Lifestyle Review

[SR] Sennheiser PXC 550 : หูฟังที่เหมาะกับคนรักในเสียงเพลงและการเดินทาง

posted by ภรรยาหา สามีใช้ January 3, 2017 0 comments
กลางดึกของวันหนึ่งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
นาย A :  คุณ R ครับ ผมอยากจะขอเรียนเชิญไปงานเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ของ Sennheiser และก็ทดลองรีวิวหูฟังรุ่นใหม่นี้ให้หน่อยครับ ไม่ทราบว่าสะดวกมั้ยครับ?
ผม : ว่ายังไงนะครับ? เชิญผมไปรีวิวหูฟัง!! อยากจะบอกว่าผมนี่เป็นคนที่หูหยาบกระด้างมากเลยนะครับ ร้องเพลงก็ผิดคีย์ แยกเสียงนักร้องก็ยังไม่ค่อยออกเลย
นาย A : ไม่เป็นไรครับ โดยส่วนตัวผมแล้วผมคิดว่าหูฟังรุ่นนี้น่าจะเหมาะกับคุณ R ครับ เลยอยากให้ลองเอาไปเล่นดูก่อนซัก 2 อาทิตย์ ชอบก็รีวิว ไม่ชอบก็ไม่ต้องรีวิว และอยากจะเขียนยังไงก็ได้ครับ ผมไม่ได้บังคับอะไรครับ
.
.
.
.
เอ่อ แบบนี้ก็มี เชิญคนที่อยู่นอกวงการหูฟังแถมโสตประสาทก็ไม่ดีไปรีวิวหูฟัง เอ๊า…ก็เอาสิ ลองดูกันซักตั้งจะเป็นไรไป
.
.
.
ผ่านไป 2-3 อาทิตย์นับจากวันนั้น หลังจากที่ผมได้ใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับเจ้าหูฟัง Sennheiser PXC 550 ตัวนี้มาพอควร ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเขียนรีวิวนี้ขึ้นมา ก็ลองอ่านกันดูนะครับว่ารีวิวหูฟังจากคนนอกวงการหูฟังมันจะออกมาในรูปแบบไหน
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าหูฟังนั้นมี 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้คือ
  1. แบบ Earbud เป็นหูฟังประเภทที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในตลาด มักแถมมากับการซื้อมือถือ เครื่องเล่นเพลงต่างๆ ข้อดีก็คือพกพาง่าย แต่ก็ไม่ค่อยกันเสียงรบกวนจากภายนอกซักเท่าไหร่
  2. แบบ Inear เป็นหูฟังที่ดูเผินๆ อาจจะคล้ายๆ กับ Earbud แต่จะต่างกันเล็กน้อยคือแบบ Inear นั้นจะต้องยัดหูฟังลงไปในหูเราเลย คล้ายๆ กับการที่เราเอานิ้วเข้าไปอุดหูเรานั่นแหละครับ ซึ่งก็จะทำให้ได้รายละเอียดของเสียงที่ชัดเจนที่สุด เนื่องจากลำโพงของหูฟังจะอยู่ลึกเข้าไปในหู และก็สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดี
  3. แบบ Headphone หรือแบบครอบหู เป็นหูฟังขนาดใหญ่ที่สุด ทำให้ไม่ค่อยเหมาะกับการพกพาซักเท่าไหร่ แต่ก็มีหลายๆ คนที่ชื่นชอบหูฟังแบบนี้เนื่องจากให้กำลังเสียงที่ดี มีฟังก์ชั่นเยอะ และไม่รู้สึกเจ็บหู สามารถฟังนานๆ ได้อย่างสบายๆ
จริงๆ แล้ว หูฟังแต่ละแบบหากจะแบ่งแยกย่อยลงไปอีกก็สามารถแบ่งต่อลงไปอีกได้ แต่เราคงไม่ลงลึกในส่วนนั้นกัน เราไปดูจุดเด่นของเจ้า Sennheiser PXC 550 พระเอกของเราในวันนี้กันดีกว่าดีกว่าว่ามันมีจุดเด่นอะไรบ้างครับ โดยรีวิวนี้ผมจะไม่เน้นเรื่องของคุณภาพของเสียงนะครับ เพราะอย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าผมไม่ใช่ผู้สันทัดด้านนี้ รวมทั้งเรื่องของหูฟังเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของแต่ละคนมากๆ ผมก็เลยจะเน้นเล่าถึงจุดเด่นต่างๆ ที่มีในหูฟังตัวนี้แทน ส่วนเรื่องของคุณภาพเสียงนั้น หากใครอ่านแล้วรู้สึกถูกใจในฟังก์ชั่นของมัน ก็ค่อยออกไปทดลองฟังทีร้านด้วยตัวเองเพราะจะได้ทดสอบกันจนหนำใจแถมยังได้เปรียบเทียบกับอีกหลายๆ ตัวที่เราสนใจได้ด้วยครับ
Sennheiser PXC 550 นั้นเป็นหูฟังประเภทครอบหูที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก พกไปไหนมาไหนยังไม่เข้าขั้นลำบากเท่าไหร่ และมีฟังก์ชั่นที่เด่นๆ หลายประการ โดยวันที่เปิดตัวนั้น ทางผู้บริหารของ Sennheiser จากสิงคโปร์ได้ใช้เวลาในการนำเสนอถึง 2 ชั่วโมงด้วยกัน แต่ผมขอย่อยลงมาสั้นๆ เหลือแค่นี้นะครับ
“Sennheiser PXC 550 เป็นหูฟังที่เหมาะกับคนที่รักการเดินทางมากๆ โดยเฉพาะคนที่เดินทางยาวๆ ด้วยจุดเด่นหลายเรื่อง เช่น แบตที่อึดถึง 30 ชั่วโมง, ระบบการฟังที่สามารถฟังผ่านได้ทั้ง Bluetooth แจ๊ค 3.5mm หรือสาย Micro USB, การมี Sound Card หรือ DAC ในตัว ทำให้เวลาเสียบฟังเพลงผ่านคอมพิวเตอร์จะได้เสียงที่ดีขึ้น, ระบบ Noise Canceling ที่มีประสิทธิภาพ สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ, Case ที่สามารถบีบให้เหลือพื้นที่ในการเก็บที่น้อยลง และปิดท้ายด้วย App Captune ที่นอกจากจะใช้ฟังเพลงได้แล้วยังสามารถปรับแต่งลูกเล่นต่างๆ ให้หูฟังเพิ่มเติมได้อีกมากมาย

