Food Review

[SR] รสดีเด็ด ปิ้งย่าง : นี่สิตัวจริงเรื่องปิ้งย่าง

posted by ภรรยาหา สามีใช้ April 23, 2017 0 comments
นี่น่าจะเป็นหนึ่งในรีวิวที่ผมทำใจและใช้เวลาในการเขียนมันนานมากๆ รีวิวนึงเลยครับ เพราะผมไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหรือจะเรียบเรียงมันอย่างไรให้ออกมาพอเหมาะพอเจาะดี
.
.
.
ไม่ใช่ว่าอาหารร้านนี้มันไม่อร่อยแล้วผมต้องหาวิธีเขียนอวย ไม่ใช่ว่าราคาของมันแพงจนผมต้องหาวิธีเขียนมาโน้มน้าวให้ทุกคนเห็นคล้อยตาม แต่สำหรับผมแล้วอาหารในมื้อนั้น ผมว่ามันอร่อย ดี และคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับราคาที่ทางร้านตั้งไว้และทำให้ร้านนี้กลายมาเป็นหนึ่งในร้านดวงใจของผมแทบจะในทันที แต่ปัญหาสำคัญก็คือกระทู้นี้เป็นกระทู้ SR – Sponsor Review ซึ่งมันมักจะมี comment อะไรต่างๆ โผล่มามากมาย โดยเฉพาะเวลาที่เราเอ่ยปากชมอาหารมื้อนั้นมากๆ
แต่หลังจากที่ผมนั่งคิดนอนคิดกับตัวเองเป็นเวลาอาทิตย์กว่าๆ ผมก็ได้คำตอบว่า ต่อให้ผมไปกินด้วยเงินตัวเอง ผมก็คงจะรู้สึกและเขียนรีวิวออกมาตามแบบที่ผมจะเขียนในวันนี้ ดังนั้นก็เลยจะขอเอ่ยปากตรงๆ ตั้งแต่ต้นกระทู้เลยว่ารีวิวนี้จะเป็นรีวิวที่ผมจะเขียนถึงร้านในเชิงบวกเยอะมาก แต่ก็เป็นการเขียนมาจากความรู้สึกจริงๆ หากใครที่คิดว่าไม่สามารถรับกระทู้แบบนี้ได้ ผมแนะนำให้เปิดข้ามไปกระทู้อื่นเลยครับ แต่ถ้าหากใครเชื่อในตัวผม หรืออยากจะลองอ่านดูซักตั้งก็มาลองตามไปพร้อมๆ กันเลยครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
ร้านปิ้งย่าง รสดีเด็ด by นพ นั้นจะอยู่บริเวณชั้น 2 ของร้านรสดีเด็ด by นพ สาขาพระราม 4 ใกล้ๆ กับซอยจุฬา 9 หรือสามย่านนั่นเองครับ โดยหน้าตาของร้านบริเวณชั้น 1 จะเป็นตามภาพด้านล่างนี้เลย ดูเผินๆ แล้วจะเหมือนกับร้านที่ขายก๋วยเตี๋ยวอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วบริเวณชั้น 2 ของร้านจะมีบริการอาหารประเภทปิ้งย่างด้วย ซึ่งถ้าหากใครอยากจะทานอาหารประเภทนี้ก็ให้เดินไปที่หลังร้านได้เลย มันจะมีบันไดเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ซึ่งลักษณะบันไดนี่ค่อนข้างแคบเล็กน้อยนะครับ ผมแนะนำว่าควรจะเดินแถวเรียงหนึ่งขึ้นไปครับ ^^
สำหรับคนที่ขับรถมาที่ร้านนั้นสามารถที่จะหาที่จอดรถในซอยจุฬา 9 ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้าง U Center หรือตึกจามจุรี 9 ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดบริเวณข้าง U Center จะราคา 15 บาท/ชั่วโมง ส่วนอาคารจามจุรี 9 จะราคา 10 บาท/ชั่วโมง โดยตัวผมเลือกจอดที่ข้าง U Center เพราะเดินมาที่ร้านใกล้กว่าพอควรครับ
