Food Review

[SR] Sakura Blossom @ The Okura : เมื่อซากุระบานสะพรั่งอีกครั้ง กับรสชาติที่หอมอร่อยกว่าที่เคย

posted by ภรรยาหา สามีใช้ March 19, 2018 0 comments
นี่นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ผมกลับมากิน Afternoon Tea ที่โรงแรมแห่งนี้ และถือว่าเป็นการกลับมากิน Afternoon Tea ซ้ำที่เดิมมากครั้งที่สุดของผมเลย ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมกลับมากิน Afternoon Tea ที่นี่บ่อยๆ นั้นก็ไม่มีอะไรมากนอกจากมันอร่อย และเค้าช่างขยันเปลี่ยนธีมเหลือเกิน!!!
สำหรับ Afternoon Tea Set ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok นั้น จะมีการเปลี่ยนธีมทุกๆ 3 เดือน ทำให้การกลับมากิน Afternoon Tea ที่นี่นั้นไม่น่าเบื่อ ได้ลิ้มลองอะไรใหม่ๆ และเห็นความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ โดยคราวนี้ธีมที่ผมได้มาลองชิมนั่นก็คือ Sakura Blossom 2018 ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จนถึง 30 มิ.ย. 61 ครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
จริงๆ แล้วธีมซากุระของ The Okura Prestige Bangkok นั้น เป็นธีมที่ทางโรงแรมมักจะเวียนจัดบ่อยๆ ในทุกปี ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระในประเทศญี่ปุ่นกำลังบานสวยงาม โดยเมื่อปีที่แล้วผมเองก็ได้มาลองทานไปแล้วครั้งนึงตามลิงก์นี้ครับ http://www.amazingcouple.net/sr-sakura-blossom-the-okura/
แต่ด้วยความที่ The Okura Prestige Bangkok เป็นโรงแรมที่มักจะไม่หยุดนิ่ง อีกทั้ง Afternoon Tea เซ็ตซากุระของที่นี่ถือเป็นเซ็ตที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากๆ ดังนั้นในทุกครั้งที่ทาง The Okura Prestige Bangkok จัด Afternoon Tea เซ็ตซากุระนี้ออกมาใหม่ ทางโรงแรมก็จะมีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาและรสชาติของเมนูให้แตกต่างออกไปจากเดิมครับ
และก่อนที่ผมจะพาทุกคนไปลิ้มรส Afternoon Tea Set Sakura 2018 นี้ ผมขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักกับข้อมูลเบื้องต้นของที่นี่ก่อนดีกว่า โดย Afternoon Tea Set ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok นั้น จะเปิดให้บริการอยู่ที่ Up & Above Bar ชั้น 24 โดยจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 17.00 น. ส่วนราคานั้นจะอยู่ที่เซ็ตละ 1,190 บาท++ หรือประมาณ 1,400 บาท/เซ็ต โดยราคานี้จะได้ขนมคาวหวาน 1 เซ็ตกับเครื่องดื่ม 2 ชนิด ส่วนในเรื่องของจำนวนคนที่สามารถทานต่อเซ็ตนั้น ทางโรงแรมไม่ได้มีการระบุจำนวนไว้ จะทานกี่ท่านก็ได้ แต่ในความคิดเห็นของผมนั้น ผมว่า 1 เซ็ต ทาน 2 คนกำลังดีครับ
ในส่วนเรื่องการเดินทางมายังโรงแรมนั้นก็ง่ายๆ เพียงแค่เราเดินทางด้วย BTS มาลงที่สถานีสถานีเพลินจิต จากนั้นก็เดินออกที่ทางออก 2 แล้วเดินต่อประมาณ 50 เมตรก็จะถึงโรงแรมครับ โดยโรงแรม The Okura Prestige Bangkok นั้นจะอยู่ในตึก Park Ventures Ecoplex เลย ส่วนถ้าใครขับรถมาก็สามารถจอดรถที่บริเวณชั้นใต้ดินได้เลย เค้ามีที่จอดรถอยู่พอควรครับ
