ถ้าพูดถึงอาหารฝรั่งเศสผมเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรับรู้เป็นอย่างดีว่าอาหารของชาตินี้นอกจากจะมีความเอร็ดอร่อยแล้ว เค้ายังมีความพิถีพิถันมากมายตั้งแต่กระบวนการเลือกวัตถุดิบ วิธีการปรุงอาหาร จนกระทั่งถึงความสวยงามในการจัดจาน แต่เชื่อมั้ยครับว่าแม้หลายๆ คนจะรู้ว่าอาหารชาตินี้อร่อยน่าทานมากซักแค่ไหน แต่คนส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่ค่อยได้ไปทานอาหารฝรั่งเศสกันซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลง่ายๆ 2-3 ข้อนั่นก็คือ กลัวราคาสูง, กลัวรสชาติไม่ถูกปาก แล้วก็กลัวความหรูหราของร้านครับ ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่าถ้าผมกับต๋งไม่ได้มีโอกาสไปลองทานอาหารตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยๆ เราทั้งสองคนก็คงแอบกลัวเหมือนกับคนส่วนใหญ่นั่นแหละครับ
.
.
.
แต่ๆๆๆๆ แต่ในวันนี้ผมกับต๋งมีร้านอาหารฝรั่งเศสเด็ดๆ ที่จะพาทุกคนก้าวผ่านความกลัวทั้ง 3 นี้ไปครับ โดยร้านนี้มีชื่อว่า The UnforgetTable (เดอะ อันฟอร์เก็ทเทเบิ้ล) หรือถ้าแปลเป็นไทยแบบภาษาบ้านๆ ง่ายๆ ก็คือ ร้านที่จะทำให้คุณลืมรสชาติอาหารไม่ลง นั่นเองครับ บอกเลยว่าชื่อร้านเก๋มากกกก แค่ได้ยินชื่อครั้งแรกผมก็ประทับใจแล้วครับ
Disclosure : บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ แต่ทั้งนี้ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกจริงของผมครับ
สำหรับพิกัดที่ตั้งของร้าน The UnforgetTable นั้นจะอยู่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรีครับ โดยทุกคนสามารถดูตามแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย ทางร้านอธิบายไว้ได้ละเอียดมาก หรือถ้าใครจะตาม Google Map ไปก็ได้ครับ เค้ามีพิกัดเรียบร้อย โดยร้านนั้นจะตั้งอยู่ในสุวรรณินเพลส ใกล้ๆ กับร้านสุกี้นิวแคนตันครับ
เมื่อเราเดินทางมาถึงบริเวณสุวรรณินเพลสแล้วก็ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปในตึกเลยครับ จะมี รปภ. อยู่บริเวณนั้นและเค้าจะชี้ทางให้เราเลี้ยวรถลงไปจอดบริเวณชั้นใต้ดินของอาคาร โดยเราจะต้องเสียค่าจอดรถ 20 บาทและจะสามารถจอดนานแค่ไหนก็ได้ ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่าคุ้มนะครับ ค่าจอดรถประมาณนี้ถือว่าไม่แพงเลย แต่ถ้าใครที่ไม่อยากจอดรถที่ชั้นใต้ดินอาคารก็สามารถจอดรถบริเวณริมถนนได้ครับ แต่ต้องดูดีๆ นิดนึงว่าบริเวณนั้นเป็นขาวแดงหรือเปล่า
สำหรับที่จอดรถบริเวณใต้ตึกสุวรรณินเพลสนั้นจะสามารถจอดรถได้ประมาณ 20 คัน เมื่อเราจอดเสร็จก็ให้เราเดินขึ้นบันไดมาและหันหน้าเข้าหาถนน จากนั้นก็เดินเลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อยเราก็จะเจอกับร้าน The UnforgetTable อยู่ทางขวามือของเราครับ
นี่เป็นหน้าตาของร้านครับ จะมีตู้ ATM ธนาคารกสิกรไทยอยู่ด้านหน้า แล้วก็จะมีโต๊ะแบบ Outdoor อีกประมาณ 3-4 โต๊ะ ใครที่ชอบบรรยากาศแบบชิลๆ อยากจะสัมผัสกับสายลมและแสงแดดก็สามารถมานั่งบริเวณนี้ได้ครับ
