Food Review

[SR] Ryujin Sushi & Bar : งานดี พรีเมี่ยม ตัวท็อป งบถึงควรลอง

posted by ภรรยาหา สามีใช้ January 8, 2018 0 comments
สวัสดีทุกคนครับ วันนี้ผมนาย “ภรรยาหา สามีใช้” จะพาทุกคนไปรู้จักกับร้าน Ryujin Sushi & Bar (ริวจิน ซูชิ แอนด์ บาร์) หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่คุณภาพดี ในย่านพระราม 3 โดยร้านนี้เป็นร้านที่ผมกับต๋งประทับใจในรสชาติและคุณภาพของอาหารมาก และยังเป็นร้านที่พวกเราอยากจะแนะนำให้คนที่ชอบทานซูชิ ซาชิมิเกรดดีๆ รวมไปถึงคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นประเภทฟิวชั่นควรหาโอกาสไปลองซักครั้ง โดยจุดเด่นของร้านนี้ก็มีตามนี้เลยครับ
  1. อาหารจานใหญ่ ซูชิคำโต ซาชิมิชิ้นหนา และคุณภาพของวัตถุดิบดีอยู่ในเกรดพรีเมี่ยม
  2. รสชาติอร่อย
  3. มีเมนูให้เลือกทานหลากหลาย ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม หลายๆ เมนูเป็นเมนูพิเศษที่ทางร้านคิดเอง ดังนั้นจึงไม่สามารถหาทานที่อื่นได้
  4. มีดนตรีสดจากนิค The Voice ทุกคืนวันพฤหัส, ศุกร์ และเสาร์ รวมทั้งยังมีการเปิดให้ดูบอลต่างประเทศอีกด้วย
  5. ที่จอดรถเยอะ และไม่เสียค่าบริการในการจอด
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
ร้าน Ryujin Shushi & Bar นั้น ตั้งอยู่ในโครงการ The Up พระราม 3 ซึ่งจะอยู่บริเวณหัวมุมถนนที่ตัดกันระหว่าง ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ กับ ถ.รัชดาภิเษก ดังนั้นในเรื่องของการขับรถเดินทางไปที่นี่ก็เป็นอะไรที่ไม่ลำบากมากนัก เพราะสามารถสังเกตได้ชัด อีกทั้งถนนทั้งสองเส้นนี้ก็ไม่ได้รถติดมากครับ
หลังจากที่เราถึง The Up พระราม 3 แล้ว ก็ให้เราเดินมาฝั่งด้าน ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ แล้วมองหาธนาคารกรุงเทพที่บริเวณชั้น 1 ให้เจอ จากนั้นเราก็จะเห็นร้าน Ryujin Sushi & Bar อยู่ใกล้ๆ โดยร้านนี้จะเป็นร้านขนาด 2 คูหามีป้ายชื่อหน้าร้านชัดเจน
สำหรับที่จอดรถของ The Up พระราม 3 นั้น จะมีทั้งที่จอดแบบ indoor และ outdoor โดยใครที่สามารถจอดรถแบบ outdoor ได้ บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพจะมีลานจอดรถกลางแจ้งที่สามารถจอดรถได้ประมาณ  15 คันอยู่ครับ จอดเสร็จแล้วเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าร้านแล้ว
ภายในร้าน Ryujin Sushi & Bar นั้น มีโต๊ะประมาณ 12 ตัว สามารถนั่งได้ประมาณ 50 คน และมีบริเวณ Counter Bar ซึ่งจะสามารถนั่งได้อีกประมาณ 10 คน โดยที่นั่งบริเวณ Counter Bar นี้จะเป็นจุดที่เราสามารถเห็นเชฟปรุงอาหารได้อย่างใกล้ชิดเลยครับ
ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจในร้านอีกก็คือ ทางร้านจะมีดนตรีสดจากนิค The Voice ในทุกคืนวันพฤหัส, ศุกร์ และเสาร์ ในช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เป็นต้นไป และทางร้านยังมีการเปิดฟุตบอลต่างประเทศให้ดูอีกด้วย ส่วนเวลาเปิดปิดร้านนั้น โดยปกติแล้วร้านจะเปิดเวลา 11.00 น. จนถึง 23.00 น. แต่ถ้าวันไหนที่มีบอลคู่สำคัญและมีลูกค้ารอดูภายในร้าน ทางร้านก็จะปิดดึกกว่านั้นครับ
เอาล่ะ คราวนี้เรามาดูในเรื่องเมนูอาหาของทางร้านกันดีกว่า สำหรับเมนูอาหารของร้าน Ryujin Sushi & Bar นั้น จะมีทั้งหมด 4 เล่ม ได้แก่
  • เล่มเมนูหลัก ที่เป็นเมนูเด่นของทางร้าน
  • เมนูอาหารเซ็ต
  • เมนูพิเศษเฉพาะช่วง โดยช่วงนี้จะเป็นเมนูปูทาราบะ ซึ่งมีให้เลือกสั่งหลายรายการเลย
  • เมนูเครื่องดื่ม โดยเมนูนี้ถือเป็นอีกจุดเด่นของทางร้านเลย เพราะนอกจากจะมีน้ำอย่างชาเขียว, น้ำอัดลม, น้ำหวานต่างๆ แล้ว ทางร้านยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เลือกสั่งหลายประเภทมากๆ สมกับชื่อร้านที่ว่า Ryujin Sushi & Bar เลยครับ
สำหรับเมนูที่วันนี้ผมกับต๋งทานนั้น ก็มาจากเล่มเมนูหลักด้านบนแทบทั้งหมดเลย โดยรายการอาหารทั้งหมดมีดังนี้ครับ
  1. So Fresh Sashimi ราคา 3,980 บาท
  2. Lobster Abori Butter ราคา 1,380 บาท
  3. Avocado Hotate Spicy ราคา 480 บาท
  4. Triple Layers 2 คำ ราคาคำละ 580 บาท
  5. Taraba Sushi 2 คำ ราคาคำละ 360 บาท
  6. Ebi Tempura Crunchy Roll ราคา 340 บาท
  7. Kurobuta Hotpot ราคา 380 บาท
  8. Cheesecake ราคา 160 บาท
  9. ชาเขียวเย็น รีฟิล 2 แก้ว แก้วละ 35 บาท
ทั้งนี้ราคาอาหารที่เราเห็นในเมนูนั้นจะเป็นราคาอาหารที่ยังไม่ net โดยทางร้านจะมีการ + Vat 7% และ Service Charge 10% อีก ส่วนราคาซูชิที่เห็นในเมนูนั้นจะเป็นราคาต่อ 1 คำ และราคาซาชิมิจะเป็นราคาต่อ 3 ชิ้น สำหรับในเรื่องของโปรโมชั่นต่างๆ นั้น ในช่วงที่ผมไปก็มีโปรโมชั่นลด 10%  เมื่อใช้บัตรของธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงศรีครับ
สำหรับใครที่ดูเมนูอาหารจากเล่มหลักแล้วยังรู้สึกไม่ถูกใจ ก็สามารถหยิบเมนูพวกอาหารเซ็ตมาดูเพิ่มได้ โดยในเล่มนี้จะเป็นอาหารที่ทางร้านจัดชุดไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น ข้าวหน้าหมูทอด, ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว หรือพวกซูชิที่จัดไว้เป็นเซ็ต โดยราคาอาหารส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 250-300 บาท/เซ็ต และมีเมนูอาหารให้เลือกสั่งเยอะใช้ได้เลย
หมายเหตุ : เนื่องจากวันที่ผมไปทานอาหารนั้นได้มีโต๊ะอื่นสั่งเมนูเซ็ต ผมจึงได้ขอเค้าถ่ายรูปเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดๆ ว่าอาหารในเซ็ตนั้นจะมีหน้าตาประมาณไหนครับ
หลังจากที่เมื่อกี้ผมแว้บไปถ่ายภาพอาหารเซ็ตของโต๊ะอื่นมา คราวนี้เรามาดูอาหารที่ผมกับต๋งสั่งกันดีกว่า เริ่มจากรายการแรกชาเขียวเย็น refill ครับ
