพนั้นไปทำเป็นของที่ระลึกต่างๆ ได้ โดยของแต่ละชิ้นและรูปภาพแต่ละแบบนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมือนกันนะครับ ใครที่อยากได้รูปตัวเองกลับไปเพื่อเป็นของที่ระลึกก็ตรงไปที่นี่ได้เลย แต่ยังไงก็เผื่อเวลาในการเลือกรูปเยอะๆ หน่อยนะ เพราะรูปเค้าเยอะมาก @_@

5.หมวดบริการ (Services)

Platinum Studio (Deck 17 Sun / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) สตูดิโอถ่ายรูปบนเรือสำราญ โดยที่นี่เค้าจะมีช่างภาพมืออาชีพคอยบริการถ่ายภาพสวยๆ ให้คุณ ใครอยากได้รูปตัวเองแบบดูดีเนี้ยบสุดๆ ก็สามารถมาติดต่อสอบถามอัตราค่าบริการจากเค้าได้เลยครับ
Fitness Center (Deck 17 Sun / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องออกกำลังกายภายในร่มที่มีขนาดใหญ่มาก รวมทั้งมีอุปกรณ์ที่มีความทันสมัยให้เล่นมากมาย ผมแนะนำเลยครับว่าสำหรับใครที่ชอบการออกกำลังกายหรืออยากจะลองออกกำลังกายด้วยเครื่องเล่นใหม่ๆ ที่มีความทันสมัยก็ให้เตรียมชุดและรองเท้าสำหรับการออกกำลังกายขึ้นไปบนเรือด้วย รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจกับการไปใช้บริการที่ฟิตเนสแห่งนี้แน่นอนครับ
Activity Center (Deck 17 Sun / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ภายในเรือสำราญ Majestic Princess นั้นจะมีการจัดกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยไว้ โดยสำหรับเด็กๆ ที่อายุไม่ถึง 18 ปี ทางเรือเค้าก็ได้มีการจัดเป็นห้องขนาดใหญ่ไว้จำนวน 3 ห้อง โดยจะแบ่งเป็นห้องกิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 3-7 ปี (Children’s Activity Center), ห้องสำหรับเด็กที่มีอายุ 8-12 ปี (Youth Activity Center) และห้องสำหรับเด็กที่มีอายุ 13-17 ปี (Teen Activity Center) ครอบครัวไหนที่มีเด็กๆ ไปด้วยก็สามารถพาลูกๆ ไปร่วมกิจกรรมที่ห้องเหล่านี้ได้ครับ โดยทั้ง 3 ห้องนี้เค้าจะมีกิจกรรมแทบจะตลอดทั้งวันเลย ส่วนรูปแบบของกิจกรรมในแต่ละห้องนั้นมันก็จะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของเด็กๆ ครับ
VIP Lounge and Meeting Suite (Deck 14 Riveara / จำกัดการใช้บริการ) สองสถานที่นี้คงเป็นสถานที่ที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่น่าจะไม่ได้ใช้บริการกันซักเท่าไหร่ครับ โดย VIP Lounge จะเป็นเลาจ์พิเศษสำหรับเแขกวีไอพี ส่วน Meeting Suite นั้นก็จะเป็นห้องประชุมขนาดเล็กครับ
Library & Internet Cafe (Deck 7 Promenade / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ทั้งสองที่นี้จะอยู่ที่เดียวกันนะครับและไม่ได้มีพื้นที่อะไรใหญ่มากนัก โดยภายในสถานที่นี้นอกจากจะมีบริการ Internet ให้กับผู้โดยสารแล้ว เค้ายังมีหนังสือดีๆ และบอร์ดเกมส์ประเภทต่างๆ ให้เรายืมด้วย โดยในส่วนของการใช้งาน Internet นั้นจะมีค่าบริการนะครับ ส่วนการยืมหนังสือไปอ่านหรือยืมเกมส์ไปเล่นนั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร เราสามารถยืมไปได้ฟรีเลย
Travel Agent Service Deck (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่จุดนี้จะเป็นจุดที่เค้าเปิดขายแพคเกจเรือสำราญรูทอื่นๆ ของสายเรือ Princess Cruise ใครที่อยากรู้ว่าในช่วง 1-2 ปีนี้เรือแต่ละลำของ Princess Cruise นั้นไปที่ไหนบ้างก็เดินมาที่นี่ได้เลย โดยเท่าที่ผมทราบมาบางทีเค้าจะมีราคาเด็ดๆ โปรโมชั่นโดนๆ ออกมาจำหน่ายด้วยนะครับ
