Travel Review

[SR] Paradise Koh Yao : เกาะสวาท หาดสวรรค์ ที่ฉันจะไม่มีวันลืม

posted by ภรรยาหา สามีใช้ June 14, 2017 0 comments
เพราะที่นี่คือเกาะที่เงียบสงบที่หลายคนโหยหา เพราะที่นี่คือที่พักที่สวยงามที่เหมาะกับการพักผ่อน เพราะที่นี่คือที่ที่คนไทยหลายคนยังไม่รู้จัก และที่นี่คือที่ที่ผมจะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์พักผ่อนแบบที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน
“Welcome to Paradise Koh Yao คร้าบบบบบ
ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแวะเวียนไปพักผ่อนที่ Paradise Koh Yao บนเกาะยาวน้อย จ.พังงา มาครับ และผมว่าที่รีสอร์ทแห่งนี้มีอะไรที่น่าสนใจเยอะมาก และผมต้องขอบอกก่อนเลยนะครับว่ารีวิวฉบับนี้จะยาวและละเอียดมาก สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านเนื้อหาเท่าไหร่ ผมแนะนำว่าให้อ่านแค่ช่วงต้นๆ ที่เล่าถึงภาพรวมเด่นๆ ของที่นี่ จากนั้นก็ไปอ่านบทสรุปในตอนท้ายได้เลยครับ ส่วนคนที่อยากจะรู้อะไรละเอียดๆ อยากจะผจญภัยไปกับผมแบบทุกซอกทุกมุมก็ตามไปพร้อมๆ กันเลย
สำหรับจุดเด่นคร่าวๆ ของ Paradise Koh Yao ก็ตามนี้เลยครับ
  • เป็นรีสอร์ทบนเกาะยาวน้อยที่ออกแบบได้อย่างสวยงาม มีห้องพักทั้งหมด 5 แบบ ตั้งแต่ห้องที่ราคาประมาณ 3,000 -4,000 บาท/คืน จนไปถึงห้องสุดพรีเมี่ยมที่ราคาเกินกว่า 10,000 บาท/คืน
  • ห้องพักทั้ง 5 แบบ ต่างก็เน้นโทนสีฟ้าน้ำทะเลที่ดูแล้วสบายตา ขนาดห้องกว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยห้องบางประเภทจะเป็น Garden View ส่วนห้องบางประเภทจะเป็น Sea View นะครับ
  • ห้องพักบางประเภทจะอยู่บนพื้นที่ที่เป็นเนินเขา ดังนั้นใครที่มีปัญหาในการเดินขึ้นบันไดควรต้องสอบถามทางรีสอร์ทให้ละเอียดก่อนนะครับว่าห้องพักนั้นต้องเดินขึ้นหรือไม่ เพราะถึงแม้เค้าจะมีรถกอล์ฟที่รับส่งเราได้แต่ว่าบางจุดเราก็ต้องเดินขึ้นลงบันไดต่อเองอยู่ดีครับ
  • รีสอร์ทมีหาดส่วนตัว แม้ทรายจะไม่ขาวละเอียด น้ำทะเลจะใสไม่สู้สิมิลันหรือหลีเป๊ะ แต่สิ่งที่เกาะแห่งนี้เหนือกว่าก็คือความสงบเงียบ และไม่วุ่นวาย นอกจากนี้ Paradise Koh Yao ยังเป็นรีสอร์ทที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ทางเหนือของเกาะ และไม่ใช้พื้นที่ร่วมกับรีสอร์ทอื่นๆ เลย
  • กิจกรรมภายในรีสอร์ทมีให้เลือกทำมากมายทั้งพายคายัค, เดินป่า, ดำน้ำ, สปา, ว่ายน้ำ, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, โยคะ จนไปถึงการออกไปเที่ยวเกาะต่างๆ หรือการไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่บนเกาะยาวน้อย เรียกว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ครบครันทุกรูปแบบจริงๆ
  • อาหารในรีสอร์ทนั้นจะไม่มีส่วนประกอบของหมูเลย ยกเว้นอย่างเดียวคือ เบคอน ที่อยู่ในไลน์อาหารเช้าครับ ที่เหลือจะเป็นไก่ และซีฟู้ดทั้งหมด รสชาติอาหารรวมๆ อร่อยถูกปาก และอาหารทะเลอย่างกุ้ง กั้ง ปลาหมึก นั้นสดมา
  • พนักงานของรีสอร์ทบริการดี กระตือรื้อร้น ยิ้มแย้มและใส่ใจต่อคนที่มาพักมากๆ
  • การเดินทางไปรีสอร์ทไม่ลำบากมาก เพราะใช้เวลาในการนั่งเรือจากภูเก็ตมายังเกาะเพียงแค่ 50 นาที หรือถ้าหากมาจากกระบี่จะใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้นเท่านั้น
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
เอาล่ะครับ รับทราบภาพรวมคร่าวๆ กันไปแล้ว ทีนี้ตามไปอ่านรีวิวแบบเจาะละเอียด เจาะลึกสุดๆ แบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนได้เลย!!