เอาล่ะคราวนี้เราไปดูในส่วนของหน้าตาของขนมทั้งหมด 22 ชิ้นในเซ็ตนี้ดีกว่าครับ ขนมในเซ็ตนี้จะแบ่งออกเป็นของคาว 10 ชิ้น (5 รายการ) และของหวาน 12 ชิ้น (6 รายการ) โดยขนมทั้งหมดจะถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกันในภาชนะพิเศษของทางโรงแรมที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่สามารถเป็นทั้งโต๊ะขนาดเล็กแล้วก็ลิ้นชัก ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี่เป็นการเสิร์ฟ Afternoon Tea Set ที่น่ารักมากๆ เซ็ตนึงเลยครับ
เรามาเริ่มไล่รสชาติอาหารกันแต่ละรายการกันเลยนะครับ เริ่มจากบรรดาของคาวที่จะอยู่ที่ลิ้นชักด้านซ้ายและขวากันก่อน
  1. Grilled sea scallops and mushroom tartare with balsamic หรือหอยเชลล์ย่าง เมนูนี้อร่อยดีครับ หอยสด ตัวโต ส่วนด้านบนมีเห็ดโรยมาเป็นท้อปปิ้งด้วย
  2. Red tuna Tataki with black peppercorns and Wakame salad เมนูนี้จะเป็นปลาทูน่าโรยด้วยพริกไทย แล้วก็มีสาหร่ายอยู่ข้างๆ เป็นเมนูที่ผมชอบมากที่สุดในหมู่ของของคาวในวันนี้เลย ปลาสด ชิ้นใหญ่ รสชาติดี มีความเผ็ดเล็กๆ ตรงปลายลิ้นจากพริกไทย ส่วนสาหร่ายนั้นก็กรุบ อร่อย คุณภาพดีเลยครับ
  3. Kani and avocado salad on rye bread เมนูนี้จะเป็นเหมือนแซนวิชครับ โดยจะมีส่วนประกอบของปูอัดแล้วก็อะโวคาโด ส่วนขนมปังนั้นจะเป็น Rye Bread และมีท้อปปิ้งด้านบนเป็นมะเขือเทศ รสชาติเมนูนี้ผมให้อยู่ในระดับกลางๆ ครับ คือดี แต่ไม่ได้ว้าวมากเหมือนเมนูอื่นก่อนหน้านี้
  4. Duck confit and berry tartlet เป็นทาร์ตที่มีเนื้อเป็ดกงฟี (Confit) หรือเนื้อเป็ดตุ๋นจากฝรั่งเศสและแครนเบอร์รี่เป็นส่วนประกอบสำคัญ รสชาติดี ติดเค็มนิดๆ ส่วนตัวขนมปังนั้นกรอบดีครับ
  5. Sakura scones สโคนที่มาแหวกแนวมากทั้งรูปร่างที่ออกมาในลักษณะสี่เหลี่ยมแตกต่างจากสโคนที่อื่นๆ แล้วก็ยังมีดอกซากุระเป็นท้อปปิ้งด้านบนด้วย ในส่วนเรื่องรสชาตินั้นเป็นสโคนที่อร่อยถูกปากผมที่นึงเลย เนื้อแน่น ตัดแล้วไม่ร่วน ดอกซากุระด้านบนก็ดอกใหญ่ เคี้ยวแล้วรู้สึกหนึบๆ ดี ทั้งนี้ทางโรงแรมจะมีการนำ Cottage Cream และแยมสตรอเบอร์รี่, แยมส้ม และแยมราสเบอร์นี่มาเสิร์ฟคู่กันด้วย ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้วผมชอบทานกับแยมสตรอเบอร์รี่มากที่สุด ส่วนแยมส้มนั้นผมว่าติดขมไปนิด, แยมราสเบอรร์รี่ออกแนวกลางๆ ไม่ได้หวานมาก และ Cottage Cream นั้นรสชาติจะออกแนวมันๆ เค็มๆ ใครชอบแบบไหนก็จัดตามความชอบเลยนะครับ
ต่อกันที่ของหวาน 6 รายการ 12 ชิ้นตามนี้ครับ
  1. Cherry Blossom Custard เมนูนี้เป็นเมนูที่ดูแล้วสวย โดดเด่นกว่าใครเพื่อนมาก ด้านบนจะเจลลี่ใสๆ มีดอกซากุระอยู่ด้านใน ส่วนด้านล่างนั้นจะเป็นพานาคอตต้าครับ สำหรับรสชาตินั้นผมให้อยู่ในเกณฑ์กลางๆ ดี แต่ยังไม่ว้าวเท่ากับหน้าตาของมัน
