บุฟเฟ่ต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บรรยากาศดีๆ
.
.

.

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงมีความคิดอยากจะไปลองทานอาหารแบบนี้ซักครั้งในชีวิต และจะเป็นอะไรที่ดีมากเลยถ้าสถานที่นั้นมีอาหารให้เลือกทานหลากหลายแถมยังมีโปรโมชั่นดีๆ โดนใจ จ่ายแล้วสบายใจสบายกระเป๋าเงินด้วย ซึ่งวันนี้ผมก็ได้เจอหนึ่งสถานที่ที่เข้าเกณฑ์นี้แล้วครับ โดยสถานที่นี้ชื่อว่าห้องอาหาร The Terrace@72 (เดอะ เทอเรส แอท เจ็ดสิบสอง) ของโรงแรม Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside (รามาดา พลาซ่า บาย วินด์แฮม แบงคอก แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์) และเพื่อเป็นการยืนยันว่าบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาของห้องอาหารแห่งนี้นั้นดีงามจริง ผมเลยขอโพสต์ภาพบรรยากาศของเค้าให้ดูก่อนซัก 3-4 ภาพนะครับ ใครที่คิดว่ามันโดนใจก็เลื่อนอ่านกันต่อยาวๆ ได้เลย ^^
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับจุดเด่นของห้องอาหาร The Terrace@72 โรงแรม Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside ในความคิดของผมก็มีดังนี้เลยครับ
  • เป็นห้องอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีบรรยากาศดีมาก โดยเฉพาะโซน Outdoor เนื่องจากพื้นที่ของห้องอาหารนั้นเป็นแนวยาวทำให้เราสามารถดูวิวและสัมผัสกับบรรยากาศต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
  • มีพื้นที่นั่งให้เลือกนั่งทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของคนที่ชื่นชอบแตกต่างกันได้
  • พื้นที่ของห้องอาหารสามารถรองรับคนได้ประมาณ 200 คน ทำให้สามารถรองรับกลุ่มคนจำนวนมาก หรือกรุ๊ปที่ต้องการสถานที่จัดปาร์ตี้ขนาดใหญ่ได้
  • มีเพลงเพราะๆ จากนักร้องให้ฟังแบบสดๆ
  • มีอาหารให้เลือกทานหลากหลาย ทั้ง Seafood on ice, Grilled Station, ญี่ปุ่น, อิตาลี, อินเดีย, สลัด, ขนมปัง, ชีส, อาหารไทย รวมไปถึงผลไม้, ของหวาน และไอศกรีม ซึ่งรสชาติของอาหารส่วนใหญ่นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ
  • สามารถนั่งทานได้ยาวๆ ถึง 4 ชั่วโมงเต็ม
  • ราคาอาหารและประเภทของเมนูที่เค้ามีให้บริการนั้นเหมือนกันทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ – วันอาทิตย์ ดังนั้นเราไม่ต้องปวดหัวเลยว่าจะเลือกไปทานวันไหนดี
  • มีโปรโมชั่นพิเศษทำให้ราคาต่อคนน่าสนใจมาก โดยราคาปกติของการทานบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำของห้องอาหารแห่งนี้จะอยู่ที่คนละ 1,648 บาท net (รวมน้ำเปล่า, ชา, กาแฟ) แต่ทางห้องอาหาร The Terrace@72 กำลังมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษถึง 3 โปรโมชั่นด้วยกัน ซึ่งผมว่าน่าสนใจมากครับ ใครที่สนใจโปรโมชั่นไหนก็ทำการจองได้เลย
Promotion 1 (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2562) : Free Flow Soft Drink ไม่อั้น และเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ทานฟรี (ปกติการทานไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำจะไม่รวมเครื่องดื่ม Soft Drink และเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ถึงจะได้รับสิทธิ์ทานฟรีครับ)
Promotion 2 : Voucher ราคาพิเศษสำหรับการทานอาหาร 2 คน ในราคา 1,999 บาท net (ทานอาหารมื้อค่ำได้ 2 คน และรวมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว) โดยสำหรับท่านที่สนใจโปรโมชั่นนี้สามารถสั่งซื้อ Voucher ได้ที่ เบอร์ 02-6881000 ต่อ 80118 หรือที่ fb@ramadaplazamenamriverside.com
Promotion 3 : สำหรับคนที่ต้องการจัดงานเลี้ยงกรุ๊ปย่อยตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ทางห้องอาหารมีเรทราคาพิเศษให้เลือก 2 ราคา คือ 850 บาท/คน net (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และ 900 บาท/คน net (รวม Free Flow Soft Drink) โดยกรุ๊ปไหนที่สนใจโปรโมชั่นนี้สามารถติดต่อจองล่วงหน้าที่เบอร์ 02-6881000 ต่อ 80118 หรือที่ fb@ramadaplazamenamriverside.com (กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน)
หลังจากที่เราได้รู้จุดเด่นคร่าวๆ ของบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำของห้องอาหาร The Terarace@72 และได้ดูภาพบรรยากาศสวยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยากันไปแล้ว คราวนี้เราไปเริ่มเจาะลึกไลน์บุฟเฟ่ต์นี้กันเลยดีกว่า ทุกคนจะได้รู้ว่ามันคุ้มค่าน่าไปกินซักแค่ไหนครับ ^^
เริ่มจากเรื่องแรกก็คือเรื่องที่ตั้งของโรงแรมก่อนนะครับ โรงแรม Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside นั้นจะตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ใกล้ๆ กับเอเชียทีคครับ ใครที่ไปเอเชียทีคบ่อยๆ ก็น่าจะไปถูกแน่นอน หรือถ้าใครรู้สึกคุ้นๆ ว่าทำไมที่ตั้งและชื่อของโรงแรมนี้มันถึงคล้ายกับโรงแรมแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์จัง ผมอยากจะบอกว่ามันคือที่เดียวกันครับ โรงแรมแห่งนี้เดิมเค้าชื่อว่าแม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ แต่ภายหลังเค้าได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside แบบในทุกวันนี้