หรือถ้าใครมาแบบคนเดียว อยากจะนั่งเปลี่ยวๆ ชิลกับบรรยากาศแบบเต็มที่ ก็สามารถไปนั่งบริเวณนี้ได้นะครับ ทางร้านเค้าทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ ไว้ด้วย
และไหนๆ ผมก็อุตส่าห์ไปถึงร้านตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ค่อยมีคนเข้าร้าน ดังนั้นผมก็เลยขอเก็บภาพของต๋งกับบรรยากาศบริเวณหน้าร้านไว้นิดนึงนะครับ ><
ส่วนนี่เป็นบรรยากาศในร้านครับ จะมีโต๊ะอยู่ประมาณ 5 ตัว สามารถนั่งได้ประมาณ 15-16 คน บรรยากาศการตกแต่งโดยรวมถือว่าดี มีการใช้ขวดไวน์ที่หมดแล้วมาประดับเป็นพร็อพผสมกับต้นไม้ปลอมต่างๆ และเน้นใช้โทนสีส้มเป็นหลักครับ
ภายในร้านจะมีการติดแอร์เย็นฉ่ำ ใครที่อยากจะนั่งแบบเย็นๆ พร้อมกับนั่งฟังเพลงเพราะๆ ไปด้วยก็สามารถเลือกนั่งภายในร้านได้เลยครับ โดยวันนี้ผมกับต๋งก็เลือกนั่งในร้านเพราะเรารู้สึกว่ามันมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า รวมทั้งเพลงที่ทางร้านเค้าเปิดก็เพราะดีครับ
ส่วนนี่เป็นการจัดวางของบนโต๊ะของทางร้าน The UnforgetTable ครับ เห็นเป็นร้านเล็กๆ ห้องเดียวแบบนี้ แต่การจัดจานและอุปกรณ์ต่างๆ นั้นถือว่ามีความสวยงามเลย นอกจากนี้ทางพนักงานที่ร้านยังดูมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดอุปกรณ์เป็นอย่างดีด้วยครับ
และพอผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับทางเจ้าของร้าน ผมก็หายสงสัยเลยว่าทำไมการตกแต่งของร้านนี้ รวมถึงคอนเซปต่างๆ ของเค้าถึงออกมาดูดีแบบนี้ นั่นก็เพราะร้าน The UnforgetTable นั้นเป็นร้านที่เกิดจากการรวมตัวกันของคนที่เคยทำงานในโรงแรมและร้านอาหารใหญ่ๆ มากมาย มีประสบการณ์ในการทำงานด้านอาหารและบริการมากกว่า 10 ปี อย่างโรงแรมโอเรียลเต็ลก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ นอกจากนี้เชฟของทางร้านก็ยังมีประสบการณ์ในการทำอาหารในร้านอาหารใหญ่ๆ มาโดยตลอด เช่น ร้าน Auberge Dab, ร้าน The Point Bristro, ร้าน La Grande Perle และ ร้าน 661Silom โดยทุกคนที่ร่วมกันก่อตั้งร้านนี้ขึ้นมานั้นต่างก็อยากให้ร้าน The UnforgetTable เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ทุกคนมาทานแล้วประทับใจในรสชาติ ได้ลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสดีๆ ที่มีสเปคและรสชาติไม่ต่างจากการไปทานอาหารในโรงแรม โดยที่ราคาต่อจานนั้นมีความเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าทุกคนด้วยครับ
.
.
.
โอ้โห เรียกว่าพอคุยกับทางเจ้าของร้านเสร็จ ผมนี่อยากจะเห็นหน้าตาอาหารแล้วลองชิมเร็วๆ เลยครับ อยากรู้ว่ามันจะออกมาเหมือนกับที่ทางเจ้าของร้านเค้าตั้งใจไว้มั้ย ><
เอาล่ะ คราวนี้เรามาดูเรื่องเมนูและประเภทอาหารที่ทางร้าน The UnforgetTable มีบริการกันดีกว่าครับ โดยหลักๆ แล้วร้านแห่งนี้จะมีการจำหน่ายทั้งอาหารและไวน์ ซึ่งในส่วนของอาหารนั้นเค้าจะมีการแบ่งเมนูออกเป็น 2 ช่วงเวลา ดังนี้
  • ช่วงเวลากลางวัน : เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 14.00 น.