  2. Cream Roll เป็นแยมโรลสีชมพูที่ด้านในมีส่วนผสมของส้มยูซุ ซึ่งถือว่าแปลกดี ส่วนรสชาตินั้นโดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าแอบขมไปหน่อย ดูขัดกับหน้าตาของแยมโรลที่เป็นสีชมพูที่ให้ความรู้สึกว่าน่าจะหวานๆ นุ่มๆ ซึ่งผมคิดว่าหากทางเชฟลดปริมาณของส้มยูซุที่อยู่ด้านในลงไปอีกนิดน่าจะทำให้ถูกปากและกลมกล่อมมากขึ้นครับ
  3. Strawberry Short Cake เมนูนี้อร่อยมากกกก เป็นเมนูของหวานที่ผมชอบที่สุดเลยครับ เนื้อเค้กช็อคโกแลตด้านล่างนั้นคือดีมาก เหนียวหนึบ เคี้ยวมัน และไม่ขมเลย ส่วนเนื้อเค้กสตรอเบอร์รี่และดอกซากุระด้านบนก็อร่อยเข้ากันมาก บอกเลยว่ามีให้กินอีก 4-5 ชิ้น ผมก็กินหมด ><
  4. Daifuku ไดฟุกุสีชมพูน่ารักๆ ตัวแป้งนั้นเหนียวหนึบรสชาติดี ส่วนท้อปปิ้งด้านบนที่เป็นช็อคโกแลตสีชมพูนั้นก็อร่อย ทานง่าย ไม่ขม
  5. Sakura Macaron ซากุระมาการองที่มีรูปซากุระสวยๆ พิมพ์อยู่ เมนูนี้มีการสอดไส้ส้มยูซุเมือนกัน แต่ทานแล้วไม่ได้รู้สึกขมเหมือนกับ Cream Roll ซึ่งส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะรสชาติของส้มยูซุที่ใส่ไปนั้นมีความพอดีกับส่วนผสมอื่นๆ ทำให้รสชาติที่ได้กลมกล่อม ทานแล้วไม่รู้สึกหวานเหมือนกับมาการองในหลายๆ ที่
  6. Sakura chocolate truffle ช็อคโกแลตขนาดเล็กที่ด้านในมีส่วนผสมของส้มยูซุอีกเช่นกัน และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ผมว่าเชฟผสมผสานส้มยูซุกับส่วนผสมอื่นๆ ได้อย่างลงตัว ทานแล้วรสชาติกำลังดี ไม่มีรสขมเลยทั้งจากช็อคโกแลตและส้มยูซุ
จากทั้งหมดจะเห็นว่าเมนูของหวานของ Afternoon Tea Set นี้ จะเน้นที่โทนสีชมพู และดอกซากุระนำ โดยมีส้มยูซุเป็นตัวสอดแทรกผสมผสานเพื่อตัดรสชาติกับอย่างอื่นทั้งครีม, ความหวาน หรือรสขม โดยบางรสชาติก็ผสมผสานออกมาได้ลงตัวถูกปากผม แต่บางรสชาติก็ยังรู้สึกว่าส้มยูซุแอบเด่นไปจนทำให้กลบรสอื่นไปจนมิดครับ ส่วนดอกซากุระที่ใส่มาในหลายๆ เมนูนั้นรสชาติดี เคี้ยวเพลิน ถูกใจผมมากเลยครับ
หมดจากเรื่องของของหวานและของคาวในเซ็ตแล้ว คราวนี้เรามาดูเรื่องของเครื่องดื่มกันดีกว่า โดยตามปกติแล้วใน 1 set นั้น เราจะได้เครื่องดื่ม 2 ชนิด ซึ่งเราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทานเป็นอะไรดีระหว่างชาของ Mariage Frères, ชาของ Saro Royal Lotus, กาแฟของ illy ที่สามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบร้อนและเย็น แล้วก็พวกช็อกโกแลตเย็น, ชาเย็นแบบไทยและเครื่องดื่มอื่นๆ อีกหลายชนิดครับ
และด้วยความที่วันนี้ผมมาทาน Afternoon Tea เซ็ตนี้แค่คนเดียว ประกอบกับทางโรงแรมมีเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ดังนั้นผมก็เลยเลือกสั่งชา Sakura Sakura! ของ Mariage Frères มาทานคู่กับขนมในเซ็ตเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น เพราะนี่เป็นชาพิเศษที่มีขายเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น หากใครพลาดไปต้องรอกินอีกทีปีหน้าเลยครับ ><