หมายเหตุ : หลังจากนี้ผมจะขอย่อชื่อโรงแรมในรีวิวนี้ให้เหลือสั้นๆ แค่คำว่า Ramada Plaza เท่านั้นนะครับ
ในเรื่องการเดินทางมาที่โรงแรมนั้น สำหรับคนที่ขับรถส่วนตัวมาก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ เส้นทางมาค่อนข้างง่าย สามารถดูตามแผนที่หรือ Google Map มาได้เลย โดยเมื่อมาถึงโรงแรมแล้วก็ให้เราจอดรถที่บริเวณลาดจอดด้านหน้า จากนั้นก็เดินผ่านล็อบบี้รวมถึงสระว่ายน้ำเพื่อไปที่ยังบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลยครับ และเดี๋ยวเราจะมองเห็นห้องอาหาร The Terrace@72 เอง
ส่วนใครที่มาโดยรถสาธารณะนั้นก็สามารถมาได้หลายทางครับ โดยจะนั่งรถเมล์มาเลยก็ได้ หรือจะนั่ง BTS มาลงที่สถานีตากสินแล้วต่อแท็กซี่ก็ได้ แต่ที่ผมอยากจะแนะนำทุกคนเป็นพิเศษก็คือการนั่ง BTS มาลงที่สถานีตากสิน จากนั้นก็เดินไปที่ท่าเรือสาทรแล้วนั่งเรือของโรงแรมครับ มันชิลและดีมาก!! ที่สำคัญมันสะดวกและฟรีด้วย!! ใครที่สนใจจะเดินทางไปโรงแรม Ramada Plaza ด้วยวิธีนี้ก็สามารถไปรอเรือที่บริเวณท่าเรือสาทรได้เลย เรือของโรงแรมจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 น. – 23.00 น. ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 10-15 นาที และเรือของเค้าจะมารับแขกของโรงแรมที่ท่าเรือสาทรทุกๆ ครึ่งชั่วโมงครับ
นี่เป็นหน้าตาของเรือครับ จะมีชื่อของโรงแรมอยู่ที่บริเวณหลังคา แต่ทั้งนี้โดยปกติแล้วเรือของโรงแรมจะไม่สามารถจอดเทียบท่าได้นาน ดังนั้นเราต้องคอยมองคอยสังเกตให้ดี ถ้าเห็นเรือมาแล้วก็รีบเดินไปขึ้นได้เลย เพราะถ้าพลาดแล้วเราต้องยืนรออีกนานเลยครับ
ขนาดของเรือนั้นค่อนข้างใหญ่ สามารถนั่งได้ 30 คนสบายๆ นั่งแล้วรู้สึกปลอดภัย แถมบนเรือเค้ายังมีการนำผ้าเย็นและน้ำเปล่าเย็นๆ มาบริการเราด้วยนะครับ บอกเลยว่าประทับใจมาก ^^
ส่วนนี่เป็นบรรยากาศระหว่างการนั่งเรือครับ แม้แดดจะแรงไปนิด แต่ลมเย็นๆ ที่ปะทะผิวก็ทำให้รู้สึกสดชื่นดี ใครที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสนั่งเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ถือโอกาสนี้มานั่งชมวิวได้ครับ ถือว่าเป็นการวอร์มร่างกายก่อนที่จะไปสูดอากาศบริสุทธิ์และชมวิวสวยๆ ตลอดการทานอาหารมื้อค่ำวันนี้ด้วย
และตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงโรงแรม Ramada Plaza เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ผมจะพาทุกคนไปชมห้องอาหาร The Terrace@72 ซึ่งเป็นพระเอกของเราในวันนี้กันครับ โดยห้องอาหาร The Terrace@72 นั้นจะเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม Ramada Plaza และจะเป็นห้องอาหารที่เปิดบริการตลอดทั้งวัน (All day dinning) ใครอยากจะมาทานอาหารมื้อเช้า, กลางวัน หรือเย็น ก็สามารถตรงมาที่ห้องอาหารแห่งนี้ได้เลย
ลักษณะของห้องอาหารจะเป็นแนวยาวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เราสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำที่สวยงามได้แบบพาโนรามา ส่วนพื้นที่นั่งของเค้านั่งจะสามารถรองรับคนได้ทั้งหมดประมาณ 200 คน โดยจะแบ่งเป็นทั้งแบบ Indoor ที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ, แบบ Outdoor ที่มีหลังคาด้านบน แล้วก็แบบ Outdoor ติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่มีหลังคาอะไรปกคลุมเลยครับ ใครที่ชอบนั่งแบบไหนก็เลือกเอาตามใจชอบได้เลย แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบบริเวณ Outdoor ติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่สุดเลยครับ บรรยากาศดีมาก แต่ต้องรอเวลาให้แดดอ่อนๆ พระอาทิตย์ใกล้ตกก่อนนะครับแล้วค่อยไปนั่ง ไม่งั้นอาจจะมีตัวไหม้หรือเหงื่อท่วมได้ ><
นี่เป็นภาพบรรยากาศของบริเวณ Outdoor ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงที่แดดไม่แรงมาก จนไปถึงช่วงที่พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวยมากครับ ใครที่พาคนรู้ใจหรือคนที่กำลังทำคะแนนอยู่มานั่งทานข้าวตรงนี้ ผมว่าเค้ามีเคลิ้มอ่ะ ><
ส่วนนี่เป็นดนตรีสดที่ทางห้องอาหาร The Terrace@72 มีบริการครับ แนวเพลงส่วนใหญ่จะเป็นแนวที่ฟังสบายๆ ทั้งไทยและสากลเลย ถือว่าเหมาะกับบรรยากาศการทานอาหารแบบนี้ดีครับ
เอาล่ะ เกริ่นบรรยากาศของห้องอาหารมาพอควรแล้ว คราวนี้ได้เวลาไปดูรายละเอียดต่างๆ ในไลน์บุฟเฟ่ต์นี้กันแบบจริงจังซักที ใครที่ต้องการไปทานอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำที่ห้องอาหาร The Terrace@72 ของโรงแรม Ramada Plaza ก็สามารถดูรายละเอียดต่างๆ ตามด้านล่างนี้ได้เลยครับ
วันที่เปิดบริการ : ทุกวัน
เวลาที่เปิดบริการ : 18.00 น. – 22.00 น.