ชาเขียวเย็นของที่นี่จะมาเสิร์ฟในแก้วเมสัน จาร์ ขนาดแก้วกำลังพอดี ส่วนรสชาตินั้นก็อยู่ในระดับที่ผมชอบครับ คือเข้มข้น รับรู้ได้ถึงความเป็นชาเขียวญี่ปุ่น แต่ยังไม่ขมมากจนเกินไป แก้วนี้ผมโอเคเลยกับราคา 35 บาท เพราะสามารถ refill ได้เรื่อยๆ ด้วย
ต่อกันที่ So Fresh Sashimi จานนี้มีขนาดใหญ่มากกกกก ใหญ่และหนักจริงๆ ภายในจานจะประกอบไปด้วย Otoro (โอโทโร่), Chutoro (ชูโทโร่), Akami (อากามิ), Uni (ไข่หอยเม่น), Hotate (หอยเชลล์), Botan Ebi (กุ้งโบตั๋น), Salmon (แซลมอน) และ Hamachi (ฮามาจิ)
เมนูซาชิมินั้นจะมาอย่างละ 3 ชิ้น ความหนาของแต่ละชิ้นนั้นหนามาก รวมทั้งสีสันลวดลายต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะโอโทโร่ลายสวยมากๆ ส่วนกุ้งโบตั๋นนั้นจะมีทั้งหมด 2 ตัว ขนาดค่อนข้างใหญ่ และสุดท้ายไข่หอยเม่นนั้นมาเสิร์ฟในปริมาณที่เยอะเลย สามารถตักกินได้เป็น 10 คำเลย
สำหรับเมนู So Fresh Sashimi นี้ เป็นเมนูที่ผมกับต๋งประทับใจในรสชาติและคุณภาพมากครับ เพราะนอกจากความสดของทุกเมนูจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากแล้ว ความหนาและขนาดของแต่ละชิ้นก็ยังดีงามอีกด้วย อย่างหอยเชลล์ (Hotate) นั้น ทางร้านก็บอกว่าเป็นหอยเชลล์ขนาด 2L นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งเป็นหอยเชชล์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแล้วครับ
เอาเป็นว่าเมนูนี้ใครที่ชอบทานซาชิมิสดอร่อย ควรต้องหาโอกาสลองครับ ราคาดูเผินๆ เหมือนจะสูง แต่ถ้ามองว่านี่คือการรวมเมนูอย่างโอโทโร่, ชูโทโร่, ไข่หอยเม่น และอื่นๆ อีกมากมายไว้ในเมนูเดียว แถมยังมีคุณภาพที่ดีแบบนี้ด้วย ผมว่าราคานี้เหมาะสมแล้วครับ
มาต่อกันที่เมนูถัดไป Lobster Abori Butter เมนูนี้จะเป็นการนำเอาเนื้อล็อบสเตอร์ไปทอดกระเทียมแล้วผัดกับเนย จากนั้นก็นำมาจัดวางไว้ในตัวล็อบสเตอร์ตามเดิม หน้าตาการจัดวางดูดีมาก ส่วนขนาดของล็อบสเตอร์นั้นก็ใหญ่สมกับราคาดี
ในเรื่องของรสชาตินั้น เมนูนี้ผมกับต๋งก็ประทับใจทั้งคู่ครับ โดยหลังจากที่เราทานเนื้อที่บริเวณลำตัวหมดแล้ว เราก็สามารถทานเนื้อที่บริเวณก้ามต่อได้ เพราะขนาดก้ามนั้นใหญ่มากและทางร้านได้ให้ที่หนีบมาเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครไม่สามารถหนีบด้วยตัวเองได้ก็สามารถแจ้งทางพนักงานร้านให้เค้าช่วยได้ครับ ผมเองก็ลองแกะไปหนึ่งก้ามและค้นพบว่ามันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ก็เลยให้ทางร้านช่วยแกะให้อีกก้าม จะได้ถ่ายรูปออกมาสวยงามหน่อย ><