เริ่มกันตั้งแต่ที่ตั้งของเกาะยาวน้อยกันก่อนเลยดีกว่า เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่นั้นเป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัดพังงา แต่ว่าในเรื่องของการเดินทางมายังเกาะแบบที่สะดวกสุดนั้นกลับต้องขึ้นเรือมาจากภูเก็ต หรือกระบี่แทนนะครับ โดยแต่ละรีสอร์ทต่างก็ใช้ท่าเรือที่ต่างกันออกไป อย่าง Paradise Koh Yao ก็ใช้ท่าเรือของ Yacht Heaven Club ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตประมาณ 15 นาทีเท่านั้น และผมแนะนำเลยว่าสำหรับคนที่บินมาลงภูเก็ตนั้นควรที่จะเลือกไฟล์ทที่มาถึงภูเก็ตประมาณ 9.30-10.00 น. เพราะเราจะสามารถไปขึ้นเรือที่ Yacht Heaven Club ตอน 11.00 น. ได้อย่างสบายๆ ครับ โดยตัวผมเองนั้นเลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชียไฟล์ท FD 3037 ที่ไปถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ตตอน 9.20 ครับ
หลังจากเรือ Speed Boat ออกจากท่า เราก็นั่งเรือชิวๆ ประมาณ 50 นาทีก็ถึงที่ Paradise Koh Yao โดยที่นี่จะมีท่าเรือส่วนตัวที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร รวมทั้งหาดทรายด้วย ดังนั้นบอกเลยว่าเราจะรู้สึกถึงการได้มาพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวอย่างแน่นอน
หลังจากที่เราทำการ Check in เสร็จแล้วเราก็จะได้ Key Card, แผนที่ภายในรีสอร์ท แล้วก็จดหมายเก๋ๆ จากทางรีสอร์ทครับ
ทีนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับห้องพักแต่ละประเภทของที่นี่กันดีกว่า เราจะได้ตัดสินใจถูกว่าห้องประเภทไหนที่เหมาะกับเราที่สุด โดยห้องพักที่นี่จะมีทั้งหมด 5 แบบตามนี้ครับ
  1. Superior Studio (54 ตร.ม. / Garden View)
  2. Jacuzzi Studio (56 ตร.ม. / Garden View)
  3. Plunge Pool Deluxe Studio (62 ตร.ม. / Sea View)
  4. Pool Villa (91 ตร.ม. / Sea View)
  5. Hilltop Pool Villa (390 ตร.ม. / Sea View)
มาเริ่มกันที่ห้อง “Superior Studio” กันดีกว่า ด้วยขนาดพื้นที่ของห้องมีมากถึง 54 ตร.ม. ทำให้ห้องนี้เป็นห้อง Superior ที่กว้างมากๆ ห้องนึงเลยครับ โดยภายในห้องจะมีห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกแห้งชัดเจน, มีห้องแต่งตัว แล้วก็ชิงช้ากับเก้าอี้เอาไว้เราชมวิวสวยๆ ด้วยครับ
สำหรับจุดเด่นที่ผมชอบมากๆ ในห้องพักของ Paradise Koh Yao ทุกห้องเลยก็คือ เค้าจะออกแบบห้องน้ำมาได้สวยงามและกว้างมาก รวมถึงเป็นห้องน้ำแบบ Open ทั้งหมดเพื่อให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งแต่ละห้องจะมีความ Open มากน้อยแตกต่างกันไป อย่างห้อง Superior นี้คือเราสามารถเปิดประตูเพื่อยืนอาบน้ำให้คนที่นั่งเล่นที่ชิงช้าเห็นได้อย่างเต็มตาเลยครับ ><
