สวัสดีทุกคนครับ วันนี้ผมจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับร้าน Mango Tree Café ร้านอาหารใน Central World ที่รสชาติเด็ดอร่อย หน้าตาการจัดจานสวยงาม แถมราคาไม่แรงด้วย บอกเลยว่าร้านนี้จะทำให้หลายคนประทับใจแน่ๆ ครับ ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบทานมะม่วงด้วยนะรับรองว่าฟินสุดๆ เพราะเมนูที่เค้าเอามะม่วงมาเป็นส่วนประกอบนั้นมีแต่เมนูเด็ดๆ ทั้งนั้น ส่วนใครที่ไม่ค่อยชอบทานมะม่วงก็อย่าพึ่งเบือนหน้าหนีไปนะครับ เพราะเมนูอื่นๆ ของเค้าก็อร่อยมากเหมือนกัน แถมบรรยากาศร้านก็ยังดีด้วย ที่สำคัญในเรื่องของราคานั้นก็สบายกระเป๋าสุดๆ หลายๆ เมนูจานละไม่ถึงร้อยบาทเลยครับ ^^

พิเศษ!! สำหรับใครที่เป็นแฟนเพจ “ภรรยาหา สามีใช้” เพียงแค่แคปรีวิวนี้ไปแสดงที่ร้านภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ก็รับสิทธิ์ส่วนลดค่าอาหาร 10 เปอร์เซ็นทันที (ยกเว้นเมนูที่ทางร้านกำลังจัดทำโปรโมชั่นราคาพิเศษอยู่นะ)

Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ

พิกัดร้าน : ชั้น 7 Central World โซน Beacon (ตรงข้ามร้าน Gram Pancakes)

จุดเด่นร้าน

1.บรรยากาศดี เพราะมีการจัดบรรยากาศของร้านให้ออกเป็นสไตล์บ้านสวน คือมีทั้งส่วนที่คล้ายๆ ห้องรับแขก, ห้องนั่งเล่นในบ้าน, ระเบียง จนไปถึงสวนนอกบ้านที่มีเก้าอี้กับชิงช้าอยู่ใต้ต้นมะม่วง!!

2.มีที่นั่งหลายแบบหลายโซน และให้อารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันไป และที่ทีเด็ดสุดก็คือเค้ามีที่นั่ง Outdoor ที่สามารถเห็นวิวและสัมผัสบรรยากาศนอกห้างแบบเต็มๆ ด้วย ใครที่เป็นสายชิล อยากจะเม้าท์กับเพื่อนนานๆ และไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้าง ต้องโซน Outdoor นี้เลยครับ บรรยากาศเยี่ยมเลย ^^

3.มีเมนูอาหารให้เลือกทานหลากหลายทั้งคาวหวาน ที่สำคัญอาหารรสชาติดี หน้าตาสวยงาม ราคาไม่แรงด้วย รับรองว่าหากคุณมาที่นี่คุณจะอิ่มอร่อยสบายกระเป๋า แถมยังมีรูปสวยๆ ไปอวดให้เพื่อนอิจฉาอีกด้วยครับ

4.มีเครื่องดื่มแปลกๆ ให้ทานเยอะ ที่สำคัญอร่อยด้วย และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าที่นี่เค้าสามารถเอามะม่วงน้ำปลาหวานและพริกเกลือมาทำเป็นเครื่องดื่มให้เรากินได้ด้วยอ่ะ!!

5.พนักงานบริการดี อันนี้ผมประทับใจมากครับ แต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใส บริการรวดเร็ว และมีความสุภาพเรียบร้อยด้วยครับ

เอาล่ะ หลังจากที่รู้จักกับพิกัดร้านและจุดเด่นคร่าวๆ ของร้าน Mango Tree Café แล้ว คราวนี้เราไปดูรายละเอียดเจาะลึกของร้านกันดีกว่าครับ เริ่มจากเรื่องหน้าตาและบรรยากาศร้านก่อนนะ โดยหน้าตาของร้าน Mango Tree Café นั้น จะเป็นตามภาพด้านล่างนี้เลย ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่าชื่อและโลโก้ของร้านมันดูไม่ค่อยสะดุดสายตาซักเท่าไหร่เลย และอาจทำให้หลายคนที่เดินผ่านไปมาอาจจะมองไม่เห็นได้ แต่เอาเป็นว่าถ้าใครได้มีโอกาสลองชิมอาหารของเค้าแล้วซักครั้งนึง ผมว่าต้องมีติดใจและกลับมาซ้ำอีกอ่ะ

