การได้เข้าพักที่รีสอร์ทหรือพูลวิลล่า (Pool Villa) 6 ดาว ที่มีการบริการที่ดี วิวสวยๆ และบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติค น่าจะเป็นหนึ่งในความฝันของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะช่วงเวลาอินเลิฟ, ฮันนีมูน หรือต้องการเติมเต็มความรักของคู่ชีวิตเราให้มากขึ้น แต่หนึ่งในสิ่งที่มักจะเป็นอุปสรรคและทำให้หลายๆ คนไม่สามารถบรรลุความฝันนี้ของตัวเองได้ก็น่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณนี่แหละครับ เพราะก็ต้องยอมรับตามตรงว่ารีสอร์ทหรือพูลวิลล่า 6 ดาวเนี่ย โดยเฉลี่ยแล้วราคาเข้าพักต่อคืนก็ถือว่าสูงเกินกว่ากำลังของพนักงานเงินเดือนส่วนใหญ่อยู่ แต่ๆๆๆ ถ้าผมจะบอกว่าตอนนี้มีรีสอร์ทที่เป็นพูลวิลล่าหรู 6 ดาว จัดโปรโมชั่นพิเศษลดราคาเกือบ 50% อยู่ แถมจองตอนนี้ยังสามารถใช้ได้ยาวจนถึงตุลาคมปีหน้า คุณจะสนใจมั้ยครับ?
.
.
ถ้าใครสนใจและอยากจะรู้ว่าที่พักแห่งนี้มันคือที่สุดของที่พักโรแมนติคจริงมั้ย ก็ตามไปดูกันเลยว่า The Shore at Katathani (เดอะ ชอร์ แอท กะตะธานี) หนึ่งในรีสอร์ทที่ผมได้มีโอกาสไปพักแล้วประทับใจมากๆ นั้นเป็นยังไงบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยคร้าบบบบบ
สำหรับใครที่สนใจอยากจะเช็คราคาโปรโมชั่นพิเศษ หรือ Voucher of the Year ของทาง The Shore at Katathani ก่อน ก็สามารถกดดูได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ https://bit.ly/TS-Voucher-TS04 บอกเลยว่าราคานี้พิเศษมากๆ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และเค้าจะจำหน่าย Voucher ราคานี้ถึงแค่วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 เท่านั้นนะ แต่ว่าเราจะสามารถใช้ได้ยาวๆ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เลยครับ บอกเลยว่าคุ้มค่าน่าสนมากๆ

 

ที่ตั้งและภาพรวมของรีสอร์ท

The Shore at Katathani (เดอะ ชอร์ แอท กะตะธานี) คือรีสอร์ท 6 ดาว ที่ตั้งอยู่บนหาดกะตะน้อย จ.ภูเก็ต โดยภายในรีสอร์ทจะประกอบไปด้วย Pool Villa ทั้งหมด 98 หลัง ทุกหลังตั้งอยู่บนเนินเขาขนาดเล็กไล่เลียงกันไปอย่างมีชั้นเชิง โดยมีธรรมชาติที่สวยงามอย่างทะเลเป็นฉากหน้า และที่สำคัญเมื่อคุณก้าวย่างเข้ามาที่รีสอร์ทแห่งนี้คุณจะได้รับความเป็นส่วนตัวและได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ โดยมีการบริการที่เหนือระดับของพนักงานคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมงครับ

(ภาพประกอบจากเพจ Hello Phang-Nga 365 days)

การเดินทาง

สำหรับคนที่ต้องเดินทางจากกรุงเทพไปยังภูเก็ตนั้น ก็สามารถเดินทางไปได้ 2 วิธีหลักๆ คือ ขับรถส่วนตัวไปเอง หรือไม่ก็นั่งเครื่องบินไป ซึ่งทริปนี้ผมเลือกเดินทางโดยเครื่องบินครับ และสายการบินที่ผมใช้บริการก็คือ ไทยเวียตเจ็ท (Thai Vietjet) ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมได้ลองใช้บริการสายการบินนี้ ทุกอย่างโอเคเลย เครื่องดี พนักงานบริการดีมาก ที่สำคัญเครื่องออกตรงเวลาและถึงไวมากครับ
ใครสนใจอยากลองใช้บริการสายการบินนี้ดูบ้างก็ลองเข้าไปส่องราคากันได้นะครับ ตอนนี้ทางสายการบินเค้าพึ่งเปิดตัวเว็บไซต์จองตั๋วใหม่ skyfun.vietjetair.com ด้วย ทำให้เราสามารถทำการจองตั๋วได้ง่ายๆ ไม่มีค่าตัดบัตรเครดิตใดใด ส่วนไฟลท์บินนั้นเค้าก็มีบริการบินตรง สุวรรณภูมิ – ภูเก็ต ทุกวันเลยครับ
และเมื่อเราเดินทางไปถึงสนามบินภูเก็ตแล้ว คราวนี้เราก็ต้องนั่งรถเพื่อไปยังรีสอร์ทที่หาดกะตะน้อยกันต่อนะครับ ซึ่งตรงนี้ใครจะใช้การเช่ารถส่วนตัวหรือใช้บริการรถของรีสอร์ทก็ได้แล้วแต่สะดวกเลย ส่วนเวลาในการเดินทางจากสนามบินไปยังรีสอร์ท The Shore at Katathani นั้นก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ และเมื่อเราเดินทางไปถึงล็อบบี้ของรีสอร์ทแล้ว ทุกคนจะประทับใจกับ Welcome Drink รวมถึงการบริการของเค้าอย่างแน่นอนครับ ><

