สำหรับคนที่ต้องไปทานอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมบ่อยๆ แล้ว มันจะมีอยู่อย่างนึงที่รู้สึกขึ้นมาในบ้างครั้งว่า เฮ้อ…….ประเภทอาหารแบบนี้อีกแล้ว มันไม่มีอะไรที่แตกต่างจากที่อื่นเลยเหรอ อยากเจออยากจะลองเมนูแปลกๆ กว่านี้บ้าง เอาไม่ต้องเด็ดหรือหรูมากก็ได้ แต่ขอแบบเห็นแล้วว้าว แตกต่าง ชวนให้อยากลองอะไรแบบนี้อ่ะ
.
.
.
และนั่นก็คือความรู้สึกของผมเวลาที่ได้มีโอกาสไปลองทานอาหารบุฟเฟ่ต์ไลน์ใหม่ๆ บางไลน์ครับ บอกตรงๆ ว่าบางทีอาหารเหล่านั้นมันสวย ดูดี คุณภาพดี รสชาติดีนะ แต่พอมันกินบ่อยๆ ซ้ำๆ เจอประเภทอาหารเดิมๆ ในรอบไม่กี่วัน ร่างกายมันก็เริ่มส่งเสียงว่าไม่อยากชิมแล้ว ดังนั้นเวลาที่ผมได้มีโอกาสไปเจอไลน์บุฟเฟ่ต์ไหนก็ตามที่มีการฉีกแปลกแหวกแนวด้วยการนำเสนอเมนูใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยมีที่ไหนมี หรือมีเมนูไฮไลท์พิเศษที่คิดค้นโดยเชฟของที่นั่นโดยเฉพาะ ผมจะรู้สึกว้าวมากๆ และยิ่งหากไลน์บุฟเฟ่ต์นั้นมีอาหารประเภทพื้นฐานที่ผมและคนส่วนใหญ่ชอบกินอย่างเช่น กุ้งแม่น้ำเผา, หอยนางรม รวมอยู่ด้วย ผมว่ามันยิ่งน่าสนใจและทำให้หลายๆ คนประทับใจเลยนะ
และวันนี้ผมก็ได้ไปเจอไลน์บุฟเฟ่ต์ไลน์นึงที่เข้าข่ายนี้มาครับ เป็นไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อเย็นไลน์ใหม่ของห้องอาหาร The SQUARE (เดอะ สแควร์) โรงแรม Novotel Bangkok Silom Road (โนโวเทล กรุงเทพ สีลม โรด) ที่นอกจากจะราคาไม่แรงแล้ว เค้ายังมีการหยิบเอา Street Food ที่น่ากินอย่างปิ้งย่างบาร์บีคิวซอสหม่าล่า, ขนมปังปิ้งไส้ทะลัก, ชานมไข่มุก มาผสมรวมกับอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นที่หากินได้ยากจากไลน์บุฟเฟ่ต์ทั่วไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นกุ้งแม่น้ำเผา, หอยนางรม, เมี่ยงคำ, ขนมจีนน้ำยาปู, ขนมจีนแกงเขียวหวาน, โรตี รวมไปถึงส้มตำครับ เป็นยังไงล่ะ…….อ่านมาถึงตรงนี้เริ่มรู้สึกว่ามันว้าว ยั่วน้ำลาย ชวนให้ลิ้มลองแล้วใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม รีบแต่งตัวหยิบกระเป๋าแล้วออกเดินทางสู่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สีลม โรดกันได้เลยครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับที่ตั้งของโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สีลม โรดนั้นจะตั้งอยู่ใกล้ๆ หัวมุมถนนสีลมบริเวณจุดที่ตัดกับถนนใต้ทางด่วนครับ โรงแรมจะอยู่ใกล้กับสี่แยกมากๆ ยังไงอย่าขับรถเร็วเกินไปแล้วก็สังเกตให้ดีๆ นะครับ เดี๋ยวจะเลี้ยวเข้าโรงแรมไม่ทัน ส่วนที่จอดรถของที่นี่จะเป็นลานว่างๆ ด้านข้างโรงแรมที่อยู่ตรงหัวมุมถนนนั่นแหละครับ หน้าตาของมันจะตามรูปด้านล่างนี้เลย เห็นปั๊บก็เลี้ยวเข้าไปจอดได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะผิดที่ครับ