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศภายในร้านครับ โดยภายในร้าน Mango Tree Café นั้นจะมีที่นั่งหลายแบบหลายโซนมาก เริ่มจากบริเวณด้านหน้าร้านซึ่งจะเป็นบริเวณที่ทุกคนเดินผ่านไปผ่านมาเห็นชัดเจนสุด ตรงนี้ทางร้านเค้าจะทำบรรยากาศออกมาให้คล้ายๆ กับการนั่งทานข้าวในสวนใต้ต้นมะม่วงใหญ่ๆ ครับ โดยจะมีการวาดภาพต้นมะม่วงที่ฝาผนัง และมีการจัดโต๊ะเก้าอี้ที่ดูแล้วเหมาะกับการนั่งชิลๆ ผสมผสานกับเก้าอี้ทรงชิงช้าที่ชวนให้สาวๆ มาลองนั่ง และที่เด็ดที่สุดก็คือเค้ามีการเอาตุ๊กตาลิงมาประดับตามจุดต่างๆ ด้วย บอกเลยว่าเห็นแว้บแรกก็รู้สึกประทับใจกับบรรยากาศแล้วครับ และตัวผมเองก็เลือกที่จะนั่งในโซนนี้แบบไม่ลังเลเลย

ถัดมาจะเป็นที่นั่งภายในตัวร้านครับ ตรงนี้จะแบ่งเป็น 2 โซนย่อยๆ โดยโซนด้านหน้าจะมีลักษณะโต๊ะเก้าอี้ที่ดูแล้วคล้ายๆ กับห้องรับแขกภายในบ้าน สีสันโดยรวมดูสดใส ส่วนบรรยากาศจะดูสบายๆ เหมือนกำลังนั่งกินข้าวในบ้านครับ

ส่วนอีกโซนนึงที่อยู่ด้านหลังอันนี้จะมีการตกแต่งไปคนละแบบ ดูแล้วให้ความรู้สึกเคร่งขรึมขึ้น เพราะโทนสีที่ใช้จะเป็นแนวสบายตา ไม่มีสีสันที่ฉูดฉาดเข้ามาผสมครับ

และโซนสุดท้าย โซนนี้เป็นอีกโซนนึงที่ผมชอบมากครับ ผมขอเรียกโซนนี้ว่าโซน Outdoor แล้วกัน เพราะโซนนี้เราจะต้องเปิดประตูร้านออกไปยังระเบียงด้านนอก และเป็นโซนที่จะไม่มีแอร์ครับ แต่เราจะสามารถเห็นวิวและสัมผัสกับบรรยากาศภายนอกห้างได้แบบเต็มที่เลย บอกเลยว่ามันชิลมากและให้ความรู้สึกเหมือนว่าเรากำลังกินข้าวอยู่ในสวนที่บรรยากาศดีๆ เลยครับ มันไม่เหมือนว่าเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในห้างเลยอ่ะ

ใครที่ชอบบรรยากาศชิลๆ อยากจะนั่งนานๆ และไม่อยากวุ่นวายเห็นคนเดินผ่านไปผ่านมา ผมแนะนำให้นั่งโซนนี้เลยครับ แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนนะว่าด้วยความที่มันเป็นกึ่งๆ Outdoor ดังนั้นในบางช่วงเวลา เช่น แดดแรง, ฝนตก ที่นั่งบริเวณนี้ก็จะไม่เหมาะกับการมานั่งทานซักเท่าไหร่นะครับ

