บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดา (Weekday Buffet) มักจะเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่หลายๆ โรงแรมมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคุณภาพของอาหารหรือประเภทของอาหารซักเท่าไหร่ โดยหลายๆ สถานที่มักจะเน้นไปที่การทำราคาให้ย่อมเยาเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องทำงานประจำและมีเวลาในการทานอาหารกลางวันในวันธรรมดาที่ไม่มากนัก และด้วยสาเหตุนี้เองก็เลยทำให้คนที่ชอบทานอาหารคุณภาพดีๆ ในมื้อกลางวันวันธรรมดา หรือคนที่กำลังมองหาไลน์บุฟเฟ่ต์ดีๆ ไว้รองรับลูกค้าหรือคนที่เราเคารพนับถือต้องปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะมันมีตัวเลือกให้เราเลือกน้อยมาก แต่วันนี้ปัญหาของคนเหล่านี้จะหมดไปครับ เพราะผมมีไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดาที่น่าสนใจมากๆ มาฝาก โดยไลน์บุฟเฟ่ต์นี้นอกจากจะมีอาหารให้เลือกทานมากมายทั้งคาวหวานแล้ว คุณภาพอาหารของเค้าก็ยังดีมากด้วยครับ โดยเฉพาะอาหารประเภทซูชิ, ซาชิมิ, Seafood on ice และของหวาน ยิ่งไปกว่านั้นในไลน์นี้เค้าก็ยังมีหอยนางรมย่างและหอยเชลล์ย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ให้เราทานไม่อั้นด้วย และทั้งหมดนี้มาในราคาเพียง 1,060 บาท/คน net เท่านั้นครับ!!! และไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันที่ว่านี้ก็คือไลน์บุฟเฟ่ต์ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok (ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ) หนึ่งในโรงแรมที่ผมชื่นชอบในคุณภาพอาหารของเค้ามากๆ นั่นเอง
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
และนี่คือรายละเอียดกับราคาของไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน (Weekday Buffet) ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok แบบเต็มๆ ครับ ยังไงก็ลองอ่านข้อมูลเบื้องต้นนี้ก่อนว่ารับได้มั้ย ถ้าใครรับได้ก็ไปตามอ่านกันต่อยาวๆ ได้เลย ^^
วันที่เปิดบริการ : เฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์เท่านั้น (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลาที่เปิดบริการ : 12.00 น. – 14.30 น.
ราคาปกติของผู้ใหญ่  :  1,200++ บาท/คน หรือ 1,413 บาท/คน net (รวมน้ำเปล่าแล้ว)
ราคาปกติของเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี : รับประทานฟรี
ราคาปกติของเด็กอายุ 6 12 ปี : 600++ บาท/คน หรือ 707 บาท/คน net (รวมน้ำเปล่าแล้ว)
ราคาพิเศษของโรงแรม : ผู้ใหญ่ 900++ บาท/คน หรือ 1,060 บาท/คน net (ราคารวมน้ำเปล่าแล้ว) โดยสำหรับใครที่สนใจรับสิทธิ์โปรราคาพิเศษนี้ก็เพียงแค่แอดไลน์ไปขอรับสิทธิ์ที่ http://nav.cx/6X7HLsa หรือแอดชื่อแอคเคาท์ว่า Okura_Prestige_Bkk ก็ได้ครับ (1 แอคเคาท์จะได้รับส่วนลด 1 ท่าน) หรือหากใครไม่สะดวกแอดไลน์ก็สามารถใช้โปรของบัตรเครดิตก็ได้ มีหลายบัตรเหมือนกันที่ได้ราคาโปรนี้ ยังไงถ้าสนใจก็ลองโทรไปสอบถามกับทางห้องอาหารที่เบอร์ 02-6879000 ได้เลยครับ
