สวัสดีทุกคนครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมกับต๋งได้เคยแนะนำไลน์ Sunday Brunch ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok (ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ) ที่มีจุดเด่นมากๆ ในเรื่องของหวานและฟัวกราส์ไม่อั้นไป ก็พบว่ามีคนให้ความสนใจและตามไปลองทานเป็นอย่างมาก ดังนั้นพอทาง The Okura Prestige Bangkok เค้าได้เปิดไลน์บุฟเฟ่ต์ไลน์ใหม่ขึ้นมาในช่วงเย็นวันศุกร์และเย็นวันเสาร์ ผมกับต๋งจึงไม่พลาดที่จะรีบตามไปชิมและนำมาเล่าให้ทุกคนฟังครับ และผมอยากจะบอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งไลน์อาหารที่เด็ดมาก เพราะเค้ามีอาหารให้ทานหลากหลาย มีปลาดิบดีๆ มีฟัวกราส์หนาๆ รวมทั้งมีหอยนางรม 3 สัญชาติให้เราทานไม่อั้นเลย และที่พิเศษสุดๆ ก็คือไลน์บุฟเฟ่ต์นี้มีราคาที่ย่อมเยากว่ามื้อ Sunday Brunch พอควรเลยครับ ใครที่งบจำกัดหน่อยน่าจะโดนใจกันมากแน่ๆ ><
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งราคาของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ก็มีตามนี้เลยครับ
ชื่อธีม : Friday & Saturday Night Seafood Buffet
วันที่เปิดบริการ : เฉพาะเย็นวันศุกร์และเย็นวันเสาร์เท่านั้น
เวลาที่เปิดบริการ : 18.30 น. – 22.30 น.
ราคาสำหรับผู้ใหญ่ : 2,200 ++ บาทต่อคน หรือเท่ากับ 2,590 บาทต่อคน net (ราคารวมน้ำเปล่าแล้ว)
ราคาสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี : 900 ++ บาทต่อคน หรือเท่ากับ 1,060 บาทต่อคน net (ราคารวมน้ำเปล่าแล้ว)ราคาสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี : ทานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ทางห้องอาหารจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 นะครับ แต่ตอนนี้หากใครได้มีโอกาสไปทานภายในวันที่ 31 มกราคม 2562 จะได้ทานอาหารในราคาพิเศษคือผู้ใหญ่ 1,800 ++ บาทต่อคนเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ผมว่าคุ้มค่าและน่ารีบไปจัดมากๆ ใครไปได้ให้รีบไปทานก่อนที่เค้าจะปรับราคาเลยนะครับ โดยคนที่ไปทานภายในเดือนมกราคมนี้ยังจะได้เครื่องดื่ม EST แบบ Free Flow เติมไม่อั้นด้วยครับ
หมายเหตุ : ทางห้องอาหารจะมีการจัดทำโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เช่น KTC, K-Bank, Citibank ยังไงก่อนที่จะไปใช้บริการผมแนะนำให้โทรไปสอบถามก่อนนะครับ เผื่อจะได้ทานอาหารในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมอีก
และก่อนที่เราจะไปดูอาหารต่างๆ ในไลน์นี้กัน ผมขออนุญาตเล่าถึงที่ตั้งของโรงแรมรวมทั้งลักษณะของห้องอาหารก่อนนะครับ เผื่อคนที่ไม่เคยมาใช้บริการที่นี่จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
ไลน์อาหาร Friday & Saturday Night Seafood Buffet ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok นั้น จะเปิดให้บริการที่ห้องอาหาร Up & Above Restuarant (ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 24 ของตึก Park Ventures Ecoplex หรือชั้นเดียวกับล็อบบี้ของโรงแรมนั่นเอง โดยห้องอาหารแห่งนี้จะมีทั้งส่วนที่เป็น Indoor และ Outdoor บรรยากาศโดยรวมนั้นดูดี สวยหรู โปร่ง นั่งสบาย แต่ความสว่างโดยรวมในการมาทานอาหารในช่วงเย็นๆ หรือกลางคืนแบบนี้แสงจะค่อนข้างน้อยนิดนึงนะครับ ใครที่ตั้งใจจะมาถ่ายรูปต้องเตรียมอุปกรณ์มาดีๆ โดยเฉพาะเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างๆ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ไม่งั้นเราจะถ่ายภาพยากมาก เพราะทางห้องอาหารเค้าต้องการให้บรรยากาศในการทานอาหารนั้นมีความเป็นส่วนตัว มีความโรแมนติคนิดๆ และไม่รู้สึกถึงคนที่อยู่โต๊ะรอบข้างมากจนเกินไป