ดูบรรยากาศร้านไปเรียบร้อยแล้วคราวนี้เราไปดูเรื่องของเมนูอาหารกันบ้างดีกว่าครับ โดยเมนูอาหารของร้าน Mango Tree Café นั้นก็มีหลากหลายประเภทเลย ทั้งข้าว, ของทานเล่น, ยำ, สลัด, ส้มตำ, ขนมจีน, น้ำพริก และอื่นๆ โดยทางร้านเค้าจะพยายามนำอาหารพื้นบ้านที่โดดเด่นของไทยตามที่ต่างๆ มาประยุกต์และปรับปรุงให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากเดิม ยิ่งไปกว่านั้นในหลายๆ เมนูทางร้านเค้าจะมีการเอามะม่วงมาผสมผสานกับวัตถุดิบต่างๆ ด้วย ซึ่งแต่ละเมนูนั้นก็ทำออกมาได้ดีและน่าสนใจมากๆ ครับ และรายชื่อด้านล่างนี้ก็คือรายการอาหารทั้งหมดที่ผมได้มีโอกาสลองทานครับ

1.ขนมจีนน้ำยาปู ราคา 90 บาท

2.ข้าวปิ้งกะปิ ราคา 80 บาท

3.รวมมิตรเสียบไม้ ราคา 120 บาท

4.ข้าวอบหมูพะโล้ ราคา 100 บาท

5.กุ้งลุยสวน ราคา 140 บาท

6.ปีกไก่ทอดกรอบ ราคา 120 บาท

7.ข้าวเหนียว ราคา 20 บาท

8.มะม่วงบวชชี ราคา 60 บาท

9.มะม่วงชั้น ราคา 60 บาท

10.เสน่ห์มะม่วง ราคา 60 บาท

11.ข้าวเหนียวมะม่วง กะทิอัญชัน ราคา 60 บาท

12.เยลลี่มะม่วงเสาวรสโครงการหลวง ราคา 90 บาท

13.แมงโก้ทรี (Clean Tiki) ราคา 140 บาท

14.เย้ายวน (Three-Layered Beauty) ราคา 140 บาท

15.มะม่วงน้ำปลาหวาน (Classic) ราคา 140 บาท

หมายเหตุ : ราคาอาหารแต่ละรายการ ยังไม่รวมค่า Service Charge 10% และ Vat 7% นะครับ

เรามาไล่รสชาติกันแต่ละรายการเลยนะครับ เริ่มจากขนมจีนน้ำยาปู เมนูนี้ถือเป็นเมนูนึงที่เด็ดมาก และผมแนะนำให้ทุกคนสั่งเลยครับ ชุดขนมจีนชุดใหญ่ๆ ในราคาไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท ได้เส้นขนมจีน, ผัก, ไข่, น้ำยาครบๆ การจัดจานต่างๆ ก็สวยงามดูเกินราคาไปมาก ยิ่งไปกว่านั้นตัวน้ำยาปูเค้ายังอร่อยมากด้วยครับ เข้มข้น รสเผ็ดจัดจ้าน และมีเนื้อปูใส่มาให้เยอะแบบที่เรียกว่าคุ้มราคาเลย

ข้าวปิ้งกะปิ เมนูนี้แปลกมาก ดูเผินๆ เหมือนข้าวเหนียวปิ้ง แต่ผมชิมแล้วกลับพบว่านี่คือการนำเอาข้าวคลุกกะปิมาปิ้งครับ โดยส่วนตัวผมว่าอร่อยมากนะ เพราะผมเป็นคนที่ชอบทานข้าวคลุกกะปิอยู่แล้ว พอมาเจอแบบนี้เลยประทับใจเลย แปลก อร่อย ลงตัว ส่วนรสชาติโดยรวมจะเป็นแนวเปรี้ยว เผ็ด และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ครับ โดยทางร้านเค้าบอกด้วยนะว่าเมนูนี้เค้าเลือกใช้กะปิเจ้าดังจากสุราษฎร์ธานีมาปรุงเลย

รวมมิตรเสียบไม้ เมนูนี้จะมีทั้งหมด 6 ไม้นะครับ แบ่งเป็นหมู, ไก่ และตับไก่ อย่างละ 2 ไม้ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริก 3 อย่าง ได้แก่ ปลาร้าบอง, น้ำพริกตาแดง และน้ำพริกหนุ่ม หน้าตาตอนเสิร์ฟมานี่ยั่วน้ำลายสุดๆ ส่วนรสชาตินั้นก็ดีทั้งเนื้อและน้ำพริกเลย หมูนุ่มละมุน น้ำพริกก็อร่อยแซ่บ โดยเฉพาะปลาร้าบองนี่อร่อยมากกกกกก