โดยใครที่ขับรถมาและมีการประทับตราจากห้องอาหารจะสามารถจอดรถที่นี่ได้ฟรี 6 ชั่วโมงครับ แต่หากใครจอดรถนานกว่านั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายชั่วโมงละ 50 บาท ส่วนพื้นที่ในการจอดของเค้านั้นผมว่าน่าจะสามารถจอดได้ประมาณ 30-40 คันครับ
และสำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้านั้น ผมแนะนำว่าให้ไปลงที่สถานี BTS สะพานตากสินนะครับ สถานีนี้จะอยู่ใกล้ที่สุดแล้ว โดยจากสถานีเราจะต้องเดินเท้าต่อไปโรงแรมอีกประมาณ 700-800 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีได้ แต่ถ้าใครไม่สะดวกเดินก็อาจจะต้องใช้บริการมอเตอร์ไซด์รับจ้างเอา ค่าบริการประมาณ 20 บาทครับ ^^
หลังจากที่เรามาถึงที่หน้าโรงแรมแล้วก็ให้เรากดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้น 6 ได้เลย พอออกจากลิฟท์เราก็จะเจอกับห้องอาหาร The SQUARE อยู่ตรงหน้าพอดี โดยห้องอาหารนี้จะเป็นห้องอาหารที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สามารถจุคนได้ประมาณ 120 – 130 คน ผนังด้านนึงเป็นกระจกใสทำให้มองดูแล้วไม่ค่อยอึดอัด ส่วนโต๊ะที่มีให้บริการนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบครับ โต๊ะกลม, โซฟา, โต๊ะสี่เหลี่ยม, โต๊ะติดกระจก ใครที่ชอบโต๊ะไหนเป็นพิเศษก็ลองแจ้งทางพนักงานดูนะครับ
ส่วนนี่เป็นรายละเอียดและราคาของบุฟเฟ่ต์ไลน์นี้ครับ ยังไงลองอ่านกันดูก่อนนะว่าโดนใจกับเรามั้ย
ชื่อธีม : Prawns on Fire
ห้องอาหาร : The SQUARE ชั้น 6 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สีลม โรด (Novotel Bangkok Silom Road)
วันที่เปิดบริการ : วันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ (ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563)
เวลาที่เปิดบริการ : 18.00 น. – 22.00 น.
ราคาปกติสำหรับผู้ใหญ่ : 1,499 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่ม)
ราคาปกติสำหรับเด็ก : อายุไม่เกิน 7 ปี ทานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย, อายุ 7-12 ปี ราคา 350 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่ม)
ราคาพิเศษเมื่อจองผ่านลิงก์ : พิเศษ!! สำหรับผู้ใหญ่ทุกท่านที่ทำการจองผ่านลิงค์นี้ http://bit.ly/2FWTxkP และใส่ code “AM700” ในตอนจอง รับสิทธิ์ในการทานไลน์บุฟเฟ่ต์ไลน์นี้ได้เลยในราคาเพียง 700 บาท/คน net เท่านั้น (รวมเครื่องดื่ม) และสำหรับใครที่เป็นสมาชิกแอคคอร์พลัสด้วย ก็สามารถเลือก option รับส่วนลด on top เพิ่มอีก 10% จากราคาจองออนไลน์ เหลือเพียงคนละ 675 บาทเท่านั้นครับ!!