ส่วนคนที่ไม่มีรถและต้องการนั่ง MRT ก็ต้องไปลงที่สถานีสามย่านแล้วเดินต่อครับ ระยะทางจากสถานีมาถึงร้านน่าจะราวๆ 2-300 เมตรได้ และสำหรับคนที่นั่งรถเมล์มานั้นถือว่าสะดวกกว่าพอควรเลยเพราะป้ายรถเมล์จะอยู่ไม่ไกลจากหน้าร้านมาก เดินแค่ไม่กี่สิบเมตรก็ถึงครับ
เมื่อเรามาถึงชั้น 2 ของร้าน จะเห็นห้องกว้างๆ ที่มีโต๊ะประมาณ 10-12 ตัว จุคนได้ราวๆ 40-50 คน โดยลักษณะห้องจะมีการติดกระจกตามผนังและเสาเพื่อให้ห้องมันดูกว้างขวางขึ้น.บริเวณหน้าห้องอาหารจะมีตู้ที่เลี้ยงกุ้งอยู่ ซึ่งทางร้านจะนำกุ้งเหล่านี้มาน็อคน้ำแข็งให้เราครับ โดยการน็อคน้ำแข็งนั้นจะทำเป็นรอบๆ เพราะรอบนึงต้องใช้เวลาในการน็อคถึง 20 นาที แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่ามันจะหมดนะครับเพราะทางร้านเค้ามีการน็อคไว้เผื่ออยู่เรื่อยๆ
.อาหารของที่นี่จะแบ่งเป็น 2 แบบก็คือแบบบุฟเฟต์ที่มีเวลาให้กิน 1.30 ชั่วโมง และก็แบบ A la carte ที่สั่งเป็นจานๆ ไป สำหรับวันนี้ผมกับภรรยาเลือกทานแบบบุฟเฟต์ครับ โดยราคาบุฟเฟต์ของทางร้าน ณ วันที่ผมไปกินก็ตามนี้เลยครับ
  • เนื้อ + หมู + ทะเล (กุ้ง, แซลมอน) + เครื่องดื่ม ราคา 450 บาท/คน net
  • หมู + ทะเล (กุ้ง, แซลมอน) + เครื่องดื่ม ราคา 370 บาท/คน net
แว้บแรกที่ผมเห็นเมนูของทางร้านผมก็แอบคิดในใจเลยว่าเป็นร้านที่แปลกดี เพราะนำเมนูทะเลที่มีพวกกุ้งและแซลมอนไปรวมอยู่ในชุดหมูเลย ทั้งๆ ที่ร้านส่วนใหญ่มักจะนำเมนูพวกนี้ไปรวมอยู่ในชุดเนื้อที่มีราคาแพงมากกว่า ที่สำคัญร้านนี้ยังคิดราคาตามจริงตามโต๊ะด้วยว่ากินหมูกี่คน กินเนื้อกี่คน ไม่ได้มีการเหมารวมคิดเป็นราคาแพงสุดราคาเดียวทั้งโต๊ะ บอกตรงๆ ว่าผมพึ่งจะเคยเจอร้านแบบนี้ก็ครั้งแรกก็ที่นี่แหละครับ @_@
หมายเหตุ : ปัจจุบันนี้ทางร้านได้มีการปรับราคาใหม่เป็น 470 บาท/คน สำหรับคนที่ทานเนื้อ + หมู + ทะเล (กุ้ง, แซลมอน) และ 420 บาท/คน สำหรับหมู + ทะเล (กุ้ง, แซลมอน) แล้วนะครับ
สำหรับเครื่องดื่มที่อยู่ในบุฟเฟต์นั้นจะเป็นเครื่องดื่มแบบ Refill เติมได้เรื่อยๆ โดยเค้ามีน้ำให้เลือกเยอะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นโค้ก, แฟนต้า, สไปรท์ หรือว่าชาเขียว ซึ่งระหว่างที่เรากินนั้นเราสามารถที่จะเปลี่ยนเครื่องดื่มไปได้เรื่อยได้ด้วยนะครับ ><