และช่วงที่ผมกับต๋งไปทานนั้นจะเป็นช่วงที่ใกล้ๆ กับวันคริสมาสต์พอดี ดังนั้นก็เลยได้เห็นการตกแต่งสวยๆ แบบนี้ที่บริเวณหน้าห้องอาหารด้วยครับ
ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าโรงแรม The Okura Prestige Bangkok นั้นตั้งอยู่ตรงไหน ก็สามารถดูแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ โรงแรมจะอยู่ในตึก Park Ventures Ecoplex ซึ่งอยู่บริเวณหัวมุมถนนสุขุมวิทและถนนวิทยุเลย โดยคนที่ขับรถมานั้นสามารถจอดรถที่ชั้นใต้ดินของอาคาร Park Ventures Ecoplex ได้เลยครับ ส่วนใครที่ใช้บริการรถ BTS ก็สามารถลงที่สถานีเพลินจิต ทางออก 2 จากนั้นก็เดินเข้าสู่อาคารได้เลย เค้าจะมีทางเดินเชื่อมจาก BTS และป้ายบอกไว้อย่างชัดเจนครับ
รู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับไลน์บุฟเฟ่ต์นี้กันไปครบหมดแล้ว คราวนี้เรามาเริ่มเจาะลึกดูอาหารในไลน์กันดีกว่า โดยผมจะขอแยกหมวดหมู่ของอาหารในไลน์ Friday & Saturday Night Seafood Buffet นี้ ออกเป็นทั้งหมด 10 หมวดตามนี้นะครับ
หมวดที่ 1 : สลัด
หมวดที่ 2 : เนื้อย่างหรือเนื้ออบ
หมวดที่ 3 : Seafood on ice
หมวดที่ 4 : พาสต้า
หมวดที่ 5 : อาหารญี่ปุ่น
หมวดที่ 6 : ขนมปังและชีส
หมวดที่ 7 : อาหารไทย
หมวดที่ 8 : อาหารนานาชาติอื่นๆ
หมวดที่ 9 : เมนูพิเศษ
หมวดที่ 10 : ของหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม
เรามาเริ่มที่หมวดแรกกันเลยนะครับกับอาหารประเภท “สลัด” หมวดนี้ทางห้องอาหารจะมีการเตรียมผักสดและน้ำสลัดนานาชนิดไว้ให้เราทาน โดยเราสามารถปรุงส่วนผสมต่างๆ ได้เองตามใจชอบเลย หรือหากใครที่ไม่อยากปรุงเอง ทางห้องอาหารก็มีการเตรียมสลัดที่ทางเชฟปรุงเสร็จเรียบร้อยไว้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งในวันที่ผมไปนั้นจะมีอยู่ 4-5 อย่าง ได้แก่ Tomato Mozzarella Salad, Smoked Duck with Melon, Greek Salad, Mussel with Artichoke Salad แล้วก็มี Tuna Tataki รวมถึงยังมีการจัดทำ Prawn & Avocado Salad และ Hawaiian Ham Salad เป็นแบบคานาเป้ให้เราหยิบทานง่ายๆ ด้วยครับ
คุณภาพของผักและรสชาติต่างๆ ของอาหารในหมวดนี้ดีเลยครับ โดยที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือ Tuna Tataki เมนูนี้ผมตักหลายรอบมาก เนื้อปลาทูน่าที่ทางเชฟเอามาปรุงนั้นอร่อยมาก ส่วนพวกสลัดอื่นๆ ผมชิมอย่างละเล็กละน้อยเท่านั้นเพราะจะได้เหลือพื้นที่ให้กับอาหารหมวดอื่นๆ ที่ยั่วน้ำลายกว่าครับ
ต่อกันที่หมวดที่สอง “เนื้อย่างหรือเนื้ออบ” วันที่ผมไปนั้นจะมีอยู่ 2 เมนูนะครับ คือ ไก่อบ (Roasted Chicken) แล้วก็ปลาแซลมอนย่างเกลือ (Grilled Salmon with Salted) รสชาติดีทั้งคู่เลยโดยเฉพาะแซลมอน เนื้อเยอะ นุ่ม และทานง่ายดีครับ