หมายเหตุ : สำหรับเด็กจะไม่มีโปรโมชั่นราคาพิเศษนะครับ
เอาล่ะ รู้ข้อมูลเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วคราวนี้เราก็ตรงไปที่ห้องอาหาร Up & Above Restuarant (ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ ) ชั้น 24 ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้บริหารอาหารไลน์นี้กันเลยครับ โดยสำหรับใครที่ไม่เคยมาที่ The Okura Prestige Bangkok มาก่อนก็สามารถมาได้ง่ายๆ ด้วยการลงรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีเพลินจิต จากนั้นก็เดินผ่านทางเชื่อมเข้าตึก Park Ventures Ecoplex ไปตามทางเรื่อยๆ จนเจอลิฟท์ของโรงแรม แล้วก็กดไปที่ชั้น 24 ได้เลยครับ
นี่เป็นบรรยากาศรอบๆ ของห้องอาหาร Up & Above Restuarant ครับ บรรยากาศโดยรวมดูดี เพดานสูง ที่นั่งเยอะ และมีที่นั่งทั้งส่วนที่เป็น Indoor และ Outdoor เลย แต่อย่างว่าเนอะมาเวลากลางวันแบบนี้ยังไงเราก็ต้องนั่ง Indoor แน่นอนใช่มั้ยครับ ><
มาดูในส่วนของไลน์อาหารกันบ้าง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ผมจะขอแบ่งอาหารในไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดาโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ไลน์นี้ ออกเป็นทั้งหมด 6 หมวด ตามนี้นะครับ
หมวดที่ 1 : Seafood on ice
หมวดที่ 2 : สลัด, Cold cuts, ขนมปัง และชีส
หมวดที่ 3 : อาหารนานาชาติ
หมวดที่ 4 : อาหารไทยและอาหารอื่นๆ
หมวดที่ 5 : เมนูพิเศษ
หมวดที่ 6 : ของหวาน, ผลไม้ และไอศกรีม
และสำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องของการถ่ายรูปแล้ว ผมอยากจะบอกว่าภาพทั้งหมดในรีวิวนี้ (ยกเว้นภาพบรรยากาศห้องอาหาร 3 ภาพด้านบน) ผมใช้กล้อง Canon EOS RP กับเลนส์ RF 24-105mm F4 ถ่ายทั้งหมดเลยนะครับ ใครที่สนใจกล้องรุ่นนี้อยู่ก็ลองดูสีสันและไฟล์ของภาพในรีวิวนี้ได้เลย
มาเริ่มเจาะลึกไลน์อาหารของเค้ากันเลยนะครับ เริ่มจากหมวดแรก “Seafood on ice” หนึ่งในหมวดที่ผมว่าเป็นไฮไลท์ของเค้าเลย โดย Seafood on ice ในไลน์นี้จะประกอบไปด้วยปู, กั้ง, กุ้ง, หอยแมลงภู่ และหอยตลับมะนิลา ในเรื่องของความสดและขนาดของแต่ละอย่างนั้นถือว่าสอบผ่านเลยครับ สด หวาน อร่อยมาก ใครที่ชอบทาน Seafood on ice น่าจะถูกปากถูกใจกันพอควรครับ
ในส่วนของน้ำจิ้มนั้นถือว่ามีให้เลือกตามมาตรฐาน ไม่ได้มีอะไรเยอะมาก ส่วนรสชาติของน้ำจิ้มถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แซ่บเผ็ดนิดๆ กินได้เพลินๆ เลยครับ