Shore Excursions Deck (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) จุดนี้จะเป็นจุดที่เค้าเปิดขายแพคเกจทัวร์สถานที่ต่างๆ ที่เรือของเราจะต้องมีการแวะในทริปนั้นๆ ครับ (Shore Travel) โดยหากใครที่ต้องการความสะดวกสบายก็สามารถแวะมาซื้อแพคเกจทัวร์กับเค้าได้ แต่ถ้าใครคิดว่าตัวเองสามารถเที่ยวเองได้ก็ลุยเลยครับ ไม่ต้องเดินมาตรงนี้เลย
Guest Service (Deck 5 Plaza / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) หนึ่งในสถานที่ที่ป็อบปูลาร์มาก เพราะหากเราเจอปัญหาอะไรก็ตามบนเรือสำราญลำนี้ เช่น บัตรโดยสารหาย, ต้องการเปลี่ยนแปลงค่าทิปพนักงาน, อยากจะเติมเงินสดเข้าบัญชีบัตรโดยสารเรา เราจะต้องมาที่จุดนี้เพียงจุดเดียวเท่านั้นครับ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมที่จุดนี้ถึงมีคนมาต่อคิวยาวแทบจะตลอดทั้งวันเลยครับ
Lotus Spa (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) สปาบนเรือสำราญครับ ใครที่ชื่นชอบการทำสปา อยากจะดูแลผิวพรรณต่างๆ ของตัวเองให้ดีขึ้นก็แวะมาที่จุดนี้ได้เลย เค้ามีแพคเกจให้เลือกเยอะอยู่พอควร

The Enclave (Deck 5 Plaza / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่นี่คือสระจากุชชี่ส่วนตัวครับ โดยพื้นที่นี้จะอยู่ในส่วนเดียวกับ Lotus Spa ใครที่ต้องการอะไรที่เป็นความพิเศษสุดๆ ก็สามารถมาใช้บริการได้เลย

Medical Center (Deck 4 Gala / มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ห้องพยายาลบนเรือสำราญครับ หากใครรู้สึกป่วยไข้หรือมีอาการไม่ดียังไงก็สามารถแวะมาที่นี่ได้เลย โดยที่ห้องพยาบาลนี้เค้าจะมีคุณหมอคอยตรวจสุขภาพและจ่ายยาต่างๆ ให้ แต่ทั้งนี้เค้าจะไม่ได้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ ใครจะไปก็เช็คเวลาให้ดีก่อนว่าเค้าเปิดตอนไหนบ้าง
Tender Embarkation (Deck 4 Gala / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) จุดที่ใช้สำหรับขึ้นเรือเล็กเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือต้องใช้เวลาต้องการเข้าฝั่งในบางที่ครับ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วที่นี่จะเป็นส่วนที่ไม่มีใครอยากจะมาใช้บริการที่สุดแล้ว ><

6.หมวดสันทนาการ (Recreation)

The Greens (Deck 19 Sky / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) Deck 19 นั้นจะเป็น Deck ที่เล็กที่สุดของเรือ เพราะเป็น Deck ที่อยู่ด้านบนสุด ซึ่งถ้าผมจะพูดให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ มันก็คล้ายๆ กับพื้นที่ด้านบนของกระโดงเรือประมาณนั้นครับ และทางเรือ Princess Majestic ก็ได้ทำพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้ออกมาเป็น The Greens หรือลานสำหรับพัทกอล์ฟ ใครที่ชอบเล่นกอล์ฟก็แวะมาฝึกฝีมือกันได้ แต่ผมบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าวันไหนลมแรงทุกคนไม่ต้องมาเลยนะครับ เพราะแค่ยืนเฉยๆ ตัวเราก็จะปลิวอยู่แล้ว ส่วนลูกกอล์ฟน่ะเหรอ……..กลิ้งไปตั้งแต่ที่เราวางลูกแล้วครับ!!