ที่บริเวณสเตชั่นนี้เค้าจะมีผักอบรวมทั้งซอสต่างๆ ที่สามารถทานกับเนื้อในวันนั้นๆ วางไว้ด้วยครับ ใครชอบสไตล์ไหนก็ลองเลือกดูนะครับ อย่างวันนี้เค้าก็มีการเตรียมซอสอย่าง BBQ Sauce, Pepper Sauce, Dijon Mustard และ Dill Cream Sauce ไว้
หมวดที่สาม “Seafood on ice” หนึ่งในหมวดที่ผมยกให้เป็นไฮไลท์ของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้เลยครับ เพราะทาง The Okura Prestige Bangkok เค้าเตรียมอาหารทะเลสดๆ อย่างขาปูอลาสก้า, หอยนางรม, หอยแมลงภู่ และกุ้งให้เราทานไม่อั้นเลย โดยเฉพาะหอยนางรมหรือ Oyster นั้นทางห้องอาหารจัดเต็มเอาใจคนชอบทานสุดๆ เพราะเค้าเตรียมไว้ถึง 3 สายพันธุ์เลยได้แก่ Oyster Ireland, Fine De Claire และ Smoky Bay South Australia
นี่เป็นหน้าตาของหอยนางรมทั้ง 3 สายพันธุ์ครับ ทั้งหน้าตาและรสชาติจะค่อนข้างแตกต่างกันพอควร คือชิมแล้วรู้เลยว่าคนละสายพันธุ์กัน โดย Fine De Claire จะมีเนื้อบางสุด, Smoky Bay South Australia จะมีเนื้ออวบสุด และ Oyster Ireland จะเนื้อแน่นๆ หน่อย ใครที่ได้มีโอกาสไปทานครั้งแรกก็ลองหยิบมาชิมอย่างละตัวสองตัวก่อนก็ได้ครับ ชอบสายพันธุ์ไหนสุดค่อยไปหยิบเพิ่มทีหลัง เค้ามีเติมเรื่อยๆ อย่างวันที่ผมไปนั้นขนาดตอนผมจะกลับแล้วยังพบว่าหอยนางรมในไลน์ยังมีอยู่ครบทุกชนิดเลยครับ
ขนาดและความสดของหอยนางรมทั้งสามสายพันธุ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย ส่วนน้ำจิ้มซีฟู้ดและเครื่องเคียงนั้นก็ดีเช่นเดียวกัน น้ำจิ้มแซ่บ เผ็ดอยู่ในระดับที่ผมว่าเหมาะสม แต่สำหรับคนที่ชอบทานรสจัดๆ เผ็ดๆ หน่อยอาจจะรู้สึกว่ายังไม่ค่อยถึงใจเท่าไหร่ครับ
ใครที่ชอบทาน Seafood on ice น่าจะถูกใจกับคุณภาพและขนาดของอาหารทะเลในไลน์นี้เลยครับ อย่างผมเองก็ชอบขาปูอลาสก้ามาก ชิ้นใหญ่ ทานง่าย และเนื้อหวานนิดๆ ส่วนต๋งนั้นก็ดูท่าจะถูกใจหอยนางรมเป็นพิเศษเพราะเห็นตักเพิ่มหลายรอบเลย
หมวดที่สี่ “พาสต้า” หมวดนี้ก็เน้นอาหารประเภทพาสต้าตามชื่อหมวดเลยครับ โดยจุดเด่นของพาสต้าในไลน์อาหารนี้ก็คือเค้าจะมีการทำเส้นสดๆ ตรงนั้นเลย รวมทั้งมีประเภทของเส้นและซอสให้เราเลือกทานหลายอย่างมาก ใครที่ไม่เคยทานพาสต้าเส้นอื่นๆ นอกจากสปาเกตตี้และเฟตตูชินี่ก็สามารถสั่งมาลองทานได้นะครับ ขนาดของจานนั้นไม่ใหญ่มาก กินแล้วไม่ตัดกำลังมาก แล้วก็รสชาติที่เค้าปรุงออกมานั้นดีเลย
หมวดที่ห้า “อาหารญี่ปุ่น” นี่เป็นอาหารอีกหนึ่งหมวดที่ผมกับต๋งประทับใจมาก และผมเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะประทับใจเหมือนกับเราครับ โดยที่หมวดนี้เค้าจะมีอาหารให้ทานอยู่ 5-6 ประเภท ได้แก่ ซูชิ, ซาชิมิ, ยำปลาดิบ, ทาโกะยากิ, สลัดโรล แล้วก็ไก่เทอริยากิ โดยในส่วนของซูชินั้นจะมีให้เลือกทาน 2-3 หน้า รสชาติดี คุณภาพปลาดี อร่อยถูกปากผมทุกหน้าเลยครับ
ส่วนนี่เป็นซาชิมิครับ เค้าจัดวางได้สวยงามมาก มีทั้งหมด 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ แซลมอน, ทูน่า และฮามิจิ ลายเนื้อปลาแต่ละชนิดดูดีน่ากินสุดๆ และเมื่อได้หยิบไปลองทานก็พบว่ารสชาติที่ได้นั้นดีงามเหมือนหน้าตาเลยครับ ผมกับต๋งนี่วนตักไปทานหลายรอบมาก นานๆ จะเจอปลาดิบและซาชิมิที่มีคุณภาพดีแบบนี้ในไลน์บุฟเฟ่ต์ มันดีมากจนร้าน A la carte บางร้านยังสู้ไม่ได้เลยครับ