รวมๆ ต้องบอกเลยว่าผมกับต๋งประทับใจในคุณภาพของ Seafood on ice เค้ามาก สด หวาน อร่อย กินแล้วฟิน แต่ก็แอบเสียดายอยู่นิดๆ ที่เค้าไม่มีหอยนางรมสดมาในไลน์ด้วย ถ้ามีมันจะ Perfect และลงตัวมากเลยครับ
หมวดที่สอง สลัด, Cold cuts, ขนมปัง และชีส” หมวดนี้ผมขอรวมอาหารหลายๆ อย่างมาไว้ด้วยกันเลยนะครับ โดยในส่วนของสลัดนั้นเค้าจะมีทั้งสลัดที่เปิดโอกาสให้เราทำเอง มีผักมีน้ำสลัดให้เราเลือกหยิบเลือกปรุงตามใจชอบ แล้วก็มีในส่วนของสลัดที่ทางห้องอาหารเค้าปรุงให้เสร็จแล้วครับ
รสชาติของผักต่างๆ นั้นดีเลย ผักสด สะอาด อร่อย และในส่วนที่ทางห้องอาหารเค้าทำสำเร็จรูปไว้แล้วก็อร่อยถูกปากผมกับต๋งหลายรายการครับ โดยวันที่ผมไปนั้นในไลน์เค้าจะมีอาหารอย่าง Beef Carpaccio, Smoked Duck with Melon, Papaya with Avocado Salad, Beetroot with Goat Cheese, Prawn and Tofu Salad, Crab Meat with Mint and Orange และ Garlic and Dill ให้เลือกทาน ซึ่งถ้าทุกคนสังเกตจากรูปหรือชื่อของอาหารแต่ละอย่างจะเห็นได้เลยครับว่านอกจากเค้าจะมีการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายทั้งเนื้อ, เป็ด, กุ้ง และปูแล้ว เค้ายังมีการเลือกวัตถุดิบที่ดีและจัดจานออกมาได้สวยงามดูน่าทานด้วยครับ
มาดูในส่วนของ Cold Cuts กันบ้าง อาหารประเภทนี้จะมีให้ทานอยู่ 3-4 อย่างครับ ได้แก่ Mortadella, Chorizo, Pork Belly Hunting และ Smoke Salmon รสชาติต่างๆ ถือว่าดีเลยนะ โดยเฉพาะ Smoke Salmon อันนี้ผมชอบมาก
ต่อกันที่ขนมปังกับชีส สองอย่างนี้ผมขอพูดรวมกันเลยนะครับ ขนมปังจะมีให้เลือกทาน 5-6 อย่าง รสชาติโดยรวมดีเลย ใครชอบทานขนมปังผมแนะนำให้ชิมครับ ส่วนชีสนั้นจะมีให้เลือกทาน 3-4 อย่าง ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่าผมกับต๋งไม่ได้ลองทานเลย เพราะโดยปกติแล้วเราไม่ค่อยถนัดกับการกินชีสแบบนี้ซักเท่าไหร่ครับ
หมวดที่สาม อาหารนานาชาติ” อาหารในหมวดนี้จะถูกซอยย่อยออกไปเป็น 3 หมวดย่อยนะครับ ได้แก่ อาหารญี่ปุ่น, อาหารอิตาลี แล้วก็อาหารตะวันออกกลาง
ในส่วนของอาหารญี่ปุ่นนั้นแม้ประเภทของซูชิและซาชิมิจะดูน้อยกว่าอาหารมื้อ Sunday Brunch พอควร แต่ในเรื่องของคุณภาพต่างๆ ก็ถือว่าทำมาได้ดีไม่แพ้กันเลยครับ และถือว่าเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มีคุณภาพของซูชิและซาชิมิดีมากไลน์นึงเลย
นี่เป็นหน้าตาของซูชิและซาชิมิที่เค้ามีครับ ในส่วนของซาชิมิจะมีแค่แซลมอนกับทูน่าเท่านั้น แต่ในส่วนของซูชิจะมีให้เลือกทานหลายอย่างเหมือนกัน ใครที่ชอบทานอาหารประเภทนี้อย่าพลาดนะครับ ผมว่านี่ก็เป็นหนึ่งในหมวดอาหารที่เด็ดของที่นี่เลย
เซ็ตด้านล่างนี้จะเป็นเซ็ตที่ทางโรงแรมเค้าให้เชฟจัดมาเป็นพิเศษเพื่อถ่ายรูปนะครับ แต่ในเรื่องของคุณภาพอาหารต่างๆ ก็เหมือนกับปกติ เพราะว่าเค้าหยิบมาจากในไลน์เลย เพียงแค่เอามาจัดวางใหม่บนภาชนะที่สวยงามเท่านั้นเอง