ราคาปกติสำหรับผู้ใหญ่ : 1,400 ++ บาท/คน หรือ 1,648 บาท/คน net (รวมน้ำเปล่า และชา, กาแฟ)
ราคาปกติสำหรับเด็ก : เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ทานฟรี, เด็กอายุ 6-12 ปี ครึ่งราคา
**โปรโมชั่นพิเศษ : ในระหว่างนี้ทางห้องอาหารกำลังมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษทั้งหมด 3 โปรโมชั่น ใครที่สนใจโปรโมชั่นไหนก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-6881000 ต่อ 80118 หรือที่ fb@ramadaplazamenamriverside.com ได้เลยครับ
Promotion 1 (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2562) : Free Flow Soft Drink ไม่อั้น และเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ทานฟรี (ปกติในไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำจะไม่รวมเครื่องดื่ม Soft Drink และเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ถึงจะได้รับสิทธิ์ทานฟรี)
Promotion 2 : ราคาพิเศษสำหรับการทานอาหาร 2 คน ในราคาเพียง 1,999 บาท net (สามารถทานอาหารมื้อค่ำได้ 2 คน และรวมเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว)
Promotion 3 : สำหรับคนที่ต้องการจัดงานเลี้ยงกรุ๊ปย่อยตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ทางห้องอาหารมีเรทราคาพิเศษให้ 2 ราคา คือ 850 บาท/คน net (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และ 900 บาท/คน net (รวม Free Flow Soft Drink) โดยผู้ที่สนใจจะต้องทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันครับ
ส่วนนี่เป็นประเภทอาหารต่างๆ ที่เค้ามีบริการ โดยผมคิดว่ามันสามารถแบ่งออกได้ทั้งหมดเป็น 7 หมวดตามนี้ครับ
หมวดที่ 1 : Seafood on ice
หมวดที่ 2 : Grilled Station
หมวดที่ 3 : อาหารนานาชาติ
หมวดที่ 4 : อาหารจานร้อน
หมวดที่ 5 : สลัด, Cold Cuts, ขนมปัง และชีส
หมวดที่ 6 : อาหารพิเศษอื่นๆ
หมวดที่ 7 : ผลไม้, ของหวาน และไอศกรีม
เราไปเริ่มดูกันที่หมวดแรกเลยนะครับ “Seafood on ice” หมวดนี้จะมีประเภทอาหารกลางๆ ไม่ได้หวือหวาอลังการมากนัก โดยวันที่ผมไปนั้นเค้าจะมีหอยนางรม, กั้ง, ปู, กุ้ง แล้วก็หอยแมลงภู่ ขนาดของอาหารแต่ละอย่างนั้นถือว่าดีครับ ขนาดกลางๆ ค่อนไปทางใหญ่ ส่วนในเรื่องของความสดนั้นอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ
ในส่วนของน้ำจิ้มและเครื่องเคียงนั้นถือว่าเค้าจัดมาให้ครบครันดี แต่ในเรื่องรสชาติของน้ำจิ้มซีฟู้ดนั้นโดยส่วนตัวผมว่ารสชาติมันกลางๆ ไปนิด ไม่จัดจ้านเท่าที่ควร ใครที่เป็นสายเผ็ดสายแซ่บอาจจะไม่ค่อยถูกใจซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครเป็นสายชิลๆ เน้นเปรี้ยวนำแล้วเผ็ดเล็กๆ ตามมาน่าจะถูกใจพอควรครับ
ต่อกันที่หมวดที่สอง “Grilled Station” หรือบางทีเค้าก็เรียกว่าโซนบาร์บีคิวนะครับ สำหรับหมวดนี้ผมว่าเป็นหนึ่งในหมวดที่เป็นไฮไลท์ของเค้าเลย เพราะเค้ามีประเภทของเนื้อให้ทานเยอะมากทั้งหมู, เนื้อ, ไก่, กั้ง, กุ้งแม่น้ำ, แซลมอน, ปลากะพง แล้วก็เนื้อแกะ โดยในส่วนของหมูกับไก่นั้นเค้าจะทำอยู่ในรูปของหมูสะเต๊ะกับไก่สะเต๊ะครับ
สำหรับอาหารในหมวดนี้นั้นโดยปกติแล้วเราจะต้องเอาหมายเลขโต๊ะของเราไปให้พนักงาน จากนั้นก็แจ้งว่าเราต้องการเนื้ออะไรบ้างและเดี๋ยวทางพนักงานเค้าจะนำไปเสิร์ฟให้เราที่โต๊ะครับ แต่ด้วยความที่วันที่ผมไปทานนั้นมีกรุ๊ปใหญ่มาใช้บริการที่ห้องอาหาร ดังนั้นทางห้องอาหารก็เลยมีการทำอาหารในหมวดนี้ไว้รอเลย ใครที่อยากจะทานอะไรก็สามารถเดินไปคีบใส่จานตัวเองได้เลยครับ โดยรวมๆ ก็ถือว่าดีนะครับสำหรับการจัดการแบบนี้ สะดวกและไม่เสียเวลารอ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันคือพออาหารประเภทนี้ถูกวางทิ้งไว้ซักพัก รสชาติของมันก็จะตกลงพอควร ดังนั้นหากใครที่คิดว่าตัวเองสามารถนั่งรออาหารเหล่านี้ได้ และอยากจะทานแบบร้อนๆ หากไปเจอวันที่มีกรุ๊ปใหญ่มาใช้บริการที่ห้องอาหารแบบผม ก็อาจจะลองบอกพนักงานเค้าดูก็ได้ครับว่าช่วยปรุงใหม่ให้หน่อยได้มั้ย ผมว่าเค้าน่าจะยินดีทำให้นะครับ