ส่วนนี่เป็นยำปลาดิบ, ทาโกะยากิ, สลัดโรล แล้วก็ไก่เทอริยากิครับ ในส่วนของยำปลาดิบกับไก่เทอริยากินั้นรสชาติดีเลย และเป็นอีกสองเมนูที่ผมต้องเดินไปหยิบซ้ำ แต่ในส่วนของทาโกะยากินั้นรสชาติกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นมาก เพราะอาหารประเภทนี้มันต้องกินตอนร้อนๆ ทำเสร็จใหม่ๆ พอมันถูกวางทิ้งไว้นานจนเกินไปรสชาติก็เลยตกลงพอควรครับ
รวมๆ แล้วอาหารในหมวดนี้ผมบอกเลยว่าดีงาม น่าประทับใจมาก และใครที่ชอบทานเนื้อปลาซาชิมิทั้ง 3 ประเภทนี้เป็นพิเศษ ไม่ต้องกังวลไปเลยว่าปลาเค้าจะหมดหรือเปล่า เพราะเค้ามีเยอะเติมเรื่อยๆ ไม่ให้พร่องเลยครับ
หมวดที่หก “ขนมปังและชีส” หมวดนี้เป็นหมวดที่ผมกับต๋งได้ลองชิมน้อยที่สุดเลยครับ เพราะท้องของเราทั้งคู่ถูกอาหารในหมวดอื่นๆ แย่งพื้นที่ไปหมดแล้ว @_@ แต่ด้วยความที่เราจำได้ว่าขนมปังของที่นี่นั้นรสชาติดี เราก็เลยไปลองหยิบมาทาน 2-3 ชนิด และก็พบว่าคุณภาพและรสชาติของขนมปังของเค้ายังคงดีอยู่เหมือนเดิมครับ ใครที่ชอบทานขนมปังทั้งกับเนยและกับชีสน่าจะถูกใจกับไลน์อาหารของที่นี่พอควร โดยเฉพาะคนที่ชอบทานชีสครับ เพราะเค้ามีชีสให้เราทานหลายชนิดเลย
นี่เป็นหน้าตาของ Cheese Corner และชีสต่างๆ ที่เค้ามีบริการครับ ใครสนใจอยากจะลองชิมชนิดไหนก็ไปลองตักลองชิมกันได้เลย
ชิมอาหารนานาชาติอย่างพาสต้า, ญี่ปุ่น, ขนมปังและชีสกันไปแล้ว คราวนี้ผมขอเปลี่ยนอารมณ์ทุกคนมาที่ “อาหารไทย” ซึ่งเป็นอาหารในหมวดที่เจ็ดของเราในวันนี้นะครับ โดยประเภทของอาหารไทยในไลน์ Friday & Saturday Night Seafood Buffet นั้นก็มีเกือบ 10 ประเภทเลย ซึ่งอาหารส่วนใหญ่นั้นก็มีรสชาติดีถูกปากผมกับต๋งอีกแล้ว แต่ก็มีอยู่ 2-3 รายการเหมือนกันที่เราคิดว่ารสชาติแปลกๆ ไม่เหมือนกับที่คิดครับ
โดยรายการอาหารไทยในวันที่ผมไปทานนั้นประกอบไปด้วยปูนิ่มทอดกรอบ, ยำซีฟู้ด, ยำกุ้งถั่วพู, เผือกทอด, ข้าวห่อใบบัว, ผัดผักกับหอยเชลล์, ปลานึ่งมะนาว, กุ้งทอดกระเทียม, แกงคั่วหอยลายกับสับปะรด แล้วก็แกงโฮ๊ะ รสชาติอาหารส่วนใหญ่อร่อยดีครับ อย่างแกงคั่วหอยลายกับสับปะรดก็รสชาติเผ็ดจัดจ้านมาก กินแล้วต้องซี้ดปากเบาๆ หรือหาน้ำมาทานเลย, ปูนิ่มทอดกรอบก็อร่อย เคี้ยวง่าย ไม่อมน้ำมัน, ปลานึ่งมะนาวทางเชฟก็ทำมาได้ดี เนื้อปลานุ่มทานง่ายมาก และที่เด็ดสุดๆ ก็คือ ผัดผักกับหอยเชลล์ที่ทางเชฟเค้าใส่หอยเชลล์ตัวอวบอ้วนมาเยอะมากๆ ><
ส่วนเมนูที่ผมกับต๋งรู้สึกแปลกๆ จะมีอยู่ 2-3 อย่างครับ ซึ่งผมต้องขออธิบายก่อนนะครับว่าอาหารเหล่านี้มันไม่ใช่ไม่อร่อยนะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่ารสชาติมันไม่เหมือนกับที่ผมจินตนาการไว้ก่อนที่จะหยิบเข้าปาก เช่น เผือกทอดที่มีรสชาติคล้ายๆ กับกะหรี่ปั๊บไส้ไก่, ข้าวห่อใบบัวที่มีรสชาติและเครื่องคล้ายกับบ๊ะจ่างมากกว่า แล้วก็ยำซีฟู้ดที่รสชาติไม่จัดจ้านแบบที่คิด แต่ในเรื่องของอาหารทะเลที่ทางเชฟเค้าใส่มาในยำนั้นถือว่าทำได้ดีเลยครับ สดดีมาก
เอาล่ะ ลิ้มลองอาหารไทยอร่อยๆ เปลี่ยนบรรยากาศกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราตัดกลับมาที่อาหารนานาชาติกันอีกทีนะครับ โดยหมวดที่แปดนี้จะเป็น “อาหารนานาชาติอื่นๆ” ซึ่งวันที่ผมไปทานนั้นจะมีอยู่ 6-7 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ปาเอญ่าหรือข้าวอบสเปน, ผักอบอัลมอนด์, หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว, แซลมอนเซียร์กับมันฝรั่ง, สตูว์หมู. ซุปล็อบเสตอร์ แล้วก็อาหารอินเดียครับ