  • ช่วงเวลากลางคืน : เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 22.00 น. (ยกเว้นวันศุกร์และเสาร์ ที่ทางร้านจะเปิดบริการจนถึงเวลา 23.30 น.)
ดังนั้นใครที่อยากจะไปทานอาหารที่ร้านนี้ก็ต้องไปให้ถูกช่วงเวลานะครับ หากใครไปนอกเหนือจากเวลานี้ก็จะเจอว่าทางร้านไม่ได้เปิดให้บริการ โดยประเภทอาหารทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนั้นจะมีความคล้ายคลึงกันหลายเมนู แต่ราคาอาหารในช่วงเวลากลางวันนั้นจะย่อมเยากว่า เพราะมันมีความซับซ้อนในกระบวนการปรุงอาหารรวมถึงมีลักษณะของวัตถุดิบที่แตกต่างจากในช่วงกลางคืนเล็กน้อยครับ
ภาพแรกคือภาพของเมนูอาหารตอนกลางวันนะครับ ส่วนภาพที่สองคือภาพของเมนูอาหารตอนกลางคืน โดยราคาในเมนูทั้งสองนั้นเป็นราคาที่ net แล้ว ไม่มีบวกอะไรเพิ่มครับ
ส่วนในเรื่องของไวน์นั้นที่ร้าน The UnforgetTable ก็มีให้บริการหลายยี่ห้อมาก ทั้งไวน์แดงและไวน์ขาว โดยในเรื่องของไวน์นี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทางเจ้าของร้านมีความเชี่ยวชาญมากๆ เค้ามีประสบการณ์ในการชิมและจำหน่ายมาหลายสิบปีแล้ว มีไวน์ดีๆ ราคาต่ำกว่าท้องตลาดให้เราลองชิมเยอะแยะมากครับ ใครที่เป็นคนชอบทานไวน์ หรืออยากจะได้เครื่องดื่มดีๆ ไว้ทานคู่กับอาหารอร่อยๆ ในมื้อก็ลองสอบถามทางพนักงานร้านได้นะครับ วันนั้นผมกับต๋งก็ได้ลองชิมไวน์แดงของเค้ามา รสชาติดีมาก ในราคาขวดละประมาณ 800 บาทเท่านั้นเอง
รู้ข้อมูลทั่วไปของทางร้านกันหมดแล้ว คราวนี้เรามาเริ่มชิมอาหารกันเลยนะครับ โดยวันนั้นผมกับต๋งไปทานเป็นมื้อเย็น และทั้งหมดนี้ก็คือรายการอาหารของเราในวันนั้นครับ
  1. Caesar Salad (ซีซ่าร์สลัด) ราคา 240 บาท
  2. Foie Gras (ฟัวกราส์) ราคา 780 บาท
  3. Truffle Soup (ซุปทรัฟเฟิล) ราคา 260 บาท
  4. Ink Spaghetti Seafoods (สปาเกตตี้ซีฟู้ดเส้นดำ) ราคา 380 บาท
  5. Rib Eye Beef Steak (สเต๊กริบอาย) ราคา 680 บาท
  6. Salmon Steak (สเต๊กแซลมอน) ราคา 430 บาท
  7. Mixed Fruit Flambe (เฟลมเบ้ผลไม้รวม) ราคา 220 บาท
  8. Chocolate Volcano (ช็อคโกแลต โวคาโน่) ราคา 180 บาท
  9. Crepes Suzette (เครปซูเซ็ต) ราคา 180 บาท
เราไปเริ่มชิมทีละรายการเลยนะครับ โดยเริ่มแรกทุกคนที่มาทานอาหารที่ร้าน The UnforgetTable นั้น ไม่ว่าจะสั่งอาหารประเภทอะไรมาทาน หรือจะสั่งจำนวนจานมากน้อยแค่ไหน ทางร้านก็จะมีการนำขนมปังมาเสิร์ฟให้เราทานฟรีๆ ทุกโต๊ะครับ โดยทางพนักงานจะนำมาเสิร์ฟให้หลังจากที่เราสั่งอาหารเสร็จ เพื่อให้เราทานระหว่างนั่งรออาหารจานหลักครับ
รสชาติขนมปังฝรั่งเศสของเค้าถือว่าดีเลยนะครับ ด้านนอกกรอบ แต่ด้านในนุ่ม ทานง่าย ไม่แข็งทั้งชิ้นเหมือนกับหลายๆ ที่ และตัวขนมปังจะมีความอุ่นอยู่เล็กๆ เมื่อทานคู่กับเนยที่เสิร์ฟคู่กันแล้วรสชาติลงตัวมากครับ