Majestic Princess CruisePrincess Sport Central (Deck 18 Sports / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) บริเวณนี้จะเป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่มีกรงเหล็กล้อมรอบทั้ง 4 ด้านครับ โดยสิ่งที่เราจะเห็นชัดเจนที่สุดก็คือสนามบาสเก็ตบอลแบบเต็มสนาม แต่ทั้งนี้ภายในพื้นที่นี้ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ให้เราเล่นอีกหลายอย่าง ใครที่สนใจออกกำลังกายแบบ outdoor ก็เดินแวะไปดูได้ครับ
Bulleye Laser Shooting Range (Deck 18 Sports / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) อันนี้น่าจะถูกใจหนุ่มๆ หลายคนครับ เพราะที่นี่จะเป็นห้องที่เปิดโอกาสให้เราได้ฝีกยิงปืนไรเฟิลแบบดิจิทัล โดยทางพนักงานเค้าจะมีเป้ารูปแบบต่างๆ ให้เราเลือกยิงทั้งเป้าเล็ก เป้าใหญ่ เป้านิ่ง เป้าเคลื่อนที่ ใครที่อยากจะลองควาแม่นยำของตัวเองก็มาได้เลย แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนนะว่าใครที่สนใจจะเล่นจริงๆ ให้ดูเวลาที่เค้าเปิดบริการในตารางกิจกรรมดีๆ เพราะเค้าเปิดบริการต่อวันไม่นาน และอาจจะต้องยืนรอคิวพอควรเนื่องจากว่ามันจะสามารถเล่นได้เพียงครั้งละ 1 คนเท่านั้นครับ
หมายเหตุ : สำหรับกิจกรรมนี้จะมีการจำกัดอายุด้วย โดยผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมได้ต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไปครับ
Golf Cage (Deck 17 Sun / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) ที่ฝึกซ้อมวงสวิงกอล์ฟของเราครับ โดยเค้าจะทำเป็นกรงขนาดเล็กไว้จำนวนสองกรง ภายในกรงจะมีไม้กอล์ฟครบชุดตั้งแต่ไดรเวอร์จนถึง SW พร้อมกับลูกกอล์ฟเป็นจำนวนมาก ใครที่รู้สึกว่าวงสวิงของตัวเองสนิมเริ่มขึ้นแล้วก็แวะมาเคาะได้ครับ
Table Tennis (Deck 17 Sun / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) สถานที่เล่นปิงปอง โดยเค้าจะมีการกั้นเป็นห้องขนาดเล็กไว้ มีทั้งหมด 4-5 ห้อง ภายในห้องจะมีโต๊ะปิงปองพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ให้เราครบเรียบร้อย แต่ด้วยความที่ว่าผนังของห้องนั้นจะเป็นผนังที่ทำมาจากกรงเหล็ก ดังนั้นในบางวันที่ลมแรงๆ วิถีของลูกปิงปองมันก็จะไม่เป็นไปตามที่เราคิดซักเท่าไหร่ครับ @_@
Hollywood Pool Club (Deck 17 Sun / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) สระว่ายน้ำในร่มที่มีขนาดกะทัดรัดและมีอ่างจากุชชี่ให้แช่ ใครที่อยากจะว่ายน้ำบนเรือสำราญแต่สู้อากาศและลมแรงบริเวณสระว่ายน้ำด้านนอกไม่ไหว ก็สามารถมาว่ายที่นี่แทนได้ครับ อากาศอบอุ่นและว่ายสบายกว่ากันเยอะ แถมบริเวณข้างๆ สระก็ยังมีบาร์ขนาดเล็กไว้คอยบริการด้วย