สำหรับเมนูที่ผมชอบที่สุดในหมวดนี้ก็จะเป็นสตูว์หมู, แซลมอนเซียร์กับมันฝรั่ง, ซุปล็อปสเตอร์ แล้วก็หอยแมลงภู่อบไวน์ขาวครับ โดยสตูว์หมูนั้นเนื้อนุ่มมาก เคี้ยวทานง่าย, ซุปล็อปสเตอร์ก็ออกมันๆ กินเพลินๆ ส่วนเนื้อของแซลมอนเซียร์กับมันฝรั่งรสชาตินั้นรสชาติจะคล้ายๆ กับสเต๊กแซลมอน เนื้อปลาแน่นและสดดี ยิ่งพอทานกับมันอบที่เสิร์ฟคู่กันแล้วยิ่งอร่อยลงตัวครับ
ส่วนนี่เป็นอาหารอินเดียที่เค้ามีให้บริการในวันนั้นครับ แต่ในเรื่องรสชาติของอาหารประเภทนี้ผมตอบไม่ได้เลยนะครับ เพราะวันนั้นผมอิ่มมากก็เลยไม่ได้ลองชิมเลย T_T
ต่อกันที่หมวดที่เก้า “อาหารพิเศษ” ซึ่งเป็นอาหารคาวหมวดสุดท้ายแล้วครับ โดยอาหารในหมวดนี้จะเป็นอาหารที่ไม่มีวางไว้ในไลน์บุฟเฟ่ต์ เราต้องสั่งจากพนักงาน จากนั้นทางเชฟเค้าจะทำการปรุงให้เราเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งในไลน์ Friday & Saturday Night Seafood Buffet ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ไลน์นี้นั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 5 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ฟัวกราส์, หอยเชลล์อบเนย, หอยนางรมย่าง, กุ้งแม่น้ำเผา แล้วก็ปลาหมึกย่าง ซึ่งผมกับต๋งได้ลองทานแทบทุกอย่างเลยครับ ><
สำหรับอาหารในหมวดนี้เราจะสามารถสั่งทานกี่รอบก็ได้ สั่งได้เรื่อยๆ ไม่มีอั้นเลย และอาหารส่วนใหญ่นั้นก็มีรสชาติกับคุณภาพที่ดีมากๆ จนผมไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยครับ โดยเฉพาะฟัวกราส์ที่ทั้งชิ้นใหญ่ หนาและอร่อยสุดๆ แถมยังเป็นฟัวกราส์ที่ทานแล้วไม่ค่อยรู้สึกเลี่ยนด้วย เอาเป็นว่าขนาดผมกับต๋งที่ปกติกินฟัวกราส์แล้วรู้สึกเลี่ยนกันเป็นประจำ แต่สำหรับฟัวกราส์ของที่นี่นั้นเราสามารถทาน 2-3 ชิ้นได้อย่างสบายๆ เลยครับ
เมนูนี้ผมแนะนำเลยว่าไม่ควรพลาดเด็ดขาด!! โดยเฉพาะคนที่ชอบทานฟัวกราส์ผมว่าจัดมา 5 ชิ้นยังได้เลยครับ มันอร่อย ทานได้เรื่อยๆ เลย
สำหรับฟัวกราส์ของไลน์นี้เค้าจะมีการเสิร์ฟพร้อมกับขนมปังแล้วก็ซอสมะม่วงนะครับ กินด้วยกันแล้วรสชาติกลมกล่อมมาก และสำหรับใครที่เคยมาทานฟัวกราส์ในไลน์ Sunday Brunch ของโรงแรมแห่งนี้มาก่อน ผมบอกเลยว่ามันคือฟัวกราส์เกรดเดียวกัน มาตรฐานเดียวกันเลยครับ
ต่อกันที่เมนูพิเศษอย่างที่สอง หอยเชลล์อบเนย เมนูนี้ก็อร่อยมากไม่แพ้กับเมนูเมื่อกี้เลยครับ หอยเชลล์ตัวอวบอ้วน สดน่ากินมาก และทางเชฟก็นำไปปรุงรสได้อย่างพอดี กินแล้วหอมกลิ่นเนย และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราสามารถนั่งทานได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อเลยครับ
เมนูพิเศษอย่างที่สาม หอยนางรมย่าง เมนูที่คนชอบหอยนางรมต้องประทับใจแน่ๆ โดยในตอนต้นๆ ไลน์นั้นเราได้ชิมหอยนางรมสดๆ กันไปเยอะแล้ว ซึ่งมันก็อาจจะทำให้หลายๆ คนเริ่มเบื่อหรือเลี่ยนกันไปบ้าง แต่พอทางเชฟเค้ามีการนำหอยนางรมไปย่างและปรุงรสด้วยซอสพอนซึกับมายองเนสวาซาบิแบบนี้ มันก็เลยทำให้เราสามารถเปิดก็อกสองมากินต่อได้ครับ ><
สำหรับหอยนางรมที่ทางเชฟนำมาย่างนั้นจะเป็นพันธุ์ USA นะครับ ขนาดตัวถือว่าใหญ่ ความสดดี รสชาติดีมาก และถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราสองคนแนะนำเลย เพราะแม้วันนั้นเราจะรู้สึกอิ่มมากขนาดไหนแต่เรายังต้องสั่งมาเพิ่มอีกจานเลยครับ!!