อ้อ สำหรับราคาเด็กนั้น หากเป็นเด็กเล็กๆ เลยทางร้านไม่คิดเงิน แต่หากเป็นเด็กที่โตหน่อยแต่ยังสูงไม่เกิน 120 ซม. ทางร้านจะคิดครึ่งราคาครับ ส่วนการสั่งอาหารนั้นหากตอนนั้นคนในร้านไม่เยอะเราสามารถใช้การบอกด้วยปากเปล่าได้ แต่ถ้ามีหลายโต๊ะหน่อยผมแนะนำว่าเขียนใส่ใบพร้อมระบุเบอร์โต๊ะที่ชัดเจนจะดีกว่าครับ
สำหรับรายการอาหารในรอบแรกนั้นทางร้านเป็นคนจัดมาให้ผมกับภรรยาหมดเลยครับ โดยรายการที่มาก็มีตามนี้เลย
  • เนื้อติดมัน
  • เนื้อสัน
  • หมูสันคอ
  • หมูสามชั้น
  • เนื้อริบอาย
  • เนื้อบาเวทหมักเกลือ
  • หมูสันคอหมักซอส
  • หมูสามชั้นพริกไทดำ
  • เบคอน
  • แซลมอนหมักซอส
  • แซลมอนสด
  • ปูอัด
  • ชุดผัก
  • ไข่ตุ๋น
  • กุ้ง
  • ข้าวสวย
  • ข้าวกระเทียม
  • ซุปเนื้อ
  • ซุปมิโสะ
  • กิมจิ, ยำสาหร่าย, ผักยำน้ำมันงา
รายการด้านบนทั้งหมดนี้พอเอามาวางรวมกันบนโต๊ะนี่ถึงกับแทบวางไม่พอเลย และต้องบอกก่อนนะครับว่ายังเหลืออีกหลายเมนูพอควรที่ผมยังไม่ได้ลองเลย เพราะถ้าเอามาหมดไม่ใช่แค่โต๊ะเท่านั้นที่จะวางไม่พอ แต่ท้องผมกับภรรยาน่าจะแตกตามไปด้วยครับ
สำหรับเรื่องลักษณะจานเนื้อแต่ละอย่างนั้นทางร้านอาจจะไม่ได้มีมาตรฐานว่าจานแบบไหนเป็นเนื้อ จานแบบไหนเป็นหมูนะครับ และแต่ละรอบที่สั่งไปเราอาจจะได้รูปแบบของจานมาไม่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อความสบายใจ หากอันไหนไม่แน่ใจว่ามันคือเมนูอะไรก็ให้เราสอบถามพนักงานที่ร้านอีกทีนะครับ แต่เบื้องต้นลองดูรูปข้างล่างนี้ไล่กับรายชื่อข้างบนที่ผมเขียนมาก่อนก็ได้ โดยผมได้เรียงลำดับภาพตามลำดับรายชื่อด้านบนมาแล้ว จะได้เป็นแนวทางในการดูคร่าวๆ ว่าเนื้อหน้าตาแบบไหนเรียกว่าอะไรครับ
เนื่องจากว่าผมต้องการจะถ่ายรูปให้เห็นลายเนื้อชัดๆ ดังนั้นจานเนื้อทั้งหมดที่มาเสิร์ฟที่โต๊ะผมในตอนแรกนั้นจึงยังไม่มีการราดซอสหรืออะไรมานะครับ จะเห็นเป็นเนื้อชัดๆ เลย โดยก่อนที่ผมจะเริ่มปิ้งทางร้านก็ได้มาบีบซอสเพิ่มให้ ซึ่งโดยปกติแล้วเมนูเหล่านี้จะถูกบีบซอสมาอย่างเรียบร้อยตั้งแต่แรกเลยครับ
เอาล่ะครับ หลังจากที่อาหารทุกอย่างบนโต๊ะผมถูกจัดวางเรียบร้อยแล้ว คุณอมรซึ่งเป็นพ่อครัวใหญ่ของที่นี่ก็ได้เข้ามาพูดคุยและแนะนำวิธีการกินอาหารในมื้อนี้ โดย 3 เรื่องที่คุณอมรอยากจะให้ลองทำก็คือ
  1. ให้เราเริ่มกินไข่ตุ๋นก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นล้างปากก่อนที่จะกินเนื้อต่างๆ ซึ่งผมว่าไข่ตุ๋นของที่นี่อร่อยดีครับ เนื้อเนียนเลย