และนี่เป็นประเภทอาหารทั้งหมดที่เค้ามีให้บริการครับ โดยในความเห็นผมนั้นไลน์บุฟเฟ่ต์นี้จะสามารถแบ่งประเภทอาหารออกได้เป็นทั้งหมด 6 หมวดด้วยกัน ได้แก่
หมวดที่ 1 : Seafood on ice
หมวดที่ 2 : อาหารประเภทปิ้งย่าง
หมวดที่ 3 : อาหารนานาชาติ
หมวดที่ 4 : สลัดและขนมปัง
หมวดที่ 5 : อาหารจานร้อนและอาหารอื่นๆ
หมวดที่ 6 : ขนมหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม
เรามาเริ่มไปทีละหมวดนะครับ เริ่มจาก “Seafood on ice” หมวดนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในหมวดไฮไลท์ของเค้าเลย เค้าทำออกมาได้ดีในช่วงราคาประมาณนี้ครับ โดยประเภทอาหาร Seafood on ice ที่เค้ามีให้บริการในไลน์นี้ก็จะประกอบไปด้วยหอยนางรม, กุ้งแม่น้ำ, กุ้งแดง, หอยแมลงภู่ และหอยหมาก
ในเรื่องความสดและขนาดของอาหารหมวดนี้ผมว่าเค้าทำได้เหมาะสมกับราคาครับ ความสดส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี หอยนางรม และหอยต่างๆ สอบผ่าน แต่ในส่วนของกุ้งทั้งกุ้งแดงและกุ้งแม่น้ำนั้นจะมีบางตัวที่ผมว่าความสดตกไปหน่อย ซึ่งเรื่องนี้ผมได้มีบอกให้ทางโรงแรมตรวจเช็คให้ดีขึ้นแล้ว และคิดว่าในอนาคตปัญหาเหล่านี้น่าจะลดน้อยลงครับ
หมวดที่สอง “อาหารประเภทปิ้งย่าง” หมวดนี้เป็นหมวดที่ผมกับต๋งชอบมากๆ เลยครับ เพราะนอกจากเค้าจะมีการย่างกุ้งแม่น้ำให้เรากินได้ไม่อั้นแล้ว เค้ายังมีบาร์บีคิวซอสหม่าล่าให้เราทานด้วย ซึ่งอย่างหลังนี่มันเด็ดมาก มีให้เลือกทานหลายแบบเลย ไม่ว่าจะเป็นเบคอนพันเห็ดเข็มทอง, ไส้กรอก, หมู, ไก่,ปูอัด, เห็ด, ข้าวโพดอ่อน ใครอยากทานอะไรสามารถบอกพนักงานได้ เดี๋ยวเค้าจัดการย่างให้ และสำหรับใครที่ทานเผ็ดไม่ค่อยเก่งหรือไม่ชอบทานหม่าล่าซักเท่าไหร่ก็ควรต้องบอกพนักงานไว้ด้วยนะครับ เพราะซอสหม่าล่าที่เค้าใส่มาให้นั้นมันเผ็ดจัดจ้านระดับนึงเลย แต่ถ้าใครชอบทานสไตล์นี้อยู่แล้วจัดมาให้เต็มที่เลยครับ มันอร่อยโดนใจมาก โดยเฉพาะเบคอนพันเห็ดเข็มทองนี่ต๋งชอบกินมาก ซัดไปหลายไม้เลย ><
ส่วนกุ้งแม่น้ำเผานั้น โดยรวมถือว่าสอบผ่านครับ ขนาดกุ้งกลางๆ แล้วก็ความสดโดยรวมดี โดยจะมีแค่รอบแรกเท่านั้นที่ผมไปหยิบมาทานแล้วรู้สึกว่าความสดมันไม่ได้ แต่พอย้อนกลับไปหยิบรอบสองรอบสามความสดต่างๆ ดีขึ้นมาก ทานแล้วเพลินเลย
อ้อ…..สำหรับโซนที่เป็นกุ้งแม่น้ำเผากับบาร์บีคิวซอสหม่าล่านี้ หากวันไหนที่มีลูกค้าไปใช้บริการเยอะๆ มันก็อาจจะต้องใช้เวลาในการรอคิวนานหน่อยนะครับ เพราะของพวกนี้มันต้องใช้เวลาในการย่างพอควร แถมพื้นที่เตามันยังจำกัดด้วยครับ
หมวดที่สาม “อาหารนานาชาติ” หมวดนี้จะประกอบไปด้วยอาหาร 2 สัญชาติครับ คือ ญี่ปุ่นกับอิตาลี ในส่วนของญี่ปุ่นนั้นจะมีซูชิ, ซาชิมิ และข้าวหน้าเนื้อไข่ลาวาให้ทาน โดยทางเชฟเค้าจะมีการหั่นซาชิมิเป็นจานๆ ไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว ในจานจะประกอบไปด้วยแซลมอน, ซาบะ และไข่หวานครับ คุณภาพกับรสชาติอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นมาก ส่วนซูชินั้นจะมีให้เลือกทานประมาณ 4-5 หน้า คุณภาพกับรสชาติก็กลางๆ เช่นเดียวกัน แต่ด้วยความที่มันมีหน้าแซลมอนเบิร์นด้วย ผมก็เลยแอบเทใจให้เล็กๆ ครับ ><