มาดูกันที่ Appetizer จานแรกของผมกับต๋งครับ ซีซาร์สลัด” ขนาดของจานนั้นไม่ใหญ่มาก แต่ความสวยงามของผักและชีสที่ใส่มานั้นทำให้ดูน่ากินมาก โดยทางร้านเค้าบอกว่าซีซาร์สลัดจานนี้จะเป็นสไตล์ฝรั่งเศสรวมทั้งมีการใช้ผักคอสเป็นผักชนิดหลัก ซึ่งหลังจากที่ผมกับต๋งได้ชิมแล้วเราทั้งสองคนค่อนข้างประทับใจรสชาติซีซาร์สลัดจานนี้มากนะครับ รสชาติมันจะออกแนวละมุน ทำให้เราสามารถกินได้เรื่อยๆ ไม่เกิดอาการเลี่ยนเลย
ต่อกันที่ Appetizer จานที่สอง ฟัวกราส์” หนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อสุดๆ ของอาหารฝรั่งเศส เรียกว่าถ้าเราพูดถึงอาหารฝรั่งเศสแล้ว เกือบจะทุกคนต้องนึกถึงฟัวกราส์ขึ้นมาเป็นอย่างแรกอย่างแน่นอน
ฟัวกราส์ของร้าน The UnforgetTable นั้น จะนำมาเสิร์ฟทั้งหมด 2 ชิ้นด้วยกัน ขนาดของชิ้นถือว่าใหญ่และหนามาก นอกจากนี้ทางร้านยังมีการเลือกใช้พีชกับซอสพีชเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักของเมนูนี้ ซึ่งทำให้ฟัวกราส์จานนี้โดดเด่นและแตกต่างจากหลายที่มาก รสชาติของฟัวกราส์นั้นอร่อยสุดๆ ทานแล้วรู้สึกละลายในปากนิดๆ แต่ไม่รู้สึกว่าเลี่ยนหรือมีน้ำมันเลย นอกจากนี้ซอสพีชกับพีชที่เค้าเสิร์ฟมาคู่กันนั้นยังทำให้เกิดรสหวานอมเปรี้ยวเล็กๆ ด้วยครับ
ผมให้ดูความหนาของฟัวกราส์เค้าชัดๆ ครับ จะได้รู้ว่ามันหนามากแค่ไหน
เมนูนี้ผมแนะนำเลยนะครับ ใครที่ชอบทานฟัวกราส์อยู่แล้วไม่ควรพลาดเด็ดขาด หรือใครที่ไม่เคยทานฟัวกราส์มาก่อนควรจะสั่งมาลองทานซักครั้ง เพราะฟัวกราส์ของที่นี่รสชาติดี ทานง่าย ไม่เลี่ยน ไม่อมน้ำมันเลย แต่ทั้งนี้สำหรับใครที่ไม่ชอบทานพีช อาจจะต้องข้ามเมนูนี้ไปนะครับ เพราะรสชาติของพีชในจานนี้มันค่อนข้างชัดอยู่ เดี๋ยวกลายเป็นว่าสั่งมาแล้วจะทานไม่ได้ครับ ^^
จบ Appetizer ไป 2 จานแล้ว คราวนี้เราไปดูซุปกันบ้างดีกว่า วันนี้ผมกับต๋งได้ลองชิมเป็น ซุปทรัฟเฟิล” ครับ ภาชนะที่ใส่ซุปของเค้านั้นน่ารักมาก เป็นแก้วกาแฟเล็กๆ ที่เห็นแล้วอยากจะถ่ายรูปอวดเพื่อนทันที รสชาติของซุปดี กลิ่นและรสของเห็ดทรัฟเฟิลชัดมาก แต่ในเรื่องความครีมมี่หรือความรู้สึกมันๆ นั้นจะไม่มากเท่าไหร่ครับ ใครชอบทานซุปเห็ดทรัฟเฟิลแบบเข้มๆ น่าจะโดนใจกัน แต่ถ้าใครชอบทานซุปที่ออกแนวครีมๆ มันๆ ผมแนะนำว่าสั่งเป็นซุปอย่างอื่นมาทานน่าจะดีกว่าครับ
ต่อกันที่อาหารประเภทพาสต้ากันบ้าง วันนี้ผมกับต๋งได้ลองเป็น สปาเกตตี้ซีฟู้ดเส้นดำ” รสชาติสปาเกตตี้จานนี้ดีเลยครับ และสมแล้วที่ทางเชฟเค้าแนะนำว่าสำหรับใครที่มาร้าน The UnforgetTable เป็นครั้งแรก เค้าอยากจะให้ลองทานเมนูนี้เป็นลำดับต้นๆ เลย เนื่องจากมันมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และมีความแตกต่างจากร้านอื่นๆ ครับ