นอกจากนี้การออกแบบในห้องน้ำยังเก๋สุดๆ ด้วยการเอาไม้และภาชนะที่รูปทรงคล้ายกับโอ่งมาวางไว้ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต ได้ใช้ชีวิตที่สัมผัสธรรมชาติมากขึ้นด้วยครับ
ส่วนเรื่องอุปกรณ์ในการอาบน้ำต่างๆ เค้าก็ให้มาครบครันดีครับ ขวดใหญ่ใช้ได้ แถมยังมีแปรงสีฟันพร้อมยาสีฟันให้ด้วย
อ้อ…..ที่หน้าห้องพักทุกห้องเค้าจะมีอ่างเล็กๆ เพื่อใส่น้ำล้างเท้าด้วยนะครับ เผื่อใครไปเดินลุยทรายมาจะได้ล้างให้เรียบร้อยก่อนเดินเข้าห้อง ^^
ไปดูห้องประเภทที่ 2 กันดีกว่ากับห้องที่ชื่อว่า “Jacuzzi Studio” โดยห้องนี้เป็นห้องที่ผมนอน สำหรับส่วนที่ต่างจากห้อง Superior หลักๆ ก็คือ ห้องน้ำของ Jacuzzi Studio นั้นจะใหญ่กว่า เพราะมีอ่างจากุชชี่ในห้อง และจะไปลดพื้นที่ในส่วนนั่งเล่นลงไปเล็กน้อยแทน
สำหรับห้องพักของ Paradise Koh Yao แทบทุกประเภทนั้นจะมีให้เราเลือกทั้งแบบที่เป็น King Size แล้วก็ Twin Bed นะครับ โดยรูปแบบการวาง lay out ห้องทั้ง 2 แบบนั้นจะแตกต่างกันเลย ห้องที่เป็น King Size จะวางเตียงไว้กลางห้อง ส่วนแบบ Twin Bed จะวางเตียงไว้ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งและจะมีเตียง 2 เตียง เป็นเตียงเล็กเตียงนึงแล้วก็เตียงใหญ่อีกเตียงนึง ใครชอบรูปแบบไหนก็บอกทางรีสอร์ทให้เรียบร้อยนะครับ
ผมให้ดูบรรยากาศในห้อง Jacuzzi Studio แบบ Twin Bed ที่ผมพักอีกหน่อยนะครับว่าบรรยากาศรวมๆ เป็นอย่างไรบ้าง โดยสิ่งที่ผมประทับใจมากๆ คือนอกจากจะมีน้ำเปล่า 4 ขวด และผลไม้ให้เราทานในห้องฟรีๆ แล้วก็คือเจ้ากระดาษ A4 ที่ทางรีสอร์ทวางไว้บนเตียงเรานี่แหละครับ โดยกระดาษแผ่นนี้จะบอกข้อมูลสภาพอากาศในวันถัดไป รวมไปถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ซึ่งเค้าจะเอามาวางไว้บนเตียงเราทุกวัน มันเป็นอะไรที่ดีมากสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปอย่างผม และผมยังไม่เคยเจอโรงแรมหรือรีสอร์ทไหนทำแบบนี้ให้มาก่อนเลยครับ
ต่อกันด้วยห้องแบบที่ 3 ห้องที่ผมชอบที่สุดในบรรดาห้องทั้ง 5 แบบ นั่นก็คือ “Plunge Pool Deluxe Studio” ที่มีจุดเด่นตรงมี Pool ส่วนตัว วิวสวยๆ แบบนี้อยู่ในห้องของเรา บอกเลยว่าเป็นห้องที่คุ้มและวิวฟินเฟร่อออออ ส่วนพวกเตียง ห้องน้ำ และก็อุปกรณ์ต่างๆ ในห้องก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากห้องที่ผ่านๆ มาเท่าไหร่ครับ
ห้องนี้ผมบอกเลยว่าเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนหรือมาเติมความหวานกันมากๆ เพราะว่าวิวสวย เป็นส่วนตัวสุดๆ อยากจะทำอะไรก็ได้เลยครับ