เอาล่ะ เราไปดูที่ตัวกล่องกันก่อนดีกว่า ตัวกล่องของ Sennheiser PXC 550 นั้นดีไซน์มาสวยดีครับ เป็นโทนสีดำและเงิน ด้านหน้าบอกชื่อรุ่นชัดเจน รวมถึงระยะเวลาการประกันที่นานถึง 2 ปี ส่วนด้านข้างและด้านหลังจะบอกรายละเอียด จุดเด่น และสเปคต่างๆ ของหูฟังรุ่นนี้

ภายในกล่องของ Sennheiser PXC 550 นั่นจะมีของอยู่ 6-7 อย่างดังนี้
  • หูฟัง Sennheiser PXC 550
  • เคส
  • สาย 5mm ความยาว 1.4 เมตร
  • Adapter แจ๊ค 3mm
  • Adapter สำหรับไว้เสียบฟังบนเครื่องบิน
  • สาย Micro USB
  • คู่มือ

สำหรับตัวเคสนั้นได้มีการออกแบบมาให้สามารถบีบให้เล็กลงได้ เพื่อให้ประหยัดเนื้อที่ระหว่างการเดินทาง ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญอะไร แต่สำหรับคนที่เดินทางด้วยเครื่องบินโดยเฉพาะที่คนที่นั่งแบบ Economy Class นั้น การที่สามารถบีบขนาดเคสให้เล็กลงไปหลายเซนติเมตรแบบนี้ได้ ถือว่าช่วยเพิ่มระยะช่องว่างระหว่างขาเรากับกระเป๋าเก็บของด้านหน้าได้เป็นอย่างดีเลยครับ มันทำให้เรานั่งสบายขึ้นอีกเยอะเลย