นี่เป็นส่วนของข้าวหน้าเนื้อไข่ลาวาหรือกิวด้งครับ มันจะอยู่เยื้องๆ กับซุ้มซูชิซาชิมิเมื่อกี้นี้ ใครอยากทานก็เดินไปสั่งได้เลย เชฟเค้าจะทำใหม่แบบจานต่อจาน แล้วก็สำหรับใครที่ไม่ต้องการทานข้าวก็สามารถบอกเชฟได้ว่าขอเป็นเฉพาะในส่วนของเนื้อย่างเดียวก็ได้ เดี๋ยวทางเชฟเค้าทำให้ครับ
สำหรับรสชาติของกิวด้งนั้น ผมให้อยู่ในระดับกลางๆ ครับ มันยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมกับต๋งเป็นคนชอบทานข้าวหน้าเนื้อมาก ดังนั้นเราก็เลยเคยทานมาหลายแบรนด์มากๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งก็ว่ากันตรงๆ รสชาติกับคุณภาพของกิวด้งในบุฟเฟ่ต์ไลน์นี้มันยังสู้กับร้านเฉพาะทางเหล่านั้นไม่ได้เลย แต่หากใครไม่ได้ซีเรียสมากหรืออยากทานอาหารประเภทนี้พอดีอยู่แล้วก็สามารถสั่งมาทานได้ครับ ขนาดชามไม่ได้ใหญ่มาก แล้วมันก็เป็นประเภทอาหารที่เราไม่ค่อยจะได้เจอในไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมเท่าไหร่ด้วยครับ
ส่วนอาหารอิตาลีนั้น ทางห้องอาหารเค้าจะมีเป็นพิซซ่าและพาสต้าครับ พิซซ่าลักษณะแป้งจะเป็นแบบบางกรอบ มี 2 หน้าให้เลือกและอบสดๆ ตรงนั้น รสชาติโดยรวมถือว่าดี ใครชอบทานพิซซ่าแป้งบางกรอบเดินไปหยิบมาทานซักชิ้นสองชิ้นได้เลย
ส่วนของพาสต้านั้นจะอยู่ใกล้ๆ กับตรงปิ้งย่างบาร์บีคิวซอสหม่าล่านะครับ มีเส้นกับน้ำซอสให้เลือกทาน 3-4 อย่าง โดยผมลองสั่งเป็นสปาเกตตี้คาโบนาร่ามาทาน รสชาติยังไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ครับ น้ำซอสไม่ครีมมันเท่าที่ควร ^^
หมวดที่สี่ “สลัดและขนมปัง” หมวดนี้น่าจะเป็นจุดด้อยของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้เลยครับ เพราะมีอาหารให้เลือกน้อยมาก โดยเฉพาะขนมปังที่มีให้เลือกเพียง 2 อย่าง แล้วก็เนยเค็มกับเนยจืด ส่วนสลัดนั้นดีขึ้นมาหน่อย มีให้เลือกทานเยอะขึ้นทั้งสลัดแบบสำเร็จรูปแล้วกับแบบที่เราต้องทำเอง รวมถึงมีน้ำสลัดให้เลือกทาน 4-5 อย่าง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับไลน์บุฟเฟ่ต์อื่นๆ แล้วก็ต้องถือว่ามีประเภทอาหารในหมวดนี้ให้เลือกน้อยกว่าเค้าครับ แถมพวก Cold cuts และชีสต่างๆ ก็ไม่มี ใครที่เน้นทานอาหารพวกนี้เป็นพิเศษก็อาจจะต้องคิดหน่อย แต่ถ้าเป็นแบบผมกับต๋งที่ไม่ค่อยเน้นอาหารเหล่านี้อยู่แล้ว ก็สบายๆ ไม่ติดอะไร ข้ามไปกินพวกเนื้อต่างๆ แทนครับ ><
หมวดที่ห้า อาหารจานร้อนและอาหารอื่นๆ” หมวดนี้เป็นอีกหนึ่งหมวดที่ผมว่าเค้าทำได้ดีครับ โดยเฉพาะในส่วนของอาหารอื่นๆ ที่ทางห้องอาหารมีการเอาอาหารไทยๆ ที่หลายคนคิดถึง หากินยาก มาวางไว้ให้เราทานได้ไม่อั้นในไลน์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเมี่ยงคำ, ขนมจีนน้ำยาพร้อมโรตี แล้วก็ส้มตำ โดยเฉพาะเมี่ยงคำนั้นเครื่องต่างๆ มาครบเลย ใครเห็นครั้งแรกเป็นต้องว้าว และจากที่ผมแอบสังเกตมา เกือบ 100% ของคนที่ได้ไปใช้บริการวันเดียวกับผมล้วนแต่สะดุดและก็หยิบเมนูนี้มาลองทานทั้งนั้นครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่ารสชาติกับเครื่องต่างๆ เค้าทำได้ดีเลยนะ ใครที่คิดถึงเมี่ยงคำและไม่รู้ว่าจะไปหาทานที่ไหนดี ไปที่นี่ได้เลย มีให้กินไม่อั้นครับ!!