สำหรับประเภทอาหารที่ผมประทับใจในหมวดนี้ที่สุดก็คือหมูสะเต๊ะและไก่สะเต๊ะครับ เนื้อของมันนุ่มและเด้งมาก กินเพลินจริงๆ ส่วนใครที่ชอบทานเนื้อและแซลมอนนั้นก็ถือว่ารสชาติโอเค สามารถสั่งมาทานได้ครับ ส่วนเนื้อแกะนั้นก็ชิ้นใหญ่และเนื้อเยอะดี แต่ด้วยความที่มันจะกลิ่นของแกะอยู่นิดๆ ดังนั้นใครที่ไม่ได้ชอบทานเนื้อแกะเป็นพิเศษก็อาจจะไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่
หมวดที่สาม อาหารนานาชาติ” ในไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำของห้องอาหาร The Terrace@72 เค้าจะมีบริการอาหารนานาชาติถึง 3 ชาติด้วยกัน ได้แก่ ญี่ปุ่น, อิตาลี แล้วก็อินเดีย เราไปดูที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตของคนไทยกันก่อนเลยนะครับ
ซุ้มอาหารญี่ปุ่นที่เค้ามีบริการนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยนอกจากเค้าจะมีซาชิมิอย่างแซลมอน, ทูน่า, ปลาหมึกยักษ์, ปูอัด และไข่หวานให้เราทานแล้ว เค้ายังมีซูชิให้เลือกทานอีกประมาณ 10 หน้าด้วยกัน รวมไปถึงซุปมิโสะ, ยำสาหร่าย, ถั่วแระญี่ปุ่น แล้วก็ยำปีกหอยเชลล์ด้วย ซึ่งถือว่าเค้ามีให้เลือกทานเยอะดีนะครับ เพราะในซูชินั้นมีซูชิหน้าปลาไหลญี่ปุ่นด้วย นอกจากนี้ยำปีกหอยเชลล์ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่เราแทบจะไม่ได้เห็นในไลน์บุฟเฟ่ต์ที่อื่นๆ เลย ส่วนยำสาหร่ายนั้นที่นี้เค้าก็มาแปลกด้วยการทำเป็นยำสาหร่ายสีแดงครับ ก็ถือว่าเป็นไลน์อาหารญี่ปุ่นที่เห็นแล้วรู้สึกยั่วน้ำลาย อยากลองชิมพอควรเลย
ในส่วนของรสชาติของอาหารนั้น โดยรวมๆ ผมให้อยู่ในระดับปานกลางนะครับ โดยเมนูที่ผมประทับใจที่สุดก็คือแซลมอนซาชิมิแล้วก็ซูชิหน้าต่างๆ ผมว่าที่นี่เค้าทำพวกซูชิที่เป็นหน้าฟิวชั่นได้อร่อยดี นอกจากนี้ยังมีหน้าปลาไหลให้ทานด้วย ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในไลน์บุฟเฟ่ต์โรงแรมราคาประมาณนี้ และถึงแม้รสชาติของปลาไหลจะไม่ได้เด่นหรืออร่อยมาก แต่ก็ถือว่าโอเคและสามารถบรรเทาความอยากทานไปได้พอควรครับ
ส่วนเมนูที่ผมประทับใจน้อยที่สุดในโซนนี้ก็คือทูน่าครับ เนื้อปลาทูน่าสีสดและดูน่ากินมาก แต่รสชาตินั้นออกแนวชืดและไม่ค่อยมีรสชาติซักเท่าไหร่ ซึ่งผมแอบเสียดายเหมือนกันนะเพราะหากทูน่ารสชาติดีกว่านี้อีกนิด หลายๆ คนมาทานแล้วน่าจะประทับใจในโซนนี้ขึ้นพอควรเลย
อ้อ ในส่วนรสชาติของยำปีกหอยเชลล์นั้นจะออกแนวหวานๆ นิดนึงนะครับ ซึ่งผมเข้าใจว่ารสหวานนั้นน่าจะมาจากซอสที่เค้าปรุงในยำ ส่วนตัวปีกหอยเชลล์นั้นกรุบดี เคี้ยวเพลินหนุบหนับเลย
มาต่อกันที่อาหารอิตาลีครับ หลักๆ เค้าจะมีบริการเพียงอย่างเดียวคือพาสต้า แต่วันนั้นผมไม่ได้ลองทานเลย เพราะผมมาเห็นตอนที่อิ่มมากแล้ว ใครที่อยากจะลองทานก็สังเกตดีๆ นะครับ เค้าจะจัดวางไว้ตรงเกือบมุมสุดเลย ใกล้ๆ กับพวกขาแฮมหรือเนื้อย่าง แถมไม่ได้มีป้ายอะไรติดไว้ชัดเจนด้วย มันก็เลยทำให้เรามองเห็นได้ยากนิดนึง
และปิดท้ายอาหารนานาชาติกันที่อาหารอินเดีย โดยวันที่ผมไปนั้นเค้าจะมีนาน, พาพาดัม, มาซาล่าไก่ แล้วก็ข้าวบาสมาติให้ทานครับ รสชาติของนานนั้นค่อนข้างดีเลย เป็นนานกระเทียมที่มีกลิ่นกระเทียมชัด เนื้อออกแนวนุ่มๆ แต่ไม่ค่อยเหนียว ส่วนพาพาดัมนั้นก็รสชาติดีไม่แพ้กัน เพียงแต่ตัวแป้งของเค้าจะไม่ค่อยกรอบเท่าไหร่ครับ
สำหรับมาซาล่าไก่และข้าวบาสมาตินั้นผมไม่ได้ลองทานนะครับ เพราะรู้สึกอิ่มมากจริงๆ ยังไงใครที่ชอบทานอาหารอินเดียก็ลองไปตักมาชิมได้ เพราะหาได้ยากเหมือนกันที่จะมีอาหารอินเดียบริการในไลน์บุฟเฟ่ต์นานาชาติแบบนี้ครับ
มาถึงหมวดที่สี่ อาหารจานร้อน” หมวดนี้มีอาหารให้เลือกทานเยอะมากครับ โดยวันที่ผมไปนั้นจะมีทั้งกั้งทอดกระเทียม, กุ้งทอดกระทียม, ข้าวผัดสับปะรด, เป็ดผัดกระเพรากรอบ, แกงเขียวหวานกุ้ง, ผัดผักรวมน้ำมันหอย, ปลากะพงซอสครีม, ไก่ซอสเห็ด แล้วก็หมูอบลูกพรุน