ทีนี้เรามาดูเรื่องฟังก์ชั่นอื่นๆ กันดีกว่า เริ่มจากดีไซน์ของ Sennheiser PXC 550 โดยส่วนตัวผมว่าเค้าออกแบบมาได้สวยดีนะครับ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ปุ่มต่างๆ มีน้อยมากเพราะมีการซ่อนไว้ใน Touch Control Panel ที่บริเวณหูฟังด้านขวา รวมทั้งใน App Captune
โดยหลังจากที่เราเปิดเคสออกจะเห็นหูฟังนอนอยู่ในสภาพแบบนี้ และจะมองเห็นจุดแดงวงกลมที่อยู่บริเวณด้านบนของส่วนที่ใช้ครอบหูซึ่งสภาพนี้จะเป็นสภาพที่หูฟังนั้นปิดระบบไม่ทำงานอยู่ และเมื่อเราทำการหมุนพลิกบริเวณส่วนที่ครอบหูมาเพื่อจะใช้ฟัง มันจะเป็นการเปิดสวิทซ์ทำงานโดยอัตโนมัติครับ

ปุ่มต่างๆ นั้นจะอยู่บริเวณหูฟังด้านขวาทั้งหมด ตั้งแต่ปุ่มเปิดปิด Bluetooth ที่ซ่อนอยู่ด้านบนของส่วนที่ครอบหู โดยมีก้านที่ครอบหูบังไว้อยู่ เราจะต้องโยกมันเล็กน้อยจึงจะสามารถมองเห็นได้
ถัดมาจะเป็นปุ่มเปิดปิด Noise Canceling โดยจะมี 2 โหมด โหมด 1 จะเป็นการปรับระดับ Noise Canceling จาก App Captune โดยเราสามารถปรับได้ว่าจะให้ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกมากน้อยแค่ไหนตามใจชอบ ส่วนโหมด 2 จะเป็นการปล่อยให้หูฟังมันประมวลผลเสียงรบกวนจากด้านนอกและปรับระดับ Noise Canceling เอง
ปุ่มต่อมาที่เป็นรูปเครื่องหมายตัวโน้ตดนตรี จะเป็นการปรับโหมด Equalizer เช่น จะปรับเป็น Rock, Flat, Pop หรืออื่นๆ แต่การกดจากปุ่มนี้จะปรับได้แค่ 4-5 โหมดวนๆ ไปเท่านั้น ซึ่งจะน้อยกว่าการที่เราปรับจาก App Captune ที่จะเลือกได้เป็น 10 แบบ รวมทั้งใน App Captune นั้นเรายังสามารถตั้ง custom EQ แบบที่เราต้องการได้อีกด้วย

สุดท้ายตรงบริเวณด้านล่างจะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5mm และก็รูเสียบ Micro USB สำหรับชาร์จไฟ รวมทั้งยังใช้ฟังเพลงจากคอมพิวเตอร์ได้ด้วย โดยการเสียบ Sennheiser PXC 550 กับคอมพิวเตอร์นั้น จะได้เสียงที่ดีกว่าการฟังจากคอมปกติเพราะเจ้า Sennheiser PXC 550 นั้นมี Sound Card อยู่ในตัว ส่วนการเสียบชาร์จไฟนั้นจะมีจุดวงกลมสีน้ำเงินที่จอ LCD ของหูฟังด้านขวา โดยจะมีจุดทั้งหมด 5 จุดด้วยกัน ถ้าจุดน้ำเงินขึ้นครบ 5 จุดเมื่อไหร่ก็แสดงว่าเราชาร์จไฟเต็มแล้ว สามารถนำไปใช้งานได้ยาวๆ เลยครับ