ส่วนเมนูพิเศษอย่างที่สี่และห้าอย่างกุ้งแม่น้ำเผาและปลาหมึกย่างนั้น เราต้องบอกว่าด้วยความที่ท้องของเรานั้นค่อนข้างจะแน่นมากแล้ว ประกอบกับยังเหลือไลน์ของหวานอีกยาวเหยียดที่เราจะต้องชิมด้วย ดังนั้นเราก็เลยไม่ได้สั่งปลาหมึกย่างมาลอง ส่วนกุ้งแม่น้ำเผานั้นเราเห็นเชฟทำให้โต๊ะอื่นแล้วดูสวยงามน่ากินมากก็เลยสั่งมาลองชิมดู แต่ปรากฏว่าอาหารจานนี้ดันกลายเป็นหนึ่งในเมนูที่เรารู้สึกไม่ประทับใจในการทานอาหารในคืนนี้ครับ เพราะกุ้งจานที่เราได้นั้นมันไม่ค่อยสดเท่าที่ควร T_T ก็หวังว่าทางห้องอาหารจะมีการปรับปรุงในส่วนนี้ในอนาคตนะครับ เพราะอาหารทะเลอื่นๆ นอกเหนือจากกุ้งจานนี้ล้วนแต่ดีและสดหมดเลย
และตอนนี้เราก็จบไลน์อาหารคาวทั้ง 9 หมวดแล้วนะครับ คิวต่อไปที่ผมจะพาทุกคนไปชิมก็คืออาหารในหมวดที่สิบซึ่งเป็น “ของหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม” ซึ่งผมขอบอกไว้ก่อนตรงนี้เลยครับว่าสำหรับใครที่ชอบทานของหวานต่างๆ ผมอยากให้เหลือพื้นที่กระเพาะมาเยอะๆ หน่อย เนื่องจากทาง The Okura Prestige Bangkok เค้าเตรียมของหวานไว้เยอะจริงๆ แถมยังมาครบทั้งไทย, ญี่ปุ่นและนานาชาติเลย
โดยของหวานในวันที่ผมไปนั้นก็มีช็อคโกแลตฟองดู, เค้กถั่วแดงและชาเขียว, เร้ดเวลเวต, บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก, เค้กส้ม, เค้กชาเขียวโอเปร่า, เค้กช็อคโกแลตฟัดจ์, เค้กคาราเมลท็อฟฟี่นัท, ชีสเค้ก, มูสชาเขียว, พุดดิ้งนมฮอกไกโด, ข้าวต้มมัดไส้เผือกและไส้กล้วย, ลูกชุบ, กล้วยเชื่อม, ขนมชั้น, ฟักทอง, ทองหยอด แล้วก็ขนมมันครับ
ไหนๆ เค้าก็อุตส่าห์จัดเต็มมาให้แบบนี้ ผมก็เลยจัดรูปมาให้ทุกคนดูยาวๆ เลย จะได้รู้ว่าแต่ละอย่างมันน่ากินแค่ไหนครับ
และแน่นอนว่าขนมหวานเยอะขนาดนี้ถ้าผมกับต๋งกินหมดทุกชนิดคงจะต้องกลิ้งตัวกลับบ้านแน่ๆ ดังนั้นเราก็เลยหยิบมาทานเพียงแค่ 50-60% ของไลน์เท่านั้นครับ ซึ่งรสชาติของหวานแต่ละอย่างที่เราหยิบมาทานนั้นก็อร่อยถูกปากเราหมดเลย และสำหรับผมกับต๋งแล้วไลน์บุฟเฟ่ต์ของโรงแรมนี้ยังคงรักษามาตรฐานในเรื่องรสชาติกับคุณภาพของของหวานไว้ได้เป็นอย่างดีเหมือนที่เราเคยมาทานก่อนหน้านี้ครับ
สำหรับเมนูที่ผมกับต๋งประทับใจเป็นพิเศษก็ได้แก่ มูสชาเขียว, พุดดิ้งนมฮอกไกโด, เร้ดเวลเวต, บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก และเค้กชาเขียวโอเปร่าครับ โดยเฉพาะมูสชาเขียวนั้นเป็นอะไรที่ผมชอบมากต้องกลับไปหยิบมาทานเพิ่มอีกรอบเลย เนื้อมูสเซ็ตตัวเหมาะสม รสชาติชาเขียวเข้มแต่ไม่ขม และที่ด้านบนนั้นยังมีการท้อปปิ้งด้วยถั่วแดงกับทองคำเปลวอีกด้วย เมนูนี้ผมแนะนำเลยนะครับว่าถ้าใครไปทานแล้วเจอควรหยิบมาลองชิมเลยครับ
มาดูกันที่ไอศกรีมกันบ้างดีกว่า โดยไอศกรีมในไลน์นี้จะไม่อลังการงานสร้างเท่ากับไอศกรีมที่อยู่ในไลน์ Sunday Brunch นะครับ เพราะจำนวนท้อปปิ้งต่างๆ มีให้เลือกใส่น้อยกว่ารวมทั้งไม่มีเวเฟอร์กรอบด้วย ซึ่งอันหลังนี่เป็นอะไรที่ผมเสียดายมากเลยครับ อยากให้มีเหมือนๆ กัน เพราะมันดูเก๋และแตกต่างจากที่อื่นดี T_T
รสชาติไอศกรีมในวันที่ผมทานนั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 4 รสด้วยกัน ได้แก่ ชาเขียว, วานิลลา, เลมอนซอร์เบต และสตรอร์เบอร์รี่ซอร์เบต ซึ่งทั้ง 4 รสนั้นต่างก็มีรสชาติดีทั้งหมด เพียงแต่จะเด่นกันไปคนละทาง เช่น สตรอร์เบอร์รี่ซอร์เบตจะออกหวานหอม มีกลิ่นสตรอร์เบอร์รี่จางๆ, เลมอนซอร์เบตก็จะเปรี้ยวจี๊ด ช่วยแก้เลี่ยนได้ดี, ชาเขียว เข้มนิดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากทานอะไรที่มีรสนิดนึง แล้วก็วานิลลา รสชาติกลางๆ สามารถทานได้เรื่อยๆ ครับ ใครชอบสไตล์ไหนก็เลือกตักทานตามใจชอบได้เลย