ส่วนส้มตำกับขนมจีนนั้น อันนี้ผมได้ลองทานแค่ขนมจีนนะ เพราะผมเดินไปเดินมาแล้วลืม กลับบ้านมาแล้วค่อยนึกได้ว่ายังไม่ได้ชิมส้มตำเลย T_T
รสชาติของขนมจีนน้ำยาถือว่าดีครับ มีเครื่องเคียงต่างๆ มาให้ครบเหมือนกัน ส่วนน้ำยานั้นมีให้เลือก 2 อย่าง คือ แกงเขียวหวานไก่กับน้ำยาปู รสชาติโอเคทั้งคู่ แต่ถ้าให้เลือกที่ชอบจริงๆ ผมชอบแกงเขียวหวานไก่มากกว่าครับ ผมว่ามันเอามากินคู่กับโรตีแล้วเข้ากันกว่า และการที่มันมีโรตีให้กินคู่แบบนี้ด้วยมันเป็นอะไรที่ผมชอบมากๆ เลย เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมชอบกินโรตีกับแกงเขียวหวานมากๆ พอได้มาเจออาหารชนิดนี้ในไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรม บอกเลยว่าเอาคะแนนจากผมเพิ่มไปเลยคร้าบบบบ น้อยมากที่จะเจอจริงๆ
ส่วนประเภทอาหารจานร้อนนั้นเค้าจะมีให้บริการ 5-6 อย่างนะครับ และจะหมุนเวียนเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ โดยในวันที่ผมไปนั้นจะมีสตูว์หมู, ไก่เทอริยากิ, หมูสามชั้นทอดกรอบ, กระเพาะปลา, กุ้งนึ่งนมสด แล้วก็ปลากะพงนึ่งมะนาว รสชาติส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์กลางๆ แต่จะมีอยู่ 2 เมนูที่ผมทานแล้วประทับใจเป็นพิเศษก็คือกระเพาะปลากับสตูว์หมูครับ
หมวดที่หก ขนมหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม” ในส่วนของขนมหวานนั้นจะมีทั้งขนมหวานไทยและต่างประเทศเลย รวมๆ กันแล้วประมาณ 10 เมนูได้ รสชาติส่วนใหญ่กลางๆ แต่จะมีขนมเปียกปูนที่ผมกับต๋งทานแล้วรู้สึกว่าอร่อย โดดเด่นกว่าเพื่อนครับ ใครชอบทานขนมเปียกปูน ถ้าเจออย่าลืมตักมาลองชิมนะ
แล้วก็อีกหนึ่งเมนูของขนมหวานที่ผมว่าเค้าเลือกมานำเสนอได้น่าสนใจดีก็คือขนมปังปิ้งไส้ทะลักครับ โดยเค้าจะมีการจัดทำซุ้มขนมปังนี้เป็นซุ้มพิเศษบริเวณทางเข้าห้องอาหาร มีขนมปังให้เลือก 2 แบบ คือแบบแผ่นกับแบบก้อน แล้วก็มีไส้ให้เลือกทานหลายอย่างทั้งสังขยาเขียว, สังขยาส้ม, ครีมนม, ชีส และช็อคโกแลต บอกเลยว่าแว้บแรกที่ผมเดินเข้าห้องอาหารแล้วเห็นซุ้มนี้ ผมรู้สึกว้าวและประทับใจมากนะ ไม่คิดเลยว่าจะเจออาหารแบบนี้ในไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรม มันดูเซอไพรส์มากๆ ส่วนในเรื่องรสชาตินั้นโดยส่วนตัวผมยังไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ขนมปังมันหนาและขาดความหอมไปนิด และพอไส้ที่ใส่เข้าไปมันไม่เข้มข้นหรือมากพอ ก็เลยทำให้กินแล้วยังไม่ฟินเท่าที่ควร แต่อันนี้ก็ต้องเข้าใจครับ เพราะวันที่ผมไปลองทานนั้นถือเป็นวันแรกๆ เลยที่เค้าเปิดให้บริการจริง หลายอย่างมันยังไม่เข้าที่ และผมเองก็ได้ให้ฟีดแบคทางโรงแรมไปแล้ว คาดว่าหลังจากนี้หลายๆ อย่างน่าจะลงตัวมากขึ้น และรสชาติต่างๆ น่าจะถูกใจคนที่มาใช้บริการมากขึ้นครับ ยังไงถ้าได้มีโอกาสไปทานบุฟเฟ่ต์ไลน์นี้ ผมอยากให้ทุกคนเผื่อท้องไว้ชิมมันด้วยนะ เพราะน้อยมากจริงๆ ที่เราจะได้มีโอกาสทานเมนูแบบนี้ในไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมครับ
ส่วนผลไม้นั้นวันที่ผมไปจะมีทั้งหมด 3 อย่าง ได้แก่ มะละกอ, แคนตาลูป และแตงโม หน้าตาดูดี แต่รสชาติไม่ขอออกความเห็นนะครับ เพราะไม่ได้หยิบมาชิมเลย
ปิดท้ายกันที่ไอศกรีม อันนี้จะมีให้บริการเพียงรสเดียวเท่านั้น รสชาติกลางๆ ไม่ได้ประทับใจมาก ส่วนท็อปปิ้งถือว่ามีให้เลือกเยอะดี มีประมาณ 5-6 อย่าง ซึ่งจริงๆ ผมว่าถ้าเป็นไปได้ไหนๆ ก็มีท็อปปิ้งเยอะแบบนี้แล้ว หากเพิ่มไอกศรีมอีกรสชาติให้กลายเป็น 2 รส น่าจะทำให้หลายๆ คนประทับใจขึ้นครับ พอมีรสเดียวหากเจอรสที่ไม่ชอบมันก็จบเลย @_@
เอาล่ะ ดูไลน์อาหารไปครบทุกหมวดแล้ว คราวนี้เราไปดูเครื่องดื่มที่มีในไลน์บุฟเฟ่ต์นี้กันบ้างดีกว่าครับ โดยสำหรับทุกท่านที่ไปใช้บริการที่ไลน์บุฟเฟ่ต์นี้จะสามารถทานเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลม, น้ำเปล่า รวมถึงชา กาแฟได้ไม่อั้น และเครื่องดื่มต่างๆ เหล่านี้เราสามารถเดินไปกดเองได้ตลอดเวลาเลยครับ
และยิ่งไปกว่านั้นเค้ายังมีชานมไข่มุกให้บริการด้วย!!! โดยซุ้มชานมไข่มุกนี้จะอยู่ข้างๆ กับซุ้มขนมปังปิ้งไส้ทะลักด้านหน้าห้องอาหารเลย เค้าจะมีให้เลือกทาน 2 อย่าง คือชานมกับชาเขียว โดยชานมจะเป็นสไตล์ไทยๆ นะครับ ไม่ใช่ชานมไต้หวัน รสชาติของทั้งชานมและชาเขียวอยู่ระดับทั่วๆ ไป ไม่ได้อร่อยว้าวเหมือนกับร้านชานมแบรนด์ต่างๆ ส่วนเครื่องที่เราสามารถใส่เพิ่มได้นั้นก็จะมีไข่มุกสีดำ, ไข่มุกสีทอง แล้วก็เฉาก๊วยครับ
ใครที่ชอบทานชานมไข่มุก แล้วรู้สึกว่าไปทานบุฟเฟ่ต์โรงแรมแล้วขัดใจ ไม่มีชานมไข่มุกให้ทาน ไปทานบุฟเฟ่ต์ไลน์นี้น่าจะถูกใจพอควรครับ รสชาติแม้จะไม่ว้าวมาก แต่มันก็แปลกกว่าที่อื่นรวมถึงสามารถกินแก้ขัด กระตุ้นร่างกายให้กระชุ่มกระชวยได้อยู่น้า ><
ส่วนใครที่คิดว่าเครื่องดื่มที่มีให้ทานในไลน์บุฟเฟ่ต์ฟรีๆ นั้นยังไม่พอ ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมได้ครับ เค้าจะมีการตั้งซุ้มพิเศษไว้ตรงกลางห้องอาหารและมีหลายอย่างให้เลือกสั่งเหมือนกัน แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่าเครื่องดื่มพวกนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะ ^^
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวและประสบการณ์ของผมกับต๋ง หลังจากที่พวกเราได้มีโอกาสไปทานไลน์บุฟเฟ่ต์กุ้งเผา Prawns on Fire ของห้องอาหาร The SQUARE โรงแรม Novotel Bangkok Silom Road (โนโวเทล กรุงเทพ สีลม โรด) ครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ชัดเจนขึ้น ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563