มาต่อกันที่อีกจุดนึงที่ผมว่ามันดีงามมากๆ นั่นก็คือตัว Touch Control Panel ที่อยู่ที่หูฟังด้านขวา หรือบริเวณที่เราเห็นเรียบๆ แบนๆ ในรูปนั่นแหละครับ ตรงบริเวณนี้เราจะสามารถสั่งการได้หลายอย่างมากตั้งแต่การเพิ่มลดเสียง, เลื่อนเพลง, รับสายโทรศัพท์, หยุดการเล่นเพลง และเปิดปิดระบบ Noise Canceling ซึ่งอย่างหลังนี่เป็นอะไรที่ดีมาก เพราะบางครั้งขณะที่เราฟังเพลงและเปิดระบบ Noise Canceling แบบเต็มกำลังเพื่ออยู่ในโลกส่วนตัวของเราอยู่นั้น มันจะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงของคนรอบข้างที่พูดกันเลย และหากไม่มีฟังก์ชั่น Double Tab (เคาะ 2 ที) เพื่อเปิดปิดระบบนี้ มันจะทำให้เวลาที่เราอยากจะพูดคุยกับใครนั้นเราต้องถอดหูฟังออกก่อน แต่พอมีระบบนี้เราก็แค่ Double Tab สลับไปมาแล้วแต่ว่าเราต้องการตัดเสียงภายนอกหรือต้องการพูดคุยกับคนอื่นๆ ครับ
วิธีการใช้งาน Touch Control Panel นั้นก็ง่ายๆ ตามนี้ หรือถ้าใครจำไม่ได้ก็ดูในคู่มือได้เลย
เลื่อนขึ้น-ลง : เพิ่มลดเสียง
เลื่อนไปข้างหน้า-หลัง : เปลี่ยนเพลง
กด 1 ครั้ง : หยุดหรือเล่นเพลงต่อ
กด 2 ครั้ง : หยุดหรือเล่นเพลงต่อโดยจะทำงานร่วมกับการเปิดปิดระบบ Noise Canceling เพื่อให้เราสามารถฟังเสียงข้างนอกได้
ทั้งนี้การจะใช้งานบางฟังก์ชั่นอย่างเช่น การเลื่อนเพลงไปข้างหน้า-เลื่อนเพลงกลับ จะต้องใช้งานผ่าน Bluetooth และขึ้นอยู่กับรุ่นของมือถือ รวมทั้ง App ที่ใช้ฟังเพลงด้วย อย่างผมทดลองทั้งหมด 3 เครื่อง ได้แก่ Huawei P9, iPhone 5s และ iPhone 6 ก็พบว่า 2 เครื่องแรกไม่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นดังกล่าวได้ แต่สำหรับเครื่องสุดท้ายกลับใช้งานได้หมดทุกฟังก์ชั่น ถ้ายังไงก็คงต้องทดลองให้ดีก่อนซื้อนะครับว่ามันเหมาะกับเครื่องเราและ App ฟังเพลงของเราหรือเปล่า แต่สำหรับฟังก์ชั่นการเพิ่มลดเสียงนั้น จากที่ทดสอบมาสามารถใช้งานได้ทุกเครื่องไม่มีปัญหาอะไรครับ
ปิดท้ายกันด้วย App Captune App ที่เพิ่มความสามารถหลายๆ อย่างให้กับ Sennheiser PXC 550 โดยสามารถ Download ได้ฟรีทั้ง iOS และ Android และมีฟังก์ชั่นหลักๆ ที่น่าสนใจดังนี้
  • ฟังเพลง
  • ตั้งระดับ Noise Canceling ว่าเราจะให้ตัดเสียงรบกวนข้างนอกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากต้องการเลือกใช้ค่าที่เราตั้งไว้ เราก็แค่ไปเลือกโหมด 1 ที่บริเวณหูฟังด้านขวาเท่านั้นเองครับ
  • ตั้งค่าให้เพลงหยุดเล่นอัตโนมัติเมื่อเราถอดหูฟังออกจากหู ฟังก์ชั่นนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆ ครับ เพราะบางทีเวลาที่เราฟังเพลงอยู่ดีๆ เกิดมีคนมาคุยกับเรา และเราตกใจเผลอถอดหูฟังออกเพื่อไปคุยกับเค้า เพลงก็จะถูกหยุดเล่นทันทีและจะเริ่มเล่นอีกครั้งเมื่อตอนเราสวมหูฟังกลับ ซึ่งหากเราไม่ได้เปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้เพลงมันก็จะถูกเล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีการหยุด
  • เลือกโหมด Equalizer ในการฟัง ซึ่งคล้ายๆ กับการกดเครื่องหมายโน้ตดนตรีบริเวณหูฟัง แต่การเลือกผ่าน App จะเลือกโหมดได้มากกว่า และสามารถปรับแต่งแบบ Custom ที่เราต้องการ รวมทั้ง save เก็บไว้ได้ด้วย อย่างในตัวอย่างที่ผม cap ภาพมาให้ดูก็จะเห็นเลยว่า EQ แบบ Flat กับแบบ Pop ก็จะมี Curve และการให้เสียงที่ต่างกันมากๆ