มาดูที่อาหารอิตาลีกันบ้าง โดยอาหารชาตินี้เค้าจะมีบริการเฉพาะพาสต้าเท่านั้น แต่ผมบอกเลยว่าไม่ต้องเสียใจหรือตกใจไปนะครับ เพราะพาสต้าของที่นี่ถือเป็นหนึ่งในประเภทอาหารที่เค้าทำออกมาได้ดีมากอีกประเภทหนึ่ง ผมกับต๋งได้มีโอกาสลองทานพาสต้าที่นี่ 3-4 ครั้งแล้ว รสชาติส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีหมดเลยครับ และวันนี้พวกเราก็ลองสั่งเป็นสปาเกตตี้คาโบนาร่าและเฟตตูชินี่ผัดพริกแห้งมาลองทาน ซึ่งรสชาติของทั้งสองจานนั้นก็อร่อยถูกปากทั้งคู่ สปาเกตตี้คาโบนาร่ามันกลมกล่อนกินเพลิน ส่วนเฟตตูชินี่ผัดพริกแห้งอันนี้เผ็ดแซ่บซี้ดซ้าดเบาๆ ดีครับ
ใครชอบทานอาหารประเภทพาสต้านี้ก็อย่าลืมเผื่อท้องไว้ลองชิมด้วยนะ
ปิดท้ายหมวดอาหารนานาชาติด้วยอาหารจากตะวันออกกลาง อาหารประเภทนี้ในวันที่ผมไปจะมีให้เลือกทานแค่ 3 อย่างเท่านั้น คือ Pita Bread, Hummus และ Lebneh Yoghurt ทั้งนี้ในวันดังกล่าวผมกับต๋งไม่ได้ลองทานอาหารประเภทนี้เลยก็เลยไม่ขอออกความเห็นเรื่องรสชาตินะครับ ^^
หมวดที่สี่ อาหารไทยและอาหารอื่นๆ” หมวดนี้น่าจะเป็นหมวดที่มีประเภทอาหารให้เลือกทานเยอะที่สุดแล้วครับ และทางห้องอาหารเค้าจะมีการทำเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน โดยในวันที่ผมไปนั้นในส่วนที่เป็นอาหารไทยก็จะประกอบไปด้วยลาบเนื้อ, ยำถั่วพู, ยำมะเขือ, ผักต้มกับน้ำพริก, ผัดผักซอสหอยนางรม, ผัดเผ็ดเป็ดย่าง, ปลากะพงราดพริก, มัสมั่นไก่ แล้วก็ต้มยำทะเล รสชาติโดยรวมของอาหารไทยนี้ถือว่าดีเลยนะครับ ผมกับต๋งตักมาทาน 4-5 อย่าง รสชาติถูกปากหมดเลย โดยเฉพาะลาบเนื้อกับปลากะพงราดพริกนี่ดีมากครับ
ส่วนอาหารอื่นๆ ที่เค้ามีบริการในวันนั้นก็จะมีเปาะเปี๊ยะไส้ผัก, อกไก่ซอสเห็ด, หมูย่างซอสมะเขือเทศ, ปลาช่อนทะเลนึ่งข้าวโพด และแซลมอนซอสเทอริยากิครับ รวมๆ อาหารในส่วนนี้ถือว่าดีมากครับ อร่อยทุกเมนูเลย ใครที่ชอบกินพวกเนื้ออบประเภทต่างๆ น่าจะถูกใจพอควร รสชาติดีแถมทานแล้วก็ไม่ค่อยอ้วนด้วยครับ ><
อ้อ ผมลืมไป ในไลน์นี้เค้าจะมีก๋วยเตี๋ยวบริการด้วยนะครับ พอดีผมไม่รู้ว่าจะจัดให้ก๋วยเตี๋ยวอยู่ในหมวดไหนดีก็เลยขอเอามารวมไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน ในส่วนของก๋วยเตี๋ยวนั้นจะมีเส้นหมี่ขาว, หมี่เหลือง, หมี่หยก และเกี๊ยวให้บริการ แล้วก็จะมีท้อปปิ้งเป็นหมูแดงครับ ซึ่งจากที่ผมได้สั่งเป็นบะหมี่หยกเกี๊ยวน้ำมาทานผมอยากจะบอกว่ารสชาติก๋วยตี๋ยวของเค้าโอเคเลยแหละ เส้นอร่อย หมูแดงดี และที่เซอร์ไพรส์มากๆ ก็คือ เกี๊ยวครับ เกี๊ยวลูกโตและรสชาติดีมาก ใครอยากลองชิมก็สั่งเป็นเกี๊ยวน้ำมาทานก็ได้ครับ พื้นที่ในกระเพาะจะได้ไม่ถูกบะหมี่แย่งไปเยอะ จะได้เหลือไว้กินอย่างอื่นต่อ ^^