อ้อ สำหรับใครที่อยากลองชิมน้ำพริกของร้านเค้า แต่ไม่อยากจะสั่งเมนูรวมมิตรเสียบไม้มาทาน ทางร้าน Mango Tree Café ก็มีจำหน่ายน้ำพริกแต่ละอย่างแยกออกมาต่างหากด้วยนะ ในราคาชนิดละ 20 บาทครับ

ข้าวอบหมูพะโล้ เมนูอาหารจานเดียวที่ทานง่าย 1 คน 1 อิ่มพอดี เนื้อหมูให้มาชิ้นใหญ่ นุ่ม หอม และเคี้ยวง่ายมากครับ แต่ถ้าใครไม่ชอบอะไรที่มันๆ ซักเท่าไหร่ อาจจะไม่ถูกใจนะ เพราะเนื้อหมูมันติดมันพอควรเลย

กุ้งลุยสวน เมนูนี้จะมีทั้งหมด 6 ชิ้นนะครับ แต่ละชิ้นมีกุ้งด้านในเต็มๆ ตัว รสชาติดี และน้ำจิ้มแซ่บใช้ได้เลยครับ

ปีกไก่ทอดกรอบ เมนูกินเล่นเพลินๆ ตัวไก่จะทอดกับสมุนไพร ทำให้มีกลิ่นและรสชาติหอมอ่อนๆ ใครชอบทานปีกไก่ลองสั่งมาทานได้นะ ส่วนข้าวเหนียวอันนี้ปกติ ไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ ส่วนราคาก็ถือว่าตามมาตรฐานข้าวเหนียวให้ห้างแหละ ที่ละ 20 บาทครับ

จบจากของคาวไปแล้วมาดูกันที่ของหวานและเครื่องดื่มกันบ้าง ซึ่งผมบอกเลยว่าทุกเมนูหลังจากนี้มันจะเด็ดและว้าวกว่าเมนูที่ผ่านๆ มาอีกครับ

เริ่มจากของหวานอย่างมะม่วงบวชชี อันนี้แปลกมาก เพราะปกติเราจะเคยกินแต่กล้วยบวชชีใช่มั้ยครับ พอมาเป็นมะม่วงแบบนี้มันก็จะรู้สึกแปลกๆ หน่อย แต่พอได้ชิมแล้วก็เฮ้ยยย….อร่อยอยู่นะ ตัวมะม่วงนี่อร่อยเลย ส่วนน้ำกะทิก็หอมดีครับ ใครไม่เคยทานลองสั่งมาได้ครับ ผมว่าอร่อยคุ้มราคาอยู่ เพียงแต่ต้องเป็นคนที่ชอบทานมะม่วงสุกด้วยนะ ไม่งั้นก็อาจจะไม่ถูกปากได้

มะม่วงชั้น เมนูนี้จะเป็นพุดดิ้งมะม่วงกับมะพร้าวนะครับ การจัดจานต่างๆ ดูสวยงามดี เห็นแล้วน่าทาน ส่วนตัวขนมมีการแยกเลเยอร์ของมะม่วงกับมะพร้าวชัดเจน และในเรื่องรสชาตินั้นก็ถือว่าสอบผ่านเลย อร่อย ราคาไม่แรงด้วย

เสน่ห์มะม่วง เมนูนี้จะเป็นไอศกรีมรูปมะม่วงขนาดเล็กกะทัดรัด 2 อันนะครับ รูปร่างหน้าตามุ้งมิ้งน่ารักมากกกก ส่วนรสชาติจะออกแนวคล้ายๆ เยลลี่มากกว่าไอศกรีม  นิ่ม กัดง่าย ไม่ได้ละลายเร็ว ถือเป็นเมนูของหวานที่ควรสั่งเมนูนึงเลยครับ