Hollywood Conservatory (Deck 17 Sun / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) สถานที่นี้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกับ Hollywood Pool Club เลยครับ โดยทางเรือ Majestic Princess ได้จัดพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจในร่ม มีการจัดวางเก้าอี้ไว้ให้นั่งหลายแบบมาก บางโซนก็จะเป็นห้องส่วนตัวที่มีโซฟา โต๊ะ และโทรทัศน์ภายในห้องด้วย โดยพื้นที่นั่งส่วนใหญ่นั้นจะสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มๆ ตา นอกจากนี้เค้ายังได้มีการจัดพร็อพต่างๆ ให้เราถ่ายรูปเก๋ๆ มากมาย ส่วนครอบครัวไหนที่มีเด็กเล็กๆ ไปด้วย ก็สามารถพาไปที่แห่งนี้ได้เช่นเดียวกัน เพราะมันมีของสนุกๆ ที่เด็กตัวเล็กๆ สามารถเล่นได้อยู่ด้วยครับ
SeaWalk (Deck 16 Lido / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) SeaWalk หรือทางเดินพิเศษบนเรือนี้คือหนึ่งในไฮไลท์ของเรือสำราญ Majestic Princess เลยครับ โดยทางเดิน SeaWalk นี้จะเป็นทางเดินที่มีความยาวประมาณ 60 ฟุต และทางเรือเค้าได้ออกแบบมาให้ผู้ที่เดินอยู่บนทางเดินนี้จะสามารถมองเห็นท้องทะเลเบื้องล่างที่อยู่ห่างออกไปถึง 128 ฟุตได้!! บอกเลยว่ามันสูงมาก และใครที่เป็นคนกลัวความสูงอาจจะมีอาการใจหวิวๆ ได้เลย @_@
ยังไงใครที่ได้มีโอกาสขึ้นเรือลำนี้ก็อย่าลืมแวะมาเดินเล่นที่นี่นะครับ
Fountain Pool (Deck 16 Lido / ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ) หนึ่งในไฮไลท์และสัญลักษณ์ของเรือลำนี้ กับสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่และมีอ่างจากุชชี่อยู่รายรอบ ใครที่อยากจะอาบแดด, นอนแช่น้ำ หรือว่ายน้ำก็สามารถมาที่นี่ได้เลยครับ นอกจากนี้ที่บริเวณนี้เค้ายังมีน้ำพุสวยๆ อีกด้วย โดยในบางวันในช่วงเวลากลางคืนนั้นเค้าจะมีการแสดงน้ำพุประกอบเสียงเพลงด้วยนะครับ
และด้วยความที่พื้นที่บริเวณ Fountain Pool นั้นมีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นที่จุดนี้เค้าจึงมีการติดตั้งจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เอาไว้ด้วย โดยจอโทรทัศน์นี้จะมีการเปิดภาพยนตร์ต่างๆ หรือเรื่องราวที่สนุกๆ ตลอดทั้งวัน ใครที่สนใจอยากจะนอนดูโทรทัศน์ใหญ่ๆ ภายใต้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ หรือหมู่ดวงดาวเต็มท้องฟ้าก็มาที่บริเวณนี้ได้เลย เค้ามีที่นั่งและ Sofa Bed ไว้คอยบริการเยอะมาก และในช่วงเวลากลางคืนที่อากาศหนาวเย็นนั้นทางเรือ Majestic Princess ยังได้มีการบริการผ้าห่มให้เราหยิบยืมไปใช้ฟรีอีกด้วยครับ
และสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป หรือคนที่กำลังมองหาสถานที่โรแมนติคบนเรือ ผมบอกเลยว่าในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินนั้น ที่นี่คือจุดที่คุณควรจะต้องมาเป็นอย่างมากครับ เพราะหากวันนั้นท้องฟ้าเป็นใจคุณจะได้เห็นภาพที่สวยงามมากๆ เลยล่ะ!!
