Food Review

[SR] The Café @ Windsor Hotel : บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ที่ไลน์อาหารเยอะและมักมีโปรราคาพิเศษ!!

posted by ภรรยาหา สามีใช้ March 29, 2018 0 comments
สวัสดีทุกคนครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมนาย “ภรรยาหา สามีใช้” ได้พาทุกคนไปชิมอาหารจีนและติ่มซำที่ห้องอาหาร The Golden Palace โรงแรม Windsor Suites Sukhumvit 20 (วินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20) ตามลิงก์นี้มาแล้ว http://www.amazingcouple.net/sr-the-golden-palace-windsor-suites/ วันนี้ผมก็เลยจะพาทุกคนไปรู้จักและชิมอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่อยู่ในโรงแรมแห่งเดียวกันนี้ต่อ โดยห้องอาหารที่ผมจะพาทุกคนไปนั้นมีชื่อว่า The Café (เดอะ คาเฟ่) ครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
ห้องอาหาร The Café นั้นเป็นห้องอาหารนานาชาติของโรงแรม Windsor Suites Sukhumvit 20 ตั้งอยู่ที่ชั้น G ใกล้กับบันไดกลางที่เดินขึ้นไปยังชั้นบนครับ ขนาดของห้องอาหารนั้นกว้างขวางมาก น่าจะสามารถรองรับคนได้ประมาณ 200 คน ประเภทของโต๊ะกับโซนที่นั่งก็มีให้เลือกหลากหลายดี ส่วนในเรื่องของราคากับเวลาในการเปิดบริการก็ตามนี้เลยครับ
วันที่เปิดบริการ : เปิดบริการทุกวัน แต่ประเภทอาหารจะแตกต่างกันไป โดยไลน์บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและอาหารนานาชาติแบบในรีวิวนี้จะมีเฉพาะคืนวันศุกร์-อาทิตย์ เท่านั้น
เวลาที่เปิดบริการ : 18.00 – 22.30 น.
ราคาปกติ (มี.ค. 61) : 729 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่มแล้ว)
ราคาพิเศษ (1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 61) : โปรโมชั่นมา 4 จ่าย 3 เหลือเพียง 547 บาท/คน net
ราคาสำหรับเด็ก : สูง 115-135 cm ราคา 400 บาท/คน net หากสูงน้อยกว่า 115 ซม. เข้าฟรี
หมายเหตุ : ราคาปกติเดือนมีนาคม 2561 นั้น เป็นราคาที่ทางโรงแรมได้จัดโปรโมชั่นระยะยาวลดราคา 30% จากปกตินะครับ ส่วนราคาพิเศษเดือนเมษายน-มิถุนายน 2561 จะเป็นราคาที่มีการเพิ่มโปรโมชั่นมา 4 จ่าย 3 เข้าไปอีกครับ
สำหรับการเดินทางมายังโรงแรม Windsor Suites Sukhumvit 20 นั้นเราสามารถมาได้หลายทางเลย ตั้งแต่การนั่งรถเมล์, BTS, MRT, Taxi หรือการขับรถมาเองครับ โดยโรงแรมจะอยู่ในซอยสุขุมวิท 18 และซอยสุขุมวิท 20 ห่างจากปากซอยประมาณ 200 เมตรและอยู่ห่างจากสถานี BTS อโศกกับ MRT สุขุมวิทประมาณ 800 เมตร ซึ่งใครที่มาด้วยรถเมล์, BTS, MRT นั้น ผมแนะนำให้เดินเข้าที่ซอยสุขุมวิท 20 นะครับ เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวเราก็จะเจอโรงแรมอยู่ทางขวามือเรา ส่วนคนที่ขับรถมาเองนั้นผมแนะนำให้เข้าทางซอยสุขุมวิท 18 และให้สังเกตอาคารจอดรถที่อยู่ฝั่งซ้ายมือให้ดีๆ ครับ อาคารจอดรถที่นี่มีหลายชั้น จอดรถได้เยอะ แต่ทางขึ้นแต่ละชั้นนั้นค่อนข้างแคบนิดนึง ใครที่ขับรถไม่เก่งอาจจะต้องระมัดระวังหน่อยครับ