หมวดที่ห้า เมนูพิเศษ” แม้จะเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดา แต่ไลน์นี้เค้าก็มีเมนูพิเศษให้บริการนะครับ และมันเป็นเมนูที่พิเศษมากจนผมเชื่อว่าหากใครได้เห็นได้ชิมต้องร้องว้าวแน่ๆ เพราะเมนูพิเศษของเค้าก็คือเนื้ออบและหอยย่างครับ โดยในส่วนของเนื้ออบนั้นผมไม่แน่ใจว่าเค้าจะมีการเปลี่ยนประเภทเนื้อในแต่ละวันหรือเปล่า แต่ในวันที่ผมไปนั้นจะเป็นเนื้อไก่อบครับ ขนาดไก่ตัวใหญ่ เนื้อเยอะ รสชาติดีเลย
ส่วนหอยย่างนั้น อันนี้จะเป็นเมนูที่ห้องอาหารและไลน์นี้ยืนพื้นไว้เลย เค้าจะมีบริการทุกวันและจะมีทั้งหอยนางรมย่างกับหอยเชลล์ย่าง โดยเชฟเค้าจะย่างบนเตาให้เราเห็นตรงนั้นเลย ย่างไฟร้อนๆ เห็นแล้วแบบว่าน้ำลายไหลมากกกก และพอย่างเสร็จเชฟก็จะวางไว้ในถาด ใครต้องการจะทานกี่ชิ้นกี่ตัวก็หยิบไปทานได้ตามใจชอบเลยครับ หยิบได้เรื่อยๆ ไม่มีจำกัดจำนวน และหากเห็นว่ามันหมดก็สามารถขอให้เชฟเค้าทำเพิ่มได้ครับ
นี่เป็นหน้าตาของหอยตอนที่กำลังถูกย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ครับ โอ้ยยยยย……..เห็นรูปตัวเองตอนนี้อีกทีก็อยากกินขึ้นมาอีกแล้ว รสชาติมันดีมากเลยครับ T_T
และนี่คือหน้าตาของหอยนางรมย่างและหอยเชลล์ย่างที่เสร็จเรียบร้อยพร้อมทานครับ จานนี้จะตกแต่งสวยกว่าปกตินิดนึงนะครับ แต่ในเรื่องของรสชาติ ขนาด และคุณภาพนั้นก็เหมือนกับที่คนอื่นๆ ได้ทานในไลน์เลย ขนาดของหอยนางรมก่อนย่างถือว่ากลางๆ ค่อนไปทางใหญ่ (แต่หลังจากย่างเสร็จแล้วตัวจะหดลงพอควร อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติของการถูกย่างเนอะ) ส่วนหอยเชลล์นั้นตัวอวบอ้วนเต่งตึงดูน่ากินมากครับ
สำหรับสองเมนูอย่างหอยนางรมย่างและหอยเชลล์ย่างนี้ผมแนะนำทุกคนว่าต้องสั่งเลยนะครับ มันดีมากและจะทำให้เราคุ้มค่าในการกินมื้อนี้แบบสุดๆ แต่ทั้งนี้ผมไม่แนะนำให้ทุกคนหยิบมาทีละเยอะๆ นะ เราควรหยิบมาครั้งละ 3-4 ตัวก็พอ ยกเว้นว่าคุณจะสามารถกินรวดเดียวต่อเนื่องได้ เพราะรสชาติของมันจะดีมากเมื่อตอนที่ยังร้อนๆ อยู่ครับ กลิ่นของหอยที่ผ่านการย่างมาใหม่ๆ มันจะหอมและทำให้รสชาติอร่อยกว่าการที่เรากินมันหลังจากที่วางทิ้งไว้นานจนเกินไป
อ้อ สำหรับหอยนางรมย่างนั้น ทางโรงแรมเค้าบอกว่าโดยปกติแล้วเค้าจะเลือกใช้หอยนางรมจากสรุราษฎร์ธานีเป็นหลักนะครับ แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่หอยนางรมสุราษฎร์ไม่พอจริงๆ ทางห้องอาหารก็จะนำหอยนางรมสายพันธุ์อื่นจากต่างประเทศมาให้บริการแทน เพื่อไม่ให้คนที่มาทานพลาดโอกาสในการชิมเมนูนี้ไปครับ
เอ้า….ดูของคาวกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาดูของหวานกันบ้าง สำหรับของหวานของไลน์นี้ก็ถือว่าเยอะและจัดเต็มใช้ได้เลยครับ มีมาให้ครบๆ ทั้งสไตล์ไทยและอินเตอร์ โดยในส่วนของไทยวันที่ผมไปนั้นก็จะมีครองแครง, ตะโก้, ฝอยทอง, ขนมชั้น, ขนมเปียกปูน, ลูกชุบ, ฟักทองสังขยา แล้วก็ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ส่วนของหวานแบบอินเตอร์ก็จะมีทั้งเค้ก, ช็อคโกแลต, มูส, พุดดิ้ง, มาการอง, ช็อคโกแลตฟองดู และบราวนี่ โดยในส่วนของเค้กนั้นจะมีให้เลือกทานหลายหน้ามากครับ แต่ละหน้าก็สีสันสวยงาม หน้าตาน่าทานสุดๆ