Majestic Princess CruiseMajestic Princess CruiseMajestic Princess Cruiseและทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทางเรือสำราญ Majestic Princess มี โดยเนื้อหาทั้งหมดนี้ผมได้เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ตรงของผมกับต๋งที่ได้ขึ้นเรือลำนี้ในระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 20 เมษายน 2562 ครับ โดยทริปนี้ของผมมีระยะเวลาในการเดินทางทั้งหมด 6 วัน 5 คืน เริ่มออกเดินทางจากเมืองจี้หลง ประเทศไต้หวัน จากนั้นก็ไปเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ) ประเทศญี่ปุ่น, เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และกลับมาที่เมืองจี้หลง ประเทศไต้หวันอีกครั้ง ซึ่งโดยภาพรวมแล้วผมรู้สึกประทับใจกับทริปนี้มากนะครับ เพราะเป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาในการล่องเรือไม่นานจนเกินไป แต่ได้เที่ยวถึง 3 ประเทศในทริปเดียว นอกจากนี้เรายังได้ใช้เวลาอยู่บนเรือมากเพียงพอที่จะทำให้เราสามารถใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของเรือได้ครบแทบทั้งหมด ทั้งการเดินเที่ยวเล่น, ชิมอาหารตามห้องอาหารต่างๆ, ช็อปปิ้งที่ร้านปลอดภาษี, ดูโชว์และการแสดงมากมาย เรียกว่าโดยรวมแล้วมันเป็นทริปที่เค้าจัดจำนวนวันและเวลาออกมาได้ลงตัวมากๆ เลยล่ะครับ
สำหรับเนื้อหาในส่วนที่ผมลงจากเรือ Majestic Princess เพื่อไปเที่ยวเมืองฟุกุโอกะ (ฮากาตะ) ประเทศญี่ปุ่น และเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้นั้น เดี๋ยวผมจะเขียนแยกออกมาเป็นอีกบทความนึงนะครับ เพราะหากเอามารวมกันในบทความนี้แล้วมันจะทำให้ยาวมากจนเกินไป และเพื่อเป็นการปิดท้ายบทความนี้ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ผมจึงได้มีการสรุปจุดเด่นคร่าวๆ ของเรือสำราญลำนี้ออกมาให้ทุกคนได้อ่านกันตามด้านล่างนี้ ทุกคนจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าเรือลำนี้เหมาะมั้ยที่เราจะไปออกทริปด้วยครับ ^^
จุดเด่นและความประทับใจที่มีต่อเรือ Majestic Princess
  1. เรือมีขนาดใหญ่ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงกิจกรรมให้ทำเยอะมาก เรียกว่าเพียงพอต่อการล่องเรือ 4-6 วัน โดยที่เรายังไม่รู้สึกเบื่อเลย
  2. การแสดงในโรงละครดีมาก ห้ามพลาดเด็ดขาด!!
  3. กิจกรรมวันส่งท้าย Farewell Party สนุกและมันมากครับ
  4. รสชาติอาหารโดยรวมของห้องอาหารที่เราสามารถใช้บริการได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนั้น อยู่ในเกณฑ์ปานกลางไปจนถึงดี แต่อาหารหลายๆ รายการจะติดเค็มไปนิด โดยถ้าให้คะแนนเป็นตัวเลข ผมน่าจะให้คะแนนอยู่ที่ 7 เต็ม 10 คะแนนครับ
  5. หน้าตาของอาหารในห้องอาหารที่เสิร์ฟเป็นคอร์สทั้ง 3 ห้องนั้นดูดีมาก ดีเหมือนเราเข้าไปทานอาหารที่ภัตตาคารดีๆ เลยครับ เรียกว่าแค่สั่งมาถ่ายรูปอวดเพื่อนก็คุ้มมากๆ แล้ว ที่สำคัญในแต่ละวันเรายังสามารถทานได้ไม่อั้นด้วย ^^
  6. พนักงานบนเรือบริการดีมาก โดยเฉพาะพนักงานที่ประจำอยู่ตามห้องอาหารต่างๆ