ช่วงเวลา : 18.00 – 21.30 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : รสชาติอาหารส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้ว้าวโดดเด้งมาก แต่ก็จะมีเมนูที่ทานแล้วรสชาติโดดเด่นกว่าใครเพื่อนในแต่ละหมวดครับ โดยหมวดที่ผมว่าเค้าทำรสชาติได้ดีกว่าใครเพื่อนเลยก็คือหมวด Seafood on ice แล้วก็หมวดอาหารประเภทปิ้งย่าง อาหารในสองหมวดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้เลย ใครที่ชอบทานพวก Seafood on ice, กุ้งแม่น้ำเผา หรือบาร์บีคิวซอสหม่าล่าน่าจะถูกใจพอควรครับ ส่วนอาหารหมวดอื่นๆ จะมีสัดส่วนของเมนูที่โดดเด่นน้อยกว่าครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ด้วยข้อจำกัดของสถานที่โดยเฉพาะขนาดของห้องอาหาร ไลน์บุฟเฟ่ต์ของที่นี่จึงไม่ได้มีประเภทอาหารที่หลากหลายเหมือนกับห้องอาหารใหญ่ๆ เช่น พวกอาหารจานร้อนหรือพวกสลัด ขนมปัง ไอศกรีมก็จะไม่ได้มีให้เลือกทานมากนัก แต่ทางห้องอาหารเองก็พยายามใช้พื้นที่ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์ที่สุด พยายามเอาอาหารประเภทใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาลงเพิ่ม โดยใช้พื้นที่ไม่มากนัก อย่างเช่นไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ก็มีการเอาเตาปิ้งย่างขนาดเล็กมาทำปิ้งย่างบาร์บีคิวซอสหม่าล่า, มีการเอากระทะขนาดเล็กมาทำข้าวหน้าเนื้อ, มีการเพิ่มไลน์ของขนมปังปิ้งไส้ทะลักแล้วชานมไข่มุกบริเวณทางเข้าห้องอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็เลยทำให้ไลน์นี้มีประเภทอาหารที่น่าสนใจมากขึ้นภายในพื้นที่ที่เค้ามีครับ ก็เอาเป็นว่าใครที่เน้นความหลากหลายของอาหารสุดๆ อยากจะเลือกทานอาหารหมวดนึงหลายๆ อย่าง ไลน์นี้คงไม่ใช่แนว แต่ถ้าใครเน้นที่ความแปลกใหม่ ต้องการทานอาหารไม่มากประเภท แต่ขอให้เก๋แตกต่างจากที่อื่นก็พอ ไลน์นี้ถือว่าน่าสนครับ
ความสะอาดและบรรยากาศโดยรวม : ข้อนี้ถือว่าสอบผ่านครับ โดยในเรื่องของความสะอาดนั้นผมไม่มีอะไรต้องติเลย ส่วนเรื่องบรรยากาศโดยรวมแม้พื้นที่ของห้องอาหารจะไม่ได้กว้างมากนัก แต่ทางห้องอาหารก็มีการจัดโต๊ะที่ดี มีโต๊ะให้เลือกนั่งหลายแบบ แล้วก็ไม่จัดโต๊ะไว้ชิดกันจนเกินไป ทำให้แต่ละโต๊ะสามารถเดินเข้าออกได้สะดวกครับ
การบริการของพนักงาน : เป็นอีกข้อที่ถือว่าเค้าทำได้ดีครับ พนักงานดูแลได้รวดเร็ว เก็บจานที่ทานเสร็จแล้วเรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะวันที่ผมไปใช้บริการนั้นมีลูกค้าประมาณ 30% ของห้องอาหารเท่านั้น ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าถ้ามีลูกค้ามาใช้บริการมากกว่านี้ การบริการของเค้าจะยังสามารถรักษามาตรฐานแบบนี้ไว้ได้หรือเปล่าครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : ข้อนี้เป็นข้อที่ไม่ใช่จุดเด่นของเค้าจริงๆ ครับ โลเคชั่นของเค้าสู้กับหลายๆ ที่ยากเหมือนกัน เพราะนอกจากโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สีลม โรดจะตั้งอยู่บนถนนสีลมที่รถค่อนข้างจะติดแล้ว โรงแรมแห่งนี้ก็ยังไม่ได้อยู่ใกล้ BTS หรือ MRT แบบชนิดมีทางเชื่อมเดินเข้าถึงด้วย โดยสถานี BTS ที่ใกล้ที่สุดก็ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีค่อยถึงโรงแรม ดังนั้นในเรื่องนี้ผมจึงขอให้คะแนนในระดับกลางๆ เท่านั้นนะครับ รวมทั้งจะขอเตือนด้วยว่าที่จอดรถของเค้านั้นค่อนข้างจำกัดเหมือนกัน หากวันที่เราไปใช้บริการเค้ามีการจัดงานพิเศษใหญ่ๆ ด้วยพอดี ก็อาจจะทำให้เราปวดหัวกับการหาที่จอดรถได้ครับ