ขนาดของจานสปาเกตตี้นั้นไม่ใหญ่มาก แต่เครื่องต่างๆ ที่เค้าใส่มาในจานนั้นเรียกว่าจัดเต็มเลย ทั้งแซลมอน, กุ้ง, ปลาหมึก และหอยแมลงภู่ ขนาดและความสดของแต่ละอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนรสชาติโดยรวมของสปาเกตตี้จานนี้นั้นจะออกเป็นแนวเผ็ด เปรี้ยว แซ่บ เรียกว่าใครที่อยากจะหาอะไรรสจัดจ้าน หรือหาอะไรเอาไว้กินแก้เลี่ยน สปาเกตตี้จานนี้ตอบโจทย์เลยครับ
และด้วยความที่ผมกับต๋งประทับใจในรสชาติของสปาเกตตี้จานนี้มาก ผมกับต๋งจึงอยากจะบอกทุกคนว่าอาหารจานนี้ควรต้องสั่งจริงๆ ครับ และเมนูนี้จะมีบริการเฉพาะตอนเย็นเท่านั้นนะ ^^
ผ่าน Appetizer, Soup และ Pasta ไปแล้ว คราวนี้ได้เวลาเข้าสู่ Main Course กันแล้วครับ โดยผมกับต๋งได้ลองชิมเป็นสเต๊กแซลมอนกับสเต๊กริบอาย เราไปดูที่ สเต๊กแซลมอน” ก่อนนะครับ จานนี้เชฟจัดจานมาได้สวยมาก มีแซลมอนกริลล์ชิ้นใหญ่ๆ อยู่ในจานโดยมีหนังแซลมอนทอดกรอบท้อปปิ้งมาด้านบน และด้านข้างๆ ก็มีผัก, เลมอนกับซอสไวน์ขาวเสิร์ฟมาคู่กันครับ
รสชาติของสเต๊กแซลมอนนั้นดีมากครับ เชฟกริลล์มาได้ระดับพอดีเลย เนื้อนุ่มตัดทานง่าย โดยที่มีความชุ่มฉ่ำและรสชาติของแซลมอนอยู่ ใครที่ชอบทานสเต๊กแซลมอนสั่งมาได้เลยครับ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
เมนคอร์สจานถัดมาคือ สเต๊กริบอาย” จานนี้จะเป็นสเต๊กเนื้อที่มีน้ำหนักประมาณ 220 กรัม โดยผมสั่งทางร้านไปว่าขอเป็นแบบมีเดียมแรร์ ซึ่งทางเชฟก็สามารถกริลล์มาได้ในระดับที่พอดีกับที่ผมต้องการเลยครับ เนื้อตรงกลางยังมีสีแดงอย่างชัดเจน เห็นแล้วน้ำลายไหลเลย ><
จานนี้เชฟก็จัดจานมาได้สวยเหมือนกันครับ โดยเชฟจะวางเนื้อมาตรงกลาง มีผักอบอยู่ทางมุมซ้ายบน และซอสไวน์แดงอยู่ทางมุมขวา โดยเนื้อนั้นจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ชิ้น ขนาดแต่ละชิ้นถือว่าใหญ่และมีความหนาพอควรเลยครับ
รสชาติของสเต๊กเนื้อจานนี้ผมว่าอร่อยมากเลยนะครับ เนื้อนุ่มกำลังดี มีความฉ่ำสูง ตัดและเคี้ยวทานง่าย นอกจากนี้ซอสไวน์แดงที่เค้าเสิร์ฟมาคู่กันนั้นก็อร่อยมากครับ ทานแล้วเข้ากันสุดๆ
จานนี้ผมแนะนำเลยครับว่าหากใครชอบทานสเต๊กเนื้อควรสั่งมาลองทานเลย น้ำหนักเนื้อ 220 กรัม กับราคา 680 บาท net แล้วได้รสชาติแบบนี้ ผมว่าคุ้มมากครับ
ทานของคาวกันไปครบแล้วคราวนี้ไปทานของหวานกันบ้างดีกว่า โดยผมกับต๋งได้ลองทานของหวานครบทั้ง 3 อย่างที่ทางร้าน The UnforgetTable เค้ามีบริการเลย เริ่มจากอย่างแรก เฟลมเบ้ผลไม้รวม” หนึ่งในของหวานขึ้นชื่อของอาหารฝรั่งเศส แต่กลับกลายเป็นว่าเมนูนี้เป็นเมนูของหวานที่ผมกับต๋งชอบน้อยที่สุดในบรรดาของหวาน 3 ชนิดซะงั้นครับ