ต่อกันที่ห้องประเภทที่ 4 “Pool Villa” ห้องนี้จะเป็นห้องที่อยู่ติดกับชายหาดมากที่สุด และก็มีสระว่ายน้ำเล็กๆ อยู่ในบริเวณบ้านเราด้วย ห้องนี้เป็นห้องที่ผมคิดว่าเหมาะมากสำหรับคนที่มีเด็กเล็กๆ มาด้วย เพราะเค้าจะสามารถเล่นน้ำลัลล้าได้ทั้งวันโดยที่ยังอยู่ในสายตาของเราตลอดเวลาครับ
ห้องประเภทนี้จะเป็นบ้านหลังเดี่ยวๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร อยู่ใกล้กับชายหาดเพียงแค่เดินไม่กี่ก้าวถึง แต่ก็เป็นส่วนตัวด้วยแนวต้นไม้ที่พรางสายตาเอาไว้ครับ
ปิดท้ายกันที่ห้องสุดหรู ที่ทั้งรีสอร์ทมีอยู่เพียงห้องเดียวเท่านั้น กับ “Top Hill” ห้องที่มีขนาดใหญ่สุดถึง 390 ตร.ม. วิวดีสุด มีสระว่ายน้ำส่วนตัว, ครัว, ห้องนั่งเล่น, ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่สุด เรียกได้ว่าที่สุดของรีสอร์ทแห่งนี้คือห้องนี้เท่านั้น เหมาะมากๆ สำหรับครอบครัวหรือคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะคุณจะเหมือนตัดขาดไปอยู่ในโลกส่วนตัวพร้อมกับได้ชมวิวสวยๆ ตลอด 24 ชั่วโมงเลย
เอาล่ะ ชมห้องประเภทต่างๆ ไปครบแล้ว ตอนนี้หลายๆ คนก็คงจะมีห้องที่ชอบอยู่ในใจแล้วใช่มั้ยครับ แต่ก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่าแล้วกิจกรรมอื่นๆ และความสวยงามต่างๆ นอกเหนือจากห้องพักจะเป็นอย่างไรใช่มั้ยครับ งั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าโดยเริ่มจากสระว่ายน้ำและสปาซึ่งเป็นพื้นฐานของรีสอร์ทหลายๆ ที่
สระว่ายน้ำของที่นี่ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมาก แต่รูปร่างและบรรยากาศสวยดี หลายๆ คนที่ไม่ชอบเล่นน้ำทะเลคงจะสนุกสนานในสระแห่งนี้ ส่วนสปาที่อยู่ใกล้ๆ กันนั้นก็สะอาดสะอ้าน มีการแยกห้องแต่งตัวหญิงชายอย่างชัดเจนครับ
นอกจากสระว่ายน้ำ สปาแล้วกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนในรีสอร์ทแห่งนี้ก็มีโยคะ, ปั่นจักรยาน, พายคายัค, วอลเล่ย์บอล, แบดมินตัน จนไปถึงการปลูกต้นไม้ของคู่รักที่มาจัดงานแต่งงานกันที่นี่ ซึ่งสนามวอลเล่ย์บอลกับแบดมินตันนั้นวิวสวยมาก ส่วนจำนวนต้นไม้ที่คู่รักได้มาปลูกไว้ก็มีมากมายหลายสิบต้นเลย เห็นแล้วก็ชื่นใจสุดๆ
ส่วนใครที่ไม่ใช่สายออกกำลังกายก็นี่เลย เก้าอี้เก๋ๆ กับชิงช้าชิคๆ พร้อมกับเครื่องดื่มหลากหลายประเภทที่พร้อมให้บริการคุณที่ริมหาด และเพื่อความประหยัดเงินในกระเป๋าผมแนะนำเลยว่าอย่าลืมถามพนักงานด้วยว่า Happy Hour คือช่วงเวลากี่โมงครับ เพราะการได้จิบเครื่องดื่มอร่อยๆ พร้อมมองพระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้าเป็นอะไรที่ดีต่อใจสุดๆ ><
ส่วนใครที่ขยันตื่นหน่อย ผมแนะนำให้รีบตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตามเวลาที่กระดาษในห้องเราเขียนบอกเลย เพราะถ้าฟ้าไม่ใจร้ายเกินไป คุณจะเห็นวิวสวยๆ ที่คุ้มและทำให้จิตใจสดชื่นตลอดวันเลย ^^
อ้อ……จะให้ดีตื่นก่อนเวลาที่เค้าบอกในกระดาษซัก 10 นาทีนะครับจะได้ไม่พลาด ส่วนวิวที่เด็ดๆ ก็ตรงแถวทางขึ้น Hill Top เลย รับรองถ้าฟ้าไม่แกล้งเรา เราจะได้รูปสวยๆ มาอวดเพื่อนอย่างแน่นอน
หลังจากดูพระอาทิตย์เสร็จแล้ว ผมอยากให้ทุกคนแว้บลงมาแถวชายหาดต่อนะครับ เพราะช่วงเช้าๆ นี่นกแก๊กซึ่งเป็นสายพันธ์ของนกเงือกชนิดหนึ่งจะบินโฉบเฉี่ยวหัวเรากันอย่างขวักไขว่เลยครับ ใครไม่เคยเห็นแบบใกล้ๆ มาก่อน ลงมายืนรอดูได้เลยครับ
อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็คงคิดว่ากิจกรรมที่รีสอร์ทแห่งนี้คงจะหมดแล้วใช่มั้ยล่ะครับ แต่ผมขอบอกเลยว่ายังครับ!! ยังเหลือสิ่งที่น่าสนใจอีกเยอะเลย แต่ก่อนที่จะไปลุยกันต่อผมขอพาทุกคนไปเติมพลังด้วยอาหารเช้ากันก่อนดีกว่า
อาหารเช้าของที่นี่นั่นจะมีไลน์อาหารที่เรียกว่ากำลังพอเหมาะพอเจาะ ไม่น้อยจนเห็นแล้วเซ็งและก็ไม่มากเกินไปจนไม่รู้จะเลือกกินอะไรดี  โดยประเภทอาหารของที่นี่ก็มีทั้งข้าว, เบคอน, ไส้กรอก, Egg Station, สลัด, เบเกอรี่, Cold cut, ซีเรียล, ขนมไทย จนไปถึงผลไม้ ซึ่งสิ่งที่ผมชอบที่สุดก็คือพวกขนมไทยอย่างข้าวต้มมัด, ขนมใส่ไส้, ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ที่เห็นแว้บแรกก็ชอบเลย ส่วนอีกอย่างที่ประทับใจก็คือเมนูข้าวประจำวันที่วันแรกเป็นข้าวยำ ส่วนอีกวันเป็นข้าวหมกไก่ ทั้งสองจานเป็นอะไรที่ถูกปากผมมากครับ
อ้อ….แล้วก็อย่าลืมนะครับ อาหารบนเกาะนี้นอกจากเบคอนแล้วที่เหลือไม่มีส่วนประกอบของหมูเลยนะครับ ส่วนข้าวนั้นทางรีสอร์ทจะเลือกใช้ข้าวอ่อนไร่ดอกข่าที่ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ กลิ่นหอม นุ่มกำลังดี ส่วนเมนูขนมหวานที่ห้ามพลาด เห็นแล้วต้องรีบวิ่งเข้าไปชิมก็คือบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อนซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเกาะยาวน้อยครับ
เติมพลังกันแล้วทีนี้ผมจะพาทุกคนไปสำรวจรอบๆ เกาะยาวน้อยกันดีกว่า โดยกิจกรรมเหล่านี้เราสามารถให้ทางรีสอร์ทจัดให้เราได้ ซึ่งบางอย่างจะมีค่าใช้จ่าย และบางอย่างก็รวมอยู่ใน Package ในการเข้าพักไว้เรียบร้อยแล้ว ใครสนใจหรือสงสัยยังไงก็ลองสอบถามดูก่อนที่จะเข้าพักนะครับ
เริ่มกันที่การนั่งเรือไปชมสันหลังมังกรหรือทะเลแหวก ซึ่งเราจะเห็นแหวกมากหรือน้อยก็แล้วแต่วัน โดยทางคนเรือจะเป็นผู้รู้ดีที่สุด สำหรับวันที่ผมไปนั้นจะเป็นช่วงที่แหวกกลางๆ ครับ
ต่อกันด้วยการนั่งเรือไปชมลากูน แล้วก็ขึ้นฝั่งไปเทียบท่าเพื่อไปดูต้นไม้ยักษ์ขนาดหลายสิบคนโอบ โดยการดูต้นไม้ยักษ์นั้นเราสามารถเดินป่ามาจากรีสอร์ทได้เลย ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร แต่ถ้าเรานั่งเรือมาเทียบท่าอีกฝั่งก็จะเดินแค่ 200 เมตรเท่านั้น