  7. สภาพเรือใหม่ และอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี นอกจากนี้อุปกรณ์หลายๆ อย่างก็ถือว่ามีความทันสมัยด้วย เช่น อุปกรณ์ออกกำลังกายในห้องฟิตเนส
  8. โครงสร้างและรูปแบบภายในเรือนั้นดูสวยงามและหรูหราหลายจุด เห็นแล้วรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ
  9. ร้านค้าปลอดภาษีมีสินค้าให้เลือกซื้อเลือกช็อปมากมายหลายแบรนด์หลายประเภทเลย โดยสินค้าบางรายการนั้นก็มีราคาต่ำกว่าที่ประเทศไทยมาก นอกจากนี้เค้ายังมักจะมีโปรโมชั่นพิเศษเขย่ากระเป๋าเงินเราออกมาเรื่อยๆ ด้วย โดยเฉพาะวันแรกๆ กับวันสุดท้าย มันเป็นอะไรที่ขาช็อปห้ามพลาดเลยครับ
  10. กิจกรรมบนเรือมีความหลากหลายและสามารถตอบสนองคนได้ทุกกลุ่มทุกวัย ตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ, วัยรุ่น, ผู้ใหญ่ จนไปถึงผู้สูงอายุ
  11. ทางเรือมีความใส่ใจและมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างแก่ผู้โดยสารที่มีความพิการโดยเฉพาะผู้โดยสารที่ตาบอด หรือไม่สามารถเดินได้
  12. มีสระว่ายน้ำทั้งแบบ indoor และ outdoor
  13. มีร้านอาหารพิเศษที่ดูแลโดยมิชลินสตาร์ถึง 2 ร้าน
  14. ห้องนอนมีขนาดกว้างขวาง ที่นอนดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอต่อการใช้งาน มีไม้แขวนเสื้อให้เยอะ มีช่องเสียบชาร์จไฟแบบ USB รวมทั้งมีตู้เซฟและไดร์เป่าผมให้ด้วย นอกจากนี้ทางพนักงานที่ดูแลห้องยังเข้ามาทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยให้ทุกวันด้วยครับ (ทั้งนี้สำหรับเรื่องขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องนอนนั้นผมอิงจากห้องที่ผมพักนะครับ)
  15. โทรทัศน์ภายในห้องมีอะไรให้ดูเยอะดี โดยเฉพาะภาพยนต์นั้นถือว่ามีความใหม่พอควรเลย
  16. มีแผนที่ภายในเรือติดตามบริเวณต่างๆ หลายจุด ทำให้เราสามารถเดินทางไปไหนมาไหนบนเรือได้อย่างไม่มีหลง
  17. มีการอัพเดทข้อมูลและแจ้งข่าวสารที่จำเป็นบ่อยมากและครอบคลุมทุกเรื่องที่เราอยากรู้ โดยวันไหนที่เราจะต้องจอดเรือเทียบท่าเพื่อลงไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ คืนก่อนหน้านั้นเค้าก็จะมีการชี้แจงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเตรียมเอกสารที่จำเป็นไว้ให้เราภายในห้องเรียบร้อยเลยครับ
  18. มีจำนวนพนักงานต่อผู้โดยสารอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าเหมาะสม โดยหากมีผู้โดยสารเต็มลำ สัดส่วนของลูกเรือต่อผู้โดยสารจะอยู่ที่ 1 ต่อ 6 คนครับ
  19. ทางเรือมีความใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หลายอย่าง ซึ่งดูแล้วน่ารักดี เช่น ป้าย Happy Birthday ที่หน้าห้องพัก, กิจกรรมพิเศษในห้องอาหาร เป็นต้น ซึ่งหลายๆ เรื่องเป็นเรื่องที่ผมเห็นแล้วรู้สึกประทับใจเลยครับ
  20. เป็นสายเรือที่ใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยและความสะอาดมาก โดยผมดูได้จากการที่เค้ามีการติดตั้งอ่างล้างมือและเจลทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ที่เป็นห้องอาหารแทบทั้งหมด ส่วนในเรื่องความปลอดภัยนั้นผมก็ดูจากการที่เค้ามีการบังคับให้ทุกคนดู VTR เรื่องความปลอดภัยให้จบก่อนถึงจะสามารถเปิดโทรทัศน์ครั้งแรกได้ครับ