โดยเมนูนี้จะประกอบไปด้วยผลไม้สดหลากหลายประเภทแล้วก็ไอศกรีมวานิลลากับเหล้าหวาน Grand Marnier ความสดและรสชาติของผลไม้ต่างๆ นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่สิ่งที่ทำให้ผมกับต๋งไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ก็คือเราคิดว่ารสหวานของ Grand Marnier ที่ใส่มานั้นนี้มีความหวานมากเกินไป ทำให้เราไม่สามารถทานขนมได้อย่างต่อเนื่อง และพอทิ้งไว้ซักพักไอศกรีมก็จะเริ่มละลายออกมาจนทำให้รสชาติของมันไปผสมผสานกับอย่างอื่นมากเกินไป ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าหากสามารถลดความหวานของเมนูนี้ลงได้อีกนิด น่าจะทำให้ทุกอย่างลงตัวขึ้นครับ
เมนูของหวานถัดมา ช็อคโกแลต โวลคาโน่” และนี่คือเมนูของหวานที่ผมกับต๋งชอบที่สุดเลยครับ จานนี้ลงตัวตั้งแต่การจัดจานที่ดูสวยงาม ดูแล้วน่าทานมาก และเมื่อเราลองตัดเค้กช็อคโกแลตดูก็พบว่าช็อคโกแลตด้านในนั้นก็เหลวกำลังดี ตัดเสร็จปุ๊บช็อคโกแลตที่อยู่ด้านในก็ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างช้าๆ เลย
รสชาติของช็อคโกแลตทั้งด้านในและด้านนอกเข้มกำลังดี และเข้มแบบที่ผมชอบด้วยคือเข้มแต่ไม่ขม นอกจากนี้ไอศกรีมวานิลลาที่เสิร์ฟคู่กันนั้นก็มีรสชาติละมุนเบาๆ เหมาะมากที่จะทานคู่กันครับ
เมนูนี้ผมแนะนำเลยนะครับว่าหากคุณสามารถสั่งของหวานได้เพียงเมนูเดียว และไม่ได้เป็นคนที่มีปัญหากับการทานช็อคโกแลต ควรสั่งเมนูนี้มาทานเลย 180 บาท คุ้มและอร่อยมาก!!
ปิดท้ายด้วยของหวานเมนูสุดท้าย เครปซูเซ็ต” เมนูนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูของหวานที่ขึ้นชื่อของอาหารฝรั่งเศสครับ โดยเครปซูเซ็ตจานนี้จะมีส่วนผสมของเหล้าหวาน Grand Marnier, เครป, ซอสส้ม แล้วก็ไอศกรีมวานิลลา รสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รสและกลิ่นของส้มค่อนข้างชัดมาก ส่วนความหวานจากเหล้า Grand Marnier นั้นก็ไม่ได้หวานมากจนเกินไปเหมือนกับที่อยู่เฟลมเบ้ผลไม้รวมครับ ดังนั้นก็เลยทำให้ผมกับต๋งสามารถตักทานของหวานชนิดนี้ได้เรื่อยๆ
รวมๆ แล้วสำหรับเมนูนี้ผมว่าจะเหมาะสำหรับคนที่อยากจะหาของหวานปิดท้ายมื้อที่เป็นอะไรที่หวานๆ หน่อยและมีความเปรี้ยวซ่อนอยู่นิดๆ ครับ ใครที่ชอบของหวานสไตล์ไหนก็ลองพิจารณาเลือกดูนะครับ เพราะของหวานของเค้าทั้ง 3 ชนิดนั้นก็มีลักษณะรสชาติต่างกันออกไปกันคนละทางเลย
และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวและประสบการณ์ของผมกับต๋ง หลังจากที่พวกเราได้มีโอกาสไปทานอาหารฝรั่งเศสที่ร้าน The UnforgetTable ใต้สะพานพระราม 8 ครับ และเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมก็ขอสรุปการรีวิวออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ตามนี้นะครับ
วันที่รับประทาน : วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562
ช่วงเวลา : 17.30 – 21.00 น.