และตอนนี้เราก็มาถึงผลไม้ซึ่งเป็นของอย่างสุดท้ายในไลน์ Friday & Saturday Night Seafood Buffet แล้วครับ โดยในไลน์บุฟเฟ่ต์นี้จะมีผลไม้อยู่หลายอย่างเลยทั้งผลไม้สดและแบบที่แปรรูปแล้ว รสชาติและหน้าตาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และสิ่งที่ผมคิดว่าโดดเด่นสุดๆ ของผลไม้ที่นี่ก็คือการที่มีเสาวรสให้ทานด้วย เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วแทบจะไม่ค่อยมีไลน์บุฟเฟ่ต์ไหนที่มีเลยครับ
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวและประสบการณ์ของผมกับต๋งหลังจากที่เราได้มีโอกาสไปทานไลน์บุฟเฟ่ต์ Friday & Saturday Night Seafood ของห้องอาหาร Up & Above Restaurant โรงแรม The Okura Prestige Bangkok ครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561
ช่วงเวลา : 18.30 – 21.30 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : ผมต้องขอออกตัวตั้งแต่ตรงนี้เลยนะครับว่าหากพูดถึงเฉพาะเรื่องรสชาติและคุณภาพอาหาร นี่คือหนึ่งในไลน์บุฟเฟ่ต์เย็นวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผมประทับใจมาก อาหารส่วนใหญ่รสชาติถูกปาก คุณภาพดี มีความสดสูง ยกเว้นก็เพียงแต่กุ้งแม่น้ำเผาที่มีความสดด้อยกว่าเพื่อน แล้วก็อาหารคาวอีก 3-4 อย่างเท่านั้นที่ผมว่ารสชาติแปลกไปจากที่ผมคิดไว้ ส่วนที่เหลือนั้นอยู่ในระดับที่ผมประทับใจจนถึงประทับใจมากครับ โดยเมนูเด่นๆ ที่ผมคิดว่าทุกคนไม่ควรพลาดเลยก็คือฟัวกราส์, ขาปูอลาสก้า, หอยนางรม, หอยนางรมย่าง, หอยเชลล์อบ และปลาดิบ และสำหรับคนที่ชอบทานของหวานแล้วผมเชื่อว่ามากกว่า 80% ของของหวานที่เค้ามีบริการนั้นรสชาติจะต้องอร่อยถูกปากคนส่วนใหญ่แน่ๆ ครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ถือว่าสอบผ่านสบายมาก อาหารหลากหลายและเพียงพอต่อการรับรองการจัดเลี้ยงหรือการรับประทานอาหารของคนกลุ่มใหญ่ที่มีความชอบต่างกันได้อย่างไม่น่ามีปัญหา อย่างคนที่ชอบทานชีส, พาสต้า หรืออาหารประเภทจานร้อน เค้าก็มีให้เลือกทานเยอะเลย และยิ่งใครที่เป็นชอบทานของหวานด้วยแล้วน่าจะยิ่งรู้สึกประทับใจกับความหลากหลายของเค้าอย่างแน่นอนครับ แต่ทั้งนี้หากเป็นไปได้ผมรู้สึกว่าไลน์อาหารนี้ยังขาดอาหารประเภท Cold Cuts ไปอยู่หนึ่งอย่าง หากทางห้องอาหารสามารถจัดมาเพิ่มได้ มันจะยิ่งทำให้ทุกอย่างลงตัวมากขึ้นครับ
ความสะอาดและบรรยากาศของร้าน : เป็นอีกเรื่องที่สอบผ่านได้อย่างไม่มีปัญหา ห้องอาหาร Up & Above Restaurant เป็นห้องอาหารที่ผมว่าดูดี เพดานสูง เก้าอี้นั่งสบาย แล้วก็สะอาดดีครับ ส่วนในเรื่องของแสงสว่างนั้นด้วยความที่ทางห้องอาหารเค้าตั้งใจให้การทานอาหารในไลน์นี้เป็นการทานอาหารที่มีความโรแมนติค มีความเป็นส่วนตัว ดังนั้นเค้าก็เลยใช้ไฟจากเพดานน้อยๆ แล้วก็เน้นใช้แสงไฟจากตะเกียงบนโต๊ะแทนครับ ซึ่งถ้าใครเป็นคนที่ชอบทานอาหารในห้องอาหารสว่างๆ ดูแล้วเห็นอะไรชัดเจน อาจจะไม่ค่อยชอบในจุดนี้ซักเท่าไหร่ แต่สำหรับใครที่ต้องการหาสถานที่ดีๆ เพื่อนั่งทานข้าวกับคนรู้ใจ นี่ถือเป็นอีกที่นึงที่เหมาะสมเลยครับ
การบริการของพนักงาน : ด้วยความที่วันที่ผมกับต๋งไปใช้บริการนั้นถือเป็นช่วงแรกๆ ของการเปิดไลน์บุฟเฟ่ต์ไลน์นี้เลย เพราะก่อนหน้านี้ทาง The Okura Prestige Bangkok ยังไม่เคยมีการจัดไลน์บุฟเฟ่ต์ในเย็นวันศุกร์และวันเสาร์มาก่อน ดังนั้นก็เลยยังมีคนมาใช้บริการไม่มากซักเท่าไหร่ ซึ่งด้วยความที่มีคนมาใช้บริการไม่มากนั้นเองก็เลยทำให้ผมไม่พบข้อบกพร่องใดๆ ของพนักงานเลยครับ พนักงานบริการได้รวดเร็วดีทั้งการเติมน้ำ เก็บจาน เสิร์ฟอาหาร รวมทั้งเวลาสอบถามอะไรก็มีคำตอบที่สุภาพเรียบร้อยดีครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : ในเรื่องการเดินทางไปยังโรงแรม The Okura Prestige Bangkok นั้น ผมคิดว่าสะดวกในระดับนึงเลยนะครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้บริการรถ BTS เนื่องจากโรงแรมแห่งนี้มีทางเดินที่เชื่อมต่อจาก BTS เลย ส่วนใครที่ขับรถมาก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องการหาที่ตั้งของโรงแรม เพราะตึก Park Ventures Ecoplex ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมนั้นจะอยู่บริเวณหัวมุมถนนสุขุมวิทและถนนวิทยุเลย สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายมาก เพียงแต่คนที่จะขับรถมาเองนั้นอาจจะต้องดูเรื่องของเวลาในการเดินทางนิดนึงนะครับ เพราะช่วงเย็นวันศุกร์และวันเสาร์ถนนสุขุมวิทบริเวณหน้าโรงแรมนั้นมีการจราจรที่เข้าขั้นสาหัสเลยครับ