ใครที่อ่านบทความนี้แล้วสนใจอยากจะไปล่องเรือสำราญลำนี้ซักครั้ง ก็สามารถกดที่นี่เพื่อเข้าไปดูราคาและเส้นทางเดินเรือของ Majestic Princess ได้เลยครับ ทางเรือ Majestic Princess เค้าจะมีแผนเดินเรืออยู่ตลอดทั้งปีอยู่แล้ว โดยเส้นทางในการเดินเรือหลักๆ ของเค้าจะอยู่ในออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และเอเชียโดยเฉพาะบริเวณประเทศจีน, ญี่ปุ่น ไต้หวัน, เกาหลีใต้ครับ
และสำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกจองเรือที่ออกจากท่าเรือไหนดี ผมว่าท่าเรือจี้หลง (Keelung) ประเทศไต้หวันที่ผมกับต๋งขึ้นลงมานั้นก็เป็นท่าเรือที่ดีแห่งนึงนะครับ เพราะเมืองจี้หลงนั้นเป็นเมืองที่อยู่ไม่ห่างจากเมืองไทเปมากนัก ใช้เวลานั่งรถไฟจากเมืองไทเปมาแค่ 40 นาทีเท่านั้น แถมค่ารถไฟก็ไม่แพง เพียงแค่คนละประมาณ 40-60 ดอลล่าห์ไต้หวัน (ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟที่นั่ง) นอกจากสิ่งที่ดีงามสุดๆ นั่นก็คือหลังจากที่เรามาถึงสถานีจี้หลงแล้ว เพียงแค่เราเดินออกจากสถานีเราก็จะเจอเรือสำราญของเราอยู่ตรงหน้าเลยครับ เพราะท่าจอดเรือสำราญนั้นอยู่ใกล้กับสถานีมาก เดินประมาณ 700 เมตร หรือประมาณ 10 นาที ก็ถึงแล้วครับ สะดวกสบาย เดินทางง่ายสุดๆ
แต่ทั้งนี้ถ้าใครมีท่าเรืออื่นในดวงใจ หรือมีแผนเดินทางที่จะไปเที่ยวรูทอื่นที่ไม่ใช้ไต้หวัน ก็เลือกการขึ้นเรือจากท่าเรืออื่นๆ ที่แต่ละคนสะดวกได้เลยครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบและสไตล์ใครสไตล์มันเลย
ก็จบลงแล้วสำหรับบทความนี้ หวังว่าทุกคนคงจะรู้จักกับเรือสำราญที่ชื่อว่า Majestic Princess ของบริษัท Princess Cruise เพิ่มขึ้นมาระดับนึงนะครับ และสำหรับใครที่สนใจอยากจะอ่านเรื่องราวการท่องเที่ยวในเมืองฟุกุโอกะกับเมืองปูซานของผมกับต๋งในทริปนี้กันต่อก็สามารถกดอ่านที่ลิงก์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ แต่ละเรื่องไม่ยาวมาก อ่านแป๊บเดียวก็จบแล้ว ^^
และถ้าใครอ่านบทความต่างๆ แล้วรู้สึกอยากจะจองเรือสำราญไปเที่ยวเองบ้างซักทริป หรือสงสัยข้อมูลอะไรเกี่ยวกับการออกทริปกับเรือสำราญ ผมแนะนำให้ติดต่อบริษัท 2morrow Explorer ตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ ผมใช้บริการเค้ามาแล้ว บริการดี สะดวก พูดคุยรู้เรื่อง แถมราคายังไม่ต่างจากที่ผมจองตรงกับสายเรือด้วย ^^
Website : www.2morrowexplorer.com/
Fanpage : ล่องเรือสําราญ เที่ยวทั่วโลก luxury cruises by 2morrow explorer
Call Center : 061-5905999, 065-5099905
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และหากใครชอบเรื่องราวการท่องเที่ยวของเราก็ฝากกดติดตามแฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ไว้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้
Facebook Comments