ต่อกันที่อาหารจานหลักจานที่สามอย่าง Avocado Hotate Spicy จานนี้จะเป็นหอยเชลล์ผสมกับอะโวคาโด โดยมีซอสสไปซี่และไข่กุ้งราดมาด้านบน ทีเด็ดของจานนี้นอกจากจะเป็นความสด และความลงตัวของการผสมผสาน ก็คือเรื่องรสชาติที่เผ็ดเล็กๆ กำลังดี รวมไปถึงการจัดจานที่สวยงามนี่แหละครับ โดยทางเชฟจะมีการนำอาหารทั้งหมดใส่ไว้ในลูกอะโวคาโดและตั้งไว้บนกล่องไม้ที่สวยงามครับ
เมนูนี้แนะนำเลยว่าใครที่อยากหาอะไรรสชาติเผ็ดเล็กๆ มาผสมผสานในมื้ออาหาร และชอบทานหอยเชลล์กับอะโวคาโดอยู่แล้ว ไม่ควรพลาดครับ
จานถัดมาขอเปลี่ยนบรรยากาศเป็นซูชิแล้วกันครับ กับเมนู Triple Layers เมนูซูชิคำโตที่มีทั้งเนื้อวากิว, ฟัวกราส์, เอ็นกาวะ อยู่ด้วยกัน โดยมีไข่กุ้งเป็นท็อปปิ้งด้านบน เมนูนี้ผมบอกเลยว่าขนาดของชิ้นนั้นใหญ่มากจริงๆ วากิวและฟัวกราส์นั้นชิ้นหนาสุดๆ ส่วนเอ็นกาวะก็ยาวเฟื้อยเลยล่ะครับ บอกเลยว่าใครที่ปากไม่กว้างมากจริงๆ ไม่น่ากินหมดได้ในคำเดียว อย่างต๋งเองก็ต้องแบ่งกิน 3-4 คำเลยถึงจะหมด
ในเรื่องของรสชาตินั้น นี่ถือเป็นอีก 1 เมนูที่เราทั้งคู่ประทับใจมาก เพราะโดยปกติแล้วเราชอบทานวากิวและเอ็นกาวะอยู่แล้ว ส่วนฟัวกราส์นั้นที่ผ่านๆ มาเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่ามันมันและเลี่ยนไป แต่สำหรับเมนูนี้ทางเชฟสามารถผสมผสานรสชาติของเนื้อทั้ง 3 อย่างออกมาได้ลงตัวมาก จนทำให้ผมไม่รู้สึกเลี่ยนกับฟัวกราส์เลย และถ้าผมได้มีโอกาสไปทานอาหารที่ร้านนี้อีกครั้ง ผมจะต้องสั่งเมนูนี้มาซ้ำอีกอย่างแน่นอนครับ
ต่อกันด้วยอีกหนึ่งเมนูซูชิอย่าง ซูชิทาราบะ ที่มาพร้อมกับเนื้อปูทาราบะที่ใหญ่ ยาว และหนา โดยมีไข่กุ้งราดมาเป็นท็อปปิ้งด้านบน ในเรื่องของรสชาตินั้นสดและหวานดีเลยครับ ใครที่ชอบกินปูแต่ไม่ค่อยชอบแกะ เมนูนี้น่าจะเหมาะกับคุณครับ
จานต่อมาคือ Ebi Tempura Crunchy Roll เมนูนี้จะเป็นโรลที่มีการสอดไส้เทมปุระและแตงกวาไว้ตรงกลาง โรยด้วยไข่กุ้งและแป้งเทมปุระที่ทอดกรอบอย่างดีด้านบน จากนั้นก็ราดซอสสไปซี่ลงไป โดยในหนึ่งจานจะมีทั้งหมด 8 ชิ้น ขนาดของแต่ละชิ้นถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของโรลทั่วไปครับ
สำหรับจานนี้โดยส่วนตัวแล้วผมชอบมาก โดยเฉพาะแป้งเทมปุระที่เค้าโรยใส่มาในจาน มันกรอบกำลังดี ไม่อมน้ำมัน เข้ากับไส้ตรงกลางและซอสสไปซี่มาก กินแล้วกรุบกรอบ เผ็ดนิดๆ ดังนั้นผมก็เลยจัดการเมนูนี้คนเดียวเลย 6 ชิ้น ส่วนต๋งรู้สึกเฉยๆ กับเมนูนี้ก็เลยกินไปแค่ 2 ชิ้นเท่านั้นครับ ><
ปิดท้ายกับเมนูอาหารคาวด้วย Kurobuta Hotpot เมนูที่ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจออยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่น เพราะลักษณะอาหารและรสชาติจะคล้ายๆ กับเล้งผสมต้มแซ่บ มีความจัดจ้านและเผ็ดจี๊ดผิดกับอาหารญี่ปุ่นทั่วไปมาก ใครที่ชอบอาหารที่มีรสชาติประมาณนี้ หรืออยากหาอะไรรสจัดๆ มาตัดกับเมนูอื่นๆ ก็ลองพิจารณาเมนูนี้เป็นทางเลือกนะครับ โดยเมนูนี้เป็นเมนูใหม่ของทางร้านยังไม่มีการบรรจุลงในเล่ม ใครที่สนใจก็ลองดูที่ป้ายบนโต๊ะหรือไม่ก็ลองสอบถามพนักงานของร้านนะครับ