  2. ถึงแม้ทางร้านจะมีน้ำจิ้มและเครื่องเคียงต่างๆ ให้เรียบร้อย แต่หลังจากที่เราย่างเนื้อเสร็จ ทางร้านอยากให้เราลองกินเนื้อที่ย่างสุกเพียวๆ โดยที่ยังไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม หากไม่ชอบก็ค่อยจิ้มน้ำจิ้มที่ยังไม่ได้ใส่เครื่องเคียงลงไป หรือไม่ก็เหยาะเกลือโรยพริกไทลงบนเนื้อ และหากไม่ชอบอีกก็ค่อยปรุงแต่งน้ำจิ้มให้เป็นสไตล์ตามที่เราชอบครับ ซึ่งหลังจากที่ผมกับภรรยาได้ลองพิสูจน์ดูก็พบว่าสำหรับเนื้อร้านนี้เราสองคนเห็นตรงกันว่าไม่ต้องจิ้มอะไรเลย เนื้อเพียวๆ ย่างสุกร้อนๆ เอาเข้าปากทันทีเลยนี่อร่อยมากๆ แล้วครับ เพราะตัวเนื้อของเค้ามีรสชาติที่ดีลงตัวอยู่แล้ว
  3. สำหรับเมนูเนื้อบาเวทหมักเกลือนั้น ทางร้านแนะนำให้เรากินกับน้ำมะนาวบีบสด เพราะรสเปรี้ยวของมะนาวกับความเค็มของเกลือที่หมักมาจะเข้ากันได้อย่างพอดี ซึ่งหลังจากที่ผมได้ลองกินทั้งแบบไม่จิ้มน้ำมะนาวกับแบบที่จิ้มกับน้ำมะนาว ผมก็เห็นด้วยกับทางร้านอีกเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่เค้าแนะนำมานั่นดีแล้วครับ
สำหรับตัวคุณอมรเองนั้นเป็นคนไทยที่ได้มีโอกาสไปทำงานที่ร้านเนื้อย่างที่ญี่ปุ่นถึง 25 ปีเลย และหากรวมเวลาที่เค้ากลับมาอยู่ร้านเนื้อย่างในเมืองไทยอีก 10  ปี ก็ทำให้ตอนนี้พี่เค้าคลุกคลีอยู่กับเนื้อมาถึง 35 ปีเลยครับ! ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พี่เค้าจะมองเนื้อเพียงแค่แว้บเดียวก็พอแล้วว่าคุณภาพเนื้อของวันนี้เป็นอย่างไร และที่สำคัญเนื่องจากวันที่ผมไปทานนั้นเป็นวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสงกรานต์พอดี คนจึงไปทานอาหารที่ร้านน้อยมาก มีแค่ 2 โต๊ะเท่านั้น พี่เค้าก็เลยมายืนอยู่ที่โต๊ะผมยาวเลยแถมย่างเนื้อให้ผมกินอีกด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเนื้อที่พี่เค้าย่างให้นั้นมันอร่อยกว่าที่ผมกับภรรยาย่างเองเยอะมาก เหมือนกับพี่เค้ารู้ระดับความสุกที่เหมาะสมที่สุดของมันครับ
อ้อ สำหรับระบบเตาของที่นี่จะเป็นการดูดลมลงด้านล่างโต๊ะนะครับ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไปว่าทำไมร้านไม่มีปล่องดูดควันด้านบนเลย กินแล้วจะควันเยอะ หัวเหม็นมั้ย บอกเลยว่าระบบเตาที่ร้านดีมาก ไฟแรงและควันน้อยมากครับ
ทีนี้เรามาไล่ดูรสชาติอาหารแต่ละรายการกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยผมขอไล่ตามรายการข้างบนอีกทีเลยนะครับจะได้ดูกันง่ายๆ