 

ประเภทห้องพักและรายละเอียดภายในห้อง

สำหรับประเภทห้องของ The Shore at Katathani นั้น จะมีทั้งหมด 5 Type นะครับ ทุก Type จะเป็น Pool Villa ที่มีความเป็นส่วนตัวทั้งหมด และมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ภายในพื้นที่ห้อง โดยทั้ง 5 Type ของเค้าจะประกอบไปด้วย Type ต่างๆ ดังนี้ครับ
  1. Pool Villa จำนวน 11 หลัง (ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 130 ตารางเมตร และขนาดสระว่ายน้ำส่วนตัว 5.5×3.4 เมตร) พูลวิลล่าส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวชอุ่ม และยังมีขนาดห้องที่กว้างขวาง ทั้งในส่วนของห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่สําหรับรับประทานอาหาร รวมถึงห้องน้ำ โดยรวมต้องบอกว่านี่เป็นวิลล่าที่มีขนาดกว้างจริงๆ ครับ
  2. Seaview Pool Villa จำนวน 31 หลัง (ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 130 ตารางเมตร และขนาดสระว่ายน้ำส่วนตัว 5.5×3.4 เมตร) พูลวิลล่าส่วนตัวที่ผสมผสานความมีระดับและพื้นที่กว้างขวางอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยวิลล่าแต่ละหลังจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวทะเลที่สวยงาม รวมถึงมีเก้าอี้อาบแดดและอ่างอาบน้ำพร้อมฝักบัวแบบสายฝน ที่สำคัญเราจะสามารถมองเห็นท้องทะเลอันสดใสได้จากด้านในห้องเลย
  3. Seaview Pool Villa Romance จำนวน 37 หลัง (ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 130 ตารางเมตร และขนาดสระว่ายน้ำส่วนตัว 6.8×3.5 เมตร) พูลวิลล่าที่ยังคงความหรูหราและสวยงามในแบบฉบับของ Seaview Pool Villa แต่เพิ่มความโรแมนติคสุดพิเศษจากระเบียงอาบแดด พร้อมอ่างอาบน้ำส่วนตัวและฝักบัวสายฝนแบบคู่ บอกเลยว่าด้วยบรรยากาศภายในห้องกับวิวทะเลด้านนอกจะทำให้ทุกคู่รักประทับใจอย่างแน่นอนครับ
  4. Seaview Pool Villa In Love จำนวน 14 หลัง (ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 130 ตารางเมตร และขนาดสระว่ายน้ำส่วนตัว 6.8×3.5 เมตร) ที่สุดของห้องที่คู่รักทุกคนจะต้องตกหลุมรัก ด้วยบรรยากาศและมุมมองที่สามารถเห็นวิวทะเลแบบพาโนราม่าเต็มๆ ตาไร้ขอบเขต รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน บอกเลยว่าใครเห็นก็ต้องอินเลิฟครับ
  5. Two-Bedroom Pool Villa จำนวน 5 หลัง (ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 260 ตารางเมตร และขนาดสระว่ายน้ำส่วนตัว 5.5×8.5 เมตร) พูลวิลล่าแบบสองชั้นสองห้องนอนที่มาพร้อมกับพื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัวสุดๆ โดยชั้นบนของวิลล่าจะประกอบไปด้วยห้องนอนใหญ่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและท้องทะเลหรือชายหาดที่สวยงาม ส่วนชั้นล่างจะประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น, ห้องรับประทานอาหารที่แยกเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังมีห้องนอนเล็กและสระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมบริเวณสําหรับอาบแดดด้วย โดยวิลล่าแห่งนี้สามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุดถึงสี่ท่านนะครับ