จำนวน : 2 คน
รสชาติอาหาร : อาหารทั้ง 9 เมนูที่ผมกับต๋งได้ทานในวันนั้นพวกเราประทับใจถึง 8 เมนู และหลายๆ เมนูนั้นอยู่ในขั้นที่พวกเราประทับใจมากด้วยครับทั้งสเต๊กเนื้อริบอาย, สปาเกตตี้ซีฟู้ดเส้นดำ, ฟัวกราส์, ซีซาร์สลัด และช็อคโกแลต โวลคาโน่ ส่วนเมนูที่พวกเราไม่ประทับใจเท่าไหร่ก็คือ เฟลมเบ้ผลไม้รวมที่พวกเรารู้สึกว่ารสชาติหวานไปนิด แต่หากใครที่เป็นคนชอบทานอะไรหวานๆ ก็อาจจะรู้สึกแตกต่างไปจากพวกเราได้ครับ ดังนั้นในเรื่องของรสชาติอาหารที่ร้าน The UnforgetTable นั้น ผมให้สามผ่านเลยครับ
ความหลากหลายของอาหาร : ด้วยความที่ร้าน The UnforgetTable นั้นเน้นจำหน่ายอาหารฝรั่งเศสเป็นหลัก ประกอบกับพื้นที่ร้านก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่ซักเท่าไหร่ ดังนั้นเรื่องของความหลากหลายของเมนูของเค้าจึงไม่ใช่จุดเด่นของร้านนี้ครับ แต่สำหรับคนที่ไปทานอาหารที่ร้านนี้เป็นครั้งแรก หรือไปทานแบบนานๆ ครั้ง เมนูที่เค้ามีให้บริการนั้นก็ถือว่ามีความเพียงพออยู่ในระดับนึงครับ ส่วนในเรื่องของไวน์นั้นทางร้าน The UnforgetTable ก็มีให้เลือกทานหลายอย่างอยู่เหมือนกัน ใครที่เป็นคนชอบทานไวน์น่าจะถูกใจพอควรครับ
ความสะอาดและบรรยากาศของร้าน : ในเรื่องความสะอาดของร้านนั้นผมไม่ติดอะไรครับ สะอาดสะอ้านอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ในเรื่องของบรรยากาศของร้านนั้นผมขอให้อยู่ในระดับกลางๆ นะครับ เพราะถึงแม้ทางร้านจะพยายามตกแต่งให้ร้านมีความสวยงามและน่านั่งเพียงใด แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด ประกอบกับทำเลที่ตั้งของร้านที่ไม่ได้โดดเด่นมากก็เลยเป็นอุปสรรคที่สำคัญในเรื่องนี้ ดังนั้นใครที่อยากจะหาที่ทานอาหารแบบหรูๆ ดูดีแบบโรงแรม 5 ดาว น่าจะไม่โดนใจกันครับ แต่สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารที่เงียบๆ นั่งสบาย มีเพลงเพราะๆ ให้ฟัง ที่นี่น่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ครับ
การบริการของพนักงาน : ข้อนี้ผมให้ความเห็นมากไม่ได้นะครับ เพราะวันที่ผมไปนั้นมีลูกค้าคนอื่นนอกจากโต๊ะผมเพียงโต๊ะเดียวเท่านั้น ดังนั้นในเรื่องของการบริการก็เลยไม่ได้มีอะไรขาดตกบกพร่องครับ อย่างไรก็ตามเท่าที่ผมได้คุยกับพนักงานที่ร้านมา ผมว่าเค้าเป็นคนที่อัธยาศรัยดีและมีความสามารถในการดูแลโต๊ะ พูดคุยกับลูกค้า จัดจาน และเสิร์ฟอาหารได้ดีระดับนึงเลยครับ
ความสะดวกของการเดินทาง : ข้อนี้อาจจะเป็นปัญหาของร้านแห่งนี้นิดนึง เพราะทำเลที่ตั้งของเค้านั้นอยู่ในจุดที่เรียกว่าค่อนข้างอับ ไม่ค่อยมีรถเมล์ผ่าน รวมทั้งบอกเส้นทางได้ยาก ดังนั้นใครที่ไม่มีรถส่วนตัวก็อาจจะเดินทางไปลำบากนิดนึง แต่สำหรับคนที่มีรถส่วนตัวแล้วผมว่าการเดินทางไปที่ร้านนี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ครับ จะมีจุดงงๆ เล็กน้อยบริเวณใต้สะพานพระราม 8 เท่านั้น แต่หากเราสามารถผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ก็ไม่มีเรื่องอื่นต้องกังวลเลยครับ เพราะผมว่าที่จอดรถเค้านั้นเพียงพอเลย แถมราคาค่าจอดก็ไม่แพงด้วย