  • เนื้อสัน : เนื้อค่อนข้างเหนียวนิดนึง แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าหลายๆ ร้านและยังใช้คำว่านุ่มได้อยู่ โดยรายการนี้พี่อมรเอ่ยปากตั้งแต่แรกเลยว่าเนื้อวันนี้จะค่อนข้างเหนียวหน่อย ดังนั้นถ้าหากมีโอกาสอยากให้กลับมาลองทานรายการนี้ใหม่ วันอื่นน่าจะดีกว่านี้
  • หมูสันคอ : นุ่ม อร่อย ถูกปากถูกใจผมครับ
  • หมูสามชั้น : อร่อยและนุ่มมาก ผมชอบรายการนี้มากกว่าหมูสันคอครับ
  • เนื้อริบอาย : เนื้อชิ้นใหญ่ และนุ่มมาก อร่อยสุดๆ เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดที่จะสั่งเด็ดขาด และไม่ควรจะสั่งแค่ 2-3 จานด้วย รายการนี้ผมบอกเลยว่าพื้นที่ท้องมีเท่าไหร่จัดไปให้เต็มเลย!
  • เนื้อบาเวทหมักเกลือ : เป็นอีกรายการของเมนูเนื้อที่ผมประทับใจ เนื้อนุ่มๆ จิ้มกับน้ำมะนาวสดๆ ลงตัวดีครับ โดยเนื้อส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมไม่เคยได้ยินหรือไม่เคยได้กินมาก่อนเลย ทางร้านบอกว่ามันเป็นเนื้อส่วนพื้นท้องของวัว ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังซักเท่าไหร่และเป็นเนื้อที่ค่อนข้างหาทานยากพอควร สำหรับรายการนี้เป็นอีกหนึ่งรายการที่ผมแนะนำอยากให้ลองทานกันดูครับ
  • หมูสันคอหมักซอส : เป็นรายการหมูที่ผมประทับใจที่สุดเลยครับ ชิ้นใหญ่ รสชาติดี และนุ่มมาก นุ่มสุดในบรรดาหมูทั้งหมดที่ผมได้กินในวันนี้เลย
  • หมูสามชั้นพริกไทดำ : เผ็ดเล็กๆ มีรสชาติพริกไทดำเด่นพอควร
  • เบคอน : เป็นเบคอนแท้ๆ ที่ไม่ใช่หมูสามชั้นเหมือนกับหลายร้าน กินแล้วรู้สึกหอมอร่อย รับรู้เลยว่ามันผ่านการรมควันมาจริงๆ กินแล้วฟินมาก นานๆ จะเจอเบคอนแบบนี้ในบุฟเฟต์ซักที
  • แซลมอนหมักซอส : กลางๆ ไม่ได้ประทับใจ เพราะผมไม่ค่อยชอบการเอาแซลมอนมาปิ้งย่างอยู่แล้วด้วย
  • แซลมอนสด : กลางๆ เช่นเดียวกัน
  • ปูอัด : กลางๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น
  • ชุดผัก : อร่อยดีครับ โดยเฉพาะเวลาที่จิ้มกับน้ำจิ้มที่มาด้วยกัน
  • ไข่ตุ๋น : เนื้อเนียน อร่อย ตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ครับ
  • กุ้ง : สดดีครับ ขนาดตัวไม่ใหญ่มาก Size กลางๆ กำลังดี ปิ้งแล้วไม่กินพื้นที่เตาเท่าไหร่ แต่สำหรับผมแล้วระหว่างกุ้งสดๆ แบบนี้กับเนื้อนุ่มๆ อร่อยๆ ผมเลือกอย่างหลังครับ ดังนั้นวันนั้นผมก็เลยจัดกุ้งไปแค่ 3 ตัวเท่านั้น ที่เหลือเอาท้องไปใส่เนื้อกับหมูหมดครับ ><
  • ข้าวสวย : ปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ
  • ข้าวกระเทียม : แห้งไปนิด แต่ก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก
  • ซุปเนื้อ : รสชาติคล้ายๆ กับน้ำก๋วยเตี๋ยวเลย แต่ทางร้านบอกว่าไม่ใช่ ใช้กระบวนการทำคนละอย่างกัน เอาเป็นว่าใครทานเนื้อได้ก็ลองชิมดูนะครับ
  • ซุปมิโสะ : ปกติ ไม่มีอะไรพิเศษครับ
  • กิมจิ : อร่อย และถือว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ทำกิมจิออกมาได้ดีเลย รสชาติกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวมาก
  • ยำสาหร่าย : รสชาติกลางๆ
  • ผักยำน้ำมันงา : อร่อยและแปลกดีครับ เอาไว้กินแทรกกลางระหว่างการกินเนื้อได้ดีเลย
ครับ ผมก็ไล่แต่ละรายการไปหมดแล้ว ทีนี้มาดูเมนูพิเศษที่ผมอยากจะกล่าวย้ำมันอีกหน่อย นั่นก็คือเนื้อริบอายนั่นเอง โดยเมนูนี้ทางร้านเค้าพึ่งจะเพิ่มเข้ามาเมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมานี่เอง และกำลังจะทำการโปรโมตอย่างจริงจัง ดังนั้นในเมนูของทางร้านที่เป็นเมนูบุฟเฟต์จึงยังไม่ได้มีรายการนี้อยู่ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับเราสามารถสั่งได้เลย แต่ถ้าหากใครไม่แน่ใจก็สามารถสอบถามพนักงานที่ร้านก่อนได้เลยว่าเนื้อริบอายรวมอยู่ในบุฟเฟต์ด้วยหรือไม่ ตอนกินจะได้สบายใจ ไม่ต้องกังวลอะไรครับ
สำหรับเนื้อริบอายที่ผมได้ทานวันนั้นต้องบอกว่ามันมีขนาดใหญ่มากครับ ลายเนื้อดูดีเลย โดยใน 1 จานจะมาทั้งหมด 3 ชิ้น ขนาดแต่ละชิ้นใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือภรรยาผมเลยครับ ตัวเนื้อนุ่ม อร่อย และสามารถกินเพียวๆ ได้โดยที่ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มหรือโรยเกลือเลย ทั้งนี้ทางร้านบอกว่าริบอายที่อยู่ในบุฟเฟต์นั้นเป็นเกรดเดียวกับที่ทางร้านขายในเมนู A lar Carte ที่ราคาจานละ 450 บาทนะครับ @_@
หลังจากที่เรากินของคาวกันไปอิ่มหนำสำราญแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลามากินของหวานปิดท้ายเพื่อเป็นการล้างปากกันแล้ว……แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่นะครับว่าใครจะยังเหลือท้องให้ใส่อะไรเพิ่มได้อีกหรือเปล่า ><
ตัวของหวานที่ทางร้านมีในบุฟเฟต์นั้นจะเป็นเฉาก๊วยครับ รสชาติอยู่ในระดับกลางๆ ตัวเฉาก๊วยหนึบ อร่อย ไม่หวานเท่าไหร่ แต่ว่ากันตรงๆ ยังอร่อยสู้พวกชากังราวไม่ได้