และต้องบอกว่าการที่ผมเลือกชา Sakura Sakura! มาทานคู่กับขนมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก ตัวชาหอม และหวานนิดๆ รวมทั้งยังได้กลิ่นของซากุระจางๆ อีกด้วย ถือเป็นชาที่ผมลองทานแล้วชอบมากชนิดนึงเลยครับ ใครที่ชอบทานชาที่มีรสหวานนิดๆ และมีกลิ่นหอมของดอกไม้หน่อยๆ น่าจะชอบ ส่วนถ้าใครไม่รู้ว่าจะเลือกทานชาแบบไหนดี ลองสอบถามทางพนักงานของห้องอาหารก็ได้ครับ เค้าจะช่วยแนะนำเราได้ รวมทั้งมีกระป๋องตัวอย่างชามาให้เราลองดมดูด้วยว่าชอบมั้ย
หมายเหตุ : สำหรับใครที่ทานชาหมดกาแรกแล้วยังอยากจะทานชาชนิดนั้นต่อ ก็สามารถแจ้งทางพนักงานให้ช่วยเติมน้ำร้อนให้ได้นะครับ อย่างวันนี้ผมก็ขอเติมไปหนึ่งครั้ง เพราะชอบในรสชาติมาก ทานคู่กับขนมในเซ็ตเข้ากันได้อย่างพอดี
ส่วนเครื่องดื่มอีก 2 ชนิดที่ผมได้มีโอกาสลองทานนั้นเป็นเครื่องดื่มพิเศษที่มีเฉพาะในช่วงนี้ โดยจะเป็นธีมซากุระเหมือนกัน ได้แก่ เครื่องดื่มที่ชื่อว่า Sakura Cloud และ Sakura Oriental Tonic
  • Sakura Cloud (ซากุระ คลาวด์) เป็นเครื่องดื่มม็อคเทค (Mocktail) ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีส่วนประกอบที่สำคัญคือน้ำสับปะรดและน้ำส้มยูซุ ทำให้รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ส่วนบริเวณท้อปปิ้งด้านบนนั้นมีการตกแต่งโฟมไข่ขาวที่มีส่วนผสมของซากุระครับ สำหรับผมแล้วนี่เป็นอีกเครื่องดื่มนึงที่รสชาติถูกปากในวันนี้เลย
  • Sakura Oriental Tonic (ซากุระ โอเรียนทอล โทนิค) เมนูนี้เป็นเครื่องดื่มค็อกเทล (Cocktail) ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างเหล้าจินจากญี่ปุ่น และโทนิคนำเข้าคุณภาพดีจากเมดิเตอร์เรเนียน มีกลิ่นหอมของซากุระและกุหลาบอ่อนๆ แล้วก็มีการตกแต่งด้วยอบเชย ส่วนในเรื่องของรสชาตินั้นทานแล้วไม่รู้สึกถึงความเป็นแอลกอฮอล์ซักเท่าไหร่ แต่จะรู้สึกซ่าและขมนิดๆ ซึ่งถ้าเทียบกับ Sakura Cloud แก้วเมื่อกี้แล้ว ผมชอบ Sakura Cloud มากกว่าครับ
สำหรับใครที่สนใจจะลองชิมเครื่องดื่มพิเศษอย่าง Sakura Cloud และ Sakura Oriental Tonic นั้น ก็สามารถสั่งที่พนักงานได้เลย เค้าจะมีเมนูพิเศษนี้เฉพาะวันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 61 เท่านั้น โดยจะมีอีกหลายรายการให้เราเลือกทานเลย แต่ว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะไม่รวมอยู่ใน Afternoon Tea Set นะครับ เราต้องจ่ายเพิ่ม โดยราคาสำหรับเครื่องดื่มประเภท  Mocktail จะอยู่ที่ 250 บาท++/แก้ว และเครื่องดื่ม Cocktail จะอยู่ที่ 350 บาท++/แก้ว และเมนูเหล่านี้เราสามารถที่จะสั่งมาทานได้ตลอดเวลาตั้งแต่ 7.00 น. จนถึงตี 1 โดยไม่จำเป็นต้องสั่งคู่กับ Afternoon Tea Set ครับ
เอาล่ะครับ ตอนนี้ก็มาถึงในช่วงท้ายของรีวิวนี้แล้ว เรามาสรุปในหัวข้อต่างๆ ตามความคิดของผมกันเลยนะครับว่า ผมรู้สึกอย่างไรกับ Afternoon Tea เซ็ตนี้
วันที่รับประทาน : วันพฤหัสที่ 15 มีนาคม 2561
เวลา : 14.00 – 16.00 น.