ส่วนในเรื่องของการประทับตราบัตรจอดรถที่หน้าห้องอาหาร The Café นั้น จะเป็นการประทับตราที่จอดรถได้เพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นใครที่มาแล้วนั่งนานๆ จนเต็มเวลาตั้งแต่ 18.00 น. จนถึง 22.30 น. ก็ให้ไปขอประทับตราบัตรจอดรถที่ lobby แทนนะครับ เราจะสามารถจอดรถได้นานกว่า แล้วก็ไม่ต้องเสียค่าจอดรถชั่วโมงละ 50 บาทครับ
รู้เรื่องของการเดินทางมายังโรงแรมและห้องอาหารเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราไปพูดถึงเรื่องของไลน์อาหารกันดีกว่า โดยในความเห็นของผมนั้นคิดว่าไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและนานาชาติห้องอาหาร The Café นั้นมีอาหารบริการที่หลากหลายดีครับ แม้จะไม่ได้มีหลายเชื้อชาติแบบหลายๆ ที่ แต่ประเภทอาหารที่มีในปัจจุบันก็เยอะมากๆ จนกินไม่หมดแล้วครับ
เราไปเริ่มไล่กันทีละประเภทอาหารกันเลยนะครับ เริ่มจากอาหารประเภท Seafood on Ice กับอาหารประเภทที่ต้องย่าง (Grilled) กันก่อน โดยอาหารเหล่านี้จะอยู่รวมกันที่ไลน์ตรงกลางห้องอาหารเลย ดูเด่น เห็นชัดเจนมาก ด้านนึงจะเป็นปู, กุ้ง, ปลาหมึก, แซลมอน, หอยนางรม, หอยแมลงภู่, หอยตลับ แล้วก็หอยแครง
ส่วนอีกด้านนั้นจะมีปู, กุ้ง, หมู แล้วก็เนื้อครับ ขนาดของปูและกุ้งอยู่ในระดับกลางๆ ส่วนเรื่องสีสันและความสะอาดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เห็นแล้วดูน่าทาน
ใครที่ต้องการจะกินเมนูที่ต้องย่างหรือ Grill นั้นก็ต้องคีบเนื้อใส่จานแล้วติดหมายเลขโต๊ะเราไว้ที่จาน จากนั้นก็นำไปยื่นให้พนักงานนะครับ เมื่อเนื้อเหล่านั้นถูกปรุงจนสุกแล้ว เดี๋ยวทางพนักงานจะนำมาเสิร์ฟเราที่โต๊ะ ส่วนเมนูที่เราสามารถกินได้เลย เช่น หอยนางรม, ปูนึ่ง, หอยแมลงภู่ เราก็ตักใส่จานแล้วไปทานได้เลยครับ
สำหรับคุณภาพโดยรวมๆ ของอาหารประเภท On ice และ Grill นั้น ผมขอสรุปดังนี้นะครับ ความสดของอาหารทะเลอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนเรื่องของขนาดนั้นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง โดยรวมๆ ตัวไม่ได้ใหญ่มากโดยเฉพาะปูที่ตัวค่อนข้างเล็กไปหน่อย แต่อย่างไรก็ตามหากใครที่ไปถึงห้องอาหารเร็วก็มีโอกาสได้เลือกตัวอวบๆ อ้วนๆ ใหญ่กว่าเพื่อนไปทานก่อนครับ
ส่วนในเรื่องของความอร่อยนั้น เมนูส่วนใหญ่ถูกปากผมกับต๋งนะครับ โดยเฉพาะหอยนางรม, ปลาหมึก, หมูย่างและเนื้อย่าง อร่อยโดนใจมาก หอยนางรมกับปลาหมึกนั้นสดดี, น้ำจิ้มซีฟู้ดก็แซ่บ เผ็ดกำลังดี ส่วนหมูกับเนื้อก็นุ่ม ย่างมาได้ในระดับความสุกที่เหมาะสม หั่นง่าย เคี้ยวสะดวก และอร่อยถูกปากมากจนทำให้ลังเลเลยว่ามื้อนี้ผมควรจะเน้นกินหมู, เนื้อ หรือว่าอาหารทะเลดีครับ
สำหรับจุดที่ผมอยากให้ทางห้องอาหารปรับปรุงในจุดนี้ก็คืออยากให้ติดป้ายชื่ออาหารทุกประเภทในไลน์นี้ หรืออย่างน้อยติดเฉพาะตรงที่เป็นเนื้อกับหมูก็ได้ เพราะสีสันมันใกล้กันมาก มากจนอาจทำให้หลายคนที่ไม่กินเนื้อเกิดความลังเล ไม่กล้าจะหยิบมากินครับ
หมายเหตุ : ภาพอาหารหลายๆ จานที่ผมถ่ายมาแล้วดูสวยกว่าปกตินั้นเป็นเพราะทางห้องอาหารจัดจานมาให้ถ่ายรูปนะครับ แต่ในเรื่องของรสชาติกับคุณภาพเป็นแบบเดียวกับในไลน์บุฟเฟ่ต์เลย ผมกับต๋งแอบไปหยิบมาชิมเปรียบเทียบหลายรายการอยู่ครับ