ข้าวเหนียวมะม่วง กะทิอัญชัน หากพูดถึงมะม่วง หนึ่งในเมนูที่ทุกคนน่าจะนึกถึงเป็นลำดับแรกๆ ก็คงหนีไม่พ้นข้าวเหนียวมะม่วงใช่มั้ยครับ และที่นี่ก็มีเมนูนี้ให้คุณทานเช่นเดียวกัน เพียงแต่ข้าวเหนียวเค้าจะใช้เป็นข้าวเหนียวอัญชันที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อน ข้าวไม่ได้แยกเป็นเม็ดๆ แบบบางร้าน ส่วนตัวมะม่วงสุกนั้นก็อร่อย หวาน กำลังดีเลยครับ

เยลลี่มะม่วงเสาวรสโครงการหลวง ของหวานที่มีหน้าตาสวยงามมากอีกเมนูนึง โดยเฉพาะตอนที่พนักงานราดน้ำลงไปรอบๆ แล้วมีควันของน้ำแข็งแห้งพวยพุ่งขึ้นมา มันดูสวยงามน่ากินมาก ลักษณะของของหวานชนิดนี้จะเป็นเยลลี่ใหญ่ๆ ที่มีรสชาติของมะม่วงกับเสาวรสรวมกันโดยมีรสของมะม่วงเด่นกว่า ส่วนด้านบนนั้นก็มีการท็อปปิ้งด้วยมะม่วงสุก, กีวี และสตรอเบอร์รี่ครับ ทั้งนี้ผมว่านี่เป็นของหวานของร้านที่สวยและคุ้มราคามากเลยครับ หน้าตาดี ปริมาณเยอะ แถมราคาเพียงแค่ 90 บาทเท่านั้น ถูกมากกกกก

แมงโก้ทรี (Clean Tiki) สำหรับเมนูนี้จะเป็นเครื่องดื่มนะครับ โดยจะเป็นเครื่องดื่มที่มีการผสมผสานระหว่างสับปะรด, มะม่วงน้ำดอกไม้ แล้วก็มะพร้าว การเสิร์ฟจะเสิร์ฟมาในสับปะรดลูกเล็กๆ ส่วนรสชาตินั้นจะเป็นสับปะรดนำ ตามด้วยรสชาติของมะม่วง และมีรสของมะพร้าวปิดท้ายมาแบบอ่อนๆ ครับ

เย้ายวน (Three-Layered Beauty) เครื่องดื่มอีกประเภทนึงครับ และแก้วนี้ถือว่าหน้าตาสวยงามมาก เพราะมีการแยกชั้นเป็นเลเยอร์ที่มีสีสันพร้อมกับริ้วลวดลายต่างๆ อีกทั้งยังมีดอกไม้เล็กๆ ประดับด้านบนด้วย โดยเลเยอร์แต่ละชั้นนั้นจะแบ่งเป็นแก้วมังกร, มะม่วง และมะละกอ ส่วนการทานนั้นเราจะทานแยกเป็นทีละชั้น หรือจะคนรวมกันก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความชอบเลยครับ

มะม่วงน้ำปลาหวาน (Classic) อื้อหือ……… บอกเลยว่าตอนเห็นชื่อครั้งแรกเราก็นึกว่าจะเป็นมะม่วงจิ้มกับน้ำปลาหวานเหมือนที่เราคุ้นๆ กัน แต่กลายเป็นว่านี่คือเครื่องดื่มรสน้ำปลาหวานครับ!!! แปลกมากกกกก รสชาติถือว่าเหมือนน้ำปลาหวานเลย เพียงแต่มันไม่ได้เข้มข้นเท่ากับที่เวลาเราจิ้มมะม่วงกินเท่านั้น ดังนั้นมันก็เลยดูดได้สบายๆ อยู่ ใครชอบลองของแปลกๆ ควรสั่งมาทานดูครับ แปลกจริง ไม่เหมือนใคร แถมกินไปกินไปเหมือนมีรสชาติพริกเกลือมาผสมด้วยอ่ะ!! บอกเลยเครื่องดื่มอันนี้เด็ดจริงงงงงง