ความคุ้มค่า : สำหรับราคาตั้งที่ 1,499 บาท/คน net อันนี้ผมฟันธงเลยว่าไม่คุ้ม ไม่น่าสนใจครับ แต่ถ้ามองดูที่ราคาพิเศษลด 50% เมื่อจองผ่านลิงค์ http://bit.ly/2FWTxkP และใส่ code “AM700” ในตอนจอง จะทำให้ราคาเหลือเพียงคนละ 700 บาท net เท่านั้น (รวมเครื่องดื่มแล้ว) ซึ่งผมว่าราคานี้น่าสนอยู่นะ โดยเฉพาะใครที่เน้นทานพวกกุ้งแม่น้ำเผา, หอยนางรม, บาร์บีคิวซอสหม่าล่าเป็นหลัก แล้วก็อยากจะทานพวกเมี่ยงคำ, โรตีกับแกงเขียวหวาน, ขนมปังปิ้งไส้ทะลัก และชานมไข่มุกด้วย ไลน์นี้ถือว่าคุ้มค่าน่าสนครับ ที่สำคัญใครที่บัตรแอคคอร์พลัสอยู่ในมือเรียบร้อย ยิ่งจะคุ้มไปอีกขั้นเพราะคุณสามารถเลือก option รับส่วนลด on top เพิ่มอีก 10% จากราคาจองออนไลน์เหลือเพียงคนละ 675 บาทเท่านั้นครับ!!
สรุป : จุดเด่นของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้คือราคาไม่แรง ราคาย่อมเยากว่าหลายที่ สามารถพาพนักงานหรือครอบครัวกลุ่มใหญ่ๆ ไปทานได้โดยที่เจ้ามือไม่เจ็บตัวมาก นอกจากนี้เค้ายังมีการผสมผสานอาหารในไลน์ได้อย่างลงตัวระหว่างเมนูพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ชอบกิน เช่น กุ้งแม่น้ำเผา, หอยนางรม, Seafood on ice และเมนู Street Food กับเมนูพื้นบ้านต่างๆ ที่เราแทบจะหากินในไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมได้ยาก ใครที่ชอบความลงตัวและแปลกใหม่แบบนี้ แถมมีงบประมาณต่อคนไม่มากนัก ลองพิจารณาไลน์นี้เป็นตัวเลือกนะครับ แต่ถ้าใครเป็นสายเน้นกินจริงจัง อยากจะทานอาหารที่มีประเภทอาหารให้เลือกเยอะไปหมด ไลน์บุฟเฟ่ต์ต้องยาวเหยียด คุณภาพอาหารแต่ละรายการต้องพรีเมี่ยม กินแล้วว้าวฟินน้ำตาไหล ไลน์นี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณมองหาและไม่ใช่สไตล์ที่คุณต้องการแน่นอนครับ ^^
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และสำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้ หรือต้องการทำการจองออนไลน์เพื่อรับสิทธิ์ราคาพิเศษ 700 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่ม) ก็สามารถเข้าไปที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage : Novotel Bangkok Fenix Silom
Tel : 02-2069291-2
ช่องทางการจองลดราคาพิเศษ : http://bit.ly/2FWTxkP (ต้องใส่ code “AM700” ในตอนจองด้วยนะครับ)
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือความรู้สึกที่แตกต่างจากนี้ได้
Facebook Comments