ความคุ้มค่า : ตรงนี้ผมขอเขียนยาวหน่อยนะครับ เพราะทางห้องอาหารมีการปรับเปลี่ยนราคาเล็กน้อย โดยตอนที่ผมไปทานอาหารนั้นทางห้องอาหารมีการตั้งราคาของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้อยู่ที่ 1,800 ++ บาทต่อคน สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าเทียบราคานี้กับอาหารที่ผมได้ทานนั้น ผมถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากนะครับ เพราะคุณภาพและปริมาณของอาหารที่มีในไลน์นี้นั้นเทียบเท่าได้ประมาณ 80% ของไลน์ Sunday Brunch ที่มีราคา 2,800 ++ บาทต่อคนเลย ซึ่งส่วนต่าง 1,000 บาทนี่ห่างกันเยอะมาก จนทำให้ไลน์บุฟเฟ่ต์นี้น่าสนใจสุดๆ แต่หลังจากที่ทางห้องอาหารปรับเปลี่ยนราคาใหม่เป็น 2,200 ++ บาทต่อคน หรือเท่ากับ 2,590 บาทต่อคน net (เริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562) ก็ทำให้ความคุ้มค่าของไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ตกมาอยู่ในระดับกลางๆ ครับ ดังนั้นใครที่อ่านรีวิวนี้จบแล้วและสามารถจัดคิวของตัวเองได้ ผมแนะนำให้รีบไปจัดภายในวันที่ 31 มกราคมนี้เลยนะครับ แต่ถ้าใครที่จัดคิวตัวเองไม่ทันจำเป็นต้องไปทานหลังจากนั้น ก็ให้ลองสอบถามทางห้องอาหารก่อนที่จะเข้าไปใช้บริการนะครับ เพราะผมได้ยินมาว่าเค้ามักจะมีโปรพิเศษของบัตรเครดิตต่างๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งหากใครที่สามารถใช้โปรโมชั่นเหล่านั้นได้ก็จะช่วยประหยัดเงินลงไปได้อีกระดับนึง
สรุป : สำหรับใครที่กำลังมองหาไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อเย็นวันศุกร์และวันเสาร์ที่มีอาหารคุณภาพดีๆ มีฟัวกราส์หนาๆ ให้ทานไม่อั้น มีปลาดิบคุณภาพดีเทียบเท่ากับเมนู A la carte ของหลายๆ ร้าน มีพาสต้าเส้นสด มีอาหารทะเลสดๆ ให้เราทานมากมาย โดยเฉพาะขาปูอลาสก้าก้ามโต, หอยนางรมหลากหลายสายพันธ์, หอยเชลล์ตัวอวบๆ, ของหวานสุดอร่อยนับสิบชนิด และเป็นคนที่ไม่มีปัญหากับการทานอาหารมื้อละประมาณ 2,500 บาท ผมว่านี่เป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่คุณน่าจะหาโอกาสไปลองครับ แต่สำหรับใครที่งบประมาณจำกัดหน่อยก็คงต้องรอติดตามโปรโมชั่นดีๆ หรือไม่ก็คงต้องมองไปที่ไลน์บุฟเฟ่ต์อื่นแทนนะครับ
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกไปทานไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ดีหรือจะไปทาน Sunday Brunch ในวันอาทิตย์มากกว่าก็ลองอ่านรีวิว Sunday Brunch ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ที่ผมเคยเขียนไว้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ อาหารใน Sunday Brunch จะมีมากประเภทกว่านี้นิดนึงแล้วก็จะมีล็อบสเตอร์กับอาหารประเภท Cold Cuts ให้ทานด้วยครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และสำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ และหากใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้รวมทั้งสำรองโต๊ะล่วงหน้าก็สามารถเข้าไปสอบถามที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage : The Okura Prestige Bangkok
Tel : 02-6879000
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราในวันที่ได้ลองไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ออกไปได้ครับ
Facebook Comments