ก็เอาเป็นว่าใครที่มีแพลนไป Central World ช่วงนี้ก็อย่าลืมเก็บร้านนี้เป็นตัวเลือกด้วยนะ ผมว่าอาหารเค้าอร่อยดี ราคาไม่แรง แถมหน้าตาอาหารการจัดจานต่างๆ ก็ดีด้วย ที่สำคัญอย่าลืมนะว่าใครที่เป็นแฟนเพจ ภรรยาหา สามีใช้ เพียงแค่แคปรีวิวนี้ไปแสดงที่ร้านภายในวันที่ 31 ต.ค. 63 ก็รับสิทธิ์ส่วนลดค่าอาหารจากร้าน 10 % ทันทีครับ (ยกเว้นเมนูที่ทางร้านกำลังจัดทำโปรโมชั่นราคาพิเศษอยู่) ส่วนถ้าใครยังไม่มั่นใจว่าร้านนี้จะถูกปากและดีจริงมั้ย ก็ลองอ่านบทสรุปท้ายรีวิวของผมประกอบการตัดสินใจเพิ่มก่อนก็ได้ครับ ^^

วันที่รับประทาน : วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563
ช่วงเวลา : 18.00 – 20.30 น.
จำนวน : 2 คน

รสชาติอาหาร : โดยส่วนตัวแล้วผมว่าอาหารของร้าน Mango Tree Café นั้นรสชาติดีเลยครับ เรียกว่าอร่อยถูกปากทุกเมนูเลยก็ได้ ยกเว้นข้าวเหนียว 1 รายการนะ เพราะมันก็คือข้าวเหนียวปกติๆ นั่นแหละ ส่วนเมนูอื่นๆ ที่เหลือนั้นดีหมดเลยครับ หลายๆ เมนูมีรสชาติที่จัดจ้าน หรือมีรสที่แตกต่างจากร้านอื่นอย่างเป็นเอกลักษณ์ เพราะทางร้านมีการฟิวชั่นเอาความเป็นพื้นบ้านเข้าไปผสมด้วย เช่น ขนมจีนน้ำยาปู, ข้าวปิ้งกะทิ, รวมมิตรเสียบไม้พร้อมน้ำพริก 3 อย่าง ส่วนของหวานกับเครื่องดื่มนั้นยิ่งเป็นอะไรที่ว้าวมากๆ เค้าสามารถผสมผสานวัตถุดิบหลายอย่าง รวมถึงมะม่วงให้ออกมาเป็นเมนูใหม่แบบที่ไม่เคยเห็นจากที่อื่นได้เป็นอย่างดีเลย ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้วเรื่องรสชาติอาหารของร้านนี้ผมค่อนข้างประทับใจเป็นพิเศษเลยครับ

ความหลากหลายของอาหาร : โดยรวมถือว่าดีนะครับ มีเมนูให้เลือกทานหลายประเภทดี และมีทั้งอาหารประเภทกับข้าวรวมถึงอาหารจานเดียวให้เลือกสั่งด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าในแต่ละประเภทอาหารนั้น ตอนนี้ทางร้าน Mango Tree Café ก็ไม่ได้มีตัวเลือกให้เลือกสั่งเยอะซักเท่าไหร่ โดยรวมๆ ในข้อนี้ผมจึงขอให้อยู่ในเกณฑ์กลางๆ ค่อนไปทางดีแล้วกันครับ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าอีกไม่นานทางร้านน่าจะมีการเข็นเมนูใหม่ๆ เด็ดๆ ออกมาเพิ่มเติมเรื่อยๆ  เพราะดูจากสไตล์ร้านแล้วผมว่าเค้ามีไอเดียอะไรที่เจ๋งไม่เบาเหมือนกัน

ความสะอาดของสถานที่และบรรยากาศโดยรวม : ข้อนี้ผมประทับมากเลยล่ะ ผมว่าร้าน Mango Tree Cafe นั้นตกแต่งบรรยากาศร้านได้ดีมาก สวยงามดูน่านั่งสุดๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าร้านที่เป็นชิงช้าในสวน กับบริเวณ Outdoor ที่เห็นวิวข้างนอกครับ ส่วนในเรื่องของความสะอาดนั้นก็ไม่เจออะไรที่รู้สึกว่าต้องติหรือปรับปรุงเลยครับ พนักงานดูแลจุดต่างๆ ได้ดีมากครับ