สำหรับใครที่ชอบเดินป่าก็แนะนำเลยว่าควรเดินมาจากรีสอร์ทเลย แต่ว่าเส้นทางนี้เค้าจะเปิดแค่บางฤดูกาลเท่านั้นเพราะบางช่วงเส้นทางจะอันตรายไปครับ
เดินชมธรรมชาติเสร็จแล้ว ทีนี้เราแวะไปเล่นน้ำ นอนเล่น กินข้าวชิวๆ กันที่เกาะผักเบี้ยกันดีกว่า แต่ที่เกาะแห่งนี้เราต้องระวังตัวและของกินจากลิงป่าด้วยนะครับ ผมกับเพื่อนๆ โดนมาแล้ว มันไม่กลัวคน เข้ามาฉกของดื้อๆ เลย T___T
สำหรับใครที่ไม่ชอบตากแดด ไม่ชอบเล่นน้ำ แต่ชอบสัมผัสวิถีชุมชนและการอยู่อย่างพอเพียง ผมขอแนะนำนี่เลย city tour เกาะยาวน้อย ชมบ้านพิพิธภัณฑ์ เกาะยาว รวมไปถึงเดินตลาดกินของอร่อยๆ
อ้อ….เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่บนเกาะยาวน้อยเป็นชาวมุสลิม ดังนั้นเราควรแต่งกายให้มิดชิดด้วยนะครับ ไม่ควรใส่เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้นไปเดินนะ เดี๋ยวมันจะดูไม่ดี ^^
และทั้งหมดนี้ก็คือประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปพักที่ Paradise Koh Yao ในระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2560 และสุดท้ายนี้ผมขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นเรื่องๆ ตามนี้นะครับ
การออกแบบ : ผมชอบการออกแบบของรีสอร์ทแห่งนี้นะครับ แม้บริเวณส่วนกลางจะไม่ได้สวยหรูมาก แต่ก็ดูเรียบง่าย กลมกลืนกับธรรมชาติดี ส่วนภายในห้องทั้ง 5 แบบ ต่างก็ออกแบบมาได้ดีสวยงาม กลมกลืนไปใน mood and tone เดียวกัน เฟอร์นิเจอร์อย่างตู้ โต๊ะก็ออกแบบได้มีสไตล์มาก
ความสะอาด : สะอาดในทุกๆ บริเวณทั้งพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอน โดยเฉพาะภานในห้องนอนที่ดูแล้วสบายตา น่านอนมาก
สิ่งอำนวยความสะดวก : มีมาให้ครบครันเลย อุปกรณ์อาบน้ำก็มีมาให้ครบๆ แถมให้เยอะด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีชุดแปรงสีฟันและยาสีฟันให้สำหรับคนที่ขี้ลืมด้วย ส่วนเรื่องสัญญาณ Wifi นั้นก็ดีเช่นเดียวกัน เร็ว สามารถใช้งานได้เรื่อยๆ เสถียร ไม่มีหลุด และสามารถใช้งานได้พร้อมกันถึง 4 เครื่อง
การเดินทาง : ด้วยความเป็นรีสอร์ทบนเกาะที่คนยังไม่รู้จักมากนัก ดังนั้นเราต้องทำใจในเรื่องนี้หน่อยว่าการเดินทางอาจจะลำบากนิดนึง โดยเราต้องเช็ครอบเรือไปกลับให้ดีว่ามีรอบไหนบ้าง เดี๋ยวจะพลาดตกเรือเอา ส่วนระยะเวลาบนเรือและความสะดวกสบายนั้นถือว่าไม่ลำบากมาก เรือดี ใช้เวลาเดินทางราวๆ 50 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญคนไม่เยอะ ไม่วุ่นวายดี และการเดินทางจากท่าเรือ Yacht Heaven Club ไปสนามบินก็ใกล้มาก เพียงแค่ 15 นาทีก็ถึงแล้วครับ