ส่วนใครไม่อยากกินเฉาก๊วยทางร้านก็มีอีกเมนูนึงที่น่าลองแต่ต้องจ่ายเพิ่ม นั่นก็คือลูกตาลครับ โดยรายการนี้จะราคาถ้วยละ 35 บาท มาเสิร์ฟเย็นๆ พร้อมน้ำแข็งบดละเอียด ทานแล้วอร่อยดี โดยส่วนตัวแล้วผมชอบทานรายการนี้มากกว่าเฉาก๊วย ซึ่งจะดีมากๆ หากทางร้านนำมันไปบรรจุอยู่ในบุฟเฟต์ด้วยครับ 555555
เอาล่ะครับ ที่นี้ก่อนจะจากกันในรีวิวนี้ ผมก็ขอสรุปทิ้งท้ายเกี่ยวกับร้านปิ้งย่าง รสดีเด็ด by นพ ตามนี้นะครับ
รสชาติอาหาร : ถ้านับเฉพาะเมนูเนื้อและหมูที่ผมได้กินในมื้อนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นมื้อที่ผมประทับใจในรสชาติมากครับ ทั้งหมูและเนื้อนุ่ม รสชาติถูกปากมากๆ โดยเฉพาะเนื้อริบอาย, เนื้อบาเวทหมักเกลือและหมูสันคอหมักซอสที่ผมต้องสั่งเพิ่มหลายรอบเลย ส่วนเมนูอื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อนั้นก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางดี ไม่มีรายการไหนสอบตกครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ถึงจะเป็นร้านเล็กๆ จำนวนโต๊ะไม่เยอะ แต่ประเภทอาหาร ประเภทเนื้อที่ทางร้านมีให้เลือกก็ถือว่าเยอะใช้ได้ หมูและเนื้อมีให้เลือกประเภทละ 4-5 อย่าง แล้วก็ยังมีกุ้ง, แซลมอน และของทานเล่นอีกพอควร ดังนั้นสำหรับแก๊งค์สายกินเนื้อ สายปิ้งย่าง มาที่นี่น่าจะโดนใจกับเมนูเค้าครับ
ความสะอาดของร้าน : ถ้าจะมองหาจุดที่ด้อยที่สุดของร้านก็คงเป็นเรื่องนี้ครับ ไม่ใช้ว่าร้านไม่สะอาดนะครับ แต่ความเนี้ยบในจุดต่างๆ มันยังไม่ฟริ้งเท่ากับร้านที่อยู่ตามห้าง หรือร้านที่ใหญ่กว่านี้ครับ ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงเพราะด้วยลักษณะของห้องอาหารที่อยู่ในตึกด้วยครับ
การบริการของพนักงาน : สำหรับเรื่องนี้คงเอาผมเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ซักเท่าไหร่ เพราะวันที่ผมไปนั้นทั้งร้านมีแค่ 2 โต๊ะ และวันนั้นพนักงานของร้านนอกจากจะมีพ่อครัว 1 คน ก็มีพนักงานเสิร์ฟอีกแค่ 1 คนเท่านั้น ซึ่งผมเข้าใจว่าวันอื่นๆ ทางร้านน่าจะมีพนักงานมากกว่านี้ครับ ไม่งั้นน่าจะบริการไม่ทัน แต่พอดีวันที่ผมไปนั้นเป็นวันสงกรานต์พนักงานก็เลยอาจจะน้อยกว่าปกติ ทั้งนี้โดยภาพรวมของการบริการในวันนั้น ผมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่ในเรื่องของการเติมน้ำดื่มอาจจะต้องคอยเรียกพนักงานให้มาเติมอยู่เป็นระยะๆ ครับ คือพอเรียกก็มาบริการให้เลยแต่แบบไม่ได้ถึงขั้นพอเห็นว่าน้ำเราพร่องแล้วรีบมาเติมเหมือนกับ MK ครับ ><