การบริการของพนักงาน : เป็นอีกหนึ่งข้อที่ผมประทับใจร้านนี้มากครับ พนักงานบริการดี อัธยาศรัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และดูมีใจรักบริการทุกคน แต่ทั้งนี้ต้องบอกก่อนนะว่าวันที่ผมไปใช้บริการนั้นเค้ามีลูกค้าแค่ประมาณ 15% ของพื้นที่ร้านเท่านั้นเอง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าคนเยอะๆ แล้วมาตรฐานการบริการของเค้าจะตกลงหรือเปล่าครับ

ความสะดวกของการเดินทาง : ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่ใน Central World ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นห้างใหญ่ใจกลางกรุงเทพ ดังนั้นในเรื่องการคมนาคมต่างๆ ก็ถือว่าสะดวกสบายระดับนึง และถึงแม้ที่ห้างนี้จะไม่มีสถานีรถไฟฟ้า BTS แบบที่จอดใกล้ชิดแบบห้างที่อยู่ข้างๆ แต่มันก็ใช้เวลาเดินจากสถานีสยามหรือชิดลมไม่มากนัก ดังนั้นในเรื่องของความสะดวกของการเดินทางนี้ผมก็เลยให้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ค่อนไปทางดีนะครับ

ความคุ้มค่า : สำหรับเรื่องนี้ผมกล้าพูดเต็มปากเต็มคำเลยว่าคุ้มค่ามากครับ อาหารแต่ละจานของเค้าราคาไม่แพงเลย เพราะปริมาณแต่ละจานไม่น้อย รสชาติอาหารดี หน้าตาการจัดจานก็สวยงาม แค่ 3 เรื่องนี้ผมว่าราคาที่เค้าวางขายนั้นก็ถือว่าเหมาะสมแล้วครับ ยิ่งถ้าเราคิดว่ามันคือร้านอาหารใน Central World ด้วยนะ บอกเลยว่าราคานี้ดีมากๆ ครับ

สรุป : นี่คือหนึ่งในร้านอาหารที่อยู่ในลิสต์ต้นๆ ของผมเลยว่าครั้งหน้าหากจะไป Central World ผมจะพิจารณาร้านนี้เป็นตัวเลือกในใจ และที่นี่เป็นร้านที่ผมกล้าแนะนำทุกคนอย่างเต็มปากเต็มคำ โดยเฉพาะคนที่ชอบทานอาหารสไตล์ไทยๆ, ของหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีมะม่วงผสม รวมไปถึงคนที่ชอบทานอาหารร้านใหม่ๆ อยากได้ร้านอาหารที่รสชาติดี, ราคาไม่แรง, บรรยากาศน่านั่ง, Mood and Tone ของร้านเป็นเอกลักษ์ ไม่เหมือนใคร และหน้าตาอาหารเก๋ไก๋ สามารถถ่ายรูปไว้ยั่วเพื่อนๆ ได้ ร้าน Mango Tree Café เป็นร้านที่ผมว่าสามารถตอบโจทย์ทุกคนได้หมดเลยครับ!!!

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ ทั้งนี้หากท่านใดที่ต้องการติดตามเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมกับต๋งอย่างใกล้ชิด ก็สามารถกดติดตามที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่อ่านรีวิวนี้แล้วอยากจะไปลองทานอาหารที่ร้าน Mango Tree Café บ้าง หรือมีข้อมูลอะไรต้องการสอบถามเพิ่มเติม ก็สามารถดูรายละเอียดและติดต่อร้านได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ

ช่องทางติดต่อและข้อมูลอื่นๆ ของร้าน

Facebook : Mango Tree Café

Tel : 02-252-0972

พิกัดร้าน : ชั้น 7 Central World โซน Beacon (ตรงข้ามร้าน Gram Pancakes)

โปรโมชั่น : เพียงแค่แคปรีวิวนี้ไปแสดงที่ร้านภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ก็รับสิทธิ์ส่วนลดค่าอาหาร 10 เปอร์เซ็นทันที (ยกเว้นเมนูที่ทางร้านกำลังจัดทำโปรโมชั่นราคาพิเศษอยู่นะ)

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือความรู้สึกที่แตกต่างจากนี้ได้
Facebook Comments