หมายเหตุ : ทาง The Shore at Katathani ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าพักที่รีสอร์ททุกกรณีนะครับ
สำหรับห้องที่ผมกับต๋งได้มีโอกาสพักนั้นจะเป็นห้อง Seaview Pool Villa Romance นะครับ ห้องมีขนาดใหญ่มาก เตียงนอนนุ่มสบาย ห้องน้ำกว้าง สระว่ายน้ำส่วนตัวกว้าง มีระเบียงและเก้าอี้สำหรับอาบแดด ที่สำคัญวิวทะเลที่เราสามารถมองเห็นได้จากห้องนั้นสวยงามมากๆ ครับ
อันนี้เป็นหน้าตาด้านนอกของ Pool Villa ผมครับ ดูด้านนอกจะรู้สึกว่ามันเฉยๆ มาก ไม่ค่อยสวยงามหรือดูไม่ค่อยเตะตาเท่าไหร่เนอะ
แต่นี่พอเปิดเข้าไปด้านในห้องแล้วต้องบอกว่าตะลึงเลยจ้า ห้องใหญ่ สวย การจัดวางต่างๆ ดีมาก ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ครบครันเลยครับ
ภาพนี้เป็นส่วนห้องนอนและห้องนั่งเล่นนะครับ
ส่วนอันนี้เป็นห้องน้ำครับ จะมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปนอนแช่ 2 คนได้สบายๆ, อ่างล่างหน้า 2 อ่าง, ฝักบัวแบบสายฝนที่ติดตั้งเป็นคู่ พร้อม Shower Box ขนาดใหญ่ เพื่อให้เราสามารถอาบน้ำพร้อมกันได้ อีกทั้งยังมีห้องสุขาที่มีประตูปิดมิดชิดแยกออกไปต่างหากครับ
สำหรับส่วนของห้องน้ำและห้องนอนนั้นโดยปกติมันจะถูกเปิดประตูไว้กว้างตลอดเวลาเพื่อให้มองเห็นทะลุถึงกัน รวมทั้งเดินไปมาได้สะดวกครับ แต่ถ้าใครไม่ชอบหรือรู้สึกเขินก็สามารถปิดได้นะ
แล้วก็ทั้งในส่วนของห้องนอนกับห้องน้ำนั้นมันจะสามารถเปิดประตูออกไปยังระเบียงส่วนตัว ที่มีสระว่ายน้ำของเราได้ทั้งคู่เลยครับ อยากเดินตอนไหนก็ออกไปได้เลย หรือถ้าไม่อยากออกไปแค่เลื่อนม่านออกแล้วนอนดูวิวภายในห้องเราก็ได้ครับ
นี่เป็นหน้าตาของระเบียงและสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในห้องครับ กว้างขวางและเป็นส่วนตัวมากๆ โดยจุดที่ผมประทับใจเป็นพิเศษก็คือสระว่ายน้ำนี้จะมีระบบควบคุมอุณภูมิให้เหมาะสมด้วย เราไม่ต้องกลัวว่ามันจะหนาวหรือร้อนไปเลย สามารถลงไปแช่ได้ทุกเวลา นอกจากนี้เค้ายังมีเก้าอี้อาบแดดไว้ให้เรานอนเล่นเก๋ๆ อีก 2 ตัวด้วยครับ
ส่วนนี่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องครับ มีครบครันมากทั้งโทรทัศน์จอแบน, ระบบเสียงและความบันเทิง, Wifi, ตู้เย็น, ตู้เซฟนิรภัย, โทรศัพท์ทางไกล, ไดร์เป่าผม, ร่ม, รองเท้า, เตารีดและโต๊ะรองรีด, เสื้อคลุมอาบน้ำ, รองเท้าแตะ และที่ผมชอบมากๆ ก็คือเค้าจะมีการติดตั้งปลั๊กไฟภายในห้องเป็นแบบ Universal ที่สามารถรองรับปลั๊กได้หลายรูปแบบ รวมทั้งยังมีพอร์ทแบบ USB ด้วยครับ บอกเลยว่าหมดปัญหาเรื่องการเสียบชาร์จไม่ได้ครับ!!!
ส่วนพวกอุปกรณ์อาบน้ำหรือของใช้ส่วนตัวนั้นก็มีมาให้ครบมากกกก ครบสุดเป็นอันดับต้นๆ ของโรงแรมที่ผมเคยไปพักมาเลยมั้งครับ มีทุกอย่างจริงๆ @[email protected]
และในส่วนของมินิบาร์และเครื่องดื่มนั้น เค้าจะมีน้ำเปล่าให้เราทานฟรีวันละ 6 ขวดนะครับ รวมถึงมีพวกชากาแฟบริการฟรีด้วย แต่ในส่วนอื่นๆ ทั้งเครื่องดื่มประเภทต่างๆ และขนมขบเคี้ยวนั้น อันนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะ

 

จุดที่น่าสนใจภายในรีสอร์ทที่ไม่ควรพลาด

ภายใน The Shore at Katathani นั้นจะมีจุดที่น่าสนใจและ Facilities ต่างๆ ที่เราไม่ควรพลาดอยู่มากมายเลยครับ และนี่คือไฮไลท์ที่ผมคัดมาให้ทุกคนดูแบบเน้นๆ ครับ เวลาที่เราไปพักจะได้ไม่พลาดกัน