รสชาติของอาหารในหมวดนี้มีทั้งที่ผมรู้สึกว่ากลางๆ แล้วก็ดีปนๆ กันไปครับ โดยเมนูที่ผมชอบที่สุดคือ เป็ดผัดกระเพรากรอบ, แกงเขียวหวานกุ้ง และปลากะพงซอสครีม นอกจากนี้ผมยังชอบที่เค้ามีการเตรียมหมูหยองกับน้ำปลาพริกเอาไว้ให้ด้วย ซึ่งจากการที่ผมแอบสังเกตดูตามจุดต่างๆ ของเค้า ผมว่าเค้าดูใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้มากครับ น้ำจิ้ม, เครื่องเคียง หรือน้ำซอสต่างๆ เค้าจะมีให้เลือกทานเยอะมาก
ส่วนเมนูที่ผมรู้สึกประทับใจน้อยที่สุดในหมวดนี้ก็น่าจะเป็นกั้งทอดกระเทียมแล้วก็กุ้งทอดกระเทียม เพราะโดยส่วนตัวผมคิดว่าสองเมนูนี้ยังผัดมาได้ไม่แห้งพอ แล้วก็ความสดของกุ้งกับกั้งนั้นน้อยไปนิดนึงครับ
เข้าสู่หมวดที่ห้า “สลัด, Cold Cuts, ขนมปัง และชีส” สำหรับหมวดนี้ผมได้ลองทานไม่ครบทุกอย่างนะครับ โดยเมนูที่ผมได้ลองทานก็ได้แก่ Cold Cuts, ขนมปัง แล้วก็สลัดที่ทางห้องอาหารปรุงไว้เสร็จแล้ว ซึ่งได้แก่ สลัดทูน่า, สลัดอกไก่ และสลัดผลไม้ โดยรวมๆ แล้วผมคิดว่ารสชาติของขนมปังนั้นอยู่ระดับธรรมดา ไม่ได้มีอะไรน่าประทับใจเป็นพิเศษ ส่วน Cold Cuts และสลัดที่ปรุงเสร็จแล้วแบบต่างๆ นั้นรสชาติอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเมนูที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือแซลมอนรมควันครับ
ส่วนอันนี้จะเป็นโซนสลัดที่ทางห้องอาหารเปิดโอกาสให้เราทำเองครับ มีผักและน้ำสลัดให้เลือกทานปลายประเภทดี หน้าตาผักดูสวยงามและเค้ามีการติดป้ายไว้ด้วยนะครับว่าเป็นผักจากโครงการหลวง ใครที่ชอบทานพวกสลัดที่เน้นผักเยอะๆ ก็สามารถมาปรุงเองได้เลยครับ
ส่วนนี่เป็นชีสครับ วันที่ผมไปเค้ามีให้เลือกตักทั้งหมด 4 ชนิด ใครที่ชอบทานชีสลักษณะนี้ก็เดินมาดูได้ เค้าจะวางไว้อยู่โซนเดียวกับของหวานและผลไม้ครับ
มาถึงอาหารหมวดที่หก อาหารพิเศษอื่นๆ” โดยหมวดนี้จะเป็นอาหารคาวหมวดสุดท้ายแล้ว และผมจะทำการรวบรวมอาหารคาวประเภทต่างๆ ที่เหลือที่ไม่สามารถจัดเข้าในหมวดอื่นๆ ได้มารวมไว้ด้วยกันในหมวดนี้ ดังนั้นประเภทและลักษณะของอาหารในหมวดนี้ก็จะมีความหลากหลายนิดนึงนะครับ
เริ่มจากเมนูที่ผมว่าเป็นพระเอกสุดๆ ของเค้ากันก่อนดีกว่า นั่นก็คือ “เนื้ออบขนาดใหญ่” โดยประเภทของเนื้อนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันนะครับ ซึ่งวันที่ผมไปทานนั้นทางห้องอาหารเค้ามีบริการทั้งหมด 2 ชนิด ได้แก่ ขาแฮม (Virginia Ham) และเนื้ออบ (Roast Beef Tenderlion) หน้าตาของทั้งคู่ดูดีมากครับ ชิ้นเนื้อมีขนาดใหญ่ น้ำซอสก็มีให้เลือกทานคู่ด้วยหลายอย่าง เห็นแว้บแรกนี่ผมมีแอบกลืนน้ำลายดังเอื้อกเลย ><
สำหรับในเรื่องรสชาติของเนื้ออบทั้งสองนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งคู่ มีความหอมนิดๆ และเนื้อไม่ได้เหนียว สามารถเคี้ยวทานง่าย ยังไงใครที่ชอบทานเนื้ออบทั้งหมูและแฮมก็ลองแวะมาชิมได้นะครับ
หมายเหตุ : ภาพขาแฮมด้านล่างนี้ทางห้องอาหารเค้าจัดจานมาเป็นพิเศษนะครับ มันก็เลยดูสวยงามกว่าปกตินิดนึง
มาต่อกันที่อาหารพิเศษอื่นๆ ที่เหลือครับ โดยลักษณะของอาหารหลังจากนี้จะเป็นอาหารที่ทางเชฟจะทำการปรุงใหม่ให้เราทานทั้งหมด ประเภทของอาหารที่มีให้เลือกทานนั้นมีความหลากหลายมาก โดยเค้ามีบริการทั้งส้มตำ, ต้มยำ, ผัดไทย, ยำต่างๆ, ปลานึ่งมะนาว, ปลาทอดน้ำปลา แล้วก็ปลานึ่งซีอิ๊ว ซึ่งในส่วนนี้ผมถือว่าเป็นจุดเด่นมากๆ ของไลน์บุฟเฟ่ต์และห้องอาหารแห่งนี้เลยครับ เพราะที่ผ่านมามักจะไม่ค่อยจะเจอไลน์บุฟเฟ่ต์นานาชาติไหนที่มีประเภทอาหารแบบนี้ให้ทานพร้อมๆ กันซักเท่าไหร่
อันนี้เป็นต้มยำกับผัดไทยครับ โดยต้มยำนั้นจะมีทั้งแบบน้ำข้นและน้ำใส ซึ่งผมได้ลองชิมต้มยำน้ำข้นมา และอยากจะบอกว่ารสชาติเข้มข้นจัดจ้านโดนใจมาก เมนูนี้ผมแนะนำเลยว่าใครชอบทานต้มยำหรืออยากจะหาอะไรรสจัดๆ ทานในมื้อนี้ควรสั่งเลยครับ
ส่วนผัดไทยนั้นรสชาติกลางๆ ครับ เส้นมีความหนึบแต่เหนียวติดกันไปนิด นอกจากนี้ที่เราเห็นว่าตัวอย่างผัดไทยที่เค้าวางโชว์ไว้นั้นจะมีกุ้งตัวใหญ่ๆ อยู่ด้วย แต่ตอนที่เราสั่งทางเชฟไปเราจะไม่ได้กุ้งมาด้วยนะครับ เราต้องไปหยิบกุ้งที่อยู่ในโซน Grilled Station ที่อยู่ข้างๆ กันมาใส่เพิ่มเอง ใครอยากได้ตัวใหญ่แค่ไหนก็เลือกเอาตามใจชอบได้เลย ><