และในที่สุดตอนนี้เราก็จัดการกับเมนูของคาวไปจนครบทุกเมนูแล้ว และแน่นอนว่าแม้อาหารคาวจะเยอะมากมายแค่ไหน แต่เรายังเหลือพื้นที่อีกเล็กน้อยไว้สำหรับชิมของหวานของเสมอ โดยของหวานของร้าน Ryujin Sushi & Bar นั้น จะมี 2 อย่างด้วยกันคือ Cheesecake และ Chocolate Cake ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีราคาชิ้นละ 160 บาทเท่ากัน
สำหรับมื้อนี้เราสองคนเลือกที่จะทาน Cheesecake เป็นการปิดท้ายมื้อ เพราะได้ยินมาว่า Cheesecake ของทางร้านเป็น Cheesecake ที่นำเข้ามาทั้งชิ้นจากญี่ปุ่นเลย ไม่ได้นำเข้ามาแต่วัตถุดิบแล้วมาปรุงต่อที่ไทย ดังนั้นเราสองคนจึงตั้งความหวังกับเมนูนี้ไว้มาก และทางร้านก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ เนื้อเค้กแน่น รสชาติอร่อย หวาน เค็ม มันกำลังดี นอกจากนี้ทางร้านยังเอาใจเด็กๆ หรือคนที่ต้องการหาอะไรหวานๆ ทานตัดความเค็ม ด้วยการใส่เยลลี่ ไซรัปและน้ำตาลก้อนรูปไก่น่ารักมาให้ในจานเรียบร้อยเลย
และหลังจากที่เราจัดการของหวานจานสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย คราวนี้ก็ถึงเวลาของบทสรุปการรีวิวร้าน Ryujin Sushi & Bar โครงการ The Up พระราม 3 กันแล้ว เรามาไล่กันไปทีละเรื่องตามเดิมเลยนะครับ
วันที่รับประทาน : วันพฤหัสที่ 28 ธันวาคม 2560
ช่วงเวลา : 11.30 – 15.30 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : เรื่องนี้ต้องบอกว่าผมกับต๋งเห็นตรงกัน 100% เลยว่ารสชาติอาหารแต่ละอย่างดีมาก และน่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีคุณภาพของซูชิ ซาชิมิดีสุดลำดับต้นๆ ของเราทั้งคู่ในตอนนี้เลย โดยในเมนูทั้งหมดที่เรากินในวันนี้ ไม่มีเมนูไหนที่พวกเรารู้สึกว่าไม่ถูกปาก หรือควรต้องปรับปรุงเลยครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ร้าน Ryujin Sushi & Bar ถือเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่มที่ดีมากร้านนึง เพราะนอกจากจะมีเมนูอาหารอย่างซูชิ, ซาชิมิ, โรล, อาหารทานเล่นแล้ว ก็ยังมีเมนูอาหารเซ็ต และเมนูที่น่าสนใจให้เลือกอีกมากมาย เช่น Lobster Abori Butter, Avocado Hotate Spicy หรือ Kurobuta Hotpot ดังนั้นโดยส่วนตัวผมจึงมองว่าเราสามารถที่จะพาครอบครัวหรือเพื่อนกลุ่มใหญ่มาทานอาหารที่ร้านนี้ได้อย่างสบายๆ เลย
ความสะอาดของร้าน : ไม่มีปัญหาอะไรในข้อนี้ครับ ร้านสะอาดสะอ้านดี ส่วนการตกแต่งภายในร้านก็ดูสวยและโปร่ง ด้วยโทนสีน้ำเงินกับการใช้กระจกเข้ามาติดในบางช่วง