 

1. The Kissing Point

จุดนี้คือสุดยอดไฮไลท์ที่ทุกคนไม่ควรพลาดจริงๆ ครับ โดยที่ The Kissing Point นี้จะเป็นจุดชมวิวบนผาริมทะเลที่ทางรีสอร์ทเค้าสร้างเอาไว้ให้เราชมวิวสวยๆ โดยพื้นที่ที่เรายืนอยู่นั้นมันจะเป็นกระจกใสที่เราสามารถมองเห็นทะเลด้านล่างได้อย่างชัดเจนเลย ที่สำคัญในช่วงเย็นๆ เราจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกจากจุดนี้ได้อย่างสวยงามมาก บอกเลยว่าวันไหนท้องฟ้าเป็นใจนะ มันสวยมากๆๆๆๆๆๆๆ ครับ
ยิ่งไปกว่านั้นที่จุดนี้ทาง The Shore at Katathani ยังสามารถจัดสถานที่เพื่อทำเป็นที่ดินเนอร์สุดพิเศษให้กับคู่รักทุกคู่ได้ด้วยครับ โดยเค้าจะจำกัดการใช้บริการเพียง 1 คู่ต่อวันเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดโรแมนติคและมีความเป็นส่วนตัวที่สุด โดยตลอดเวลาที่เรานั่งรับประทานอาหารที่จุดนี้จะมีทางเชฟและพนักงานคอยดูแลเรื่องอาหารและเครื่องดื่มอย่างใกล้ชิดตลอดเลยครับ
ใครที่อยากจะหาสถานที่โรแมนติคสุดๆ ไว้ขอแต่งงาน หรือฉลอง Anniversary ต่างๆ บอกเลยว่าจุดนี้เหมาะมากๆ

 

2. The Chapel

อาคารรูปทรงโมเดิร์นสีขาวที่อยู่บนจุดที่เกือบสูงที่สุดของรีสอร์ทแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เค้าเปิดให้คู่รักได้มาจัดเลี้ยงหรือทำพิธีแต่งงานกัน โดยเปรียบเสมือนว่าที่นี่คือโบสถ์หรือห้องจัดเลี้ยงขนาดย่อม และต่อให้ไม่ใช่คนที่เข้าพักที่รีสอร์ทแห่งนี้ก็สามารถติดต่อขอใช้บริการได้นะครับ เค้าจะมีการดูแลให้ครบเลยทั้งเรื่องสถานที่ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนจำนวนคนที่ผมว่าเหมาะสมในการจัดงานที่นี่ก็น่าจะประมาณ 30-40 คนกำลังดีครับ
สำหรับใครที่เข้าพักที่ The Shore at Katathani แล้วอยากขึ้นมาถ่ายรูปหรือดูวิวมุมสูงที่นี่ก็สามารถขึ้นมาได้ฟรีตลอดเวลาเลยนะครับ เพียงแค่แจ้งพนักงานว่าเราอยากไปที่ The Chapel เดี๋ยวเค้าก็จะมีรถไปส่งเราถึงที่เลย ^^

 

3. The Ocean Walk

นี่คือทางเดินริมทะเลที่คุณจะได้เห็นวิวสวยๆ พร้อมกับจุดต่างๆ ที่น่าสนใจภายในรีสอร์ทตลอดการเดินประมาณ 400 เมตร โดยบนเส้นทางนี้คุณจะได้เดินผ่าน The Kissing Point จุดชมวิวที่แสนจะโรแมนติคและสวยมาก, The Swing ชิงช้าสีขาวใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่ทำให้หลายคนประทับใจ, The Sun Terrace สถานที่ที่เอาไว้จัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ, The Cupid’s Bridge สะพานไม้น่ารักๆ ที่สามารถโพสต์ท่าสวยๆ ได้หลายแบบ และ The Garden of Eden สวนสวยๆ ริมทะเลที่มีจุดถ่ายรูปเยอะแยะมากมายครับ
ใครที่ได้มีโอกาสไปพักที่ The Shore at Kathatani ก็ลองหาช่วงเวลาที่แดดไม่แรงมาก เดินเล่นชมวิวในส่วนนี้ด้วยนะครับ จะได้เปลี่ยนอารมณ์จากการอยู่ในห้องด้วย ส่วนระยะเวลาการเดินเล่นในส่วนนี้ผมว่าซัก 1 ชั่วโมงกำลังดีครับ

 

4. ห้องอาหารปรัมปรา (Param Para)