จำนวน : 1 คน
รสชาติอาหาร : Afternoon Tea ของที่นี่ ยังคงเป็น Afternoon Tea ที่รสชาติถูกปากผมเหมือนเช่นเคย โดยจากการมาทานรวมทั้งหมด 3 ครั้ง ผมยังไม่รู้สึกผิดหวังเลย และถ้าเทียบรสชาติของเซ็ตซากุระในปีนี้กับเซ็ตซากุระในปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกชอบรสชาติของปีนี้มากกว่าค่อนข้างเยอะเลยครับ โดยเฉพาะรสชาติของชา Sakura Sakura! ที่กินคู่กันนั้นลงตัวมากๆ ส่วนรสชาติของขนมต่างๆ ก็มีหลายรายการที่ทำให้ผมว้าวจนอยากจะทานเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็น Strawberry Short Cake, Sakura Scone, Red tuna Tataki with black peppercorns and Wakame salad และ Duck confit and berry tartlet
ความหลากหลายของอาหาร : จำนวนของของคาว 5 อย่าง และของหวาน 6 อย่าง รวมเป็น 11 อย่างนั้น ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของ Afternoon Tea ทั่วไป แต่ในเรื่องของความแปลกใหม่ และความน่าสนใจของอาหาร ผมว่าเซ็ตนี้ทำออกมาได้ดี เห็นแล้วดูน่าทานมากๆ ครับ
ความสะอาดของสถานที่ : ไม่มีปัญหาอะไรในข้อนี้เลย สถานที่โล่ง สบายตา สะอาดสะอ้าน และมีที่นั่งเยอะ นั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัด
การบริการของพนักงาน : ด้วยความที่ผมเคยมาใช้บริการที่โรงแรมนี้หลายครั้ง ทั้งในฐานะที่ได้รับเชิญมา หรือไปใช้บริการเองโดยที่ทางโรงแรมไม่ทราบ ผมรู้สึกว่าพนักงานของที่นี่บริการดีมากในทุกๆ ส่วน และยังไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยกับการบริการของที่นี่ครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : ในเรื่องของการเดินทางไปยัง The Okura Prestige Bangkok นั้นถือว่าสะดวกในระดับนึงเลย เพราะโรงแรมนั้นอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าเพลินจิตมาก และหากใครเข้าทางตึก Park Ventures Ecoplex ก็จะมีทางเดินเชื่อมต่อจาก BTS เข้าไปได้เลย เพียงแต่เราต้องสังเกตป้ายให้ดีหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนใครที่คิดจะขับรถมาที่นี่นั้นก็อาจจะต้องดูเรื่องของเวลานิดนึงนะครับ เพราะถนนสุขุมวิทบริเวณหน้าโรงแรมนั้นถือเป็นช่วงที่มีการจราจรติดขัดในหลายช่วงเวลาเลย
ความคุ้มค่า : สำหรับตัวผมเองแล้ว การได้ทาน Afternoon Tea ที่มีรสชาติแบบนี้ หน้าตาน่ารักแบบนี้ ทำเลที่ตั้งแบบนี้ รวมทั้งยังได้ชาดีๆ อีก 2 ชนิด ผมว่าราคา 1,190 ++ บาท ต่อเซ็ต หรือประมาณ 1,400 บาทนั้น ถือเป็นราคาที่รับได้ครับ และผมเชื่อว่ามีอีกหลายๆ คนที่คิดเห็นเหมือนกับผมเช่นเดียวกัน เพราะว่าผมไปทาน Afternoon Tea Set ที่นี่ทีไรก็เห็นมีคนไปใช้บริการ หรือมีโต๊ะที่ติดป้ายว่าจองไว้พอสมควรเลย
สรุป : สำหรับใครที่ชื่นชอบการทาน Afternoon Tea และแสวงหาการทาน Afternoon Tea Set ที่หน้าตากับส่วนประกอบไม่เหมือนใคร, มีชาอร่อยๆ ให้ทานคู่, การเดินทางสะดวก, ที่นั่งสบาย, พนักงานบริการดี และรับได้กับราคา 1,400 บาท/เซ็ต ผมว่าที่นี่เป็นที่ที่สามารถตอบโจทย์คุณได้เลยครับ โดยใครที่สนใจอยากจะไปลองทาน Afternoon Tea เซ็ตนี้ก็อาจจะต้องรีบดูรายละเอียดและตัดสินใจกันหน่อย เพราะทาง The Okura Prestige Bangkok จะจำหน่ายถึงแค่วันที่ 30 มิ.ย. 61 เท่านั้น
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ และสำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมอย่างใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลย ส่วนท่านใดที่อยากจะได้ข้อมูลของที่นี่เพิ่มเติม หรืออยากจะโทรไปสอบถามรายละเอียดต่างๆ ก็สามารถสอบถามได้ที่ช่องทางต่อไปนี้เลยครับ
Facebook : The Okura Prestige Bangkok
Tel : 02-6879000
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้
Facebook Comments

You may also like