ภาพแรกคือภาพของจานผัดไทยที่เค้าวางโชว์ไว้ ส่วนภาพที่สองคือภาพผัดไทยที่เราได้จริงพร้อมกับกุ้งที่ผมเดินไปหยิบเอามาใส่เพิ่มเองครับ มันจะมีความแตกต่างกันหน่อยๆ  แต่ก็พอเข้าใจได้เนอะว่าของจัดโชว์เพื่อความสวยงามกับของจริงมันคงไม่เหมือนกันเป๊ะๆ
ส่วนนี่เป็นส้มตำครับ โดยเราจะสามารถสั่งได้ทั้งหมด 3 เมนู คือ ส้มตำไทย, ส้มตำไทยไข่เค็ม แล้วก็ส้มตำผลไม้ ตัวผมเองสั่งส้มตำผลไม้มาทาน รสชาติโดยรวมจะออกไปทางหวาน ไม่ค่อยเผ็ดจัดจ้าน ใครที่อยากทานอะไรเผ็ดๆ อาจจะต้องไปทานพวกส้มตำไทยแทน และตอนสั่งก็อาจจะต้องกำชับเค้านิดนึงนะครับว่าขอเผ็ดๆ แซ่บๆ หน่อย
และนี่เป็นโซนยำต่างๆ ครับ โดยเราจะสามารถสั่งอาหารได้หลายแบบมากๆ ใครคิดเมนูอะไรได้ก็ลองถามทางเชฟดูได้ครับว่าเค้าสามารถทำให้ได้มั้ย ผมว่าถ้าเค้ามีวัตถุดิบอยู่เค้าน่าจะทำให้ได้เราทานได้ครับ สำหรับผมกับต๋งเราเลือกทานเป็นยำวุ้นเส้นทะเล รสชาติจัดใช้ได้ แต่ก็ยังไม่ได้ถือว่าเผ็ดมากครับ ออกจะเป็นแนวเปรี้ยวนำมากกว่า โดยในส่วนของเนื้อซีฟู้ดต่างๆ ที่เค้าใส่มาในยำนั้นก็ถือว่าให้มาเยอะดีครับ เยอะจนเกือบมองไม่เห็นวุ้นเส้นเลย ><
ปิดท้ายอาหารหมวดนี้กันด้วยกลุ่มเมนูที่ผมชอบมากที่สุดนั่นก็คือ ปลาทอดน้ำปลา, ปลานึ่งมะนาว แล้วก็ปลานึ่งซีอิ๊ว ทั้งสามเมนูนี้เค้าจะมีแก้วขนาดเล็กวางไว้พร้อมกับป้ายชื่อเมนูอยู่ ใครที่อยากทานเมนูอะไรก็เอาหมายเลขโต๊ะของตัวเองไปวางไว้ในแก้วนั้นได้เลยครับ สำหรับวันนี้ผมได้ลองทานทั้งหมด 3 เมนูเลย และผมรู้สึกประทับใจในรสชาติทั้งหมดเลยครับ
ขนาดของปลาทั้ง 3 เมนูนั้นถือว่าใหญ่ใช้ได้ หากใครไปแค่ 2 คนแล้วสั่งมาครบทั้ง 3 เมนูก็อาจจะทำให้เริ่มอิ่มนิดๆ ได้เหมือนกัน ยังไงถ้าใครไปแค่ไม่กี่คนก็ค่อยๆ สั่งมาทีละเมนูนะครับ ถ้าคิดว่าทานไหวค่อยสั่งเพิ่ม จะได้ไม่ตัดกำลังท้องตัวเองมากเกินไปนัก
สำหรับเมนูที่ผมชอบที่สุดใน 3 เมนูปลากะพงปรุงสดใหม่นี้คือปลากะพงทอดน้ำปลาครับ ผมว่าเค้าทอดมาได้ในระดับที่กำลังดี เนื้อทานง่าย ผิวด้านนอกไม่อมน้ำมัน เรียกว่ากรอบนอกนุ่มใน สามารถทานได้เรื่อยๆ เลย ส่วนปลากะพงนึ่งมะนาวนั้นจะมีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากทานปลาทอด แล้วก็กำลังมองหาอะไรที่มีรสเปรี้ยวมาตัดรสอาหารชนิดอื่นๆ และสำหรับปลากะพงนึ่งซีอิ๊วนั้นจะมีรสเค็มนำและโดดออกมาค่อนข้างชัดเจน ใครที่ไม่ชอบทานอะไรเค็มๆ ควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าใครชอบทานพวกปลานึ่งซีอิ๊วอยู่แล้วก็จัดไปครับ เค้านึ่งปลามาได้ดี นุ่มทานง่ายเลยครับ
จบจากของคาวแล้วคราวนี้ก็ได้เวลาของหวานนะครับกับหมวดที่เจ็ด ผลไม้, ของหวาน และไอศกรีม” ในส่วนของผลไม้นั้นเค้าจะมีให้บริการอยู่ 4-5 ชนิด รสชาติกับหน้าตาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษก็คือเรื่องของน้ำจิ้มที่เค้ามีการเตรียมให้ทั้งพริกเกลือกับพริกเกลือผสมบ๊วย เห็นมั้ยครับว่าไลน์บุฟเฟ่ต์นี้เค้าให้ความสนใจและใส่ใจกับพวกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มากจริงๆ
ส่วนของหวานนั้นเค้าจะมีให้เราเลือกทานประมาณ 10 ชนิดได้ครับ มีทั้งเค้ก, ทาร์ต แล้วก็ของหวานแบบไทยๆ รสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีนะครับ หลายๆ อย่างผมกับต๋งทานแล้วประทับใจเลย โดยเฉพาะคาราเมลคัสตาร์ด, Assortment Short Glass ที่ด้านบนเป็นบลูเบอร์รี่ แล้วก็ช็อคโกแลตโยเกิร์ตครับ

อ้อ ที่นี่เค้ามีช็อคโกแลตฟองดูบริการด้วยนะครับ หลายๆ คนน่าจะชอบทาน โดยเฉพาะใครที่พาเด็กๆ ไปด้วยน่าจะถูกใจกันพอควรครับ
ปิดท้ายหมวดของหวานกันด้วยไอศกรีม โดยไอศกรีมของที่นี่เค้าใช้เป็นยี่ห้อ Ete ครับ ถือว่าดีและสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นได้ดีมาก โดยวันที่ผมไปนั้นเค้ามีบริการทั้งหมด 3 รส ได้แก่ มอคค่าชิพ, เสาวรส และบลูเบอร์รี่ รสชาติของทั้ง 3 รสดีหมดเลยครับ แต่ที่ผมประทับใจที่สุดก็คือ มอคค่าชิพกับเสาวรส
ในส่วนของทอปปิ้งต่างๆ ที่เค้าเตรียมไว้ให้เราทานกับไอศกรีมนั้นก็ถือว่ามีให้เลือกใส่เยอะเหมือนกัน ใครอยากทานอะไรก็ตักได้เลยเต็มที่!!