นี่คือห้องอาหารไทยที่ผมอยากให้ทุกคนเข้ามาสัมผัสซักครั้งครับ เพราะทั้งหน้าตาอาหาร, ชื่อเมนู รวมถึงรสชาติ มันคือสิ่งที่ผมไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนเลย มันสุดยอดจริงๆ โดยทุกเมนูอาหารของเค้าจะมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนิทานชาดก, ป่าหิมพานต์หรือรามเกียรติ์ทั้งหมดครับ เช่น ป่าหิมพานต์, สระอโนดาด, พรานล่อเนื้อ, ปีกหางนางมโนราห์, กวนเกษียรสมุทร, เกล็ดนิลมังกร, กามนิต-วาสิฏฐี, กุมภวรรณทดน้ำ, รจนาเลือกคู่, สีดาลุยไฟ, เมฆาป่าหิมพานต์ เป็นต้น ใครอยากรู้ว่าอาหารเหล่านี้จะรสชาติเป็นยังไง และของจริงจะสวยแค่ไหนก็ลองแวะไปทานดูนะครับ ราคาอาหารไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับหน้าตาและการรังสรรค์จัดจานของเค้า ยอมใจในความสร้างสรรค์และทุ่มเทจริงๆ ที่สำคัญก่อนที่ทางห้องอาหารปรัมปราเค้าจะเสิร์ฟอาหารแต่ละจานนั้น เค้าจะมีการเล่าให้เราฟังด้วยนะว่าทำไมเมนูนั้นถึงชื่อแบบนั้นครับ
หมายเหตุ : ห้องอาหารแห่งนี้จะเปิดบริการเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้นนะครับ

 

5. ห้องอาหาร The Harbor

ห้องอาหาร The Harbor คือห้องอาหารหลักของทาง The Shore at Katathani เพราะห้องอาหารแห่งนี้เปิดบริการแทบจะตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังมีอาหารบริการหลากหลายรูปแบบมาก ใครอยากทานแบบไหนเค้ามีให้เลือกทานเกือบหมด และนี่คือตัวอย่างอาหารที่ผมได้มีโอกาสลองทานมาครับ
โดยพื้นที่ของห้องอาหารนี้จะมีทั้งส่วน Indoor และ Outdoor นะครับ และยังเป็นห้องอาหารที่ใช้รับประทานอาหารเช้าของทุกคนที่เข้าพักด้วย
นอกเหนือไปกว่านั้นที่ห้องอาหารแห่งนี้เค้ายังมีบริการ Afternoon Tea ในช่วงตอนบ่ายๆ ของแต่ละวันด้วยนะครับ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 17.00 น. ใครอยากทานสามารถแวะมาใช้บริการได้นะครับ รสชาติของขนมกับเครื่องดื่มต่างๆ นั้นดีเลย
และสำหรับใครที่อยากจะลองทานอาหารระดับ Michelin Guide 2 ปีซ้อน (BIB Gourmand) ทาง The Shore at Katathani เค้าก็ได้นำเอาอาหารภูเก็ตสุดอร่อยจากร้านวันจันทร์มาให้เราทานถึงภายในรีสอร์ทเลยครับ โดยเค้าจะจัดเป็นชุด 7 เมนูเด็ดอย่างเส้นหมี่แกงปู, หมูฮ้อง, ลูกชิ้นปลาภูเก็ตลวก, น้ำพริกกุ้งเสียบ, ยำผักกูด, กุ้งราดซอสมะขาม และคอหมูย่างคั่วพริกเกลือ บอกเลยว่าเซ็ตนี้ดีเลย ทาน 2 คนกำลังดี อร่อยและได้ทานหลากหลายอย่าง ส่วนราคานั้นจะอยู่ที่เซ็ตละ 1,500 บาท++ นะครับ โดยใครที่คิดว่าราคานี้สูงไป ผมอยากให้คุณลองคิดดูนะครับว่าหากคุณอยากจะทานอาหารร้านนี้ตามสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่การสั่งเป็นเซ็ตพิเศษจากทางรีสอร์ทแบบนี้ คุณจะต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ร้านไปกลับเกือบๆ 2 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลากิน) และมีค่ารถอีกประมาณ 1,500-2,000 บาทได้ครับ ดังนั้นบอกเลยว่าราคานี้ดีและน่าสนใจมาก นั่งทานอร่อยๆ ที่โรงแรม โดยมีวิวสวยๆ ให้ดู มีพนักงานคอยบริการตลอด อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนานๆ ด้วยครับ

 