ความคุ้มค่า : ต้องออกตัวก่อนนะครับว่าผมกับต๋งเราทั้งสองคนไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญอาหารฝรั่งเศสมากนัก แต่จากที่เราเคยทราบราคาอาหารฝรั่งเศสแบบ A la carte จากหลายๆ ที่ และจากความรู้สึกของเราทั้งสองคนหลังจากที่ได้ทานอาหารที่ร้านในวันนั้น ผมว่าราคาอาหารของที่นี่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปนะครับ อาหารส่วนใหญ่รสชาติดี และขนาดของจานก็เหมาะสม นอกจากนี้ราคาที่แสดงในเมนูก็เป็นราคาที่ net แล้ว ไม่มีอะไรบวกเพิ่มครับ
สรุป : ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีอาหารรสชาติดี มีไวน์ให้เลือกทานคู่หลายประเภท ราคาอาหารไม่แรง และเป็นคนที่ไม่ติดปัญหาในเรื่องของการเดินทาง หรือไม่ได้เน้นว่าร้านอาหารที่จะไปทานนั้นจะต้องมีบรรยากาศสุดหรูหรา มีพนักงานคอยดูแลแบบเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว มีเมนูอาหารให้เลือกทานเป็นสิบๆ หน้า ร้าน The UnforgetTable คือหนึ่งในร้านที่ผมอยากจะให้คุณหาโอกาสไปลองทานซักครั้งครับ มันเป็นร้านที่เราจะรู้สึกสบายๆ ในการเดินเข้าไปทาน ไม่รู้สึกเกร็งหรือกังวลมากนัก ส่วนรสชาติอาหารของเค้านั้นก็ดีเหมือนกับที่เค้าเคลมตัวเองไว้ว่าเป็นร้านเล็กๆ แต่อาหารสเปคโรงแรม นอกจากนี้ราคาอาหารของเค้าก็ยังมีราคาที่ย่อมเยากว่าหลายๆ ที่ด้วยครับ และสำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าไปทานอาหารที่ร้านนี้แล้วจะคุ้มค่ามั้ย ผมแนะนำให้ลองไปทานในช่วงกลางวันดูก่อนก็ได้ครับ เพราะราคาต่อมื้อจะถูกกว่าพอควรเลย ^^
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบ และสำหรับใครที่ต้องการติดตามเรื่องราวการกินและเที่ยวของผมแบบใกล้ชิดก็สามารถกดติดตามได้ที่เพจ “ภรรยาหา สามีใช้” ได้เลยครับ ส่วนใครที่ต้องการจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้าน The UnforgetTable ใต้สะพานพระราม 8 แห่งนี้ ก็สามารถเข้าไปที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย แล้วพบกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ
Fanpage : The UnforgetTable
Tel : 086-3294926
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราในวันที่ได้ลองไปใช้บริการเท่านั้น ทั้งนี้แต่ละท่านที่ได้มีโอกาสไปใช้บริการอาจจะได้รับการบริการหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากนี้ออกไปได้ครับ
Facebook Comments