มาต่อกันที่ไลน์ของสลัดและ Cold Cut กันดีกว่า ที่ไลน์นี้จะประกอบไปด้วยสลัด, น้ำสลัด, ยำ แล้วก็ Cold Cut ความหลากหลายของอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ คุณภาพของผักสลัดดี ดูสวยงามน่ารับประทาน ส่วนรสชาติอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ โดยเฉพาะ Cold Cut อร่อยถูกปากผมเลย
ไลน์ถัดไปที่อยู่ข้างๆ กับสลัดและยำก็คือไลน์อาหารญี่ปุ่นครับ ที่ไลน์นี้จะประกอบไปด้วยซาชิมิ, ข้าวปั้น แล้วก็ทาโกะยากิ ในส่วนของซาชิมินั้นผมว่าทำได้ดีเลยนะครับ ดีกว่าหลายๆ โรงแรมที่อยู่ในระดับราคาไล่เลี่ยกัน แต่ถามว่าถึงขั้นต้องห้ามพลาดมั้ย ผมว่าก็ยังไม่ถึงขั้นนั้นครับ เอาเป็นว่าใครที่ได้มีโอกาสไปห้องอาหารนี้ก็ลองชิมให้ครบทุกเมนูที่สนใจก่อน พอเจอว่าชอบเมนูไหนที่สุดค่อยตักเพิ่ม หรือถ้าใครเป็นคนที่ชอบทานซาชิมิ ชอบทานแซลมอน อยากกินแบบไม่อั้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบบานปลาย ก็เน้นทานที่ซุ้มนี้เป็นหลักก็ได้ คุณภาพของเค้าโอเคอยู่ครับ
ส่วนไลน์ต่อไปที่ผมจะพาทุกคนไปรู้จักก็คือไลน์อาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารทานเล่นและทานกับข้าว โดยที่ไลน์นี้นอกจากจะมีอาหารให้เราเลือกตักมากกว่า 10 รายการแล้วก็ยังมีข้าวผัด, ข้าวกล้อง, ข้าวสวย รวมไปถึงเมนูพิเศษอีกมากมายทั้งหมูสะเต๊ะ, ไก่สะเต๊ะ, ก๋วยเตี๋ยว, หมูอบ, ยำ แล้วก็ผัดผักนานาชนิดครับ เรียกว่าใครเป็นสายข้าว สายอาหารไทยหน่อยนี่น่าจะฟินกับเมนูในโซนนี้มากๆ โดยเฉพาะผัดผักกับยำ ผมลองสั่งมาทาน 2-3 อย่าง รสชาติดี ถูกปาก ที่สำคัญเป็นอาหารร้อนๆ ปรุงสุกใหม่ๆ ด้วยครับ ดีมากเลย ^^
ซึ่งด้วยความที่เมนูประเภทกับข้าวนี้มีให้เราเลือกทานเยอะมาก ดังนั้นทางห้องอาหาร The Café ก็เลยมีการวางอาหารประเภทนี้ไว้ 2-3 จุดนะครับ ใครที่อยากจะทานก็ลองเดินสำรวจดูให้รอบๆ ก่อนว่าอยากทานอันไหนมากที่สุด อย่างเมนูพวกผัดหอยลายน้ำพริกเผา, ทอดมันปลากราย, ปลาทอด, แกงเขียวหวานเนื้อ ก็จะถูกวางรวมกันไว้ที่บริเวณกลางห้องครับ
หรืออย่างพวกเมนูพิเศษ เช่น หมูสะเต๊ะ, ไก่สะเต๊ะ, ก๋วยเตี๋ยว, หมูอบ, กระเพาะปลา, ต้มยำกุ้ง อะไรพวกนี้ เราก็ต้องมองดูดีๆ นะครับ เพราะบางอันจะถูกวางโดดเดี่ยวมาก และบางอันก็เป็นเมนูที่ต้องสั่งทำใหม่ด้วย
ส่วนรสชาติโดยรวมนั้น เนื่องจากว่ามีอาหารหลายอย่างมาก ดังนั้นก็มีหลายเมนูที่ถูกปากผม เช่น หมูสะเต๊ะ, กระเพาะปลา, ผัดหอยลายน้ำพริกเผา, ปลาทอด จนไปถึงเมนูที่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ เช่น แกงเขียวหวานเนื้อ, หมูอบ โดยเฉพาะอย่างหลังที่ผมว่าเนื้อแข็งและแห้งไปนิด ทั้งที่หน้าตาดูน่ากินมาก ซึ่งผมคิดว่าหากทางห้องอาหารสามารถปรับให้นุ่มและฉ่ำกว่านี้ได้ น่าจะเป็นเมนูที่หลายๆ คนเดินมาตักซ้ำแน่นอนครับ
มาถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะคิดว่าไลน์ของอาหารคาวน่าจะหมดแล้วใช่มั้ยครับ แต่ผมบอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิดครับ!! เพราะที่ The Café นั้นยังมีกลุ่มอาหารคาวให้บริการอีกหลายอย่างทั้งข้าวต้มกุ๊ย, ซุป รวมถึงขนมปัง โดยเฉพาะข้าวต้มกุ๊ยนี้ผมบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ห้ามพลาด อร่อยใช้ได้ เม็ดข้าวนุ่มดีครับ
และตอนนี้ผมก็พาทุกคนไปรู้จักกับไลน์อาหารคาวของห้องอาหาร The Café โรงแรม Windsor กันครบเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวต่อไปผมจะพาทุกคนไปพบกับไลน์ของหวานและผลไม้กันต่อ ซึ่งบอกเลยว่ามันเยอะแยะไม่แพ้กันเลยครับ!!!
เริ่มจากกลุ่มที่เป็นพวกเค้กก่อนแล้วกันนะครับ ที่จุดนี้จะมีขนมเค้ก, เยลลี่ และขนมไทยให้เราเลือกทานมากกว่า 10 ชนิดเลย ไม่ว่าจะเป็น Blueberry Cheesecake, Black Forest Cake, Matcha Brownies, Brownies, Caramel Custard, เค้กส้ม, เค้กกล้วยหอม, เค้กสตรอเบอร์รี่ และอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่ชอบทานของหวานประเภทนี้น่าจะถูกใจกันมากเพราะรสชาติโดยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีจนถึงอร่อยมากเลยครับ
ต่อกันที่พวกผลไม้ซึ่งจะจัดวางอยู่ใกล้ๆ กัน ประเภทของผลไม้นั้นจะมีให้เลือกทานอยู่ 4-5 อย่าง โดยในวันที่ผมไปนั้นมีฝรั่ง, สับปะรด, แตงโม, มะละกอ และมันแกว ความสวยงามในการจัดวางอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะที่เสียบเป็นไม้สำเร็จไว้แล้ว ดูเก๋มีระดับเลย ส่วนในเรื่องรสชาตินั้นถือว่าสอบผ่านครับ
นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีไอศกรีมและของหวานแบบไทยๆ อย่างเช่น สลิ่ม, ลอดช่อง, ทับทิมกรอบ, เฉาก๊วย, ถั่วแดง, เผือก ให้เราทานคู่กับน้ำกะทิ, น้ำเขียว, น้ำแดงด้วยนะครับ ซึ่งรสชาติของเมนูที่ผมตักมาทานนั้นโอเคเลย รวมทั้งน้ำแข็งที่ทางห้องอาหารเตรียมไว้ก็เป็นน้ำแข็งแบบบดละเอียดที่เหมาะสำหรับกับการกินของหวานประเภทนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นผมว่าใครที่ชอบทานของหวานประเภทนี้น่าจะถูกใจพอควรและมีซ้ำหลายถ้วยเลยครับ
ส่วนของไอศกรีมนั้นก็มีให้เลือกทาน 4-5 รส ได้แก่ สตรอเบอรร์รี่, เรนโบว์, วานิลลา, ช็อคโกแลต และกาแฟ ในเรื่องของรสชาตินั้นจากที่ผมได้ลองทานเรนโบว์กับวานิลลาก็พบว่าอร่อยถูกปากดีครับ นอกจากนี้ท้อปปิ้งที่ทางห้องอาหารมีให้ใส่เพิ่มลงไปในไอศกรีมนั้นก็อร่อยถูกปากผมเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมก็เลยจัดไปสองถ้วยใหญ่ๆ เลย ><
และในที่สุดตอนนี้ผมก็พาทุกคนตระเวนชิมของหวานกับผลไม้จนครบทุกเมนูแล้ว และก่อนที่จะเข้าสู่บทสรุปช่วงท้ายรีวิวกัน ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับเครื่องดื่มภายในห้องอาหาร The Café นี้ก่อนครับ
สำหรับเครื่องดื่มที่มีให้บริการในห้องอาหาร The Café นั้นจะมีอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือรวมในราคาบุฟเฟ่ต์เรียบร้อยแล้ว โดยทางห้องอาหารจะมีน้ำเปล่า, น้ำเขียว, น้ำแดง, น้ำมะตูม รวมถึงชา กาแฟ ไว้บริการเราโดยที่เราไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มครับ (น้ำเปล่าทางพนักงานจะเดินมาเติมให้เราเรื่อยๆ ที่โต๊ะ) ส่วนเครื่องดื่มอีกประเภทก็คือประเภทแอลกอฮอล์ และน้ำพิเศษต่างๆ ซึ่งหากใครสนใจจะทานพวกนี้ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่าทานแค่เท่าที่มีในไลน์บุฟเฟ่ต์ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีก็แอบอยากให้ทางห้องอาหารมีพวกน้ำอัดลมอย่างโค้ก, สไปรท์รวมอยู่ในไลน์ด้วยเลย มันจะได้ครบๆ ครับ ><