ความสะดวกของการเดินทาง : เป็นร้านที่มีความสะดวกในการเดินทางพอดู เพราะใกล้ทั้งป้ายรถเมล์, ไม่ห่างจาก MRT มาก และก็มีที่จอดรถที่อยู่ใกล้ๆ ร้านเยอะ ถึงแม้ที่จอดรถจะต้องเสียเงินก็ตาม แต่ผมว่าก็ยังดีกว่าที่ต้องไปวนรถหลายรอบแล้วเสียเวลานานครับ
ความคุ้มค่า : เป็นร้านที่ผมให้ความคุ้มค่าเต็ม 10 เลย หายากมากๆ ที่จะมีร้านเนื้อย่างที่ให้เนื้อเกรดดี มีคุณภาพแบบนี้ในราคาบุฟเฟต์ 450 บาท/คน net แถมราคาดังกล่าวยังรวมเครื่องดื่ม Refill กับของหวานอีกแล้วด้วย และโดยส่วนตัวแล้วผมว่าคุณภาพของเนื้อร้านนี้สามารถสู้กับร้านอื่นที่ราคาสูงกว่านี้ 100-200 บาทได้สบายๆ เลยครับ
สรุป : หากคุณเป็นคอเนื้อ ชอบทานอะไรปิ้งย่าง ชอบแสวงหาความคุ้มค่า และไม่ซีเรียสว่าร้านที่ไปกินนั้นจะต้องดูดี สวยงาม สะอาดวิ้งวับสุดๆ ผมแนะนำเลยว่าต้องไปลองที่ร้านนี้ซักครั้งครับ คุณภาพและความอร่อยของเนื้อและหมูดีมาก คุ้มราคาสุดๆ ที่สำคัญต่อให้เรานั่งโต๊ะเดียวกันแต่คนนึงกินหมู อีกคนนึงกินเนื้อทางร้านก็คิดราคาตามจริงด้วย ทำให้เราสามารถขจัดปัญหาเรื่องเวลาที่ชวนเพื่อนที่ไม่กินเนื้อแล้วเค้าไม่ค่อยอยากไปด้วยได้เลย นอกจากนี้สำหรับคนที่ไม่ชอบกินทั้งเนื้อและหมูทางร้านเค้าก็ยังมีกุ้งสดๆ ให้กินแบบไม่อั้นอีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์กลุ่มคนที่มีความต้องการหลากหลายได้เป็นอย่างดี จนผมต้องเรียกเค้าว่าตัวจริงเรื่องปิ้งย่างเลยทีเดียวครับ!!
ปล. ทางร้านเค้ามีระบบสะสมแต้มด้วยนะครับ นั่นคือหากทางเราทานครบ 10 หัวเมื่อไหร่ ก็สามารถทานฟรี 1 หัวได้เลย แล้วก็ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 60 เป็นต้นไป ทางร้านจะมีการปรับราคาขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นหากใครที่อยากจะกินราคาเก่าก็ต้องรีบไปเลย ส่วนราคาใหม่ที่ปรับขึ้นก็ตามนี้เลยครับ
  • เนื้อ + หมู + ทะเล (กุ้ง, แซลมอน) + เครื่องดื่ม ราคา 470 บาท/คน net (ปรับเพิ่มขึ้น 20 บาท/คน)
  • หมู + ทะเล (กุ้ง, แซลมอน) + เครื่องดื่ม ราคา 420 บาท/คน net (ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท/คน)
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจ สามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ และสำหรับท่านที่อยากจะได้ข้อมูลของร้านนี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูข้อมูลตามลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
Facebook : รสดีเด็ด by นพ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like