ในเรื่องของรสชาตินั้นเท่าที่ผมกับต๋งได้ลองชิมมาประมาณ 80% ของทั้งหมด ผมบอกเลยว่าอร่อยและอร่อยมากครับ โดยในส่วนของหวานที่เป็นอินเตอร์นั้นอันนี้เราค่อนข้างเชื่อมือเค้าได้อยู่แล้ว เพราะ Afternoon Tea ของที่นี่แต่ละชุดก็เด็ดๆ อร่อยๆ ทั้งนั้น ส่วนของหวานที่เป็นของหวานไทยอันนี้ทางโรงแรมก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กันเลย อร่อยทุกอย่างและรสชาติไม่หวานมากด้วย ขนาดแต่ละชิ้นพอดีคำ สวยงาม กินง่าย ใครชอบทานของหวานไทยๆ แบบนี้ห้ามพลาดเลยนะครับ
มาดูในส่วนของผลไม้และไอศกรีมกันบ้าง ผลไม้นั้นจะมีให้เลือกทานประมาณ 6-7 อย่างครับ โดยผลไม้บางอย่าง เช่น สับปะรด, แตงโม, แคนตาลูป, ฝรั่ง ทางห้องอาหารเค้าจะทำการปอกและหั่นไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าใครอยากกินแก้วมังกรหรือเสาวรสที่มันยังวางเป็นลูกๆ ไว้อยู่ อันนี้เราสามารถบอกพนักงานที่ห้องอาหารได้เลยครับ เดี๋ยวเค้าจะช่วยหยิบมาปอกให้เราทานเป็นจานๆ ไป
ใครอยากทานอะไรก็ลองเลือกดูนะครับ รสชาติโดยรวมดีเลย และวันนั้นผมกับต๋งก็ให้ทางพนักงานเค้าปอกเสาวรสมาให้ทานด้วยครับ
ปิดท้ายกันด้วยไอศกรีม ในส่วนของไอศกรีมนั้นวันที่ผมไปจะมีทั้งหมด 4 รสด้วยกัน ได้แก่ ชาไทย, ชาเขียว, ช็อคโกแลตชิพ และวานิลลางาดำ รสชาติทั้ง 4 รสดีเลยครับ อร่อยหมดเลย แล้วก็นอกจากเราจะสามารถตักใส่ถ้วยทานแบบปกติได้แล้ว เค้ายังมีโคนไอศกรีมไว้บริการด้วยนะ เราจะตักไอศกรีมใส่โคนแล้วถือทาน หรือจะวางเป็นท็อปปิ้งด้านบนแบบในรูปนี้ก็ได้ครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลย ^^
เอาล่ะ ตอนนี้เราก็ดูไลน์อาหารของที่นี่กันครบหมดแล้วครับ งั้นเรามาเข้าสู่ช่วงสุดท้ายซึ่งเป็นบทสรุปกันเลยดีกว่า โดยในความเห็นของผมหลังจากที่ได้มีโอกาสไปลองทานบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดา (Weekday Buffet) ของห้องอาหาร Up & Above Bar ชั้น 24 โรงแรม The Okura Prestige Bangkok (ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ) มา ก็มีตามนี้เลยครับ
วันที่รับประทาน : วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562
ช่วงเวลา : 12.00 – 14.30 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : นี่เป็นหนึ่งในไลน์บุฟเฟ่ต์ที่ผมว่าคุณภาพอาหารกับรสชาติต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงดีมากเลยครับ วัตถุดิบต่างๆ ในการปรุงอาหารนั้นดีเลย ชิมแล้วรู้สึกประทับใจ และจากที่ผมกับต๋งได้ชิมอาหารต่างๆ ของเค้าในไลน์นี้มา เราไม่เจอเมนูที่ไม่อร่อยหรือไม่ถูกปากเลยนะครับ แต่ก็อาจจะมีบ้างที่เรารู้สึกว่าเมนูนี้อร่อยน้อยกว่าเพื่อน แต่มันก็ยังถือว่าดีอยู่ ส่วนเมนูที่พวกเราประทับใจมากๆ นั้นก็มีเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมย่าง, หอยเชลล์ย่าง, Seafood on ice, พาสต้า, ซูชิ, ซาชิมิ, ปลากะพงราดพริก แล้วก็ของหวานต่างๆ  โดยรวมๆ ต้องบอกว่านี่เป็นหนึ่งในไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมที่ผมประทับใจเลยแหละครับ ^^
ความหลากหลายของอาหาร : ความหลากหลายของอาหารในไลน์นี้ถ้าเทียบกับมื้อ Sunday Brunch ของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok เองแล้วก็ต้องบอกว่าไลน์ Weekday Buffet นี้มีความหลากหลายน้อยกว่าพอควรครับ แต่นั่นแหละราคาของ 2 มื้อนี้ก็ต่างกันมากกว่า 1 เท่าตัว ดังนั้นมันก็คงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ และหากเราเอาความหลากหลายของไลน์ Weekday Buffet นี้ ไปเทียบกับไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดาไลน์อื่นๆ ที่ผมเคยทาน ต้องบอกเลยว่าไลน์ Weekday Buffet ของ The Okura Prestige Bangkok นั้น เป็นไลน์ที่มีอาหารให้เลือกทานมากกว่าหลายๆ ที่ครับ และหลายๆ คนถ้าได้มีโอกาสมาใช้บริการน่าจะประทับใจกับการเลือกทานเมนูต่างๆ กันพอควรเลย
ความสะอาดของร้านและบรรยากาศโดยรวม : ข้อนี้ไม่มีปัญหาอะไรครับ พื้นที่กว้าง เพดานสูง เก้าอี้นั่งสบาย ส่วนในเรื่องความสะอาดและความสว่างของสถานที่ก็ดีครับ
การบริการของพนักงาน : วันที่ผมไปใช้บริการนั้นน่าจะมีคนไปใช้บริการประมาณ 25% ของพื้นที่ห้องอาหารเท่านั้นครับ ดังนั้นก็เลยอาจจะฟันธงอะไรมากไม่ได้ แต่เท่าที่ตัวผมเองได้รับประสบการณ์มา ผมว่าพนักงานที่นี่บริการดี รวดเร็ว อัธยาศรัยดีนะครับ และจากที่เคยไปใช้บริการที่โรงแรมนี้มาเกือบ 10 ครั้งแล้วผมก็ยังไม่เจอเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าเค้าต้องปรับปรุงเลยครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : โดยรวมๆ ถือว่าดีเลยนะครับ สะดวกสำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัวมาก เพราะเราสามารถเดินทางไปยังโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ได้เพียงแค่นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีเพลินจิต จากนั้นก็เดินผ่านทางเชื่อมเข้าตัวตึก Park Ventures Ecoplex และเดินต่อไปยังลิฟท์ของโรงแรมได้ง่ายๆ เลย ส่วนคนที่ขับรถมานั้นก็ถือว่าสะดวกพอควร เพราะที่จอดรถเค้าเยอะ ทำเลที่ตั้งหาง่าย อยู่หัวมุมถนน สามารถไปได้หลายเส้นทาง แต่ก็จะมีปัญหานิดๆ ก็ตรงเรื่องของการจราจรนี่แหละครับ เพราะถ้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนแล้วการจราจรแถวนี้ถือว่าสาหัสเอาการเลย