6. Floating Breakfast

โดยปกติแล้วในส่วนของอาหารเช้านั้นเราจะสามารถไปรับประทานที่ห้องอาหาร The Harbor ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือเติมเต็มความสุขกับคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ ก็สามารถเลือกทานที่ห้องด้วยบริการ Breakfast in room หรือ Floating Breakfast ก็ได้ครับ โดยในส่วนของ Floating Breakfast นั้นทางรีสอร์ทเค้าจะจัดอาหารที่เราสั่งไว้ลงในภาชนะลอยน้ำเพื่อให้เราทานในสระส่วนตัวภายในห้องเราอย่างเก๋ๆ เลย และเชื่อผมได้เลยครับว่ามันจะทำให้ใครๆ ที่ได้เห็นต่างก็อิจฉาตาร้อนอย่างแน่นอน ><
ใครที่อยากมีประสบการณ์แบบนี้ซักครั้งผมแนะนำเลยครับ วิวดี สถานที่เหมาะสมมาก ต้องจัดครับ!! แต่ทั้งนี้ผมต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่าสำหรับใครที่เลือกทานอาหารเช้าแบบ Breakfast in room หรือ Floating Breakfast นั้น มันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะ แต่โดยส่วนตัวแล้วผมว่ามันไม่ได้สูงมาก และดูเหมาะสมดีเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ครับ (ราคา Floating Breakfast ในช่วงเดือนกรกฏาคม 2563 จะอยู่ที่คนละ 520 บาท++ ครับ)
และทั้งหมดนี้ก็คือจุดเด่นๆ ที่น่าสนใจภายใน The Shore at Katathani ครับ แต่นอกเหนือจากที่ผมเล่ามานี้ภายในรีสอร์ทแห่งนี้ก็ยังมี Facilities ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระริมทะเล ที่มีบรรยากาศและรูปแบบแตกต่างกัน, ฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครันและสามารถมองเห็นวิวทะเลสวยๆ ขณะออกกำลังกาย, สปาที่มีคอร์สต่างๆ ให้เลือกมากมาย, ห้องสมุดที่มีหนังสือให้เราหยิบยืมไปอ่านที่ห้องได้, จุดนอนอาบแดดและชมวิวสวยๆ รวมไปถึง The Light House Bar บาร์ชิลๆ ที่ตกแต่งสวยงามพร้อมประภาคารอันเป็นเอกลักษณ์ และ The Nest Beach Club ซุ้มที่นั่งส่วนตัวรูปร่างคล้ายรังนกที่ทำให้เราสามารถนอนชมวิวทะเลสวยๆ พร้อมจิบเครื่องดื่มต่างๆ ได้โดยไม่ร้อนครับ ใครที่มีเวลาไปที่นี่ก็ลองเดินสำรวจจุดต่างๆ ของเค้าดูนะครับ

 

ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรทราบ

สำหรับข้อมูลเหล่านี้คือสิ่งต่างๆ ที่ผมคิดว่าหากหลายๆ คนได้ทราบก่อน น่าจะทำให้ตัดสินใจในการเข้าไปใช้บริการที่นี่หรือไม่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ ยังไงก็ลองอ่านดูเนอะว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างครับ ^^
  • นี่เป็นรีสอร์ทหรูระดับ 6 ดาว ดังนั้นทุกคนที่เข้าพักจะได้รับการบริการที่ดี เหนือกว่าโรงแรมอื่นทั่วไปที่เคยสัมผัสมาอย่างแน่นอน โดยสำหรับผมนั้นเรียกว่าประทับใจตั้งแต่ก่อนเข้าพักเลย เพราะก่อนที่จะถึงวันที่เราเช็คอินนั้นทางโรงแรมจะมีการสอบถามข้อมูลพื้นฐานของเรา และให้เราเลือกได้หมดเลยว่าขณะที่เราเข้าพักนั้นเราต้องการหมอนในห้องแบบไหน, น้ำหอมกลิ่นอะไร, ผลไม้ต้อนรับเป็นอะไร, ดอกไม้ที่ชอบคืออะไร, อยากได้เกมส์แบบไหนเอาไว้เล่นในห้องหรือเปล่า และเมื่อถึงวันที่เราเข้าพักเราจะพบว่าสิ่งที่เราต้องการเหล่านั้นจะถูกเตรียมไว้ในห้องเสร็จสรรพเลยครับ บอกเลยว่าผมประทับใจมากกกก เพราะแต่ละอย่างนั้นเค้ามีให้เลือกเยอะจริงๆ และยิ่งไปกว่านั้นพนักงานของเค้าทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมบริการอย่างเต็มที่มากๆ ครับ
  • ห้องพักของที่นี่ทุกห้องจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ทั้งหมด มีทั้งหมด 5 Type โดย 4 Type แรกจะมีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกันคือประมาณ 130 ตร.ม. พร้อมทั้งสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ โดยสิ่งที่แตกต่างกันของห้องทั้ง 4 Type นี้ก็จะเป็นเรื่องของวิวที่เราสามารถมองเห็นกับเลย์เอาท์ภายในห้องเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนห้องประเภทที่ 5 นั้นจะเป็นห้อง Pool Villa ขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน พร้อมกับพื้นที่ใช้สอยถึง 260 ตร.ม. บอกเลยว่าใหญ่มากครับ!!
  • จำนวนวิลล่าของที่นี่จะมีเพียง 98 หลังเท่านั้น และวิลล่าแต่ละหลังจะอยู่ห่างกันพอสมควร ดังนั้นคุณจะได้พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวมากๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในวิลล่าหรือด้านนอก เพราะพื้นที่ของรีสอร์ทเค้าถือว่ากว้างมากครับเมื่อเทียบกับปริมาณของวิลล่าทั้งหมดที่มีครับ
  • ภายในรีสอร์ทจะมี Facilities และสถานที่น่าสนใจให้เราใช้บริการหรือเดินเล่นมากมาย นอกเหนือจากนั้นเค้ายังมีรถบัคกี้คอยบริการเราตลอด 24 ชั่วโมงด้วยครับ ไม่ว่าเราจะอยากไปไหนภายในรีสอร์ทตอนไหนก็ตาม เพียงแค่กดโทรศัพท์ไปหาเค้า เดี๋ยวจะมีรถบัคกี้พร้อมคนขับมาบริการเราถึงที่ทันที บอกเลยว่ารวดเร็วและพนักงานบริการดีมากๆ ครับ
  • ในช่วงเดือนกรกฏาคม – ตุลาคม 2563 ทาง The Shore at Katathai จะเปิดบริการเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์เท่านั้น และการให้บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Harbor ในช่วงนี้จะเป็นการจัดเป็นเซ็ตเพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่การทานแบบไลน์บุฟเฟ่ต์ปกติครับ โดยทางรีสอร์ทเค้าจะมีอาหารเช้าให้เราเลือกทั้งหมด 5 เซ็ต ได้แก่ The Shore Relax, The Shore Romance, The Shore Healthy, The Shore Asian และ The Shore Phuket Feast โดยอาหารแต่ละชุดต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน เช่น ไข่ดาว 2 ฟองรูปหัวใจ, อาหารแนวสุขภาพ หรืออาหารท้องถิ่นของภูเก็ตอย่างติ่มซำ, ขนมจีนน้ำยาปู, บ๊ะจ่าง ใครชอบทานแบบไหนก็เลือกตามใจชอบได้เลยครับ บอกเลยว่าแต่ละชุดมันน่าทานไปหมดเลย ><
  • สำหรับคนที่ต้องการทานอาหารกับคู่รักของคุณด้วยความโรแมนติคสุดๆ ทาง The Shore at Katathani เค้าจะมีบริการดินเนอร์สุดพิเศษด้วยนะครับ โดยจะมีบริการทั้งหมด 3 จุดในโรงแรม ซึ่งแต่ละจุดก็จะมีความสวยงามและโรแมนติคไม่เหมือนกัน ที่สำคัญในแต่ละวันนั้นเค้าจะจำกัดการบริการเพียงแค่ 1 คู่ต่อ 1 จุดเท่านั้น ดังนั้นใครสนใจก็ต้องรีบจองล่วงหน้านะครับ และนอกเหนือไปกว่านั้นทางรีสอร์ทเค้ายังมีบริการพิเศษในเรื่องของการตกแต่งห้องเพื่อ Surprise วันเกิดหรือขอแต่งงานด้วยนะ บอกเลยว่าครบเครื่องจริงๆ ครับ
  • รีสอร์ทแห่งนี้ไม่รับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าพักทุกกรณีนะครับ และโดยส่วนตัวผมว่ารีสอร์ทแห่งนี้มันเหมาะมากๆ สำหรับคู่รักทุกประเภทเลยตั้งแต่หนุ่มสาว, วัยทำงาน จนไปถึงคู่รักที่อยู่ด้วยกันมานานหลายสิบปี บรรยากาศของที่นี่จะช่วยทำให้คุณเติมเต็มความรักของคุณได้อย่างดีเลยล่ะ!!

 