การนอนหลับพักผ่อน : หลับสบาย เตียง หมอน ผ้าห่มนุ่ม ส่วนแอร์ก็เย็นสบาย ไม่มีปัญหาอะไร แถมน้ำในห้องน้ำก็ไหลแรงด้วย ชอบมากๆ เลย
การบริการของพนักงาน : บริการดี เอาใจใส่ดีมาก ข้อนี้ประทับใจสุดๆ
อาหารเช้า : ไลน์อาหารพอเหมาะพอเจาะ ไม่น้อยไม่มากเกินไป อาหารดี รสชาติถูกปาก
อาหารมื้ออื่นๆ : จากที่ผมได้มีโอกาสทานอาหารอีก 4-5 มื้อภายในรีสอร์ทนี้ ต้องบอกเลยว่ารสชาติดีมากครับ โดยเฉพาะอาหารทะเล สดใหม่มาก ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าอยู่ที่นี่แล้วอาหารจะไม่ถูกปากเลย ^^
สรุป : แม้เกาะยาวน้อย จ.พังงา จะไม่ใช่เกาะที่น้ำใส ทรายสวยเนียนละเอียดเหมือนเกาะดังๆ ทางฝั่งอันดามัน แต่ด้วยความที่ยังมีความเป็นธรรมชาติสูง ประกอบการออกแบบห้องที่ดีของ Paradise Koh Yao, การบริการที่ดีของพนักงาน และกิจกรรมที่มีให้เราเลือกทำมากมาย ผมเลยขอสรุปว่ารีสอร์ทแห่งนี้เหมาะกับคู่รักที่ต้องการฮันนีมูน หรือต้องการเติมความหวานให้กับชีวิตอย่างเงียบๆ แบบที่ไม่ต้องการยุ่งกับแสงสี รวมไปถึงครอบครัวที่อยากจะมาพักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติ โดยที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยังมีครบครัน แต่ไม่ถูกรบกวนจากทัวร์หรือผู้คนจำนวนมากครับ ส่วนใครที่อยากหาที่พักเก๋ๆ ฮิปๆ แสงสีครบถ้วน หรืออยากสัมผัสกับทะเลใสๆ ทรายนุ่มๆ ละเอียดเหมือนคอฟฟี่เมต ที่รีสอร์ทแห่งนี้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ครับ ^^
สำหรับใครที่สนใจไปพักผ่อนที่รีสอร์ทแห่งนี้ก็ลองสอบถามข้อมูลต่างๆ กับทางรีสอร์ทได้เลยครับ ซึ่งผมแอบกระซิบนิดนึงว่าช่วง low season นั้นราคาห้องพักของที่นี่จะถูกกว่าปกติเยอะมาก เยอะจนผมเองยังตกใจกับราคาเลย ><
ส่วนใครที่ไม่ชอบห้องพักสไตล์นี้ ผมอยากบอกว่าที่ข้างๆ Paradise Koh Yao นั้น มีรีสอร์ทอีกแห่งของ SERENATA ที่ชื่อว่า TreeHouse Villas ซึ่งเป็นรีสอร์ทแนววิลล่า 2 ชั้นที่สวยหรู และดูกลมกลืมกับธรรมชาติมากๆ ให้บริการอยู่ด้วยครับ ใครที่สนใจอยากจะอ่านรีวิวของ TreeHouse Villas ก็คลิกที่นี่ได้เลยครับ มันเป็นรีสอร์ทที่ผมว่าสวยและเก๋มากๆ เลยครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจ สามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ และสำหรับท่านที่อยากจะได้ข้อมูลของรีสอร์ทแห่งนี้เพิ่มเติม หรืออยากจะจองที่พักราคาพิเศษสามารถเข้าไปดูข้อมูลตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
Facebook : Paradise Koh Yao
เช็คราคาและจองที่พักผ่าน agoda.com
เช็คราคาและจองที่พักผ่าน booking.com
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like