การบริการของพนักงาน : ในข้อนี้ผมไม่เจอปัญหาอะไรครับ เพราะส่วนหนึ่งวันที่ผมไปใช้บริการนั้นมีโต๊ะอื่นๆ อีกแค่ 3-4 โต๊ะเท่านั้น ซึ่งผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าเป็นช่วงที่ลูกค้าเต็มร้านจะมีปัญหาอะไรในข้อนี้มั้ย เนื่องจากเห็นพนักงานในร้านมีแค่ 3-4 คนเท่านั้นเอง
ความสะดวกของการเดินทาง : โดยส่วนตัวผมว่าความสะดวกของการเดินทางไปยังร้านอาหารแห่งนี้อยู่ในระดับกลางๆ ครับ เพราะแม้ The Up พระราม 3 จะตั้งอยู่บริเวณหัวมุมของถนนที่มีขนาดใหญ่ 2 สาย รวมทั้งมีรถเมล์ผ่านหลายสาย แต่ก็ไม่ได้มีรถ BTS หรือ MRT ผ่าน ดังนั้นก็เลยทำให้ความสะดวกในการเดินทางยังไม่เต็มร้อยเท่าไหร่
ความคุ้มค่า : ต้องบอกว่าดูเผินๆ เหมือนราคาอาหารแต่ละอย่างจะดูสูง แต่หลังจากที่ผมได้ทานอาหารทั้งหมดแล้ว ผมกลับไม่รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้แพงนะครับ เพราะคุณภาพและปริมาณที่ได้มาแต่ละจานนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจนถึงดีมาก อย่างเช่น Triple Layers ซึ่งราคาคำละ 580 บาทนั้น ถ้าเราไปสั่งแยกเป็นซูชิวากิว, ซูขิฟัวกราส์ และซูชิเอ็นกาวะอย่างละคำ ผมว่าราคาก็ประมาณนี้แหละครับ หรือดีไม่ดีแพงกว่านี้ด้วย ส่วนเมนูอย่าง So Fresh Sashimi และ Lobster Abori Butter นั้น โดยส่วนตัวผมก็มองว่าราคาที่ทางร้านตั้งไว้นั้นก็เหมาะสมแล้ว ดังนั้นในเรื่องนี้ผมให้สอบผ่านครับ
สรุป : หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดี ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม และเป็นร้านอาหารที่คนยังรู้จักน้อย กินแล้วไม่ซ้ำใคร ไม่ติดในเรื่องของงบประมาณ หรือต้องจำกัดว่าต้องเป็นร้านอาหารในโรงแรมเท่านั้น ร้าน Ryujin Sushi & Bar ถือเป็นตัวเลือกที่ดีร้านนึงเลยครับ ยิ่งใครที่ชอบกินเครื่องดื่มอร่อยๆ เคล้ากับการฟังดนตรีสดหรือการดูบอล ยิ่งน่าจะถูกใจร้านนี้มากยิ่งขึ้น ส่วนใครที่งบประมาณต่อมื้อไม่มากนักแต่ก็อยากลองชิมดู ผมแนะนำให้สอบถามเรื่องโปรโมชั่นบัตรเครดิตกับทางร้านในช่วงนั้นก่อน และนัดกันไปทานหลายๆ คน จากนั้นให้แต่ละคนสั่งอาหารที่เป็นเซ็ตคนละ 1 เซ็ต และสั่งเมนูจานกลางมาเพิ่มซัก 1-2 เมนู การสั่งวิธีนี้จะทำให้เราสามารถกินอาหารได้หลากหลายขึ้น โดยที่งบประมาณต่อมื้อไม่สูงมากครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ สำหรับใครที่อยากจะดูบรรยากาศของการรีวิวอาหารครั้งนี้ในรูปแบบของภาพเคลื่อนไหวก็สามารถกดดูที่คลิปด้านล่างได้เลย ส่วนใครที่อยากจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่อที่ลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ
Fanpage : Ryujin Sushi & Bar
Tel : 02-116-5879, 064-040-2569
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ ทั้งนี้ทุกท่านสามารถเข้าไปพบปะพูดคุยเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like