โปรโมชั่นสุดพิเศษ / Voucher of the Year

และตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงเรื่องสุดท้ายของบทความนี้กันแล้วครับ นั่นก็คือเรื่องของราคา ใครที่กำลังมองหารีสอร์ทที่เป็นพูลวิลล่าดีๆ อยู่ ลองพิจารณาโปรโมชั่นที่เค้ากำลังปล่อยตอนนี้ได้เลย บอกเลยว่าราคาดีมาก และห้องกับบรรยากาศของเค้านั้นดีจริงๆ ผมไปแล้วประทับใจมากจนอยากกลับไปอีกเร็วๆ นี้เลยครับ และยิ่งใครที่เป็นคู่รักแล้ววาดฝันเอาไว้ว่าอยากจะนอนสวีทใช้เวลาดีๆ ร่วมกันที่รีสอร์ท 6 ดาวซักที โอกาสนี้ดีมากๆ ครับ ราคาโปรโมชั่นที่เค้าปล่อยออกมารอบนี้ดุเดือดกว่าที่ผ่านมาจริงๆ
ใครที่สนใจราคาโปรโมชั่นพิเศษของ The Shore at Katathani ก็สามารถกดดูได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ https://bit.ly/TS-Voucher-TS04 ราคานี้พิเศษมากๆ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเค้าลดเกือบถึง 50% เลย และหากใครสนใจก็ต้องรีบจองหน่อยนะ เพราะเค้าจะจำหน่าย Voucher ราคานี้ถึงแค่วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 เท่านั้นครับ แต่ในเรื่องของการเข้าพักนั้นเราจะสามารถใช้ได้ยาวๆ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เลย ^^
  • ห้องประเภท Pool Villa ราคา 7,999 บาท/วิลล่า/คืน
    พูลวิลล่าส่วนตัวในบรรยากาศสวนสวยเขียวชะอุ่ม พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในห้อง พร้อมรับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 20% ตลอดการเข้าพัก
  • ห้องประเภท Seaview Pool Villa ราคา 9,999 บาท/วิลล่า/คืน
    พูลวิลล่าส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสวยงามจากห้องของเรา พร้อมรับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 20% ตลอดการเข้าพัก และเครดิตสปามูลค่า 1,000 บาทต่อวิลล่า (1 ครั้ง)
  • ห้องประเภท Seaview Pool Villa Romance ราคา 11,999 บาท/วิลล่า/คืน
    ดื่มด่ำกับบรรยากาศห้องและวิวทะเลเพิ่มไปอีกระดับกับระเบียงขนาดใหญ่ พร้อมฝักบัวสายฝนแบบคู่ที่จะทำให้คุณและคนที่คุณรักอยู่ในช่วงอารณ์โรแมนติคตลอดทั้งวัน พร้อมรับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 20% ตลอดการเข้าพัก, เครดิตสปามูลค่า 2,000 บาทต่อวิลล่า (1 ครั้ง) และชุด Afternoon tea สำหรับ 2 ท่าน (1 ครั้ง)
  • ห้องประเภท Seaview Pool Villa In Love ราคา 12,999 บาท/วิลล่า/คืน
    ที่สุดของห้องที่คู่รักทุกคนจะตกหลุมรัก ด้วยบรรยากาศและมุมมองที่สามารถเห็นวิวทะเลแบบพาโนราม่าเต็มๆ และไร้ขอบเขต บอกเลยว่าใครเห็นก็หลงรักประทับใจครับ พร้อมรับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 20%, เครดิตสปามูลค่า 2,000 บาทต่อวิลล่า (1 ครั้ง), ชุด Afternoon tea สำหรับ 2 ท่าน (1 ครั้ง) และชุด Floating breakfast เสิร์ฟในวิลล่า สำหรับ 2 ท่าน (1 ครั้ง)
  • ห้องประเภท Two-Bedroom Pool Villa ราคา 19,999 บาท/วิลล่า/คืน
    พูลวิลล่าแบบสองชั้นสองห้องนอนที่มาพร้อมกับพื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัวสุดๆ พร้อมรับส่วนลดอาหารและเครื่องดื่ม 20% และเครดิตสปามูลค่า 2,000 บาทต่อวิลล่า (1 ครั้ง)
หมายเหตุ :
  1. สั่งซื้อ Voucher ผ่าน Link นี้เท่านั้น >> https://bit.ly/TS-Voucher-TS04
  2. ระยะเวลาการจำหน่าย : วันนี้ – 31 กรกฏาคม 2563
  3. ช่วงเวลาที่สามารถเข้าพักได้ : ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฏาคม 2563 – 31 ตุลาคม 2564
  4. บัตรห้องพักรวมภาษี ค่าบริการ และอาหารเช้า สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่านเรียบร้อย
  5. กรณีเข้าพักระหว่างวันที่ 22-26 ธันวาคม 2563 และ 5 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2564 ต้องใช้ voucher 2 ใบ ต่อหนึ่งคืนสำหรับการเข้าพัก
  6. กรณีเข้าพักระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2563 – 4 มกราคม 2564 ต้องใช้ voucher 3 ใบ ต่อหนึ่งคืนสำหรับการเข้าพัก
ส่วนใครที่มาอ่านบทความหรือรีวิวนี้ช้าไป โปรโมชั่นนี้ได้หมดลงไปแล้ว ก็สามารถกดเช็คราคาหรือทำการจองห้องพักราคาพิเศษผ่าน Agoda ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ

จองที่พัก The Shore at Katathani ราคาพิเศษ ผ่าน Agoda คลิ๊กที่นี่

หรือหากใครต้องการติดต่อสอบถามโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง The Shore at Katathani เพิ่มเติม เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ก็สามารถติดต่อได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยครับ
Facebook : The Shore at Katathani
LINE Official : @katathani_hotels (มี @)
อีเมล : [email protected]
โทร : 076-318350 (แผนกรับจองห้องพัก)
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนจบ และสำหรับใครที่ชื่นชอบบทความหรือรีวิวนี้ ผมฝากกดติดตามเพจ ภรรยาหา สามีใช้” ไว้ด้วยนะครับ พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ
Facebook Comments