ความคุ้มค่า : ราคาตั้งของไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดานี้จะอยู่ที่ 1,200++ บาท/คน หรือ 1,413 บาท/คน net (ราคารวมน้ำเปล่าแล้ว) ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่าเป็นราคาที่รับได้นะครับ สมเหตุสมผลกับคุณภาพอาหารของเค้า แต่ผมแอบรู้สึกว่ามันจะดีกว่านี้ถ้าเค้ามีหอยนางรมสดบริการและให้เครื่องดื่มเป็น Free Flow Soft Drink เลย ไม่ใช่แค่น้ำเปล่า แต่ประเด็นดังกล่าวนี้ไม่ถือว่าเป็นอะไรที่ต้องคิดมากเลยครับ เพราะตอนนี้ทางโรงแรมเค้ากำลังมีโปรโมชั่นพิเศษลดราคาเหลือเพียง 900++ บาท/คน หรือคิดเป็น 1,060 บาท/คน net เท่านั้น (ราคารวมน้ำเปล่าแล้ว) ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่ผมว่ามันน่าสนใจและคุ้มค่ามากครับ โดยเฉพาะใครที่ชอบกิน Seafood on ice สดๆ กับหอยนางรมย่างและหอยเชลล์ย่าง ราคานี้ คุณภาพอาหารแบบนี้น่าสนใจน่าไปลองมากครับ ใครที่สนใจรับสิทธิ์ส่วนลดราคาพิเศษนี้ก็อย่าลืมแอดไลน์ไปขอรับสิทธิ์ที่ http://nav.cx/6X7HLsa ได้เลยครับ หรือจะแอดเป็นชื่อแอคเคาท์ว่า Okura_Prestige_Bkk ก็ได้ (1 แอคเคาท์ได้รับส่วนลด 1 ที่) หรือถ้าหากใครไม่สะดวกที่จะแอดไลน์ก็สามารถใช้โปรของบัตรเครดิตต่างๆ แทนได้ ช่วงนี้มีหลายบัตรเหมือนกันที่ได้ราคาโปรนี้ครับ แต่ทั้งนี้ผมแนะนำให้โทรไปสอบถามที่ห้องอาหารทุกครั้งก่อนที่จะเข้าไปใช้บริการนะครับ จะได้ไม่พลาดไม่เหวอไป
สรุป : ใครที่เคยปวดหัวว่าหาไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันวันธรรมดาเกรดโรงแรมดีๆ ได้ยากเหลือเกิน อยากจะหาไลน์บุฟเฟ่ต์กลางวันวันธรรมดาที่อาหารอร่อย มีอาหารให้เลือกเยอะ ไว้ต้อนรับลูกค้าหรือพูดคุยงานสำคัญ รวมทั้งอยากจะได้ห้องอาหารที่กว้างๆ มีที่นั่งมากมาย ผมว่าไลน์นี้ตอบโจทย์เลยนะ อาหารคุณภาพดี และมีความหลากหลายพอควร ส่วนใครที่เป็นสายกิน ชอบกิน Seafood on ice สดๆ ชอบกินหอยนางรมย่าง หอยเชลล์ย่าง ซูชิซาชิมิอร่อยๆ และอยากจะกินของหวานรสชาติดีๆ เยอะๆ รวมทั้งการไปกินข้าวในช่วงเวลากลางวันวันธรรมดานั้นไม่ใช่ปัญหา ไลน์นี้จะทำให้คุณประทับใจเลยครับ กิน Seafood on ice 2-3 จาน, ซูชิซาชิมิ 1 เซ็ต, พาสต้า 1 จาน แล้วก็หอยย่างอีกซัก 10 ตัว ปิดท้ายด้วยกองทัพของหวานที่เค้ามี แค่นี้ผมว่าก็คุ้มแล้ว ^^
ก็จบลงแล้วสำหรับรีวิวนี้ สำหรับใครที่อยากจะติดตามเรื่องราวของการกินและเที่ยวของผมกับต๋งแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ และหากใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้รวมทั้งสำรองโต๊ะในการเข้าไปใช้บริการก็สามารถเข้าไปสอบถามได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย
Fanpage : The Okura Prestige Bangkok
Tel : 02-6879000
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราในวันที่ลองใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ได้ครับ
Facebook Comments