เอาล่ะครับ ตอนนี้ผมก็เล่าถึงฟังก์ชั่นและจุดเด่นของ Sennheiser PXC 550 ไปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ผมจะมาเล่าถึงความประทับใจโดยรวมของผมที่มีต่อหูฟังตัวนี้ และก็อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านหูฟัง รวมทั้งหูผมยังกากมากอีกด้วย ดังนั้นผมจึงไม่ขอแตะในเรื่องคุณภาพเสียงนะครับ
โดยรวมๆ ที่ผมได้ลองใช้มาประมาณ 2 อาทิตย์ ผมประทับใจหูฟัง Sennheiser PXC 550 ค่อนข้างมาก ด้วยจุดเด่นหลายๆ อย่างที่เค้ายัดใส่มา ทั้ง Touch Control Panel ที่ทำให้การปรับเสียงดังค่อยทำได้ง่ายมาก, การเปิดปิดระบบ Noise Canceling ที่สะดวก และคุณภาพของ Noise canceling ที่ดี ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้สนิทและยังปรับแต่งเองได้ด้วย, แบตอึด ชาร์จที่นึงใช้ได้นานมาก, App Captune ที่ทำให้เราสามารถปรับแต่งฟังก์ชั่นการทำงานของหูฟังได้มากขึ้น, การรับสายคุยโทรศัพท์ที่สะดวกและสามารถทำได้เลย ขณะที่กำลังเปิดฟังเพลงอยู่ และสุดท้ายคือดีไซน์ที่สวยเก๋ แถมฟังนานๆ ไม่มีปวด ไม่มีเจ็บหูด้วย ซึ่งจากจุดเด่นต่างๆ ที่ผมได้สัมผัสมานั้นทำให้ผมคิดว่าเจ้า Sennheiser PXC 550 นั้นเป็นหูฟังที่ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนที่รักการเดินทางและเสียงเพลงจริงๆ ครับ เรียกว่าเดินทางยาวๆ เดินทางนานๆ นี่ไม่มีเบื่อ ไม่มีเหงาแน่นอน
สำหรับคนที่สนใจ Sennheiser PXC 550 และอยากจะลองเล่นฟังก์ชั่นต่างๆ ลองทดสอบคุณภาพเสียง ลองซิงก์กับมือถือของตัวเองดูว่าจะสามารถใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ครบมั้ย ก็สามารถไปลองที่ร้าน Jaben Thailand ชั้น 4 The Mercury Tower ชิดลมได้เลยครับ โดยการเดินทางไปนั้นง่ายมาก สามารถนั่งรถ BTS ไปลงที่สถานีชิดลมได้เลยและจะมีทางเชื่อมเดินเข้าตึก จากนั้นก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 4 ก็จะเจอร้านเลยครับ เจ้าของร้านใจดีมากกกกก สามารถไปลองไปเล่นได้เต็มที่เลย และสำหรับใครที่ไปไม่ถูกหรืออยากจะสอบถามรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมก็โทรไปสอบถามได้ที่เบอร์ 02-6393682  ได้เลยครับ
อ้อ…..สำหรับราคาของ Sennheiser PXC 550 นั้นจะอยู่ที่ 17,890 บาทนะครับ แต่ช่วงวันนี้จนถึงวันที่ 31 มค. 60 เค้ามีการจัดโปรโมชั่นลดเหลือเพียง 15,990 บาทเท่านั้น แถมยังผ่อน 0% 3 เดือนได้ด้วยครับ ก็เอาเป็นว่าใครที่สนใจหูฟังที่มีสเปคประมาณนี้ก็ไปลองเล่นกันดูนะครับ เผื่อจะชอบและได้มันมาเป็นหูฟังคู่ใจสำหรับการเดินทางในทริปหน้าของเรา
ผมขอทิ้งท้ายรีวิวนี้ด้วยภาพชุดนี้แล้วกันนะครับ เป็นภาพที่ผมชอบมากเซ็ตนึงเลย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้าครับ สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวการรีวิวต่างๆ ที่รวดเร็วทันใจ สามารถกดติดตามได้ที่เพจ ภรรยาหา สามีใช้ ได้เลยครับ

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้ออกไป
Facebook Comments

You may also like