เอาล่ะครับ ตามอ่านกันมายาวนาน ในที่สุดตอนนี้ก็ถึงเวลาบทสรุปของการรีวิวไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและนานาชาติของห้องอาหาร The Café โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 กันแล้ว เดี๋ยวเรามาไล่กันไปทีละเรื่องตามเดิมเลยแล้วกันนะครับ
วันที่รับประทาน : วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561
ช่วงเวลา : 18.00 – 22.00 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : รสชาติอาหารส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ มีอาหารที่รสชาติไม่ถูกปากมากๆ บ้างเหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วสัดส่วนอาหารที่อร่อยถูกปากมีมากกว่าพอควรเลย โดยเมนูเด่นที่ผมกับต๋งชอบเป็นพิเศษก็จะเป็นหอยนางรม, ปลาหมึก, หมูย่าง, เนื้อย่าง, หมูสะเต๊ะ, ยำ, ผัดผัก แล้วก็พวกของหวานกับไอศกรีมครับ
ความหลากหลายของอาหาร : เป็นไลน์อาหารที่มีรายการอาหารให้เลือกทานเยอะใช้ได้เลยครับ ยิ่งเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไปแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่ามีรายการให้เลือกทานเยอะมาก ถึงแม้ลักษณะของอาหารจะไม่ได้ให้ความรู้สึกว่านานาชาติซักเท่าไหร่ เพราะที่เห็นเด่นๆ ก็จะมีแค่ญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่ได้มีอิตาลี, อินเดีย หรือจีน แบบหลายๆ ที่ แต่เมื่อดูจากจำนวนรายการอาหารทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน รวมทั้งเมนูพิเศษที่สามาถสั่งให้เชฟปรุงใหม่ๆ ได้ ผมกับต๋งก็รู้สึกโอเคมากกับของที่เค้ามีให้เลือกทานแล้วครับ
ความสะอาดของสถานที่ : สะอาด สะอ้าน ไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนเรื่องของสถานที่โดยรวม แม้ห้องอาหารจะกว้าง แต่ผมว่าเลย์เอาท์เค้าแอบแปลกไปนิดครับ เพราะมันไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยม มีเพดานสูงเท่ากันตลอดห้องแบบที่เรารู้จัก แต่นี่จะเป็นห้องอาหารที่มีทั้งโซเพดานต่ำ แล้วก็โซนเพดานสูงรวมกันอยู่ภายในห้องเดียว อีกทั้งบางพื้นที่ก็มีการยกระดับพื้นด้วย ดังนั้นก็เลยจะรู้สึกแปลกๆ หน่อยครับ
การบริการของพนักงาน : โดยภาพรวมในวันที่ผมไปใช้บริการนั้น มีแขกมาใช้บริการประมาณ 15-20% ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้นในเรื่องของการบริการผมก็เลยไม่ได้รู้สึกติดขัดเท่าไหร่ คืออาจจะมีบางจังหวะบ้างที่พนักงานเติมน้ำช้า, เก็บจานบนโต๊ะไม่ทัน แต่พอแจ้งพนักงานให้ทราบ เค้าก็รีบดำเนินการอย่างรวดเร็วครับ ดังนั้นในภาพรวมของการบริการในวันนั้นจึงอยู่ในเกณฑ์ที่ผมรับได้ แต่อย่างไรก็ตามหากทางห้องอาหารมีพนักงานทั้งหมดเท่ากับวันที่ผมไปใช้บริการ ผมคาดว่าน่าจะเจอปัญหาเรื่องความล่าช้าในการบริการพอควรในวันที่มีคนไปใช้บริการเกิน 50% ขึ้นไปครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : สำหรับคนที่ขับรถส่วนตัวไปนั้นผมว่าปัญหาในการหาโรงแรมหรือที่จอดรถนั้นคงไม่ค่อยมีซักเท่าไหร่ เพราะโรงแรมหาง่าย มีที่จอดรถเยอะ แม้ทางเลี้ยวจะแอบแคบไปนิดนึงก็ตาม ส่วนคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT นั้น ก็อาจจะคล่องตัวในเรื่องของเวลา ไม่ต้องกังวลเรื่องของการจราจรที่ติดขัด แต่ก็ต้องเดินไกลนิดนึงนะครับ หรือถ้าไม่อยากเดินก็นั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างเอาก็ได้ แป๊บเดียวก็ถึงครับ
ความคุ้มค่า : เมื่อเทียบรสชาติอาหารกับราคาที่ทางโรงแรมมีโปรโมชั่นลด 30% เหลืออยู่ที่ 729 บาท/คน net (รวมเครื่องดื่มแล้ว) ผมกับต๋งคิดว่านี่เป็นราคาที่เหมาะสมดีนะครับ ความคุ้มค่าอยู่ในระดับกลางๆ ไปทานได้ไม่รู้สึกเสียดายเงินหรือรู้สึกว่าจ่ายแพงเกินจริง แต่ๆๆๆๆๆ สำหรับใครที่ไปทานในช่วงที่ทางห้องอาหารมีการจัดโปรโมชั่นอีกต่อ เช่น มา 4 จ่าย 3 เหมือนในระหว่างวันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 61 มันจะทำให้ราคาต่อคนเหลืออยู่เพียงคนละ 547 บาท/คน net เท่านั้น (รวมเครื่องดื่มแล้ว) ซึ่งเป็นราคาที่ผมว่าคุ้มค่า น่าลอง น่าไปโดนมากครับ
สรุป : สำหรับใครที่กำลังมองหาไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์เกรดโรงแรมที่นั่งกินได้นาน ราคาประมาณ 600-700 บาท/คน มีอาหารให้เลือกทานหลากหลายทั้งอาหารไทย, อาหารทะเล, อาหารญี่ปุ่น แล้วก็ของหวานเยอะๆ ประเภทหน่อย ห้องอาหาร The Café โรงแรม Windsor ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเลยครับ เพราะอาหารที่เค้ามีให้เลือกทานนั้นเยอะใช้ได้เลย แถมคุณภาพกับรสชาติโดยส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตามความรู้สึกของผมกับต๋งด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของการเดินทางก็ยังถือว่าไม่ลำบากมากนัก สามารถไปได้หลายวิธี สะดวกทั้งคนที่มีรถส่วนตัวและไม่มีรถ แต่ทั้งนี้ผมก็ต้องแจ้งให้ทราบก่อนนะครับว่าด้วยลักษณะของห้องอาหาร, โรงแรมและราคาต่อคน ทำให้ที่นี่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการอาหารแบบอร่อยเว่อร์หรือคุณภาพดีสุดๆ รวมไปถึงคนที่ต้องการบริการแบบพรีเมี่ยมจากพนักงานนะครับ ^^
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ สำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ และสำหรับใครที่อยากจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้รวมถึงการสำรองที่นั่งก็สามารถติดต่อได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage : Windsor Suites Hotel Sukhumvit 20
Tel : 02-2621234
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในวันที่ไปใช้บริการเท่านั้นครับ แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการที่แตกต่างจากนี้
Facebook Comments

You may also like