ยังไงใครที่เป็นคนชอบทานของหวานก็อย่าลืมเหลือพื้นที่กระเพาะไว้หน่อยนะครับ เพราะการได้กินของหวานรสชาติดีๆ พร้อมกับชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วย มีสายลมเย็นพัดเบาๆ พร้อมกับเสียงเรือวิ่งไปมา โดยมีคนรู้ใจนั่งอยู่ข้างๆ ผมว่ามันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สามารถสร้างความประทับใจได้ดีเลยครับ
และตอนนี้เราก็ดูไลน์อาหารทั้งคาวหวานของห้องอาหาร The Terrace@72 ของโรงแรม Ramada Plaza กันไปครบหมดแล้ว แต่ก่อนที่จะเข้าไปสู่บทสรุปของการรีวิว ผมจะขอพูดถึงเรื่องเครื่องดื่มในไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ก่อนนะครับ
โดยปกติแล้วสำหรับการทานไลน์บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำไลน์นี้ทางห้องอาหาร The Terrace@72 จะมีน้ำเปล่าและชา กาแฟ บริการเราฟรีอยู่แล้วครับ และเราสามารถทานได้ไม่อั้นเลย แต่ทั้งนี้ในช่วงนี้จนถึงเดือนมิถุนายน 2562 ทางห้องอาหารเค้าได้มีโปรโมชั่นพิเศษเพิ่ม Free Flow Soft Drink ให้เราทานฟรีไม่อั้นด้วยครับ โดยเครื่องดื่มที่เค้าเสิร์ฟนั้นจะเป็นน้ำอัดลมรวมถึงจิงเจอร์เอลและโซดา โดยเค้าจะมาเสิร์ฟเป็นกระป๋องแบบในรูปด้านล่างนี้เลยครับ ถือว่าดีมากๆ เพราะความซ่าของมันจะดีกว่าการทานแบบกดจากเครื่องครับ
และถ้าใครที่อยากจะทานเป็นพวกน้ำผลไม้, ม็อกเทล หรือค็อกเทล ทางห้องอาหารเค้าก็มีบริการนะครับ แต่ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยราคาก็จะอยู่ในมาตรฐานของโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ใครที่อยากจะทานพวกเครื่องดื่มพิเศษเหล่านี้ก็ลองขอเมนูจากทางพนักงานได้นะครับ ผมลองดูเมนูแล้วมันน่าชิมหลายอย่างเหมือนกันครับ ^^
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวและประสบการณ์ของผมกับต๋ง หลังจากที่พวกเราได้มีโอกาสไปทานอาหารบุฟเฟ่ต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของห้องอาหาร The Terrace@72 (เดอะ เทอเรส แอท เจ็ดสิบสอง) โรงแรม Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside (รามาดา พลาซ่า บาย วินด์แฮม แบงคอก แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์) ครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562
ช่วงเวลา : 18.00 – 21.30 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : รสชาติอาหารส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกับค่อนไปทางดีครับ โดยมีหลายๆ เมนูที่ผมรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะเมนูที่มีปลากะพงเป็นส่วนประกอบ เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา, ปลากะพงนึ่งมะนาว, ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว นอกจากนี้ในส่วนของต้มยำน้ำข้น, เป็ดผัดกระเพรากรอบ, เนื้ออบ และของหวาน ไลน์บุฟเฟ่ต์นี้ก็ทำออกมาได้ดีเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีบางเมนูที่ผมรู้สึกว่าเค้ายังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ได้อีก โดยเฉพาะเมนูที่มีกุ้งกับกั้งเป็นส่วนประกอบ ที่โดยส่วนตัวผมนั้นรู้สึกว่ามันยังขาดความสดและความแซ่บไปนิดนึงครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ข้อนี้ผมค่อนข้างประทับใจนะครับ ผมว่าไลน์บุฟเฟ่ต์นี้มีประเภทอาหารให้ทานเยอะมาก เพราะนอกจากเค้าจะมีอาหารนานาชาติอย่างอิตาลี, อินเดีย และญี่ปุ่นแล้ว เค้ายังมี Seafood on ice, Grilled Station และอาหารพิเศษต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เราสั่งได้อีกเป็น 10 เมนู ซึ่งน่าจะทำให้คนที่มาทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่ๆ สามารถเลือกทานอาหารที่ตัวเองชอบทานได้ง่ายและไม่มีปัญหาในการทานครับ ใครที่ต้องการหาสถานที่จัดเลี้ยงที่สามารถรองรับคนกลุ่มใหญ่ๆ ได้ก็ดูที่นี่เป็นตัวเลือกได้เลยครับ
ความสะอาดและบรรยากาศของร้าน : ทั้งสองเรื่องนี้อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งคู่ครับโดยเฉพาะเรื่องของบรรยากาศ เพราะแม้ห้องอาหาร The Terrace@72 กับโรงแรม Ramada Plaza จะไม่ได้ดูหรูหราหรือมีการตกแต่งอะไรที่พิเศษสวยงามมากนัก แต่ด้วยทำเลของโรงแรมกับห้องอาหารที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาสุดๆ ก็เลยทำให้บรรยากาศของที่นี่ดีมาก โดยเฉพาะช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกลาลับขอบฟ้าและวันที่อากาศเย็นสบาย บรรยากาศของที่นี่น่าจะทำให้หลายคนประทับใจมากครับ
การบริการของพนักงาน : ข้อนี้ผมค่อนข้างประทับใจนะครับ เพราะวันที่ผมไปใช้บริการนั้นน่าจะมีคนมาใช้บริการที่ห้องอาหารประมาณ 50% ได้ แต่ทางพนักงานก็สามารถจัดการเสิร์ฟอาหาร, เก็บจาน และดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย
ความสะดวกของการเดินทาง : เรื่องนี้อาจจะเป็นจุดด้อยของที่นี่นิดนึง เพราะด้วยความที่โรงแรม Ramada Plaza ไม่ได้อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ก็เลยทำให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวนั้นอาจจะเดินทางลำบากหน่อย แต่อย่างไรก็ตามทางโรงแรมก็ได้มีการจัดเรือรับส่งฟรีจากท่าเรือสาทรซึ่งอยู่ติดกับสถานี BTS สะพานตากสินมายังโรงแรม รวมทั้งยังมีบริการตั้งแต่เวลา 7.00 น. – 23.00 น. ซึ่งก็น่าจะทำให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาโรงแรมได้สะดวกขึ้นพอควร โดยตัวผมเองก็ได้มีโอกาสไปลองใช้บริการมาและรู้สึกประทับใจในระดับนึงเลย เรือใหญ่ นั่งสบาย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน แถมบนเรือยังมีผ้าเย็นกับน้ำดื่มบริการด้วย ใครที่ไม่มีรถส่วนตัวก็ลองใช้วิธีนี้เดินทางไปโรงแรมนะครับ ส่วนคนที่มีรถส่วนตัวผมว่าไม่น่าจะติดอะไรมาก ตำแหน่งของโรงแรมนั้นหาได้ง่าย ที่จอดรถก็มีเยอะ แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องรถติดบ้างนิดหน่อยในบางช่วงเวลาครับ
ความคุ้มค่า : อันนี้พูดตรงๆ เลยนะครับ ถ้าราคาปกติของไลน์นี้ที่ 1,400 ++ บาท/คน หรือ 1,648 บาท/คน net นั้น ผมว่ายังไม่ค่อยคุ้มค่าซักเท่าไหร่ครับ แต่สำหรับคนที่เลือกใช้โปรโมชั่นพิเศษกับทางห้องอาหารผมว่ามันจะเป็นอะไรที่คุ้มมาก โดยเฉพาะ Promotion 2 ที่มีราคา 1,999 บาท แต่สามารถทานอาหารได้ 2 คน (เฉลี่ยคนละ 1,000 บาท) กับ Promotion 3 สำหรับกลุ่มคนที่มีจำนวน 20 คนขึ้นไป ที่มีเรทราคาพิเศษ 2 ราคา คือ 850 บาท/คน net (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และ 900 บาท/คน net (รวม Free Flow Soft Drink) ผมว่ามันเป็นโปรโมชั่นที่คุ้มค่าน่าสนใจมาก ใครที่สนใจอยากจะไปทานอาหารที่นี่ผมแนะนำเลยว่าติดต่อสอบทางกับทางห้องอาหารเพื่อใช้โปรโมชั่นสองอันนี้ได้เลยครับ โดยเราสามารถติดต่อสอบถามหรือทำการจองโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่เบอร์ 02-6881000 ต่อ 80118 หรือที่ fb@ramadaplazamenamriverside.com นะครับ
สรุป : ไลน์บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำของห้องอาหาร The Terrace@72 โรงแรม Ramada Plaza นั้น เป็นไลน์บุฟเฟ่ต์นานาชาติที่มีอาหารเยอะ ทั้งอาหารไทย, อินเดีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น รวมทั้งยังมี Seafood on ice และ Grilled Station ให้บริการด้วย ภาพรวมของห้องอาหารนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากจะทานอาหารที่หลากหลาย อยากหาที่นั่งทานบุฟเฟ่ต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีบรรยากาศดีๆ มีเพลงเพราะๆ ให้ฟัง แล้วก็สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกแบบพาโนรามาได้ โดยที่ไม่ได้เน้นในเรื่องของรสชาติอาหารหรือคุณภาพมากนัก โดยตอนนี้ทางห้องอาหารกำลังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคนที่ไปทานอาหารเป็นคู่ รวมไปถึงคนที่ต้องการจัดเลี้ยงกลุ่มตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปอยู่ ซึ่งทั้งสองโปรโมชั่นนี้ผมว่าราคาน่าสนใจมาก คุ้มค่าคุ้มราคาเลยครับ ใครที่ไม่เคยไปทานอาหารบุฟเฟ่ต์ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาก่อนนี่เป็นโอกาสดีมากที่คุณจะชวนคนรู้ใจไปลองทานซักครั้ง ส่วนใครที่เป็นกลุ่มคนที่ต้องการอะไรพิเศษ พรีเมี่ยมจริงๆ บรรยากาศสุดหรู อาหารสดอร่อยทุกเมนู ที่นี่น่าจะยังไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และสำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องอาหารแห่งนี้เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage : Ramada Plaza by Wyndham Bangkok Menam Riverside
Tel : 02-6881000
ช่องทางการจองโปรโมชั่นต่างๆ : Tel : 02-6881000 ต่อ 80118 หรือ fb@ramadaplazamenamriverside.com
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราในวันที่ได้ลองไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ออกไปได้ครับ
Facebook Comments